บทที่ 3 สร้างฐานทัพ
บทที่ 3 สร้างฐานทัพ
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน หลี่อวี่ตระหนักได้ว่าหากคิดจะสร้างฐานทัพ เขาคงไม่มีทางข้ามพ่อกับแม่ไปได้แน่นอน
ดังนั้นเขาจึงต้องหาเหตุผลที่ทำให้พวกท่านสบายใจ นั่นคือ... การสร้าง "ฟาร์มท่องเที่ยวเชิงนิเวศ"
โครงการฟาร์มท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่รวมทั้งบ่อตกปลา สวนผลไม้ แหล่งท่องเที่ยว และจุดตั้งแคมป์ทำอาหารไว้ในที่เดียว แถมทำเลที่นี่ยังอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอมากนัก หากไม่ใช่เพราะวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง การสร้างสถานที่แบบนี้คงดึงดูดคนในเมืองให้มาจับจ่ายใช้สอยได้ไม่น้อย
คืนนั้น หลี่อวี่จึงเปิดอกคุยกับพ่อแม่บนโต๊ะอาหาร
พ่อกับแม่ถึงกับตะลึงจนพูดไม่ออก ทำหน้ามึนงงไปชั่วขณะ
พ่อจุดบุหรี่ขึ้นสูบ อัดควันเข้าปอดช้าๆ ก่อนจะพ่นออกมา
แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบนาบว่า "แกกลับมาเริ่มธุรกิจทำไอ้นี่ พ่อก็สนับสนุนนะ เงินเก็บที่พ่อสะสมมาหลายปี เดิมทีเตรียมไว้เป็นสินสอดขอเมียให้แก แต่ถ้าดูจากขนาดโครงการที่แกเพิ่งพูดมา เงินแค่นั้นมันไม่พอหรอก"
คำตอบของพ่ออยู่ในความคาดหมายของหลี่อวี่อยู่แล้ว เขาจึงหยิบลอตเตอรี่ที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้พร้อมรูปถ่ายตอนไปรับรางวัลออกมาให้ดู
หลิวฟางฮัวและหลี่หงหยวนตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นทันที
ทั้งสองจ้องมองยอดเงินคงเหลือในแอปธนาคารบนมือถือของหลี่อวี่ตาค้าง 31,000,000
หลังจากเกลี้ยกล่อมพ่อแม่สำเร็จ วันรุ่งขึ้นหลี่อวี่ก็พาพ่อไปพบเลขาธิการหมู่บ้านเพื่อดำเนินเรื่องขออนุญาตปรับปรุงที่ดิน
พอได้ยินว่าหลี่อวี่จะกลับมาสร้างธุรกิจ เลขาธิการหมู่บ้านก็ดีใจยกใหญ่ เพราะเรื่องนี้ย่อมช่วยกระตุ้นรายได้ให้ท้องถิ่นได้แน่นอน
หลี่อวี่ถือโอกาสขอเช่าที่ดินสาธารณะของหมู่บ้านที่อยู่ติดกับที่ดินของตระกูลหลี่เพิ่มอีกหลายสิบหมู่ พื้นที่ตรงนั้นรกร้างว่างเปล่ามาตลอด เลขาธิการหมู่บ้านเห็นว่าหลี่อวี่ตั้งใจทำมาหากินและจะนำความเจริญมาสู่หมู่บ้านในอนาคต จึงปล่อยเช่าให้ในราคาถูกเหมือนให้เปล่า
ปัง! เสียงประทับตราดังสนั่น เลขาธิการหมู่บ้านดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว เพราะที่ดินส่วนใหญ่ตรงนั้นก็เป็นชื่อของหลี่หงหยวนที่ได้รับการจัดสรรมาอยู่แล้ว
ตอนที่คุณปู่แบ่งสมบัติ อาทั้งสามรวมกับของหลี่หงหยวนได้ที่ดินรวมกัน 60 หมู่ บ้านของหลี่หงหยวนได้ส่วนแบ่งมาเกือบ 15 หมู่ ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งสระน้ำภูเขาพอดี
เมื่อขั้นตอนเอกสารเรียบร้อย หลี่อวี่ก็เริ่มดำเนินการสร้างฐานทัพทันที
เดิมทีหลี่หงหยวนก็เติบโตมาสายงานก่อสร้าง จนถึงตอนนี้ก็ยังเปิดโรงงานเล็กๆ อยู่ในตำบล ช่วงสองปีมานี้ผันตัวมาทำท่อคอนกรีตโดยเฉพาะ แต่ฝีมือและประสบการณ์นับสิบปีของเขานั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
แต่ทว่า... เมื่อหลี่หงหยวนเห็นแบบร่างที่หลี่อวี่วาดขึ้นมา เขาก็ถึงกับไปไม่เป็น แทบจะกระอักเลือดออกมาคำโต
"นี่แกกะจะสร้างป้อมปราการหรือไง? แค่ทำฟาร์มท่องเที่ยว จำเป็นต้องสร้างกำแพงสูงตั้ง 6 เมตรเลยเหรอ?"
"แล้วนี่ยังต้องเดินสายไฟ?"
"แถมยังต้องสร้างหอสังเกตการณ์สูง 10 เมตรอีก?"
หลี่หงหยวนถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ
หลี่อวี่เห็นปฏิกิริยาตกใจของพ่อก็รู้สึกว่างานเข้าแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จำเป็นต้องให้พ่อเป็นหัวเรือใหญ่ เพราะงานสำคัญขนาดนี้ให้คนนอกคุมก็วางใจไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในวงการก่อสร้างเรื่องการลักไก่ลดสเปกวัสดุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ถ้าให้พ่อเป็นคนคุมงานเอง ย่อมรับประกันได้ว่าฐานทัพแห่งนี้จะแข็งแกร่งทนทานที่สุด
หลี่อวี่ตอบกลับไปว่า "สร้างให้สูงหน่อยจะได้กันคนมั่วซั่วแอบปีนเข้ามาไงครับ เอาเป็นว่าพ่อสร้างตามที่ผมบอกก็พอ"
หลี่หงหยวนทำท่าจะแย้ง ปากขยับเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองลูกชายแล้วก็ก้มหน้าลง
แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นจุดหนึ่ง เขาก็อดถามไม่ได้ "แล้วไอ้ห้องใต้ดินขนาด 2,000 ตารางเมตรนี่มันคืออะไร?"
หลี่อวี่ตอบอย่างใจเย็น "เอาไว้จอดรถใต้ดินไงครับพ่อ"
หลี่หงหยวนถามต่อ "แล้วทำไมต้องสร้างวิลล่าตั้ง 5 หลัง กับบ้านตึกแถวสามชั้นอีก 2 แถว?"
หลี่อวี่ตอบ "เผื่อแขกมาเที่ยวแล้วอยากค้างคืน ส่วนพวกเราเองก็ย้ายเข้าไปอยู่ได้ด้วยไง"
หลี่หงหยวนจี้ถามอีก "แล้วกล้องวงจรปิด 100 ตัวนี่ล่ะ?"
หลี่อวี่แถต่อ "ก็เอาไว้กันคนมาทำลายข้าวของ..."
พ่อลูกโต้ตอบกันไปมาแบบนี้ หลี่อวี่ค่อยๆ ไขข้อข้องใจของพ่อทีละจุด แน่นอนว่าคำถามไหนตอบยากเขาก็แกล้งข้ามๆ ไป สุดท้ายพ่อก็ขี้เกียจจะซักไซ้ เพราะไม่ว่าจะถามอะไร หลี่อวี่ก็สรรหาข้ออ้างร้อยแปดมาตอบได้หมด
เมื่อการสนทนาสิ้นสุดลง หลี่อวี่ดึงมือพ่อมาจับไว้ แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังที่สุด
"พ่อครับ ผมรู้ว่าพ่อมีคำถามเยอะแยะ แต่พ่อเชื่อใจผมได้ไหม? ระหว่างการก่อสร้าง ถ้าพ่อสงสัยอะไรให้มาถามผมได้ตลอด แต่อย่าแอบแก้แบบเองเด็ดขาด ถ้าจุดไหนต้องแก้จริงๆ พ่อต้องบอกผมก่อน"
ต้องเข้าใจก่อนว่า คนเป็นพ่อเป็นแม่มักจะชอบทำอะไรที่คิดเอาเองว่า 'หวังดี' กับลูก
ในสถานการณ์แบบนี้ หลี่อวี่กลัวมากว่าพ่อจะแอบแก้แบบเพื่อประหยัดงบหรือด้วยเหตุผลอื่น
แบบแปลนที่กางอยู่ตรงหน้าพ่อตอนนี้ คือสิ่งที่หลี่อวี่ขบคิดทบทวนมานับครั้งไม่ถ้วน พิจารณาอย่างรอบด้านที่สุดแล้ว
แถมเขายังจ้างมืออาชีพมาเขียนแบบก่อสร้างให้อย่างละเอียดอีกด้วย
หลี่อวี่เห็นพ่อดูเหมือนจะรับฟังแล้ว ก็เบาใจลงเปราะหนึ่ง
แม้ความสัมพันธ์กับพ่อจะไม่ได้สนิทแนบแน่นแบบเพื่อน แต่ตั้งแต่เล็กจนโต อะไรที่พ่อรับปาก พ่อก็ทำให้ได้เสมอ
เขาเหลือบดูเวลา... อีก 175 วัน ก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง
เขาจึงถามพ่อว่า "ระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 3 เดือน จะเสร็จทันไหมครับ?"
พ่อมองหน้าหลี่อวี่ด้วยสายตาเหลือเชื่อ...
สามเดือน... นี่มันงานช้างนะ ทั้งภูเขา 2 ลูก สระน้ำภูเขา 1 แห่ง แล้วไหนจะที่ดินราบอีกหลายสิบหมู่
เวลาแค่สามเดือน จะให้ล้อมรั้วกำแพงสูงรอบพื้นที่ทั้งหมดเนี่ยนะ?
รวมๆ แล้วพื้นที่เกือบแสนกว่าตารางเมตร แค่ความยาวกำแพงก็ปาเข้าไปหลายพันเมตรแล้ว ถ้าคิดตามความหนากำแพง 1 เมตร...
หลี่หงหยวนลองคำนวณในใจคร่าวๆ ราคาตลาดตอนนี้สำหรับการสร้างกำแพงสูง 6 เมตร ความยาว 1 เมตรน่าจะอยู่ที่ประมาณ 500 หยวน แต่นี่เล่นหนาตั้ง 2 เมตร ราคาคงพุ่งไปหลายเท่า
หมายความว่าลำพังแค่ค่าสร้างกำแพงล้อมรอบนี่ก็ปาเข้าไปเกือบ 5 ล้านหยวนแล้ว
สามเดือน?
ฝันอยู่หรือไง?
เหมือนจะอ่านสายตาพ่อออก หลี่อวี่จึงรีบพูดต่อ
"เราจ้างคนเพิ่มเยอะๆ ก็ได้ครับ การคมนาคมที่นี่ก็สะดวก ขนส่งวัสดุก็ง่าย พยายามให้เสร็จภายใน 3 เดือนเถอะนะครับ"
หลี่หงหยวนมองลูกชายที่ดูทำอะไรฉับไวเด็ดขาด ผ่านการพูดคุยช่วงสองวันนี้ เขารู้สึกแปลกตากับลูกคนนี้มาก สัมผัสได้ลางๆ ว่าลูกชายดูเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าวขึ้น
ในใจลึกๆ เขาก็รู้สึกภูมิใจ... ลูกผู้ชายมันต้องแบบนี้สิ
หลี่หงหยวนบ่นพึมพำต่อ "เฮ้อ... เอาเถอะ ยังไงก็เงินที่แกถูกรางวัลมานี่นะ พ่อจะช่วยทำให้แล้วกัน คราวก่อนบอกให้เอาเงินไปซื้อบ้านในเมืองสักสองหลังก่อน แกก็ไม่ฟัง"
เขาเงยหน้าขึ้นพูดอีกครั้ง "เรื่องเวลาพ่อจะพยายามให้เต็มที่ แต่ 3 เดือนนี่บอกตรงๆ ว่าเสียวจะไม่ทัน"
พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกจากห้องนั่งเล่น พร้อมยกโทรศัพท์ขึ้นมาเริ่มโหมดทำงานทันที
"เอ้อ ช่างจางเหรอ? ทีมนายช่วงนี้มีงานไหม? พอดีทางฉันเพิ่งรับโปรเจกต์มาตัวนึง..." พ่อฉลาดมาก ไม่ยอมบอกรายละเอียดว่าเป็นโครงการของใคร
พวางสายนี้เสร็จ ก็กดโทรออกอีกหลายสายรัวๆ
"ฮัลโหล ผู้จัดการจางเหรอ? ปูนซีเมนต์โรงงานคุณตอนนี้ราคาเท่าไหร่..."
"ฮัลโหล เสี่ยหลิว บริษัทคุณช่วงนี้มีโปรเจกต์ใหม่ๆ อะไรบ้างไหม..."
มองดู 'บอสหลี่' ที่เข้าสู่โหมดทำงานจริงจัง หลี่อวี่รู้สึกขำปนซึ้งใจ
ตาแก่คนนี้ ปากก็บ่นไปงั้น แต่พอลงมือทำจริงนี่ดุดันเอาเรื่อง
สมัยยุคก่อสร้างบูมๆ ไม่ว่าจะในชนบทหรือในตัวอำเภอ ตลาดสร้างบ้านและตกแต่งภายในคึกคักมาก
เพิ่งจะมีแค่ปีสองปีนี้แหละที่งานสร้างบ้านเริ่มซาลง พ่อถึงได้ผันตัวไปทำท่อคอนกรีตแทน
การที่เห็นพ่อกลับมามีไฟลุกโชนแบบนี้ สำหรับแกแล้ว นี่น่าจะเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้
หลี่อวี่เดินขึ้นไปบนเขาอีกครั้ง เพื่อสำรวจภูมิประเทศซ้ำ
ภูเขาสัมปทาน 2 ลูก บวกกับสระน้ำภูเขาขนาด 5 หมู่
สระน้ำถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา น้ำใสสะท้อนเงาภูเขาสองลูกที่ทอดลงบนผิวน้ำ ทัศนียภาพงดงามจับใจ
ด้านหน้าคือที่ดินราบหลายสิบหมู่ พื้นที่ราบเรียบ ตรงกลางมีบ่อน้ำเล็กๆ อีกแห่ง
และตรงจุดศูนย์กลางนั้น มีต้นไทรโบราณอายุนับร้อยปียืนตระหง่านอยู่
ต้นไทรต้นนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ทางการถึงขั้นมาติดป้าย "บัตรประชาชน" ให้มันด้วย
วิวสวยใช้ได้
ในจินตนาการของหลี่อวี่
เขาจะสร้างกำแพงสองชั้น กำแพงชั้นนอกสูง 6 เมตรติดตั้งรั้วไฟฟ้า ส่วนชั้นในเป็นกำแพงเตี้ยสูง 2.5 เมตรล้อมรอบโซนที่พักอาศัย
บนกำแพงต้องติดรั้วไฟฟ้าแน่นอน ซึ่งต้องใช้แผงโซลาร์เซลล์ในการจ่ายไฟ ยอดเขาที่กว้างขวางสามารถรับแสงอาทิตย์ได้เต็มที่
โซลาร์เซลล์บนยอดเขาจะจ่ายไฟให้รั้วไฟฟ้า ส่วนแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านจะรองรับการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารทั้งหมด
นอกจากนี้ บนจุดสูงสุดของยอดเขาทั้งสองลูก และบนพื้นราบ จะสร้างหอสังเกตการณ์สูง 10 เมตร รวมทั้งหมด 3 จุด
ส่วนที่ดินราบหลายสิบหมู่นั้น แน่นอนว่าต้องใช้ปลูกข้าวและพืชผลทางการเกษตร วางแผนเบื้องต้นจะใช้พื้นที่เพาะปลูก 4 หมู่ คำนวณจากผลผลิตปัจจุบันที่ 500 กิโลกรัมต่อหมู่ เฉลี่ยแล้วคนหนึ่งบริโภคข้าวปีละ 100 กิโลกรัม
บวกกับหนึ่งปีสามารถปลูกได้ 2 รอบ หรืออาจถึง 3 รอบ
เท่ากับว่าที่ดิน 1 หมู่ สามารถเลี้ยงคนได้ถึง 15 คน นี่คือตัวเลขในพื้นที่ภาคใต้ที่อบอุ่น บวกกับการทำเกษตรแบบประณีต ถึงจะได้ผลผลิตสูงขนาดนี้
ที่ดิน 4 หมู่ ก็น่าจะเลี้ยงคนได้ราวๆ 60 กว่าคน
แน่นอน นี่เป็นแค่ความคิดในอุดมคติของเขา
ในสระน้ำภูเขาก็ต้องเลี้ยงปลา ซึ่งตอนนี้พ่อก็เลี้ยงไว้อยู่แล้ว
บนภูเขาตอนนี้ส่วนใหญ่ปลูกต้นส้ม ถึงเวลาก็ต้องหาไม้ผลชนิดอื่นมาปลูกแซม
สวนดอกไม้...
ในใจลึกๆ ของหลี่อวี่ เขาอยากสร้างสวนดอกไม้ที่สวยงามสักแห่ง
ท่ามกลางวันสิ้นโลกที่สิ้นหวัง การมีดินแดนบริสุทธิ์สักแห่งไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ...
ย่อมส่งผลดีต่อจิตใจของคนเราอย่างมหาศาล
หลี่อวี่ชื่นชอบสวนสไตล์ซูโจวมาตลอด ดังนั้นสไตล์การก่อสร้างหลายจุดจึงมีกลิ่นอายแบบจีนคลาสสิกผสมอยู่
ประจวบเหมาะกับที่ไม่ไกลจากบ้านมีโรงโม่หินขนาดใหญ่พอดี สามารถสั่งหินมาใช้สร้างฐานทัพได้เลย
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างเป็นระบบ
ส่วนเรื่องเงิน 25 ล้านหยวน สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าสินทรัพย์ได้มหาศาลระดับหลายร้อยล้าน