ตอนที่ 24 คุณอยากเซ็นสัญญากับฉัน?

หลังจากล้างหน้าล้างตาจัดทรงผมแบบลวกๆ เสร็จ เจียงเฉิง ก็นั่งรถโรลส์-รอยซ์ของอมันหยางหยุนออกจากโรงแรม ไม่นานรถก็แล่นมาถึงพิกัดที่ ซูหว่าน ส่งมาให้

พอมองผ่านกระจกรถออกไปด้านนอก ชุมชนที่ ซูหว่าน พักอาศัยอยู่นั้น ดูแล้วน่าจะเป็นคอนโดมิเนียมระดับกลางๆ

รออยู่ประมาณห้านาที ก็เห็น ซูหว่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งเหยาะๆ ตรงมาที่รถของเขาอย่างเร่งรีบ

วันนี้เธอสวมเสื้อตัวบางสีเหลืองอ่อน ท่อนล่างสวมรองเท้าบูทมาร์ตินส้นตึกสีดำ เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องที่เหยียดตรงอย่างเปิดเผย

นี่มัน... สไตล์การแต่งตัวแบบฉบับ ‘หว่านหว่าน’ ชัดๆ!

จนกระทั่งเข้ามานั่งที่เบาะหลังของรถโรลส์-รอยซ์ ซูหว่าน ถึงได้ถอดหมวกแก๊ปสีดำและหน้ากากอนามัยออก

เธอจัดหน้าม้าให้เข้าที่เล็กน้อย ก่อนจะกะพริบดวงตา ‘จิ้งจอกดอกท้อ’ คู่สวย แล้วยิ้มให้ เจียงเฉิง: “สวัสดีตอนบ่ายค่ะ คุณเจียง”

“ลงมาค่อนข้างเร็วเลยนะ ไม่ร้อนเหรอ?” เจียงเฉิง มองเธออย่างแปลกใจ ความเร็วระดับนี้แสดงว่า ซูหว่าน น่าจะเตรียมพร้อมรอลงมาอยู่ตลอดเวลา

ซูหว่าน หัวเราะเบาๆ พร้อมยกมือปิดปาก: “เดี๋ยวเราก็เข้าไปแต่สถานที่ที่มีแอร์นี่ค่ะ ห้างก็เย็น ที่ทำงานก็เย็น แถมวงการเรานี่นะ…หน้าร้อนใส่เสื้อขนเป็ด หน้าหนาวใส่ชุดราตรี ถือว่าปกติเลยค่ะ”

คนขับรถหันกลับมาถามอย่างสุภาพ: “คุณผู้ชายครับ ตอนนี้ต้องการไปที่ไหนต่อดีครับ?”

ซูหว่าน หันมอง เจียงเฉิง แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คนขับรถ: “รบกวนไปที่โรงแรมไป่เยว่ แถวๆ ลู่เจียจุ่ยค่ะ”

“ได้ครับ” คนขับรถตอบอย่างนอบน้อม

เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัว ซูหว่าน ก็มอง เจียงเฉิง ด้วยความเกรงใจปนสงสัย: “คุณเจียง ดูอายุน้อยอยู่เลย ฉันสงสัยว่าคุณทำงานเกี่ยวกับอะไรหรือคะ?”

เจียงเฉิง ยิ้มบางๆ: “ผมบอกคุณแล้วนี่… ว่าผมมาเที่ยว และกำลังดูๆ ไว้ว่าจะสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้น่ะ เลยอยากมาสำรวจดูลาดเลาไว้ก่อน”

“ตอนกลับไปฉันก็นึกถึงเรื่องนี้อยู่นะค่ะ แต่ตอนนั้นนึกว่าคุณล้อเล่นซะอีก”

พวกรุ่นสองสมัยนี้เขารวยกันขนาดนี้แล้วเหรอ? อายุแค่ 18 ปี แต่สามารถบริหารจัดการเงินสดมหาศาลขนาดนี้ได้ด้วยตัวเองแล้ว…

พอเห็น เจียงเฉิง แค่ยิ้ม ไม่ปฏิเสธ เธอยิ่งถอนหายใจ

ซูหว่าน ก็อดไม่ได้ที่จะเปรยออกมา: “น่าอิจฉาจริงๆ คุณนี่ ‘มีเหมือง(1)’ ส่วนตัวรึไงนะ แค่ Ferrari ก็ซื้อได้สบายๆ ได้ตั้งแต่อายุแค่นี้…”

เธออดหวนนึกถึงตัวเองตอนอายุ 18 ปีไม่ได้ ในตอนนั้นเธอยังต้องวิ่งวุ่นเป็นตัวประกอบไปด้วยเรียนมหาวิทยาลัยไปด้วยอยู่เลย

เจียงเฉิง ส่ายหัวเบาๆ: “ก็แค่ครอบครัวธรรมดาๆ น่ะครับ”

ซูหว่าน ฟังแล้วแทบอยากสาปส่ง ใครจะไปเชื่อกันเล่า! นี่มัน Ferrari Laferrari น่ะ! ทำเหมือนกับว่าเอาเงินสดไปจ่ายซื้อขนมปัง!

เธอคิดว่า เจียงเฉิง แค่กำลังทำตัวเฟรนช์สไตล์อยู่ ทำเป็นถ่อมตัวทั้งที่ความจริงรวยล้นฟ้า

“จริงสิ แล้วเรื่อง หวงหมิง…จะกระทบงานของคุณมากไหม?”

ซูหว่าน ยิ้มขื่นๆ เมื่อได้ยินคำถามนี้: “สำหรับฉัน... ผลกระทบมันก็ไม่ได้มากมายอะไรหรอกค่ะ เดิมทีเขามาที่บริษัทในฐานะนักลงทุน แล้วก็ ‘จิ้มเลือก’ ฉัน...”

พูดได้แค่นั้น เธอก็แอบเหลือบมอง เจียงเฉิง เหมือนลังเลเล็กน้อย ก่อนพูดต่อว่า: “ในวงการนี้ ไม่รู้ว่าคุณพอจะทราบไหม มันจะมี ‘กฎระเบียบ’ บางอย่างอยู่... นักลงทุนเลือกคุณเป็นนางเอกเพื่อจะปั้นคุณ แต่ในทางกลับกัน... มันก็ต้องมี ‘เงื่อนไขแลกเปลี่ยน’ บางอย่างด้วย”

เจียงเฉิง ย่อมเข้าใจความหมายของ ซูหว่าน ดี เขาไม่ได้ใสซื่อเหมือนเด็กอายุ 18 จริงๆ สักหน่อย

กฎแฝงเร้นสินะ... ยังไงละครก็ต้องถ่าย เงินก็ต้องลงทุน

เลือกคนที่ตัวเองชอบ ที่ว่านอนสอนง่าย และยังสามารถ ‘พาไปเล่น (กินตับ)’ ด้วยได้... นี่คือเงื่อนไขในการคัดเลือกนักแสดงของนายทุนส่วนใหญ่

เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นดาราระดับซูเปอร์สตาร์แถวหน้า นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เพราะนักลงทุนจำเป็นต้องพึ่งพาชื่อเสียงของคุณในการโปรโมตละคร ถึงจะยอมทุ่มเงินจ้างคุณจริงๆ

ไม่อย่างนั้น ดาราเกรดสามเกรดสี่อย่าง ซูหว่าน ก็มีชะตากรรมที่ต้องรอให้คนอื่นมา ‘จิ้มเลือก’ แบบนี้เท่านั้น

“หวงหมิง ยื่นเงื่อนไขบางอย่างให้ฉันค่ะ ถ้าฉันยอมรับ บทนางเอกก็จะเป็นของฉัน แต่ถ้าฉันไม่ยอม เขาก็จะเลือกคนอื่นมาแทน ส่วนบริษัทที่ส่งฉันไปดูแลเขา…ก็เพื่อให้ฉัน ‘เข้าใจเจตนา’ นั่นแหละค่ะ”

“แล้วคุณตั้งใจจะยอมรับไหม?” เจียงเฉิง ถามอย่างตรงไปตรงมา

ซูหว่าน ส่ายหน้าทันที: “แน่นอนว่าไม่รับค่ะ ฉันเดบิวต์มาตั้งหลายปีแล้ว ถ้าฉันยอมรับเรื่องพวกนี้ตั้งแต่แรก ฉันคงไม่ย่ำต๊อกอยู่แค่ดาราเกรดสามแบบนี้หรอกค่ะ ที่ฉันยอมออกมากับเขา อย่างมากก็แค่เป็นเพื่อนเดินช้อปปิ้ง แต่เงื่อนไขอื่นๆ... ฉันไม่รับเด็ดขาด”

เจียงเฉิง ไม่ได้สงสัยในคำพูดของ ซูหว่าน เพราะเขามองเห็น ‘ค่าความเป็นส่วนตัว’ ของเธออยู่ทนโท่

“ดูจากท่าทางของ หวงหมิง ปกติเขาน่าจะยื่นข้อเสนอแบบนี้กับดาราสาวๆ มาเยอะแล้วสินะ?”

ซูหว่าน พยักหน้า: “แน่นอนค่ะ ถ้าฉันไม่รับ ก็ต้องมีคนอื่นยอมรับอยู่ดี”

“แล้วคุณไม่เคยคิดจะยอมรับบ้างเหรอ?” เจียงเฉิง ถามอย่างสงสัย

“เคยค่ะ แม้แต่ผู้จัดการยังเคยเกลี้ยกล่อมฉันเลย เพราะบทนี้จากทุนสร้างที่ลงไป มันมีโอกาสดังมากจริงๆ แต่สุดท้ายแล้ว…ฉันไม่อยาก ‘นอนเฉยๆ(2)’ แล้วได้งาน เพื่อไต่เต้าแบบนั้นหนิคะ”

เจียงเฉิง ไม่ได้ต่อบทสนทนาในประเด็นนี้ เพราะอย่างไรระบบก็มอบภารกิจมาให้แล้ว

และสิ่งที่ เจียงเฉิง อยากรู้ที่สุดก็คือ หลังจากทำภารกิจลงทุนในตัว ซูหว่าน สำเร็จแล้ว ระบบจะให้อะไรเป็นรางวัลกันแน่?

“อืม…แล้วโปรเจกต์ละครของคุณ เงินลงทุนถือว่าเยอะไหม?”

ซูหว่าน ส่ายหน้า: “ไม่เยอะหรอกค่ะ ถ้าเป็นโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ บทนางเอกคงไม่หลุดมาถึงมือฉันหรอก มันก็แค่ ‘เว็บซีรีส์ (ละครออนไลน์)’ เล็กๆ เรื่องหนึ่ง”

“เว็บซีรีส์? ลงทุนเท่าไหร่?”

ซูหว่าน เห็น เจียงเฉิง ถามรายละเอียด ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที: “ไม่มากค่ะ เป็นซีรีส์ประมาณสิบกว่าตอน แนวคอมเมดี้–สร้างแรงบันดาลใจวัยรุ่น ตามที่บริษัทวางไว้ ใช้แค่ประมาณห้าล้านหยวนก็ถ่ายจบแล้วค่ะ”

“ห้าล้าน? จะถ่ายออกมาได้คุณภาพแบบไหนเนี่ย…” พอได้ยินตัวเลขนี้ ความสนใจของ เจียงเฉิง ก็ลดฮวบลงทันที

ซูหว่าน เห็น เจียงเฉิง ทำท่าหมดอารมณ์ ก็รีบอธิบายอย่างร้อนรน: “โปรดักชันเล็กๆ ก็มีข้อดีของมันนะคะ ต้นทุนต่ำ คืนทุนเร็ว ที่สำคัญคือความเสี่ยงขาดทุนน้อย และบทของเรื่องนี้มันดีมากๆ จริงๆ นะคะ ฉันอ่านบทมาแล้ว ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีโอกาสดังมากคะ!”

เจียงเฉิง เห็นเธอพยายามขายของสุดฤทธิ์ ก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ: “โอเคๆ ยังไงผมก็แค่ลงทุนอยู่แล้ว เรื่องอื่นคุณจัดการเถอะ”

“คุณพูดจริงเหรอคะ? ไม่ต้องดูบท ไม่ต้องตรวจอะไรเลย?” ซูหว่าน ตาโต

“ไม่ต้องหรอก ถ้าคุณไม่สบายใจ งั้นเดี๋ยวผมโอนเงินลงทุนให้ตอนนี้เลยไหม?”

ซูหว่าน ได้ยินแบบนั้นก็รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน: “ไม่ค่ะๆ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น… ฉันแค่ตกใจนิดหน่อย... คือเราเพิ่งเจอกันครั้งที่สองเองนะคะ...”

“ถ้าจะให้ผมลงทุนเพื่อให้คุณได้เป็นนางเอกก็ได้ แต่มีข้อแม้…คุณต้องมาเป็นนักแสดงในสังกัดของผมก่อน” เจียงเฉิง ยิ้มมุมปาก

“คุณ…อยากจะเซ็นสัญญาฉัน?” ซูหว่าน ได้ยินข้อเสนอนี้ ก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งความตื่นตะลึงอีกครั้ง

เธอ…ไม่ใช่ดาราดัง ไม่ใช่นางเอกท็อปไลน์ เป็นนักแสดงที่ ‘ไม่เก่าไม่ใหม่ ไม่ดังไม่ดับ’ ทำไมเขาต้องการเซ็นสัญญากับเธอด้วยล่ะ?

เจียงเฉิง พยักหน้า: “ใช่ เซ็นสัญญากับคุณ ถ้าคุณเป็นนักแสดงของบริษัทผม ผมจะลงทุนให้”

“คุณเจียงคะ แต่สัญญาของฉันยังไม่หมดอายุนะคะ เรื่องนี้คุณทราบใช่ไหม?” ดวงตาจิ้งจอกคู่สวยของ ซูหว่าน จ้องมอง เจียงเฉิง อย่างค้นหาคำตอบ

“รู้สิ”

“งั้นถ้าจะเซ็นสัญญากับฉัน... คุณต้องช่วยฉันจ่ายค่าฉีกสัญญาด้วยนะคะ”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ผมรู้ดี”

ตอนนี้ เจียงเฉิง มีเงินทุนอยู่ในมือตั้ง 510 ล้านหยวน กับค่าตัวระดับ ซูหว่าน ในตอนนี้ อย่างมากค่าฉีกสัญญาก็แค่ไม่กี่ล้าน

ซูหว่าน ฟังคำตอบของ เจียงเฉิง แล้วก็ตกอยู่ในความเงียบ

เธอรู้ดีว่าไม่มีใครที่จะมาทุ่มเงินดันใครโดยไร้เหตุผลและเธอก็ไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาที่ไม่รู้ประสีประสาทางโลก

ในตอนนี้... เธออดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสงสัยว่า เจียงเฉิง มี ‘จุดประสงค์แอบแฝง’ อะไรในตัวเธอหรือเปล่า

หรือว่า...?

ในสมองของ ซูหว่าน ตอนนี้ เริ่มจินตนาการถึงภาพฉาก ‘ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ’ ขึ้นมาเป็นฉากๆ...

…………………………….

(1)[บ้านมีเหมือง (家裡有礦) – เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกคนรวยมากๆ (เปรียบเปรยว่ารวยเหมือนเจ้าของเหมืองแร่)]

(2)[นอนเพื่อไต่เต้า (躺平上位)] ในต้นฉบับใช้คำว่า ‘ถ่างผิง’ ซึ่งปกติแปลว่า ‘ปล่อยจอย/ไม่ดิ้นรน’ แต่ในบริบทนี้ ซูหว่าน เล่นคำ หมายถึงการ ‘นอน (มีเพศสัมพันธ์)’ เพื่อแลกกับ ‘ความก้าวหน้า (上位)’]

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 24 คุณอยากเซ็นสัญญากับฉัน?

ตอนถัดไป