ตอนที่ 51 เพื่อนของเพื่อนที่บ้านเกิดฉัน
ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ในสนามล้วนเป็นผู้ที่รวมคะแนนความนิยมจากสองรอบก่อน จนขึ้นมาติดอันดับสามสิบอันดับแรก
นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ความนิยมไม่ถึงสามสิบอันดับแรก แต่มีลักษณะโดดเด่น มี “เอฟเฟกต์วาไรตี้” ที่ชัดเจน
รายการออดิชันพูดกันตรง ๆ ก็เป็นวาไรตี้ รวมความเป็นการแข่งขันกับความบันเทิง ถ้าเอาแต่แข่งร้องแข่งเต้น จิ่นหลีมั่นใจเลยว่าจะต้องตัดคนออกไปครึ่งหนึ่งแน่ ๆ
แต่วาไรตี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ความสามารถไม่ใช่ปัจจัยอันดับหนึ่ง ความนิยมต่างหากที่สำคัญที่สุด
จิ่นหลีทักทายพวกเธอว่า “สวัสดีจ้ะทุกคน!”
“สวัสดีค่ะคุณครูจิ่นหลี!” เหล่าสาว ๆ ผู้เข้าแข่งขันวัยสดใสในชุดทีมสีชมพูต่างโค้งให้เธอพร้อมกัน
จิ่นหลีก็รีบโค้งตอบทันที เดี๋ยวอายุจะสั้นเอา
โปรดิวเซอร์หญิงยืนอยู่กลางวง อธิบายว่าตอนถ่ายจะดำเนินยังไง จิ่นหลีฟังไปพลางดูบทไปพลาง แล้วยังซักซ้อมกับผู้เข้าแข่งขันสามคำถาม
ผู้เข้าแข่งขันที่ได้ถามคำถามก็ถูกจัดไว้ล่วงหน้าแล้ว หนึ่งในนั้นคือกงเจียเจีย เป็นผู้เข้าแข่งขันคนแรกที่จิ่นหลียอมพูดเข้าข้าง
ตอนซักซ้อมคำถามกับจิ่นหลี กงเจียเจียตื่นเต้นจนพูดไม่เป็นคำ
จิ่นหลีสบตาเธอ แล้วยิ้มบาง “หายใจลึก ๆ ทำใจให้สงบ พูดช้า ๆ ไม่ต้องรีบ”
กงเจียเจียถอนหายใจยาว ยกมือกุมอกไว้ ฝืนระงับความตื่นเต้น แล้วซ้อมตอบคำถามกับเธอต่อ
จิ่นหลีตอบกลับตามบทที่ให้มาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ครั้งนี้แค่ซักซ้อมถามตอบเท่านั้น จิ่นหลียังไม่ได้ร้องเพลง เธอตั้งใจจะเก็บไว้อัดจริงพรุ่งนี้ เพื่อให้สีหน้าของผู้เข้าแข่งขันดูเป็นธรรมชาติที่สุด
พอซ้อมเสร็จได้ที่ กู้เฉิงกับพวกถึงเดินเข้ามา
จิ่นหลีเดินออกมากับโปรดิวเซอร์หญิง ทั้งสองกลุ่มมาชนกันตรงทางเดิน
เฉินหลินถามว่า “พี่จิ่นหลี ซ้อมคิวเสร็จแล้วเหรอ?”
จิ่นหลีพยักหน้า “ก็แค่ไม่กี่คำถาม ซ้อมสองรอบก็พอ ไม่ยาก พวกนายล่ะ จะมาซ้อมเหรอ?”
กู้เฉิงยังไม่ทันพูด เฉินหลินก็พูดแทรก “ไม่ เรามาหาพี่มาเล่นต่างหาก โดยเฉพาะกู้เฉิง เขาอยากมาเจอพี่ เราสามคนเลยตามมาด้วย”
จิ่นหลีมองกู้เฉิงอย่างสงสัย “มาเล่น?”
กู้เฉิง: “……”
เขาชำเลืองมองเฉินหลินด้วยสายตาเย็นเยียบ ราวกับจะบอกว่า “คราวหน้าแกเจอดีแน่”
กู้เฉิงตอบ “อืม มาขอของที่ระลึกด้วย”
จิ่นหลีคิดนิดหนึ่ง “ของที่ระลึกฉันเก็บไว้ในรถ รถจอดอยู่ลานจอดนั่นแหละ ถ้าพวกนายไม่มีธุระ จะไปด้วยกันไหม?”
หนุ่ม ๆ วงเดือนมีนาคมตอบพร้อมกัน “ไม่มี!”
โปรดิวเซอร์หญิงกำลังจะไป จิ่นหลีเรียกไว้ “ฉันเตรียมไว้ให้พวกคุณด้วย มาด้วยกันสิ”
โปรดิวเซอร์หญิงอึ้ง “หา ฉันก็มีด้วยเหรอ?”
จิ่นหลียิ้มบาง ทั้งอุ่นทั้งหวาน “ฉันซื้อมาเยอะเลย ของขวัญก็ธรรมดานิดหน่อย เป็นเชือกแดงจากศาลเจ้าเทพไฉ่ซิ้งเอี๊ยะ อย่ารังเกียจละกันนะ”
โปรดิวเซอร์หญิงรีบโบกมือ “ไม่ ๆ เลยค่ะ!”
พวกเธอพากันเดินไปที่ลานจอดรถ ขณะเดียวกันทางฝั่งสุยหลิงฟาง ก็เพิ่งได้ข่าวมาจากคนงานชั่วคราว!
สุยหลิงฟางไปถามพนักงานประจำอย่างเป็นทางการ ถามว่าช่วงนี้ทีมงานมีการโยกย้ายตำแหน่งหรือปลดใครไหม
พนักงานไม่ได้ถามเหตุผล ตอบตรง ๆ ว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงอัดรายการ ขาดคนไปคนเดียวก็มีผลกับงานได้”
พอถามทางนั้นไม่ได้ผล สุยหลิงฟางเลยไปถามคนงานชั่วคราวแทน
ตอนกลางวันคนงานชั่วคราวกินข้าวรวมกัน เธอแทรกตัวไปนั่งโต๊ะเดียวอย่างแนบเนียน แล้วโยนประเด็นเรื่อง “ลาออก” เข้าไปเฉย ๆ
“ฉันพาจิ่นหลีมาคราวนี้ รู้สึกว่าทีมงานเหมือนคนหายไปเยอะเลย มีคนเลิกทำงานหลายคนเหรอ พวกคุณได้เงินเป็นรายวันไหม เลิกทำกลางคันได้รึเปล่า?”
มีคนหนึ่งตอบ “พวกเราทุกคนเซ็นสัญญาไว้ ต้องรอจนถ่ายทำเสร็จถึงจะได้เงิน แต่ที่พักกับอาหารฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย”
อีกคนว่า “ใช่ จะออกกลางคันไม่ได้ ถ้าออกก่อนอาจไม่ได้ค่าแรงเลย”
สุยหลิงฟางถามต่อ “แล้วไม่รู้สึกว่าคนหายไปเยอะเหรอ?”
ทุกคนคิดตาม ก่อนมีคนพูดขึ้นว่า “ก็หายไปบ้างแหละ มีคนงานบางคนถูกไล่ออก ทีมงานไม่บอกเหตุผล แต่ฉันได้ยินเพื่อนบ้านบ้านเดียวกันพูดว่า……”
ทุกคนพากันยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“เขาบอกว่า คนที่ถูกไล่ออกเป็นเพื่อนบ้านของเพื่อนบ้านฉันอีกที เขาบอกว่าคนนั้นโดนผีเข้าสิง เอาข่าววงในของรายการไปขาย แล้วถูกจับได้!”
อีกคนว่า “พูดแบบนี้ ฉันก็เคยได้ยินเรื่องแรง ๆ เหมือนกัน ก็ฟังมาจากเพื่อนบ้าน แต่ตอนนั้นไม่เชื่อ คิดว่าเป็นไปไม่ได้”
คนอื่นก็พากันเงี่ยหูฟังอีกครั้ง คนพูดก็กดเสียงต่ำลง พูดอย่างลึกลับ
“ฉันได้ยินมาว่าฝ่ายวางแผนของรายการมีเรื่องใหญ่ เหมือนจะมีหัวหน้าคนหนึ่งรับสินบน เอาข้อมูลภายในกับคลิปรายการไปขาย เลยถูกไล่ออก ตอนนี้ทีมงานจะฟ้องร้องเขาด้วย!”
สุยหลิงฟางหัวใจเต้นวูบ ฟังแค่นี้ก็เข้าใจหมดแล้ว
เรื่องนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เกี่ยวกับจิ่นหลีแน่!
ไม่อย่างนั้นโปรดิวเซอร์ดี ๆ จะไปโกงกินอะไรกัน ต้องมีแรงจูงใจมากพอสิ และก็ยังไม่เคยได้ยินว่าช่องอื่นปล่อยข่าวฉาวของช่องเพนกวินเลย
สุยหลิงฟางทำหน้านิ่ง แต่ในใจร้องว่า “โอ้โห จิ่นหลีเดาถูกจริง ๆ!”
เสียดายที่เฉินซีเอนเตอร์เทนเมนต์รู้เรื่องช้าไป
ถ้าปัญหาในรายการเกิดจากคนในทีมงานเองจนทำให้จิ่นหลีเกือบพลาดซ้อม เฉินซีก็ควรเรียกค่าตัวสูงกว่านี้อีก
น่าเจ็บใจ ที่เฉินซีให้ราคาพิเศษลูกค้าเก่าเพนกวินทีวีแท้ ๆ!
สุยหลิงฟางคิดได้ดังนั้น ก็กินข้าวรีบ ๆ แล้วลุกไปโทรหาจิ่นหลี
“เธออยู่ไหน?”
จิ่นหลีถือโทรศัพท์มือหนึ่ง อีกมือหิ้วถุงใบใหญ่ คุยลำบากหน่อย
กู้เฉิงเห็นดังนั้นเลยรับถุงไปถือให้ จิ่นหลียิ้มขอบคุณเขาแล้วเดินแยกไปอีกด้านตอบว่า
“ฉันอยู่ลานจอดรถใต้ดิน อยู่กับหนุ่ม ๆ วงเดือนมีนาคมกับโปรดิวเซอร์ กำลังไปเอาของขวัญที่รถ กะจะแจกให้หมดเลย”
พอได้ยินว่าเธออยู่กับวงเดือนมีนาคม สุยหลิงฟางขมวดคิ้ว แต่พอรู้ว่ามีโปรดิวเซอร์อยู่ด้วยก็โล่งใจ
จิ่นหลีเป็นคนรอบคอบ รู้จักหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจถูกเข้าใจผิด
“ของขวัญเตรียมพอไหม ยังต้องเผื่อให้สาวทีมสีชมพูด้วยไม่ใช่เหรอ?” สุยหลิงฟางถาม
“พอแน่นอน ฉันแจกแค่เชือกแดง เชือกแดงมีเหลือเยอะ ของที่ระลึกจะให้คนรู้จักก่อน ถ้าหมดจริง ๆ แถวนั้นก็มีศาลเจ้าแม่มาจู่ เดี๋ยวคืนนี้ไปซื้อเพิ่ม”
จิ่นหลีพูดต่อ “อ้อ พี่ฟาง ช่วยขออนุญาตทีมงานให้ฉันหน่อย ฉันไม่อยากพักที่หอแล้ว อยากไปอยู่ที่ศาลเจ้า รู้สึกอากาศที่นั่นดีต่อสุขภาพกว่า”
สุยหลิงฟางตอบรับทันที “ได้สิ พวกเขาต้องอนุญาตแน่นอน”
จิ่นหลีชะงัก คำพูดนั้นฟังดูมั่นใจเกินไป กำลังจะถามต่อ สุยหลิงฟางก็พูดเปลี่ยนเรื่อง “กินข้าวรึยัง บ่ายนี้เรามีประชุม ฉันมีเรื่องจะบอก”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง แววตาคลุมเครือ “คราวนี้เราโดนทีมงานหลอกเข้าแล้ว”
จิ่นหลีมองไปทางอีกฝั่ง แล้วพูดว่า “ไว้ฉันกินเสร็จแล้วเจอกันที่ห้องแต่งหน้า”
(จบตอน)