บทที่ 8 ซอมบี้ระบาด!

บทที่ 8 ซอมบี้ระบาด!
หลี่อวี่รับสายด้วยความงัวเงีย แต่พอได้ยินสิ่งที่ลุงใหญ่พูด ความง่วงก็หายเป็นปลิดทิ้ง เขาตื่นเต็มตาพร้อมอุทานในใจ “หรือว่ามันเกิดก่อนกำหนด?”
ลุงใหญ่ที่กำลังขับรถอยู่ไม่ได้ยินสิ่งที่หลี่อวี่พูด จึงถามย้ำ
"ว่าไงนะ? ไม่ได้ยินเลย เอาเป็นว่าหลานออกรถเดี๋ยวนี้ พรุ่งนี้มะรืนนี้ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นอีก!"
เสียงในสายจอแจวุ่นวาย มีแต่เสียงไซเรนรถตำรวจดังระงม
หลี่อวี่ตั้งสติได้ รีบตอบลุงกลับไป
"ให้เสี่ยวลู่กับป้าสะใภ้เก็บของรอเลยครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้"
"ดี! งั้นแค่นี้ก่อน"
ลุงพูดจบเหมือนจะหันไปสั่งลูกทีมข้างๆ
"ชุดป้องกันพร้อมแล้วใช่ไหม?"
หลี่อวี่รีบพูดแทรกก่อนวางสาย
"ลุงใหญ่! เรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล ลุงระวังตัวด้วยนะ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไร ให้รีบหนีมาที่ฟาร์มท่องเที่ยวของผมทันที"
"ตกลง!"
ลุงใหญ่วางสายไปแล้ว
หลี่อวี่กระโดดลงจากเตียง ล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็ว แล้วไปปลุกน้องชาย ลากตัวให้ไปข้างนอกด้วยกัน
หลี่หางกำลังหลับฝันหวาน พอถูกปลุกกระทันหันก็งอแงไม่พอใจ
แต่หลี่อวี่ไม่สน ลากตัวน้องชายให้วิ่งตามออกมาทันที
"เดี๋ยวพี่! ขอใส่รองเท้าก่อน จะไปไหนเนี่ย? ดึกดื่นป่านนี้"
หลี่หางบ่นอุบ
"เดี๋ยวค่อยบอก ไปเอารถมาคนละคัน"
หลี่อวี่รอจนน้องใส่รองเท้าเสร็จก็เดินนำออกไป
เดินไปได้ครึ่งทาง หลี่อวี่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาแวะลงไปที่โกดัง ไขกุญแจหยิบ มีดสปาร์ตา ออกมาสองเล่ม ใช้ผ้าห่อลวกๆ แล้วถือติดมือมาด้วย
เมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่ หลี่อวี่กับหลี่หางช่วยกันออกแรงคนละฝั่งเพื่อเปิดประตูเหล็กกล้าความสูง 8 เมตร ตอนแรกคนในครอบครัวไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหลี่อวี่ต้องทำประตูหนาเตอะขนาดนี้
ถึงมันจะดูปลอดภัยสุดๆ แต่มันหนาและหนักจนเปิดยากชิบหาย
หลังจากเปิดประตูได้ หลี่อวี่เดินไปที่รถพร้อมกับอธิบายให้น้องชายฟัง
"ลุงใหญ่เพิ่งโทรมาบอกว่า มีหมู่บ้านในอำเภอเราเกิดเรื่องผิดปกติ คนทั้งหมู่บ้านติดไวรัส สภาพเหมือนซอมบี้ อีกไม่กี่วันเขาคงปิดถนน เราต้องรีบไปรับป้าสะใภ้มาเดี๋ยวนี้"
หลี่หางฟังแล้วชะงัก
"ฮะ? ไวรัสอะไร? แล้วเกี่ยวกับไอ้อากาศบ้าๆ สองสามวันนี้ไหม?"
"พี่ก็ไม่รู้ ไปกันก่อนเถอะ อีกตั้งไกลกว่าจะถึง"
ทั้งสองขับรถพุ่งทะยานออกไป หลี่อวี่เหลือบมองนาฬิกา
21 พฤศจิกายน เวลา 03:00 น.
บนทางหลวงแห่งชาติ ท้องฟ้ามืดสนิทไร้แสงดาว รถราบนถนนแทบไม่มี
ตลอดทางที่ผ่านมา เห็นรถสวนมาแค่นับคันได้
จนกระทั่งใกล้ถึงตัวอำเภอ รถถึงเริ่มหนาตาขึ้น
ทันใดนั้น หลี่อวี่ก็ได้ยินเสียงกระหึ่มดังสนั่น
เขามองผ่านกระจกรถออกไป เห็นเฮลิคอปเตอร์สองลำบินโฉบผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เกิดอะไรขึ้น? ถึงขั้นใช้เฮลิคอปเตอร์เลยเหรอ อำเภอเล็กๆ แค่นี้เนี่ยนะ?
หลี่อวี่ใจหายวาบ หรือว่าเหตุการณ์มันเกิดก่อนกำหนดจริงๆ?
ไม่สิ... เขาฉุกคิดขึ้นได้ ชาติที่แล้วตอนอยู่เมืองเซี่ยงไฮ้ เขาขลุกอยู่แต่ในห้องเช่า แทบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่าโลกภายนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง
นั่นหมายความว่า มันไม่ได้เกิดก่อนกำหนด และไม่ได้เริ่มวันที่ 25 พฤศจิกายนเป๊ะๆ
ความจริงคือซอมบี้มันโผล่ออกมาตั้งนานแล้ว แค่เขาไม่รู้ข่าวเท่านั้นเอง
จนกระทั่งฝนใหญ่ตกในวันที่ 25 สถานการณ์ถึงบานปลายจนคุมไม่อยู่ เพราะไวรัสซอมบี้แพร่กระจายเร็วมาก ใครโดนกัด แค่สามนาทีก็กลายร่างแล้ว
รถยังคงซิ่งด้วยความเร็วสูง...
ขณะขับผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ประตูกระจกของร้านแตกละเอียด มีรอยเลือดสาดกระเซ็น บนพื้นมีร่างคนสองร่างนอนแน่นิ่งอยู่
รถตำรวจจอดอยู่หนึ่งคัน ชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ และเริ่มซุบซิบวิจารณ์
"เชี่ยไรวะ เกิดไรขึ้น มีคนตายเหรอ?"
"ได้ยินว่ามีสองคนพยายามจะเข้าไปปล้นของ พังประตูเข้าไป..."
"เฮ้ย ฉันได้ยินมาว่าไอ้หวังข้างบ้านเป็นชู้แล้วโดนผัวเขาจับได้..."
"ขยับแล้ว! เฮ้ย มันขยับแล้ว! ผีหลอก!"
ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นเมื่อครู่ค่อยๆ ขยับตัว แล้วลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางบิดเบี้ยวผิดมนุษย์ แขนสองข้างห้อยตกลงข้างลำตัว ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา
นั่นมันใบหน้าแบบไหนกัน!
เลือดเนื้อเละเทะเต็มหน้า ลูกตาข้างหนึ่งหลุดออกมาห้อยต่องแต่งแกว่งไปมากลางอากาศ
ที่แขนมีรอยเหมือนถูกกัดเนื้อหายไปเป็นก้อน ตามตัวมีจุดด่างดำสลับขาวน่าสยดสยอง
ร่างข้างๆ อีกร่างหนึ่งก็ลุกขึ้นมาเช่นกัน
ฝูงชนที่มุงดูถอยกรูดไปข้างหลัง เสียงอื้ออึงเมื่อครู่เงียบกริบลงทันที
"ถอยไป! รีบถอยออกไป!"
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามนายที่เพิ่งลงจากรถตะโกนสั่ง
สิ้นเสียง ซอมบี้สองตัวนั้นก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ฝูงชนทันที
ชาวบ้านแตกฮือวิ่งหนีตายกันอลหม่าน
แต่มีคุณลุงคนหนึ่งอายุมากแล้ว วิ่งหนีไม่ทัน ถูกซอมบี้ตัวหนึ่งตามทัน
กร๊อบ!
ซอมบี้กัดเข้าที่ลำคอของลุงเต็มเขี้ยว
พรูด! เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมา
คนที่วิ่งหนีไปพลางหันกลับมามอง ต่างเห็นภาพสยองขวัญนี้คาตา ความเร็ในการวิ่งหนีจึงเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
ตำรวจสามนายรีบวิ่งไล่ตามไป แต่ยังไม่ทันได้ดูอาการลุงที่ถูกกัด ซอมบี้ก็หันขวับพุ่งเข้าใส่ตำรวจแทน
"เชี่ยไรวะนั่น!?"
หลี่หางเห็นภาพนั้นเต็มสองตา ตะโกนลั่นรถ สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
หลี่อวี่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเช่นกัน เขาลดกระจกลงแล้วตะโกนบอกรถของน้องชาย
"รีบไป! ไปรับป้าสะใภ้ก่อน!"
หัวใจหลี่อวี่เต้นรัว ไม่รู้ว่านี่เป็นแค่เหตุการณ์เฉพาะจุด หรือมันระบาดไปทั่วแล้ว ตอนนี้ต้องเร่งความเร็วให้ถึงที่สุด
ขอให้ป้าสะใภ้ปลอดภัยด้วยเถอะ
เขาโทรหาป้าสะใภ้ แต่สัญญาณมือถือกลับเหลือแค่ขีดเดียว
ตู้ด... ตู้ด ตู้ด...
รอสายจนเกือบจะตัด ถึงจะมีคนรับ
หลี่อวี่รีบบอกให้ป้าสะใภ้เก็บของ เขาจะถึงแล้ว...
ยังไม่ทันได้บอกว่าให้รอในบ้าน ห้ามลงมาข้างล่าง สายก็ตัดไปเสียก่อน
โทรกลับไปอีกที ก็ไม่ติดแล้ว หยิบมือถือมาดู สัญญาณขีดสุดท้ายหายวับไปแล้ว
หัวใจหลี่อวี่ดิ่งวูบ เขาเหยียบคันเร่งมิดไมล์
บ้านป้าสะใภ้อยู่ในย่านเมืองเก่า ข้างๆ มีโรงเรียนอนุบาล เลี้ยวโค้งข้างหน้าก็ถึงแล้ว
ขณะที่รถใกล้ถึงจุดหมาย หลี่อวี่คิดในใจ
ระบาดก่อนกำหนดจริงๆ ด้วย ต้องรีบแล้ว ขืนชักช้าให้มันลามไปทั่ว ได้ซวยกันหมดแน่
เมื่อทั้งสองคนมาถึงใต้หอพักป้าสะใภ้ ยังไม่ทันจอดรถสนิท ก็เห็นป้าสะใภ้กับน้องเสี่ยวลู่ยืนรออยู่ข้างล่างแล้ว
ข้างตัวมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบเล็กกองรวมกันกว่าสิบใบ
พอป้าสะใภ้เห็นหลี่อวี่ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นดีใจ รีบโบกมือเรียก
"เสี่ยวอวี่! ทางนี้"
หลี่อวี่เห็นทั้งสองคนปลอดภัยดีก็ถอนหายใจโล่งอก
พอจอดรถ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบลงไปขนของพร้อมสั่ง
"รีบขึ้นรถครับ!"
ป้าสะใภ้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของหลานชาย แล้วหันไปเห็นหลี่หางที่ทำหน้าเหม่อลอยเหมือนคนสติหลุดหลังจากไปเจอเรื่องช็อกโลกมา
เธอกำลังจะอ้าปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลี่อวี่ชิงพูดตัดบทอย่างรวดเร็ว
"อย่าเพิ่งถาม ขนของขึ้นรถก่อน เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง"
"ไอ้หาง! เลิกเหม่อได้แล้ว! เร็วเข้า!"
หลี่อวี่หันไปตวาดน้องชายเสียงดัง
"อ๊ะ... อ้อๆ ได้ๆ"
หลี่หางสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงคำรามของพี่ชาย
เขารีบลงจากรถ ช่วยโยนสัมภาระขึ้นรถอย่างรวดเร็ว
ใช้เวลาไม่ถึง 5 วินาที
"ป้าครับ น้องเล็ก นั่งรถผมนะ"
หลี่อวี่มองหลี่หางด้วยความเป็นห่วง แล้วเดินไปตบไหล่น้องชาย
"ไอ้หาง รีบไป ขับตามตูดพี่มา อย่าสติหลุดอีก!"
พูดจบ เขาหยิบมีดที่เตรียมมาตอนขาออก ยื่นให้น้องชายไปหนึ่งเล่ม

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 8 ซอมบี้ระบาด!

ตอนถัดไป