บทที่ 4 กู้เงิน 20 ล้าน

บทที่ 4 กู้เงิน 20 ล้าน
หนึ่งวันหลังเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เหลือเวลาอีก 170 วัน ก่อนวันสิ้นโลก
เศรษฐกิจทั่วประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว พื้นที่ส่วนใหญ่สามารถควบคุมสถานการณ์และฟื้นฟูการใช้ชีวิตให้กลับมาปกติได้แล้ว
ทางภาคใต้ เมืองซิงเฉิง ณ ป่าเขาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งรอบนอก
ไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งกำลังเร่งมือกันอย่างขะมักเขม้น
หลี่หงหยวนถือแบบแปลนก่อสร้างฉบับสมบูรณ์เดินมาหาหลี่อวี่
พ่อกล่าวว่า "พ่อลองคำนวณงบประมาณคร่าวๆ แล้วนะ ทั้งกำแพงที่ใช้อิฐแดงผสานคอนกรีตเสริมเหล็ก วิลล่า 5 หลัง บ้านพัก 2 หลัง แล้วก็พวกงานเทพื้นถนนตามที่แกบอก"
"รวมๆ แล้วน่าจะอยู่ที่ราวๆ 5 ล้านหยวน ส่วนพวกค่าตกแต่งภายใน ก็ขึ้นอยู่กับว่าแกจะแต่งแบบไหนแล้วล่ะ"
หลี่อวี่นึกขึ้นได้ว่ายังต้องตกแต่งภายใน แต่ก็แอบหวั่นใจกับรสนิยมของพ่อ เขาจึงโทรหาเพื่อนสมัยเรียนที่ตอนนี้ทำงานออกแบบวิลล่าอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ให้ช่วยออกแบบให้ โดยคิดราคาตามมาตรฐานตลาด
แม้ว่างานนี้จะแค่จ้างออกแบบไม่รวมก่อสร้าง ซึ่งปกติค่าแบบจะถูกกว่า แต่ยังไงนี่ก็ถือเป็นการจ้างงานเพื่อน หลี่อวี่ไม่อยากเอาเปรียบ สุดท้ายจึงตกลงจ่ายในราคาเต็มตามท้องตลาด
หลี่อวี่เปิดบันทึกในโทรศัพท์มือถือ ไล่ดูรายการที่เขาจดไว้ช่วงนี้
หลายวันมานี้เขาค้นคว้าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมากมาย แล้วสรุปออกมาเป็นรายการปัจจัยยังชีพที่จำเป็นต้องมี:
1. หมวดอาหาร: เน้นอาหารที่เก็บได้นาน ให้พลังงานสูง และพกพาสะดวก
ประกอบด้วย: ปลากระป๋องทหาร, บิสกิตอัดแท่ง, ข้าวสาร/แป้ง/น้ำมัน/เกลือ/น้ำตาล, น้ำดื่ม, ถั่วชนิดต่างๆ, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, เหล้าขาว
พวกนม เนื้อสัตว์ และผักสด ให้หาเติมเอาตามสถานการณ์
บางอย่างสามารถเพาะเองได้ เช่น ถั่วงอก ดังนั้นต้องเตรียมเมล็ดพันธุ์ไว้ด้วย
2. หมวดของใช้ในชีวิตประจำวัน:
เสื้อผ้า, หมวก, ถุงมือ, รองเท้า, ถุงเท้า, สบู่, แปรงสีฟัน/ยาสีฟัน, ผ้าขนหนู, กระดาษชำระ, ถุงยางอนามัย, เปลญวน/ถุงนอน, ผ้าห่ม, ร่ม/เสื้อกันฝน, ชุดเข็มด้าย, ถุงพลาสติก/ฟิล์มถนอมอาหาร
อุปกรณ์กรองน้ำ และเม็ดฟู่ทำน้ำสะอาด ต้องใส่ในรายการด้วย
3. หมวดเครื่องมือ:
(1) การเดินทาง/จัดเก็บ: รถยนต์/จักรยาน, เป้สะพายหลัง, กล่องลัง, เต็นท์, เรือคายัค, เปล/ถุงนอน, ชุดเครื่องมือช่าง/ซ่อมแซม, กระติกน้ำ/ช้อนส้อม/กล่องข้าว/แก้ว
(2) การป้องกัน/ล่าสัตว์: มีดพก, มีดพับอเนกประสงค์, เลื่อย, พลั่วสนาม, ขวาน, กระบอง, เชือกไนลอน, เอ็นตกปลา/เบ็ด/อวน/ฉมวก, แผนที่, หนังสติ๊ก... กรรไกร, คีม, รองเท้าบูทยาง, ห่วงยางชีพ, ผ้าห่มกันไฟ, หมวกนิรภัย, หน้ากากกันแก๊สพิษ, เครื่องสูบลม
(3) พลังงาน: ไฟแช็ก, แว่นขยาย, ถ่านไฟฉาย, พาวเวอร์แบงก์, แผงโซลาร์เซลล์, เครื่องปั่นไฟหมุนมือ, เทียนไข, ถังดับเพลิง
(4) การสื่อสาร: คอมพิวเตอร์, แฟลชไดรฟ์/ฮาร์ดดิสก์, แท็บเล็ต, มือถือ, วิทยุสื่อสาร, วิทยุ, นาฬิกาข้อมือ, เข็มทิศ, อุปกรณ์ระบุพิกัด (GPS), นกหวีด, ไฟฉาย, โดรน
(5) อื่นๆ: ตลับเมตร, กระจกเงา, แว่นกันแดด/แว่นดำน้ำ, กล้องส่องทางไกล, แผนที่, เครื่องเขียน
4. หมวดยาและเวชภัณฑ์:
ปรอทวัดไข้, หน้ากากอนามัย, ยาแก้หวัด, ยาแก้อักเสบ, ยาแก้ปวด, ยาแก้ท้องเสีย, ผ้าพันแผล/ผ้าก๊อซ, พลาสเตอร์ยา, ผงยาห้ามเลือด, แอลกอฮอล์, ยาหม่องน้ำ, ยาหม่อง, วิตามิน, ยาปฏิชีวนะ, วาสลีน, ปากคีบ, ยากันยุง
5. หมวดทักษะความรู้: ความรู้การเอาตัวรอดกลางแจ้ง
เช่นหนังสือ: คู่มือเพื่อนทหารและพลเรือน, คู่มือการเอาชีวิตรอดของ SAS , คู่มือการดำรงชีพในป่า, คู่มือแพทย์เท้าเปล่า เป็นต้น
ไม่เพียงแค่นั้น หลี่อวี่ยังตุนของที่อาจจำเป็นในอนาคตไว้อีกเพียบ เช่น เมล็ดพันธุ์นานาชนิด, ผ้าพับ...
จากการสรุปรายการข้างต้น สำหรับหลี่อวี่แล้ว มีหนังสือไม่กี่เล่มที่ ต้องมี ไว้ในครอบครอง โดยเฉพาะ คู่มือเพื่อนทหารและพลเรือน ที่จัดทำโดยฝ่ายการเมืองกองทัพภาคเสิ่นหยาง เล่มนี้มันคือคัมภีร์วันสิ้นโลกชัดๆ
สอนตั้งแต่รีดนมวัว สร้างบ้าน ยันทำหมูสามชั้นน้ำแดง หรือแม้กระทั่งวิธีตัดผม...
ที่พีคกว่านั้นคือ เล่มต่อๆ มายังสอนวิธีตัดเย็บเสื้อผ้า แปรรูปผัก ทำยาสมุนไพรจีน...
ถ้าทำตามหนังสือเล่มนี้เป๊ะๆ การเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกถ้าดำเนินไปถึงภาคต่อ ก็คงเรียกไม่ได้ว่าวันสิ้นโลกแล้วล่ะ
ดูจากเนื้อหาคงเป็นการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ เผลอๆ จะปฏิวัติอุตสาหกรรมกันใหม่เลยด้วยซ้ำ
หลี่อวี่เกาหัวแกรกๆ พึมพำกับตัวเอง "หนทางยังอีกยาวไกลแฮะ"
การปฏิวัติยังไม่สำเร็จ สหายยังต้องพยายามต่อไป
เพื่อให้การสร้างฐานทัพครั้งนี้แข็งแกร่งและเหมาะแก่การอยู่อาศัยรอดพ้นวิกฤตมากที่สุด
หลี่อวี่จึงคิดจะเพิ่มงบประมาณ พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา เขาก็นึกถึงการกู้เงินทันที ยังไงซะพอวันสิ้นโลกมาถึง ระเบียบสังคมพังทลาย เงินมันก็แค่กระดาษเปื้อนหมึก
หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ต้องเอามาลงให้หมด
เขาจึงนำสเตทเมนต์ธนาคาร พร้อมโฉนดที่ดิน และแบบแปลนก่อสร้าง
ตรงดิ่งไปที่ธนาคาร ยื่นเรื่องขอกู้สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจในชนบท
ด้วยยอดเงินที่สูง เขาจึงขอคุยกับผู้จัดการสาขาประจำอำเภอโดยตรง
โชคดีที่โครงการของหลี่อวี่ถือเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองซิงเฉิง แถมยังเป็นธุรกิจท่องเที่ยว บวกกับมีหลักฐานการเงินและที่ดินค้ำประกัน การกู้เงินจึงค่อนข้างราบรื่น
แต่ก็ไม่ได้ง่ายซะทีเดียว เพราะยอดกู้สูงถึง 20 ล้านหยวน
หลี่อวี่จึงต้องพาเจ้าหน้าที่ธนาคารลงพื้นที่ไปดูไซต์งานก่อสร้างจริง
เนื่องจากเป็นการกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขั้นตอนจึงซับซ้อนหน่อย คาดว่าอีกสองสัปดาห์เงินถึงจะเข้าบัญชี
หลังจากจัดการเรื่องที่อำเภอเสร็จ หลี่อวี่ก็กลับมาที่ไซต์งาน
บังเอิญเจอ ลุงไล่ตงเซิง คนงานเก่าแก่จากโรงงานของหลี่หงหยวน แกอายุ 40 กว่าปี ติดตามพ่อเขามากว่าสิบปีแล้ว
ตั้งแต่สมัยรับเหมาก่อสร้างยุคแรกๆ จนมาทำท่อคอนกรีต ไล่ตงเซิงก็ติดตามหลี่หงหยวนมาตลอด
แกเป็นคนขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต เป็นภาพลักษณ์ของชายชนบทผู้ใสซื่ออย่างแท้จริง
"ลุงตง มาช่วยงานทางนี้ด้วยเหรอครับ?" หลี่อวี่ทักทาย
ไล่ตงเซิงเงยหน้าขึ้นเห็นหลี่อวี่ก็ยิ้มแฉ่ง "อ้าว! อาอวี่ พ่อแกสั่งหยุดงานฝั่งท่อไว้ก่อน ให้ลุงมาช่วยทางนี้แหละ"
"เสี่ยวอวี่ แกนี่ได้ดิบได้ดีจริงๆ กลับมาถึงก็สร้างงานใหญ่โตขนาดนี้เลย"
หลี่อวี่มองดูชายผิวคล้ำแดดเพราะทำงานกลางแจ้งมาตลอดชีวิตคนนี้ แล้วก็ยิ้มตอบ ลุงตงดีกับเขามาตลอด
เป็นคนไว้ใจได้และซื่อสัตย์ ติดตามครอบครัวเขามานาน ในหมู่บ้านอาจจะไม่ถือว่ารวยล้นฟ้า แต่อย่างน้อยก็มีรายได้มั่นคง
หลี่อวี่บอกว่า "ลุงตงครับ งานที่ไซต์มันเยอะ ยังไงฝากลุงช่วยดูๆ หน่อยนะครับ"
คุยกันไม่กี่คำ หลี่อวี่ก็เดินเข้าไปในเขตก่อสร้าง
มองดูกำแพงที่ลงเสาเข็มและเริ่มก่อขึ้นมาแล้ว ความยาวนับร้อยเมตรเริ่มเห็นเป็นรูปร่างลางๆ
ใจชื้นขึ้นมาหน่อย แต่พอมองดูจำนวนคนงานที่มีแค่สิบกว่าคน ก็รู้สึกว่าความคืบหน้าน่าเป็นห่วง
เขาจึงไปปรึกษาพ่อให้เพิ่มคนงานอีก เร่งสร้างกำแพงให้เสร็จก่อน แล้วค่อยเริ่มสร้างอาคารด้านใน
เพราะการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขนาดนี้ ชาวบ้านแห่กันมามุงดูเพียบ หลี่อวี่ไม่อยากให้ใครเห็นรายละเอียดสิ่งปลูกสร้างข้างในมากนัก
ระหว่างก่อสร้าง มีชาวบ้านบางคนจับกลุ่มนินทา บางคนนิสัยแย่หน่อยก็หาว่าหลี่อวี่เป็นไอ้โง่ เอาเงินตั้งเยอะแยะมาละลายแม่น้ำ
หลี่อวี่ไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เขาปล่อยให้พวกนี้ว่างงานปากหอยปากปูไปเถอะ เดี๋ยววันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ จะได้เห็นดีกัน
ดังนั้นเขาจึงอยากให้กำแพงเสร็จก่อน เพื่อปิดบังสายตาคนนอกไม่ให้เห็นการก่อสร้างภายใน
แม้หลี่หงหยวนจะสงสัย แต่ก็ยอมทำตามที่ลูกชายบอก เกณฑ์คนมาเพิ่มเพื่อเร่งงานกำแพง
10 วันต่อมา ด้วยแรงงานหลายสิบชีวิตที่ผลัดกันทำทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดภูเขา 2 ลูก สระน้ำ และที่ราบก็ถูกล้อมรั้วจนมิด
กำแพงสูง 6 เมตรทอดยาวหลายพันเมตร เมื่อมองจากบนเขา มันดูราวกับสัตว์ร้ายบรรพกาลที่นอนหมอบอยู่
โชคดีที่พื้นที่ตรงนี้เป็นแอ่งกระทะและเนินเขา มีภูเขาล้อมรอบ ต้นไม้ใบหญ้าก็ได้รับการอนุรักษ์ตามนโยบายรัฐ ทำให้ป่าไม้ยังสมบูรณ์
ด้วยการบดบังของภูเขาสองลูก ถ้าไม่ขึ้นไปมองจากที่สูงมากๆ คนภายนอกแทบจะมองไม่เห็นภาพรวมข้างในเลย
หลี่อวี่ยกนิ้วโป้งชมความฉลาดของตัวเองในใจ แม้ที่นี่จะกว้างใหญ่ แต่ก็ซ่อนเร้นสายตาได้ดีเยี่ยม
พอกำแพงสร้างเสร็จ หลี่อวี่ก็โทรหาน้องชาย หลี่หาง
น้องชายอายุน้อยกว่าเขา 2 ปี ตอนเด็กๆ แสบใช่ย่อย แต่ก็ยังอุตส่าห์เรียนจบวิทยาลัยเทคนิคมาได้ สาขาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
เพิ่งจบมาหมาดๆ ตอนนี้กำลังหางานทำอยู่ในตัวเมือง
หลี่หงหยวนกับหลิวฟางฮัวมีลูกสามคน คนโตหลี่อวี่ คนรองหลี่หาง คนเล็กหลี่หยวน
ใช่แล้ว หลี่หงหยวนตั้งชื่อลูกได้มักง่ายมาก ยุคนั้นหยางลี่เหว่ยขึ้นสู่อวกาศ กระแสอวกาศฟีเวอร์ทั่วประเทศ
พ่อก็เลยตามกระแส ตั้งชื่อลูกสามคนตามธีมอวกาศ ฝากความหวังอันยิ่งใหญ่ที่จะพิชิตดวงดาวและทะเลกว้างไว้กับลูกๆ
ประจวบเหมาะกับที่หลี่หางกำลังเซ็งกับการหางาน ไอ้หมอนี่ปกตินิสัยอยู่ไม่สุข ไฮเปอร์สุดๆ
หลี่อวี่กรอกเสียงลงโทรศัพท์ "เสี่ยวหาง ทำไรอยู่? ได้ยินพ่อบอกว่างานฝึกงานที่แล้วทำไม่ถึงเดือนก็มีเรื่องกับหัวหน้าเหรอ"
เสียงปลายสายของหลี่หางดูจอแจ สงสัยจะอยู่ริมถนน
หลี่หางตอบกลับอย่างหัวเสีย "พี่! ไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อย ไอ้หัวหน้าเวรนั่นมันงี่เง่า โยนขี้ให้ผมชัดๆ แถมยังหักเงินค่าฝึกงานผมอีก ไม่ซัดหน้ามันก็บุญโขแล้ว"
หลี่อวี่ได้ยินคำตอบห่ามๆ ของน้องชายก็เลยพูดว่า "งั้นแกกลับมาบ้านเถอะ พี่มีโปรเจกต์ทำที่บ้าน มาช่วยพี่หน่อย"
พอหลี่หางได้ยิน หูผึ่งทันที ตั้งแต่เด็กหลี่หางซนเป็นลิง แต่เพราะเด็กกว่าหลี่อวี่ 2 ปี เลยโดนพี่ชายอัดน่วมประจำ
ถึงจะโดนซ้อมจนโต แต่สองพี่น้องรักกันมาก พอโตขึ้นหลี่อวี่เริ่มสุขุมขึ้น แต่หลี่หางยังใจร้อนวู่วามเหมือนเดิม ข้างนอกนั่นก็มีเรื่องชกต่อยกับชาวบ้านไปทั่ว
"ได้ดิพี่ เดี๋ยวผมจองตั๋วกลับเลย" หลี่หางรับคำทันทีโดยไม่ถามสักคำว่าจะให้ทำอะไร ในใจเขาเชื่อว่าพี่ชายไม่มีทางพาเขาไปลำบากแน่
วางสายจากน้องชาย หลี่อวี่ครุ่นคิด เดิมทีอยากจะให้ หลี่หยวน กลับมาด้วย แต่ตอนนี้ฐานทัพยังสร้างไม่เสร็จ เลยแค่โทรไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
หลี่หยวนตอนนี้เรียนแพทย์แผนจีนอยู่ปี 2 ที่มหาวิทยาลัยในเมืองเอกของมณฑลข้างๆ หลี่อวี่กำชับว่าวันชาติจีนต้องกลับมาบ้านให้ได้นะ
หลี่หยวนรับปาก ตั้งแต่เด็กเธอเชื่อฟังพี่ใหญ่มาก ต่างกับพี่รองอย่างสิ้นเชิง เธอไม่เคยโดนพี่ใหญ่อัดเลยสักครั้ง
แต่นิสัยเธอก็คนละขั้วกับหลี่หาง หลี่หางใจกล้าบ้าบิ่น มุทะลุดุดัน ส่วนหลี่หยวนขี้กลัว อ่อนโยน นิสัยนุ่มนวลเหมือนสายน้ำ
หลังจากสั่งเสียเรียบร้อย หลี่อวี่ก็เริ่มวางแผนกว้านซื้อเสบียงและสิ่งของเข้าสู่ตารางงาน

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 4 กู้เงิน 20 ล้าน

ตอนถัดไป