ตอนที่ 23 ไอ้เด็กบ้า
ในบ้านและห้องนอนของ จางอวี่ เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้สีชมพูหวานแหวว
เพื่อแลกกับการให้ฉันช่วยเก็บความลับ เราสองคนเลยเซ็นสัญญาตกลงกัน ว่าจะไม่แตะเนื้อต้องตัวกัน และจะไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของกันและกัน
ในตอนแรก อวี๋ เซียวเซียว ตอบตกลงด้วยความเต็มใจ
เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้คุณปู่จากไปอย่างสงบ แต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ชอบ จางอวี่ อยู่แล้ว แบบนี้ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
เพื่อปกปิดรสนิยมทางเพศของเขาต่อหน้าญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงาน จางอวี่ จึงใช้ อวี๋ เซียวเซียว เป็น ‘ฉากบังหน้า’ และขอให้เธอช่วยเล่นละครตบตาในโอกาสต่างๆ
ด้วยการยินยอมกลายๆ ของ อวี๋ เซียวเซียว จางอวี่ ก็เริ่มทำตัวตามใจชอบมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ อวี๋ เซียวเซียว ถึงได้รู้ความจริงว่าเขากลายเป็น ‘ไบเซ็กชวล’ ไปแล้ว
เพราะ จางอวี่ ดันไปแอบกินกับเพื่อนสนิทของเธอ
เมื่อ อวี๋ เซียวเซียว รู้เรื่องนี้เข้า เธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงเป็นเหตุให้เกิดการถอนหมั้นขึ้น
เจียงเฉิง ฟังเรื่องราวของ อวี๋ เซียวเซียว จบ ก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ... โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ มีเรื่องแปลกประหลาดให้เห็นได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ
เขาลูบผม อวี๋ เซียวเซียว เบาๆ เพื่อปลอบโยน: “นี่… คุณคงลำบากมากสินะ ที่ต้องมาเจอเรื่องบ้าบอพรรค์นี้”
“เจียงเฉิง…เธอไม่รังเกียจฉันจริงๆ ใช่ไหม? ฉันหมายถึง…เธอยินดีจะคงความสัมพันธ์แบบนี้กับฉัน?” อวี๋ เซียวเซียว เงยหน้ามองเขา
เมื่อเห็น เจียงเฉิง มองมาด้วยความประหลาดใจ เธอก็รีบอธิบาย: “อย่าเข้าใจผิดนะ... ฉันไม่ได้จะขอเป็นแฟนเธอ ฉันแค่อยากมีใครสักคนคอยอยู่ข้างๆ เป็นครั้งคราว เพราะยังไงฉันก็ไม่อยากแต่งงานอยู่แล้ว และเธอก็เป็นผู้ชาย …คนแรกของฉัน”
“ดังนั้น... เธอวางใจได้เลย ถ้าเราคบกัน ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเธอแน่นอน...”
ปกติ อวี๋ เซียวเซียว เป็นสาวเก่งมาดมั่นในที่ทำงาน แต่เธอก็เป็นผู้หญิงปกติที่มีความต้องการเหมือนคนทั่วไป
คุณปู่ของเธอเสียชีวิตไปห้าปีแล้ว… ในฐานะผู้หญิงยุคใหม่ เธอปรารถนาที่จะมีความรักในแบบของตัวเองมาก
ทั้งนี้… เจียงเฉิง เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ
แม้ว่าตอนนี้ความชอบที่เธอมีต่อ เจียงเฉิง อาจจะยังไม่ลึกซึ้งมากนัก
แต่เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์แบบนี้ มันสบายใจกว่าการคบกันแบบจริงจังเป็นร้อยเท่า
อวี๋ เซียวเซียว ที่ผิดหวังกับความสัมพันธ์ในครอบครัวและความรัก ตอนนี้เธอแค่อยากจะมีความรักแบบฉาบฉวย และบังเอิญว่าคนที่เธอเจอคือ เจียงเฉิง
เจียงเฉิง ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น
รังเกียจบ้าอะไรล่ะ!! ในโลกที่ผู้ชายต้องจ่ายสินสอดแพงระยับเพื่อขอเมีย แต่กลับมีของดีให้ ‘กินฟรี’ มาเสิร์ฟถึงที่แบบนี้
เขายังจะมีหน้าไปเรียกร้องอะไรได้อีกล่ะ?!!!
และเจียงเฉิง ก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังมี [การ์ดทะลุทะลวง] ที่ยังไม่ได้ใช้อยู่อีกหนึ่งใบ
มุมปากของเขากระตุกยิ้มขึ้นมาทันที
เดิมทีเขาเห็นว่าค่าความเป็นมิตรของ อวี๋ เซียวเซียว ไม่ได้สูงมาก เลยกะว่าจะไม่ใช้การ์ดใบนี้ แต่ตอนนี้ค่าความเป็นมิตรของเธอพุ่งไปเกือบ 90 แล้ว
เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวงามที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนขนาดนี้ ถ้าไม่ ‘ออกแรง’ สักสองสามพันที จะคู่ควรกับความไว้วางใจที่เธอมอบให้ได้อย่างไรเล่า…
เจียงเฉิง โอบกอด อวี๋ เซียวเซียว เข้ามาแนบกาย แล้วกระซิบข้างหูอย่างอบอุ่น: “ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด”
อวี๋ เซียวเซียว ได้ยินดังนั้น ก็จูบแก้ม เจียงเฉิง อย่างดีใจไปทีหนึ่ง: “อื้ม… เธอคงเหนื่อยแล้วเนอะ ไปทำสปากันก่อนเถอะ ที่นี่เขาดังมากเลยนะ ฉันก็เหนื่อยเหมือนกัน ไปผ่อนคลายกันหน่อยดีกว่า”
“ได้สิ”
เห็นสายตาเป็นประกายของ เจียงเฉิง อวี๋ เซียวเซียว ก็หน้าแดง แล้วรีบชิ่งหนีเข้าไปในห้องสปาหญิงที่จองไว้อย่างรวดเร็วราวกับหนูติดจั่น
สปาของโรงแรมอมันหยางหยุนแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นสปาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ค่าบริการชั่วโมงละ 3,000 หยวน
เจียงเฉิง จองคอร์สสปาไปสองชั่วโมงเต็ม เพราะวันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน ร่างกายเองก็ต้องผ่อนคลายให้เต็มที่เสียหน่อย
หลังจากแช่น้ำพุร้อนและทำสปาเสร็จ เจียงเฉิง ก็นอนแผ่อยู่บนเตียงไม้หนานมู่(1) ขนาดใหญ่ในห้องพักวิลล่า
ที่นอนนำเข้าสุดนุ่มทำให้ เจียงเฉิง เผลอหลับไปอย่างรวดเร็วหลังจากล้มตัวลงนอนได้ไม่นาน แถมยังหลับสบายอย่างบอกไม่ถูก
เจียงเฉิง ลืมตาตื่นขึ้นแล้วเลิกผ้าห่มออก
ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาคือใบหน้าสวยหวานหยาดเยิ้มดุจดอกท้อของ อวี๋ เซียวเซียว
เจียงเฉิง มองดู อวี๋ เซียวเซียว ที่นอนอวดโฉมอย่างเย้ายวนโดยธรรมชาติ แล้วความอดทนก็ขาดผึง
เขาคว้าตัว อวี๋ เซียวเซียว เข้ามากอด ความหอมนุ่มนิ่มเต็มอ้อมอกทันที
เจียงเฉิง ควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว ริมฝีปากประกบลงไปอย่างหนักหน่วง เขากดศีรษะของเธอไว้ แล้วเริ่มจูบอย่างลึกซึ้งราวกับจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
………………………………
หลังจากผ่าน ‘สงครามโลก’ (กิจกรรมเข้าจังหวะ) ยาวนานกว่าสองชั่วโมง
เจียงเฉิง ถอนหายใจอย่างสบายตัว ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องน้ำ มองดูตัวเองในกระจก แล้วเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา
ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาทันที
[ติ๊ง! ใช้ [การ์ดทะลุทะลวง] สำเร็จ]
[เนื่องจากระดับความพึงพอใจของอีกฝ่ายอยู่ที่ 100 คะแนน และความถี่ของโฮสต์อยู่ที่ 2,500 ครั้ง]
[คำนวณเสร็จสิ้น! รางวัลสำหรับโฮสต์คือ… 250,000,000 หยวน!]
เจียงเฉิง มองดูข้อความแจ้งเตือนแล้วยิ้มแก้มปริ โชคดีที่เมื่อกี้เขา ‘ขยันขันแข็ง’ เป็นพิเศษ ถึงได้ปิดดีลธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านนี้ได้สำเร็จ
สิบนาทีต่อมา เจียงเฉิง เดินออกมาจากห้องน้ำ ในตอนนี้ อวี๋ เซียวเซียว หมดแรงจนหลับไปแล้ว
เจียงเฉิง นั่งลงบนโซฟาข้างเตียง มองเห็นผ้าห่มที่คลุมร่างของเธอเลื่อนลงจนเผยให้เห็นไหล่ขาวเนียน
เส้นผมสีดำขลับดุจม่านน้ำตกแผ่สยายยุ่งเหยิงอยู่บนผิวขาวเนียนราวหิมะ เผยให้เห็นใบหน้าเล็กๆ ที่งดงามไร้ที่ติ
เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะก้มตัวลงแล้วจุมพิตลงไปที่ไหล่ขาวของเธออย่างอ่อนโยน
………………………………
ภายในห้องของวิลล่ามีพนักงานแม่บ้านสามคนกำลังทำความสะอาดและเปลี่ยนอุปกรณ์ของใช้ในห้องอาบน้ำ
ที่ข้างเตียงนอนใหญ่ มีหญิงสาววัยรุ่นกับหญิงวัยกลางคนอายุราวสามสิบกว่าๆ กำลังช่วยกันเปลี่ยนผ้าปูที่นอน
หญิงวัยกลางคนนั้นมองเห็นรอยยับย่นบนเตียงแล้วก็พูดว่า: “จุ๊ๆๆ วัยรุ่นสมัยนี้นี่แรงดีกันจริงๆ เลยนะ”
หญิงสาววัยรุ่นคนนั้นได้ยินแบบนั้นก็หน้าแดงก่ำ: “พี่จาง…เบาๆ หน่อยสิค่ะ เดี๋ยวแขกได้ยินไม่ดีเอานะ”
“กลัวอะไร อยู่ตั้งไกลขนาดนั้นไม่ได้ยินหรอก... เฮ้! เหล่าเฉิน เธอน่ะมาดูนี่สิ ตาแก่ที่บ้านเธอแรงดีแบบนี้ไหม? ฮ่าๆๆ” พี่จาง กวักมือเรียกหญิงวัยกลางคนอีกคนมาให้ดูด้วย
“ถ้าตาแก่ที่บ้านฉันแรงดีขนาดนี้ แถมยังหล่อกว่าดาราแบบพ่อหนุ่มคนนั้นนะ ฉันคงมีความสุขตายเลย ทั้งหล่อทั้งฟิต นึกแล้วก็อิจฉา”
เจียงเฉิง ที่มีประสาทการได้ยินเฉียบคมกว่าคนทั่วไป เขาย่อมได้ยินเสียงซุบซิบของทั้งสามคนในห้องนอนชัดแจ๋วทุกคำตั้งแต่แรกแล้ว
ในตอนนี้เขากำลังนั่งทานมื้อเที่ยงกับ อวี๋ เซียวเซียว ที่ห้องอาหาร
อวี๋ เซียวเซียว คีบ ‘อาหารทะเลดองซีอิ๊ว’ ใส่จานให้ เจียงเฉิง ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
“เจียงเฉิง ลองกินดูสิ รสชาติสดมาก ไม่คาวเลย แถมเนื้อยังหวานด้วย”
เจียงเฉิง อ้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างตั้งใจ ก่อนจะพูดว่า: “อืม... สดจริงๆ ด้วย”
อวี๋ เซียวเซียว ได้ยินคำพูดสองแง่สองง่าม หน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
เธอค้อนเจียงเฉิงด้วยสายตาแง่งอน: “คนบ้านี่…ฉันบอกเธอแล้วว่าอย่ากิน ก็ยังดื้อด้านจะกินอีก… แล้วดูพูดเข้า”
“พูดอะไรล่ะ ผมพูดจริงนะ”
อวี๋ เซียวเซียว ตีแขน เจียงเฉิง เบาๆ แก้เขิน: “อย่าพูดแบบนั้นสิ…คนอื่นยังอยู่นะ”
เจียงเฉิง ยิ้มแล้วบีบแก้ม อวี๋ เซียวเซียว เล่น ถ้าเธอรู้ว่าแม่บ้านข้างในกำลังวิจารณ์ผ้าปูที่นอนที่พวกเขาเพิ่งนอนกลิ้งเกลือกกันมา… เธอคงอายจนต้องลากเขาหนีออกจากโรงแรมแน่ๆ
หลังจากทานอาหารเสร็จ อวี๋ เซียวเซียว ที่เป็นเวิร์กกิ้งวูแมนตัวยง ตอนแรกกะว่าจะไปทำงานต่อ
แต่โดน เจียงเฉิง บังคับให้ลางานแล้วพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมต่อ
เจียงเฉิง ไถดูโมเมนต์ในแชทเห็นหัวหน้าห้อง หลี่ สวี่ตง กำลังโพสต์อวดของขวัญวันเกิดอายุครบ 18 ปีอยู่พอดี
เจียงเฉิง ตบเบาๆ ไปบนต้นขาขาวที่รัดด้วยถุงน่องดำของ อวี๋ เซียวเซียว
“เซียวเซียว ยืมขาหน่อยสิ ขอถ่ายรูปฉลองวันเกิดอายุ 18 ปีหน่อย!”
“วันนี้วันเกิดเธอเหรอ?” เธอกะพริบตา
“เปล่าหรอก ของผมผ่านไปนานแล้ว แค่ช่วงนี้เห็นเพื่อนๆ ในวีแชทอวดของขวัญจากพ่อแม่กัน ผมก็เลยอยากอวดบ้าง งั้นขออวด…ขาสวยของคุณแทนแล้วกัน”
อวี๋ เซียวเซียว ทำหน้าลังเล: “ก็ได้อยู่หรอก แต่... จะถ่ายยังไง?”
เจียงเฉิง เห็นแก้มของ อวี๋ เซียวเซียว แดงระเรื่อเหมือนลูกพีช ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์: “เราสนิทกันขนาดนี้แล้ว คุณยังอายอีกเหรอ?”
คำพูดนี้ของเขาดันไปกระตุ้นใจนักสู้ของเธอให้ลุกโชนขึ้นมาทันที: “ใครว่าฉันอาย! มานี่เลย!”
เธอจับ เจียงเฉิง นั่งลงบนโซฟาหนังแท้ แล้วยกขาเรียวยาวในถุงน่องดำขึ้นพาดบนบ่าของเขาอย่างไม่ลังเล
“ไอ้เด็กบ้า… ถ่ายสิ”
ท่าโพสนี้ แม้แต่ เจียงเฉิง ที่ผ่านสมรภูมิกับขาคู่นี้มาแล้ว ก็ยังเกือบจะทนไม่ไหว
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่าย ‘แชะ! แชะ!’ ไปหลายรูป แล้วเปิดวีแชท โมเมนต์ขึ้นมา
“แม้ของขวัญวันบรรลุนิติภาวะของผมจะไม่ใช่รถเบนซ์หรือบีเอ็ม แต่ว่า ‘ความเร็ว’ ของรถคันนี้…รับรองว่าเร็วแรงกว่าไฮเปอร์คาร์อีกครับ…”
เจียงเฉิง เลือกกลุ่มเพื่อนที่มองเห็นโพสต์อย่างชำนาญ แล้วกดโพสต์ลงไป
โพสต์เสร็จก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปข้างๆ อย่างไม่ไยดี
หลังจากโพสต์ไม่กี่นาที โมเมนต์ของเขาก็แทบระเบิด
หลี่ สวี่ตง หัวหน้าห้อง กำลังนั่งเช็กยอดไลก์โพสต์ของตัวเองอย่างสบายใจ
เมื่อวานเขาโพสต์อวดเปียโนราคา 20,000 หยวนที่ได้เป็นของขวัญ
เขาถ่ายรูปเป็นร้อยรูป แล้วคัดมา 9 รูปเน้นๆ เพื่อโพสต์ลงไป และแน่นอนว่าโพสต์นี้ได้รับยอดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมถล่มทลาย
ขณะที่เขากำลังไล่ตอบคอมเมนต์อย่างมีความสุข และเลื่อนดูฟีดข่าว
เขาก็เห็นโพสต์ของ เจียงเฉิง เด้งขึ้นมา…
เมื่อเห็นรูปขาอ่อนในถุงน่องสีดำที่ เจียงเฉิง ถ่ายลงแบบไม่ตั้งใจ... เลือดกำเดาของ หลี่ สวี่ตง ก็แทบจะพุ่งกระฉูด
ปกติ เจียงเฉิง ก็ชอบหักหน้าเขาที่เป็นหัวหน้าห้องอยู่บ่อยๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงไม่ค่อยดีนัก
แต่ในตอนนี้ เขาจำต้องยอมรับว่า ของขวัญวันเกิดของ เจียงเฉิง ชิ้นนี้... ทำเอาเขาอิจฉาตาร้อนจนแทบบ้า
นี่สิถึงจะเรียกว่าของขวัญวันเกิดลูกผู้ชายตัวจริง! เมื่อเทียบกับ ‘แฟนสาว (ไฟล์รูป/หนัง)’ หลายคนในคอมพิวเตอร์ของเขา
เขาอยากจะ ‘ลงสนามจริงๆ’ แบบ เจียงเฉิง มากกว่าเป็นไหนๆ!
เพียงไม่กี่นาที โพสต์ของ เจียงเฉิง ก็เดือดปุดๆ ยอดไลก์ทะลุ 20 คอมเมนต์อีกเพียบ
[เฉิง จื้อเผิง: โธ่เว้ย! ฆ่ากันให้ตายเลยดีกว่า มาโพสต์ยั่วกันแต่เช้าทำไมวะ?]
[โจว จื้ออวิ๋น: จู่ๆ บ้านที่แม่ซื้อให้ก็หมดความหมาย... กูอยากได้พี่สาวขาเนียน! กูอยากเป็นผู้ใหญ่โว้ย!]
[หลี่ จื่อรุ่ย: เพื่อน... นายแม่งแน่วะ นายชนะขาด เลือดกำเดาฉันไหลหมดตัวแล้วเนี่ย!]
[จง ฉู่ซี: เจียงเฉิง... นายมัน…!!]
[สวีหยา: โอ้พระเจ้า! พวกผู้ชายนี่มันโรคจิตจริงๆ....]
[........]
หลี่ สวี่ตง พิมพ์คอมเมนต์ด้วยความโกรธแค้นลงไปในโพสต์ของ เจียงเฉิง
[หลี่ สวี่ตง: ไอ้เชี่ย!!! เจียงเฉิง ฉันจะฟ้องครูใหญ่! ถึงนายจะเรียนจบแล้ว แต่มันไม่ได้หมายความว่านายจะทำตัวเหลวไหลแบบนี้ได้นะเว้ย!!]
[โจว จื้ออวิ๋น: @หลี่ สวี่ตง ตื่นเถอะพวก! เรียนจบแล้ว รับใบประกาศแล้ว ครูใหญ่ที่ไหนจะมาสนเรื่องพรรค์นี้... อิจฉาก็บอกมาเถอะน่า]
[.........]
……………………………..
(1)[ไม้หนานมู่ (金丝楠木) – หรือ ‘ไม้หนานไหมทอง’ เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีราคาแพงมหาศาลและหายากมากในจีน ในอดีตสงวนไว้สำหรับใช้สร้างพระราชวังหรือเครื่องเรือนของฮ่องเต้เท่านั้น การมีเตียงทำจากไม้นี้แสดงถึงความหรูหราระดับสูงสุด]