บทที่ 69 การสอบสวน
บทที่ 69 การสอบสวน
หลี่อวี้สือเห็นว่าขนย้ายปูนซีเมนต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงดึงตัวหลี่อวี่มาพูดด้วย
"พวกเราชาวนาเป็นคนซื่อสัตย์ จะไปเอาเปรียบเขาไม่ได้นะ เดี๋ยวเอาของไปให้พวกเขาหน่อยเถอะ"
หลี่อวี่เอามือกุมขมับ ปู่ก็เป็นคนใจดีมีเมตตาแบบนี้เสมอ ยอมเสียเปรียบแต่ไม่ยอมเอาของใครฟรีๆ
แต่ตอนนี้มันคือวันสิ้นโลก เขาจึงพูดกับปู่ว่า
"ปู่ครับ ตอนนี้สถานการณ์มันเป็นยังไงปู่ก็เห็น คนพวกนี้ไม่ใช่คนดีนะครับ"
ปู่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง
"ถึงจะเป็นวันสิ้นโลก แต่เราต้องรักษาคุณธรรมไว้ ที่ผ่านมาแกทำได้ดีแล้ว ถ้าใครมารังแกเรา เราสวนกลับได้ แต่ห้ามฆ่าคนบริสุทธิ์"
"คนที่มีความผิด ฆ่าทิ้งก็คือฆ่า แต่ถ้าฆ่าคนบริสุทธิ์ จิตใจคนจะเปลี่ยน พอใจคนเปลี่ยน ค่านิยมของคนในครอบครัวก็จะเปลี่ยนตาม ถึงตอนนั้นแกจะคุมทีมลำบาก!"
ใบหน้าซื่อๆ ของหลี่อวี้สือค่อยๆ ถ่ายทอดความคิดของแกออกมา
หลี่อวี่มองปู่ด้วยความประหลาดใจ เขาเคยคิดว่าปู่เป็นแค่คนแก่ใจดี แต่สิ่งที่ปู่เพิ่งพูดมานั้นมีเหตุผลไม่น้อย
จิตใจคนยากหยั่งถึง แต่จิตใจคนในครอบครัวต้องรักษาไว้ให้มั่น
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงอธิบายกลับไป
"คนงานพาร์ทไทม์ไม่กี่คนนั้น เป็นคนตำบลเดียวกับเราครับ"
"พวกเขาถูกไอ้ผู้จัดการโจวขังไว้ในห้องเล็กๆ มันเลี้ยงไข้คนพวกนี้ไว้เป็น 'เสบียงสำรอง' ถ้าอาหารหมดเมื่อไหร่ คนพวกนี้ก็คืออาหารของมัน"
"อีกเรื่องคือ ไอ้โจวมันขังเถ้าแก่ฮวาเจ้าของโรงงานไว้ข้างนอก จนสุดท้ายเถ้าแก่ฮวาที่เป็นคนดีต้องถูกซอมบี้กัดตายยกครัว"
"และสุดท้าย ตอนแรกผมกะจะเอาบะหมี่แลกปูนกับมันดีๆ แต่มันตกลงแล้วกลับคำ จะขอขึ้นราคาหน้าด้านๆ"
หลี่อวี่มองปู่ที่เริ่มเงียบไป
เขาหันไปมองกลุ่มผู้จัดการโจวแล้วพูดเสียงเย็น
"ถ้าพวกเราคนไม่เยอะ และไม่มีอาวุธ ป่านนี้พวกมันคงปล้นเราไปแล้ว"
"ยุคนี้ ถ้ามีปืนอยู่ในมือ คนอื่นถึงจะทำร้ายเราไม่ได้ ตอนนี้คนจำนวนมาก... แทบไม่ต่างอะไรกับซอมบี้หรอกครับ"
หลี่อวี้สือนั่งฟังหลานชายเงียบๆ มองดูใบหน้าอันเด็ดเดี่ยวของหลานรัก
แววตาของชายชราเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง สุดท้ายก็เผยความเหนื่อยล้าออกมา
แกพูดช้าๆ ว่า
"งั้น... ก็ทำตามที่แกเห็นสมควรเถอะ ปู่แก่แล้ว การตัดสินใจอะไรตอนนี้ ต้องให้พวกแกคนหนุ่มสาวจัดการ ความเด็ดขาดถึงจะพาครอบครัวเรารอดไปได้ในวันสิ้นโลกนี้"
พูดจบ ปู่ก็ไม่พูดอะไรอีก เดินกลับขึ้นไปบนรถหุ้มเกราะทันที
ทีมต้องการความยุติธรรม และต้องการความคิดเห็นของทุกคน
แต่ในช่วงเวลาวิกฤต ความสามัคคีภายในสำคัญที่สุด
และทีม... ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ต้องการเสียงสั่งการเพียงเสียงเดียว
เสียงนั้น คือเสียงของหลี่อวี่
บางครั้งถ้ามีเสียงแตกมากเกินไป จะตัดสินใจอะไรไม่ได้ ทำอะไรไม่สำเร็จ
และมักจะพาให้ทุกคนพังพินาศ
เรื่องนี้พ่อหลี่หงหยวน ลุงใหญ่ อาสอง และปู่ ต่างรู้ดี
เพราะพวกเขารู้ว่าทุกการตัดสินใจของหลี่อวี่ ทำเพื่อครอบครัว เพื่อให้ฐานทัพอยู่รอดปลอดภัยในนรกบนดินแห่งนี้
ดังนั้น ต่อให้หลี่อวี่ทำเรื่องที่เกินกว่าพวกเขาจะจินตนาการ หรือรับไม่ได้บ้าง พวกเขาก็จะสนับสนุนอย่างสุดกำลัง
หลี่อวี่มองแผ่นหลังของปู่ ในใจรู้สึกวูบไหวเล็กน้อย แต่ไม่กี่วินาทีก็ปรับอารมณ์ได้
เขาหันไปมองกลุ่มผู้จัดการโจวด้วยสายตาอันตราย
ผู้จัดการโจวเห็นท่าทีนั้นก็ขนลุกซู่ พูดตะกุกตะกักว่า
"เถ้าแก่น้อยหลี่... ปูนพวกนี้... ขนเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ..."
หลี่อวี่ไม่ตอบ เหลือบมองทุกคนที่ขึ้นรถไปแล้ว เขาครุ่นคิดว่าจะฆ่าพวกมันต่อหน้าทุกคนดีไหม
มีทั้งผู้หญิงและคนแก่ ภาพความรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจ
สำหรับพวกรุ่นใหม่อย่างหลี่ฮ่าวหรานคงไม่เป็นไร เพราะเคยผ่านเหตุการณ์ฆ่าล้างบางกลุ่มเลขาฯ หมู่บ้านมาแล้ว
แต่วันนี้มีบางคนมาด้วย เช่น อาสะใภ้สาม กับปู่ ที่ยังไม่เคยเห็นฉากฆ่าแกงกันสดๆ
ไม่รู้ว่าจะรับได้ไหม
หลี่อวี่เงยหน้ามองคนงานพาร์ทไทม์ที่นั่งอยู่บนรถบรรทุก
แม้จะขึ้นรถแล้ว แต่พวกเขายังคงมองพวกผู้จัดการโจวด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
เขาหันไปมองข้างทาง เห็นซากซอมบี้ที่เพิ่งถูกฆ่าตอนขามา หนึ่งในนั้นเป็นซอมบี้เด็ก... ลูกสาวของเถ้าแก่ฮวา
เหมือนในใจจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว
หลี่อวี่ปลดเซฟปืนกลมือ หันปากกระบอกไปทางกลุ่มผู้จัดการโจว
กลุ่มผู้จัดการโจวรู้ดีจากการปะทะคารมก่อนหน้านี้ว่าใครคือคนคุมเกม
จึงคอยจับตาดูหลี่อวี่ตลอดเวลา
พอเห็นหลี่อวี่ยกปืนขึ้นเล็ง พวกมันก็ขวัญหนีดีฝ่อ
ต่างพากันร้องขอชีวิตระงม
"เถ้าแก่น้อยหลี่! พวกเราขนของตามที่คุณบอกเสร็จแล้วนะ!"
"ใช่ๆๆ คุณจะฆ่าคนบริสุทธิ์ไม่ได้นะ!"
"ผมยังมีแม่แก่แปดสิบต้องเลี้ยงดู... มีลูกชายห้าขวบอีก... ฮือออ"
เสียงร้องโหยหวนทำให้ผู้หญิงในรถเริ่มทนไม่ไหว โดยเฉพาะอาสะใภ้ที่มีจิตใจอ่อนโยน พูดขึ้นว่า
"เสี่ยวอวี่... พวกเขา... นี่มัน..."
หลี่อวี่จ้องมองผู้จัดการโจวเขม็ง แล้วพูดเนิบๆ
"งั้นทำไม... แกถึงขังเถ้าแก่ฮวาไว้ข้างนอก?"
ผู้จัดการโจวหน้าซีดเผือด หันขวับไปมองกลุ่มคนงานพาร์ทไทม์ด้วยสายตาอาฆาต
คนงานกลุ่มนั้นก็ไม่ยอมแพ้ ตะโกนด่าประจานความชั่วช้าของพวกมันทันที
ท่ามกลางเสียงด่าทอของทั้งสองฝ่าย คนอื่นๆ ในทีมหลี่อวี่เริ่มเข้าใจกระจ่างแจ้งถึงวีรกรรมของพวกผู้จัดการโจว จึงพากันเงียบกริบ
อาสะใภ้สามก้มหน้าลง พูดเสียงอู้อี้
"ถือว่าเมื่อกี้อาไม่ได้พูดแล้วกัน"
การโต้เถียงยังดำเนินต่อไป
ปัง!
หลี่อวี่ยิงปืนขึ้นฟ้า แล้วถามแทรกขึ้นมาดื้อๆ
"ช่วงนี้พวกแกเคยไปอำเภอเซียง ข้างๆ บ้างไหม?"
ตอนนั้นจ้าวต้าเพ่ากลับไปบ้านเกิดที่อำเภอเซียง แต่พบว่าครอบครัวถูกคนอื่นฆ่าตายหมดแล้ว
เรื่องนี้จึงเป็นปมในใจของจ้าวต้าเพ่า เขาอยากล้างแค้นมาตลอด
หลี่อวี่เคยรับปากไว้ว่า ถ้ามีโอกาสจะช่วยตามหาศัตรูและล้างแค้นให้
พอเข้าเรื่องที่ตัวเองสนใจที่สุด จ้าวต้าเพ่าก็จ้องมองกลุ่มผู้จัดการโจวอย่างลุ้นระทึก
ที่ผ่านมา ไม่ว่าหลี่อวี่จะออกไปไหน ถ้าเจอคนแปลกหน้าก็จะถามข่าวคราวเกี่ยวกับอำเภอเซียง หรือถามว่ามีใครเคยไปแถวนั้นไหม
แต่ไม่เคยได้เบาะแสอะไรเลย
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ละความพยายาม เจอใครเป็นต้องถาม
เมื่อเห็นว่าหลี่อวี่ให้ความสำคัญกับเรื่องของตนขนาดนี้ จ้าวต้าเพ่าก็ยิ่งศรัทธาในฐานทัพแห่งนี้มากขึ้นไปอีก
ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะได้ข่าวอะไรที่มีประโยชน์ไหม
แต่ก็น่าผิดหวัง คนพวกนี้พากันส่ายหน้า
จ้าวต้าเพ่าเหมือนยังไม่ตัดใจ ถามย้ำอีก
"แล้วช่วงนี้เห็นคนอื่นบ้างไหม? มีใครไปแถวอำเภอข้างๆ บ้างหรือเปล่า?"
พวกผู้จัดการโจวส่ายหน้า
แถมยังพูดด้วยความสงสัย
"ไม่มีหรอกครับ สถานการณ์แบบนี้ ใครมันจะวิ่งพล่านไปทั่ว"
เมื่อเห็นว่ารีดข้อมูลอะไรไม่ได้แล้ว รังสีอำมหิตในแววตาของหลี่อวี่ก็พุ่งปรี๊ด
โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ เขาประทับปืนยิงทันที!
ปัง ปัง ปัง!
หลี่อวี่ยิงแบบนัดเดียวจอดเก็บไปได้หลายคน
ผู้จัดการโจวที่คอยสังเกตท่าทีของหลี่อวี่อยู่แล้ว มีปฏิกิริยาไวที่สุด ถึงจะอ้วนแต่ก็พริ้วไหว มันรีบวิ่งหนีไปทางโกดังทันที
ปัง!
จ้าวต้าเพ่าลั่นไก กระสุนเจาะเข้ากลางแสกหน้าของผู้จัดการโจวอย่างแม่นยำ
คนที่เหลือถูกเก็บเรียบในที่เกิดเหตุ
ด้านหลังพวกหลี่อวี่ เหล่าคนงานพาร์ทไทม์มองดูศพผู้จัดการโจวและพรรคพวก
สีหน้าสะใจราวกับได้ชำระแค้น มองหลี่อวี่ด้วยความซาบซึ้ง แต่ในแววตานั้นก็เต็มไปด้วย...
ความยำเกรง!
หลี่อวี่ฆ่าคนได้เด็ดขาดเกินไป ดูทรงแล้วคงไม่ใช่ครั้งแรก!
ทำเอาพวกเขาหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
สำหรับคนที่เพิ่งเคยเห็นหลี่อวี่ฆ่าคนครั้งแรกอย่างปู่ พอเห็นคนนอนจมกองเลือดก็รับไม่ค่อยได้ แต่สักพักเมื่อได้ฟังคำอธิบายจากหลี่ฮ่าวหรานและคนอื่นๆ ก็เริ่มทำใจได้
พวกเขา... ได้เข้าใจความโหดร้ายของวันสิ้นโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
นี่คือบทเรียนวิชา 'วันสิ้นโลก' ของจริงที่หลี่อวี่สอนให้พวกเขา