ตอนที่ 50 วิธีใดในโลกที่จะได้ทั้งสองทาง
จิ่นหลีมากับพี่ฟางเดินทางมาถึงไห่โข่วด้วยกัน
ก่อนขึ้นเกาะ เธอเงยหน้ามองศาลเจ้าแม่มาจู่ที่อยู่บนภูเขาไม่ไกลนักเป็นพิเศษ
อยากไปไหว้จริง ๆ เลย!
แต่เมื่อไม่นานมานี้เธอเพิ่งไปไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภมา ตอนนี้พลังงานเต็มเปี่ยม เรื่องไปไหว้เจ้าแม่มาจู่ยังไม่เร่งนัก
พอมาถึงเกาะเล็ก ๆ ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับอยู่ตรงทางเข้า พอเห็นจิ่นหลีกับสุยหลิงฟางก็แสดงความอบอุ่นเป็นกันเองออกนอกหน้า พูดชมไม่หยุด
ชมว่าจิ่นหลีมีสีหน้าสดใส สุขภาพดี ชมว่าพี่ฟางเป็นหญิงเก่งมากความสามารถ ทั้งสองคนถูกเจ้าหน้าที่พูดชมจนรู้สึกเก้อ ๆ เขิน ๆ
เขาว่ากันว่า คนยิ้มให้ไม่ควรโดนตี เมื่อทีมงานตั้งใจมาดีขนาดนี้ จิ่นหลีกับพี่ฟางก็ยังคงยิ้มตอบบนใบหน้า ไม่ได้พูดถึงเรื่องของเหลียนเป่าจือกับลวี่ซานเจี๋ยแม้แต่น้อย
พอทั้งคู่เข้ามาในห้องแต่งหน้าแยกส่วน หลังจากเจ้าหน้าที่ออกไปแล้ว สุยหลิงฟางถึงค่อยเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง
เธอล็อกประตูห้องไว้ แล้วหันมาพูดกับจิ่นหลีว่า “เมื่อกี้ตรงประตูใหญ่ ฉันเห็นนักข่าวอยู่หลายคน เขาถ่ายรูปเราสองคนไว้หมดแล้ว ฉันว่าอีกไม่นานก็คงจะมีข่าว [จิ่นหลียิ้มเข้าร่วมรายการ ลบข่าวลือแตกหัก] ออกมาแน่”
จิ่นหลีรู้สึกแปลกใจ ก่อนจะเข้าใจขึ้นมา “รายการตั้งใจให้พวกนักข่าวมาถ่ายใช่ไหม แอบปล่อยข่าวออกไป?”
ตอนที่เธอเข้ามาก็เห็นพวกนั้นเหมือนกัน มือถือกล้องใหญ่ คิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวเสียอีก
แต่พอมาคิดดูดี ๆ ตอนเธอมาอัดรายการครั้งก่อน แค่จะเข้าใกล้ประตูยังแทบไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องถือกล้อง
วันนี้อยู่ ๆ มีคนยืนอยู่หน้าประตูเยอะขนาดนี้ มันผิดปกติจริง ๆ
สุยหลิงฟางหัวเราะหยัน “แน่นอนว่าตั้งใจสิ เขาเชิญเธอมาแล้วก็ต้องใช้โอกาสนี้กอบกู้ชื่อเสียงของรายการ และก็มั่นใจว่าเราคงไม่พูดอะไรออกไป”
จะพูดยังไงดีล่ะ?
จิ่นหลีไม่ได้ถอนตัวจากรายการ แถมคนดังเองก็ไม่กลัวโดนถ่ายอยู่แล้ว อีกอย่างทุกคนยังอยู่ในช่วงร่วมงานกัน เรื่องแบบนี้เธอทำได้แค่ปล่อยผ่านไปโดยไม่ได้ว่าอะไร
พูดให้ตรงไปตรงมา เธอก็ไม่ได้เสียหายอะไร
จิ่นหลีเข้าใจทุกอย่างแล้ว ใจเธอสงบมาก “ไหน ๆ ก็รับค่าจ้างจากทีมงานมาแล้ว เขาใช้ฉันไปลบข่าวลือบ้างก็เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ไม่เห็นแปลกอะไร”
สุยหลิงฟางก็พยักหน้าตาม “ต่อไปเรื่องแบบนี้จะยิ่งมีเยอะขึ้น ถ้าเธอไม่อึดอัดใจก็ดีแล้ว บางคนอยากได้แต่ประโยชน์โดยไม่ยอมออกแรงสักนิด”
จิ่นหลียิ้ม “โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้ทั้งสองทางหรอก ฉันไม่ถือสาอยู่แล้ว ยังไงเรื่องพวกนี้ก็ไม่กระทบชื่อเสียงฉัน ทำไมฉันต้องโกรธคนที่ยอมจ่ายเงินด้วยล่ะ? ถ้าเป็นคนทั่วไปสิ แค่ให้นักข่าวถ่ายรูปช่วยลบข่าวลือให้หน่อยก็ได้เงินตั้งสามแสน ใครบ้างจะไม่ยอม”
สุยหลิงฟางเห็นว่าจิ่นหลีเข้าใจทุกอย่างดี ก็ไม่พูดอะไรมาก เปลี่ยนเรื่องทันที
“แต่ข่าวชี้แจงที่ออกไป ฉันต้องให้บริษัทคอยจับตาดู อย่าให้นักข่าวเขียนมั่ว เธอแค่คืนดีกับทีมงาน ไม่ได้หมายความว่าคืนดีกับเหลียนเป่าจือ ถ้ามีใครเอาไปปะปนกันจะยุ่งเอา”
สุยหลิงฟางหันไปโทรศัพท์ ส่วนทางนี้จิ่นหลีก็ทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนออกภาคสนามในรายการ ภายใต้คำแนะนำของเจ้าหน้าที่
การถ่ายทำจริงถูกจัดไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ จิ่นหลีเปิดบทดูคร่าว ๆ ก็ไม่ยาก มีฉากที่ต้องถ่ายสามฉากกับร้องเพลงอีกหนึ่งเพลง
เธอคิดว่าจะไปพักที่ศาลเจ้าแม่มาจู่คืนนี้ แล้วพรุ่งนี้จะได้ถ่ายทำรวดเดียวจบ
“คุณจิ่นหลีคะ สวัสดีค่ะ ฉันจะพาคุณไปเดินดูเส้นทางของวันพรุ่งนี้ก่อนนะคะ” หลังจากจิ่นหลีอ่านบทจบได้ไม่นาน ก็มีคนมาเคาะประตูเรียกจากด้านนอก
จิ่นหลีเปิดประตูออกไป เห็นบัตรพนักงานของอีกฝ่ายถึงได้รู้ว่าเธอเป็นฝ่ายวางแผนของรายการ จึงชะงักไปนิด
ทีมงานรายการนี่จัดเต็มจริง ๆ
แต่เดิมเธอยังไม่คิดว่าเรื่องเหลียนเป่าจือถ่วงการซ้อมของเธอ จะมีส่วนที่ทีมงานเกี่ยวข้องด้วย แค่คิดว่าฝ่ายวางแผนทำงานผิดพลาด
แต่ตอนนี้รายการ “PICK~เส้นทางสู่ซูเปอร์สตาร์หญิงคนต่อไป” กลับดูจะให้เกียรติเธอเกินไป ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทนหรือการต้อนรับ ทุกอย่างดูอบอุ่นเกินจริง
เรื่องแปลกมักมีเหตุแอบซ่อนอยู่
ถ้าทีมงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ก็ไม่มีเหตุผลต้องมาทำดีกับเธอขนาดนี้
ท่าทีแบบนี้ กลับทำให้จิ่นหลีรู้สึกว่า “พวกเขาดูเหมือนมีอะไรในใจ”
ขณะเดินตามฝ่ายวางแผนออกไป จิ่นหลีถือโทรศัพท์ไว้ในมือ ส่งข้อความไปหาสุยหลิงฟาง ให้ช่วยไปสืบดูว่ามีใครในทีมงานโดนพักงานบ้างไหม
ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยที่ไปสืบข่าวกลับมา ก็รายงานทุกอย่างให้เหลียนเป่าจือฟังหมดแล้ว
เหลียนเป่าจือยังอยู่ในห้าง LP เธอคิดว่าอีกสักพักจะออกเดินทางไปเกาะ
วันนี้คิวซ้อมของเธอยังอยู่ตอนเย็น แต่เธอตั้งใจจะไปก่อน เพื่อไปพบผู้บริหารและแสดงท่าทีขอโทษให้เพียงพอ
พอได้ยินว่าจิ่นหลีมาถึงแล้ว เธอก็ขมวดคิ้วขึ้น ก้าวที่กำลังจะออกหยุดชะงัก แล้วนั่งลงอีกครั้ง
“ไม่ไปละ ไว้ตอนเย็นค่อยไป” เหลียนเป่าจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดออกมาอย่างช้า ๆ
เธอยังไม่รู้จะเผชิญหน้ากับจิ่นหลียังไง จะให้ไปขอโทษเธอน่ะเหรอ ไม่มีทาง เรื่องนี้ลวี่ซานเจี๋ยเป็นคนรับผิดแทนไปแล้ว ถ้าเธอขอโทษเอง มันก็เท่ากับยอมรับว่ามีส่วนผิดด้วยสิ
จะให้ขอโทษเหรอ ไม่มีทาง ไม่มีวัน!
เหลียนเป่าจือตัดสินใจปล่อยเรื่องนี้ให้เย็นลง แล้วถามต่อ “ลวี่ซานเจี๋ยล่ะ เธอไปไหนแล้ว หาเจอไหม?”
ผู้ช่วยมองหน้าเหลียนเป่าจืออย่างระวังแล้วตอบเบา ๆ “พี่เป่าจือคะ มีคนบอกว่าพี่ซานเจี๋ยไปเที่ยวต่างประเทศค่ะ”
มือที่ถือแก้วของเหลียนเป่าจือสั่นนิด ๆ เพราะโมโห
น้ำในแก้วกระเด็นออกมาเล็กน้อยเปื้อนมือตัวเอง แต่เธอไม่สนใจ กลับยกดื่มรวดเดียวด้วยความขุ่นเคือง
“หนีไปต่างประเทศเหรอ? ทั้งที่ในประเทศยังมีเรื่องยุ่ง ๆ รอให้เธอจัดการอยู่แท้ ๆ แบบนี้เรียกว่าไม่รับผิดชอบเลยสักนิด!”
ผู้ช่วยตัวสั่น ก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยอะไร
ในใจเธอคิดว่า: พี่ซานเจี๋ยโดนพักงานไปแล้ว ยังจะให้กลับมาทำงานฟรี ๆ อีกเหรอ เป็นทาสหรือไง?
……
ทางด้านจิ่นหลี
ตอนที่เดินกับฝ่ายวางแผนอยู่ชั้นล่าง ถูกกู้เฉิงที่เปิดหน้าต่างอยู่บนชั้นสองเห็นเข้า เขาพูดว่า “พี่หลีมาแล้ว”
เฉินหลินที่อยากรู้อยากเห็นรีบวิ่งมาดู “ไหนล่ะ… อ๋อ ฉันเห็นแล้ว อยู่ข้างล่างเรานี่เอง… หืม? หายไปแล้ว เดินไปทางโน้นแล้ว!”
ลัวอี้กับเหยียนซิงต้งไม่แม้แต่จะชะโงกหน้ามอง ลัวอี้พูดเรียบ ๆ ว่า “ตึกนี้มีพวกเราผู้ชายอยู่สี่คน เป็นหอพักชาย เธอคงไม่มาที่นี่หรอก คงไปหอหญิงนั่นแหละ”
กู้เฉิงพูดอย่างครุ่นคิด “แต่ฉันจำได้ว่าการถ่ายทำเริ่มพรุ่งนี้นี่นา”
เหยียนซิงต้งตอบอย่างสบาย ๆ “ก็คงมาสำรวจสถานที่ล่วงหน้าแหละ ฉันได้ยินมาว่าคุณจิ่นหลีคิวงานน้อย ไม่ค่อยยุ่ง”
เฉินหลินสงสัย “ทั้งที่เธอฮอตขนาดนี้ งานยังน้อยอีกเหรอ?”
กู้เฉิงตอบสั้น ๆ “ร่างกายเธอไม่ค่อยดี ได้ยินว่าทางบริษัทดูแลดี เลยไม่ได้จัดงานให้เยอะ”
เหยียนซิงต้งเห็นว่ากู้เฉิงเริ่มเปลี่ยนเสื้อก็ถาม “จะไปไหน?”
กู้เฉิงว่า “เช้านี้ไม่มีซ้อม ฉันว่าจะตามไปดูหน่อย เบื่ออยู่พอดี”
เฉินหลินรีบว่า “ฉันไปด้วย!”
ลัวอี้กับเหยียนซิงต้งสบตากัน ก่อนจะพูดพร้อมกันว่า “พวกเราก็ไปด้วย!”
เรื่องสนุกแบบนี้จะพลาดได้ยังไง
ฝั่งจิ่นหลี
แม้ขั้นตอนการออกภาคสนามและให้คำปรึกษาทางจิตจะค่อนข้างซับซ้อน แต่พอถึงเวลาถ่ายจริงกลับไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด
จิ่นหลีเดินตามฝ่ายวางแผนเข้าไปในห้องซ้อม ที่นั่นมีผู้เข้าแข่งขันรออยู่แล้วกว่าสิบคน
(จบตอน)