บทที่ 47 กลับฐาน
บทที่ 47 กลับฐาน
หลี่อวี่เดินสำรวจห้องต่างๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ห้องด้านในสุด
ห้องนี้เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แต่น่าเสียดายที่มีอาหารอยู่น้อยมาก มีข้าวสารเพียงแค่กระสอบครึ่ง ขนมปัง และเศษอาหารอีกเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าพวกมันจะขาดแคลนอาหารจริงๆ แต่กลับมีเหล้าที่ยังไม่ได้เปิดอีกหลายลัง เมื่อเหลือบไปเห็นบุหรี่หรูยี่ห้อ 'ฮวาจื่อ' อีกหลายคอตตอนในตู้ หลี่อวี่ก็ไม่รอช้ากวาดลงกระเป๋าเป้ทันที เพราะของพวกนี้คือสินค้าหายากในวันสิ้นโลก
หลังจากตรวจดูอีกรอบและไม่พบของมีค่าอื่น หลี่อวี่ก็เดินออกจากห้อง
ที่พื้นด้านนอก ร่างของโจวเซิงเละเทะจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ตายสนิทแบบไม่ต้องสืบ
ผู้หญิงหลายคนนั่งร้องไห้อยู่บนพื้น มีคนหนึ่งดูเหมือนจะสติหลุดไปแล้ว
ทันใดนั้น หญิงสาววัยประมาณ 20 กว่าปี หน้าตาสะสวยในชุดพนักงานออฟฟิศ เดินเข้ามาหาหลี่อวี่ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย "ขอบคุณนะคะที่ช่วยพวกเราไว้"
พูดจบ เธอก็ก้มหัวโค้งคำนับให้กลุ่มหลี่อวี่อย่างซาบซึ้ง
ผู้หญิงคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังก็ทยอยลุกขึ้นกล่าวขอบคุณเช่นกัน
หลี่อวี่เห็นดังนั้นก็อยากจะพูดปลอบใจ แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าเปล่าประโยชน์
เขาจึงชี้ไปที่ห้องด้านในสุดแล้วพูดว่า "พวกเรายังมีธุระต้องไปทำต่อ อาหารนั่น... ยกให้พวกคุณ"
อีกด้านหนึ่ง หญิงสาววัยรุ่นตอนปลายที่ดูเหมือนแม่บ้านยังสาว รูปร่างเย้ายวน เดินเข้ามาใกล้หลี่อวี่ "พี่ชาย... ฉันดูออกนะว่าพี่เป็นคนดี ฉันไม่มีที่ไปแล้ว พี่ช่วยพาฉันไปด้วยได้ไหม?"
ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยคำวิงวอน แม้ผมเผ้าจะยุ่งเหยิง แต่ก็ไม่อาจบดบังความงามบนใบหน้าได้
สิ้นเสียงเธอ ผู้หญิงหลายคนที่นั่งร้องไห้อยู่เมื่อครู่เหมือนได้สติ รีบลุกฮือกันเข้ามาขอร้องให้หลี่อวี่พาพวกเธอไปด้วย
หลี่อวี่ตอบกลับทันทีโดยไม่ลังเล "ขอโทษด้วย ฉันพาพวกคุณไปไม่ได้ แต่อาหารพวกนั้นยกให้พวกคุณได้!"
พูดจบ เขาก็หันไปบอกหลี่เถี่ยและคนอื่นๆ "เตรียมตัวกลับกันเถอะ ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวจะมืดซะก่อน"
"ได้ครับ" หลี่เถี่ยรับคำ
ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเดิน แม่บ้านสาวคนนั้นก็พุ่งมายืนขวางประตูไว้ "ไม่ได้นะ! คุณจะทิ้งเราไปแบบนี้ไม่ได้ ข้างนอกมีแต่ซอมบี้ พวกเราเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ จะอยู่กันยังไง?"
หลี่อวี่เริ่มรู้สึกรำคาญและปวดหัวตึบ
เขาเบือนหน้าหนี ไม่อยากเสวนาด้วย
แม่บ้านสาวเห็นท่าทีนั้นก็นึกว่าเขาใจอ่อน บวกกับเห็นหลี่อวี่อายุยังน้อยแค่อายุยี่สิบต้นๆ เธอจึงขยับตัวเข้าไปเบียดกระแซะ แต่ยังไม่ทันจะได้สัมผัสตัวหลี่อวี่...
ปัง!
หลี่อวี่ใช้มือข้างเดียวผลักเธอออกไป ร่างบางปลิวล้มลงไปกองกับพื้นราวกับปุยนุ่น
ใบหน้างามเงยขึ้นมองหลี่อวี่ด้วยความน้อยใจและไม่อยากจะเชื่อ
หนึ่งวินาที...
สองวินาที...
สามวินาที...
เมื่อตั้งสติได้ แม่บ้านสาวก็รู้สึกเหมือนโดนหยามศักดิ์ศรี กลายร่างเป็นนางเสือร้ายในพริบตา ตะโกนด่ากราด "ไอ้บ้าเอ๊ย! เป็นผู้ชายภาษาอะไร ไร้อารมณ์ชะมัด! ช่วยคนก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดสิ ส่งพระก็ต้องส่งให้ถึงวัด ทิ้งกันแบบนี้สู้ไม่ช่วยแต่แรกยังดีกว่า... ฮือๆๆ... พวกแกมันไม่ใช่คนดี!"
หลี่อวี่หน้าตึงด้วยความหงุดหงิด คิดในใจ... ทำไมต้องมาเจอผู้หญิงแบบนี้ด้วยวะ จะเกาะแกะไม่เลิกเลยรึไง?
จะมาเล่นบทศีลธรรมค้ำคออีกแล้วเหรอ?
นิ้วที่ไกปืนเริ่มกระตุกยิกๆ
ทันใดนั้น ผู้หญิงอีกคนที่นั่งเงียบอยู่บนพื้นก็ลุกขึ้น
เธอเดินดุ่มๆ เข้าไปหาแม่บ้านสาวคนนั้น ง้างมือขวาขึ้น แล้วตบฉาดเข้าให้เต็มแรง!
เพียะ!
ใบหน้าขาวผ่องของแม่บ้านสาวปรากฏรอยนิ้วมือแดงเถือก
เธอกำลังจะอ้าปากด่าสวน แต่พอเห็นว่าเป็นใคร เธอก็หุบปากฉับเหมือนลูกบอลแฟบ ไม่กล้าหือแม้แต่คำเดียว
ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆ เดินมาหาหลี่อวี่ ตามเนื้อตัวเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แขนมีรอยถูกเฆี่ยนตี มุมปากยังมีคราบเลือดติดอยู่
เมื่อเดินเข้ามาใกล้ แววตาเย็นชาของเธอดูอ่อนลงเล็กน้อย แต่บรรยากาศรอบตัวยังคงยะเยือก
เธอพูดช้าๆ ว่า "ฉันชื่อซ่งหมิ่น เมื่อก่อนเปิดร้านเสริมสวย ขอบคุณที่ช่วยพวกเราไว้ บุญคุณนี้... ฉันจะจดจำไว้"
พูดจบ เธอก็หันหลังกลับ
ก้มลงหยิบกริชเล่มหนึ่งจากพื้น แล้วเดินกลับไปที่ศพของโจวเซิง...
ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเศษเนื้อเละเทะไปแล้ว
เธอเริ่มลงมือกรีดเฉือนศพนั้นอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น ราวกับเครื่องจักรไร้ความรู้สึก
ไม่มีกลิ่นอายความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ในการกระทำนั้น...
ภาพตรงหน้าช่างสยดสยอง
แม้แต่คนผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างหยางเทียนหลงเห็นแล้วยังขนลุก
เด็กสาวสี่ห้าคนที่ดูเหมือนจะรู้จักซ่งหมิ่น พยายามจะเข้าไปห้าม แต่ซ่งหมิ่นในตอนนี้เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภวังค์ความแค้น
ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ในที่สุด เด็กสาวคนหนึ่งก็รวบรวมความกล้าพูดขึ้น "เจ๊ซ่ง... ไอ้โจวเซิงมันตายแล้วนะเจ๊... แล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อดี?"
"เจ๊ต้องเข้มแข็งไว้นะ!"
"ใช่ๆ ไอ้สัตว์นรกโจวเซิงมันตายแล้ว เมื่อก่อนพวกเราก็ติดตามเจ๊ ตอนนี้... พวกเราก็จะขอตามเจ๊เหมือนเดิม"
หลี่เถี่ยและคนอื่นๆ มองภาพนั้นด้วยความสะเทือนใจ เหมือนมีเข็มน้ำแข็งทิ่มแทงหัวใจ
เด็กสาวหน้าตาดีพวกนี้... ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายเพราะไอ้พวกสารเลว...
พวกเขาได้เรียนรู้ถึงความต่ำทรามของสันดานมนุษย์ในวันสิ้นโลกเพิ่มขึ้นอีกขั้น
หลี่อวี่มองดูท้องฟ้า... ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า
แสงสุดท้ายของวันสาดส่องผ่านกระจกเข้ามาในชั้น 12 เป็นสีแดงฉาน
ช่างเข้ากับบรรยากาศเลือดสาดในห้องนี้เหลือเกิน
ศพเกลื่อนพื้น ผนังสีขาวที่เคยสะอาดบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยรอยเลือดสาดกระเซ็น
ผู้หญิงนับสิบชีวิตที่มีใบหน้าเศร้าหมอง...
บ้างก็นั่งเหม่อลอยไม่รู้จะทำอะไรต่อ... บ้างก็ยังขวัญเสียไม่หาย...
บ้างก็มองมาที่กลุ่มหลี่อวี่ด้วยสายตาเว้าวอน...
หลี่อวี่กระชับปืนในมือ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ "อาหาร... ฉันไม่เอา อยู่ในห้องด้านในสุด"
"อาวุธ... ฉันก็ไม่เอา มีดที่พื้น พวกคุณเก็บไว้ป้องกันตัวได้"
"ฉันต้องไปแล้ว หวังว่าพวกคุณจะมีชีวิตรอดต่อไป รักษาตัวด้วย!"
พูดจบ หลี่อวี่ก็เดินออกจากห้องไปทันที
หยางเทียนหลงเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ยืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาทำท่ากระฟัดกระเฟียดมองตามหลังหลี่อวี่ไปอย่างร้อนใจ
จ้าวต้าเพ่าตบไหล่หยางเทียนหลงเตือนสติ "ไปกันเถอะ! พี่อวี่ทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว"
หยางเทียนหลงชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยอมเดินตามออกไป
ซ่งหมิ่นที่กำลังง่วนกับการเฉือนศพ เหมือนจะรับรู้ได้ถึงการจากไปของพวกเขา มือที่ถือมีดชะงักกึก เธอมองดูแสงสะท้อนบนพื้นแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย
เมื่อลงมาถึงข้างล่าง พวกเขามองดูแสงตะวันที่กำลังจะหมดลง คาดว่าอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงฟ้าคงมืดสนิท
เมื่อความมืดเข้าครอบงำ ซอมบี้จะตื่นตัวถึงขีดสุด
ทั้งปฏิกิริยาตอบสนองและความดุร้ายจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ
หลี่อวี่ไม่คิดจะค้างคืนในตัวอำเภอ เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่ซอมบี้... แต่ยังมี คน!
จิตมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง
ในความมืดที่ไร้แสงไฟ อะไรก็เกิดขึ้นได้
เขาไม่กล้าไว้ใจใคร แม้กระทั่งคนที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตไว้เมื่อกี้ เขาก็ยังไม่วางใจ
รีบขึ้นรถ มุ่งหน้าสู่ชานเมือง!
หลี่อวี่นั่งเงียบอยู่ที่เบาะข้างคนขับ สายตาจ้องมองข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งตรงข้าม
ฟ้ามืดเร็วขึ้นทุกที
เวลาบีบคั้นเข้ามาเรื่อยๆ ต่อให้เหยียบมิดไมล์ก็ต้องใช้เวลาอีกยี่สิบกว่านาที
พวกเขาต้องกลับให้ถึงฐานทัพก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกสิ่ง
ไม่อย่างนั้น... ถ้าโดนซอมบี้ล้อมล่ะก็ งานเข้าแน่!