ตอนที่ 34 โจวอิ่ง เป็นพริตตี้?
...ซึ่งก็ได้แก่ เจียงอวิ๋น, สวีหยา, หม่า เสี่ยวลี่ และเฉิง จื้อเผิง
พวกเขากำลังยืนล้อมหน้าล้อมหลังพริตตี้สาวสวยในชุดเดรสสีดำรัดรูปสุดเซ็กซี่คนหนึ่งอยู่ และพริตตี้คนนั้น... ก็คือ โจวอิ่ง อย่างชัดเจน
เจียงเฉิง คาดไม่ถึงเลยว่า งานที่ โจวอิ่ง มาทำที่เซี่ยงไฮ้ คือการเป็นพริตตี้ให้กับ Ferrari
เขายืนขมวดคิ้วมองสำรวจ โจวอิ่ง จากระยะไกลด้วยความไม่เข้าใจ
สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือเรียวขาคู่สวยที่ยาวตรงและขาวผ่อง เท้าของเธอสวมรองเท้าส้นสูงหนังแกะสีดำ
เรียวขาทั้งสองข้างยืนชิดกันสนิท ไล่สายตาขึ้นไปคือชุดเดรสเกาะอกสีดำดีไซน์เรียบหรู
ด้านหลังของชุดเป็นดีไซน์เว้าหลัง เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดประมาณหนึ่งในสามส่วน
ชุดเดรสรัดรูปชุดนี้ห่อหุ้มสะโพกกลมกลึงของเธอไว้อย่างล่อใจเป็นที่สุด
ใบหน้าที่งดงามราวกับนางฟ้า บวกกับรูปร่างที่เร่าร้อนดั่งปีศาจสาว
เมื่อเลื่อนสายตาขึ้นไปอีกนิด ก็ต้องหยุดอยู่ที่หน้าอกหน้าใจที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจของเธอ
...ใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?
พูดกันตามตรง ชุดของ โจวอิ่ง ถือว่ามิดชิดและเรียบร้อยมากเมื่อเทียบกับพริตตี้คนอื่นๆ ในงาน
แต่ความงามของเธอมันเจิดจรัสเกินต้านทานจริงๆ
สาวสวยสุดเซ็กซี่อีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล ซึ่งโชว์ทั้งนม โชว์ทั้งหลัง โชว์ทั้งขา แทบจะเปิดป่าดงดิบให้ดูอยู่แล้ว กลับโดน โจวอิ่ง แย่งซีนไปจนหมองสนิท
โจวอิ่ง ในตอนนี้ยังคงสวยสง่าเปล่งประกาย
แต่ในแววตาของเธอ กลับไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองและสายตาที่ไม่เห็นหัวใครเหมือนเมื่อก่อน
สิ่งที่เข้ามาแทนที่... ดูเหมือนจะเป็นความรู้สึกด้อยค่าและความหวาดกลัวลึกๆ
พอ เจียงเฉิง เดินเข้าไปใกล้ ก็ได้ยิน หลี่ สวี่ตง กำลังเก๊กท่าพูดว่า: “โจวหยิ่ง เย็นนี้ไปด้วยกันไหม เดี๋ยวฉันไปรับตอนเลิกงาน”
แต่ สวีหยา ที่ยืนอยู่ข้างๆ หลี่ สวี่ตง กลับพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจิกกัดเบาๆ: “สวี่ตง โจวอิ่ง เขายุ่งจะตาย เราอย่าไปรบกวนเขาเลย ขนาดทริปจบการศึกษาที่เราชวน เขายังปฏิเสธเลยไม่ใช่เหรอ? คุณหนูไฮโซระดับนี้เขาไม่เห็นหัวพวกเราหรอก นายจะไปชวนเขาทำไมยะ”
พอ สวีหยา พูดจบ สีหน้าของ โจวอิ่ง ก็ดูอึดอัดและลำบากใจขึ้นมาทันที เจียงเฉิง เห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปทัก: “อ้าว... ทำไมบังเอิญจัง? นี่ฉันนั่งไทม์แมชชีนกลับไปหรงเฉิงแล้วเหรอเนี่ย ทำไมพวกนายมาอยู่ที่นี่กันหมด?”
พอ เจียงเฉิง เอ่ยทัก ทุกคนก็หันขวับมามองทันที
“เจียงเฉิง? นายมาได้ไงเนี่ย?” สวีหยา อุทานด้วยความประหลาดใจระคนยินดี
“เฮ้ ไอ้เจียง! ไม่เห็นบอกเลยว่าจะมา?” โจว จื้ออวิ๋น เพื่อนซี้ของ เจียงเฉิง มองเขาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเดินเข้ามาตบไหล่ เจียงเฉิง แรงๆ
ปกติในห้องเรียน เขากับ เจียงเฉิง สนิทกันที่สุดแล้ว
เจียงเฉิง มองกลุ่มคนตรงหน้า แล้วปรายตามอง หลี่ สวี่ตง แบบมีนัย
“นี่มันอะไรกัน? ฟังจากที่พูดเหมือนพวกนายลับหลังจัดทริปอะไรสักอย่างที่ฉันไม่รู้เป็นพิเศษเลยนะ?”
ไอ้หมอนี่เวลาจัดกิจกรรมอะไร มักจะจงใจข้ามหัว เจียงเฉิง ตลอด
เหตุผลไม่มีอะไรมาก ก็แค่ที่ไหนมี เจียงเฉิง ที่นั่น หลี่ สวี่ตง มักจะโดนกลบรัศมีจนมิด
หลี่ สวี่ตง เห็น เจียงเฉิง ถามแบบนั้น ก็แกล้งยักไหล่ทำหน้ากวนประสาท: “นี่ไม่ใช่กิจกรรมของห้องสักหน่อย เรียนจบกันหมดแล้ว ฉันก็แค่ชวนเพื่อนที่สนิทๆ กันมาเที่ยวทริปจบการศึกษา... ทำไม? หรือ โจว จื้ออวิ๋น ไม่ได้บอกนาย?”
“เฮ้ย หลี่สวี่ตง อย่ามาเสี้ยมให้แตกคอกันนะเว้ย ต่อให้ฉันบอกไอ้เจียงเฉิง มันก็ไม่มากับพวกนายหรอก พวกนายก็ไม่ได้ซี้กันขนาดนั้น ฉันจะไปชวนมันทำไมวะ?”
หลี่ สวี่ตง โดน โจว จื้ออวิ๋น ตอกหน้าหงาย ก็เริ่มของขึ้น: “แล้วนายจะเสนอหน้าตามมาด้วย เพื่อ?”
“ฉันตาม สวีหยา มาต่างหาก ทำไม? เซี่ยงไฮ้นี่เป็นบ้านนายรึไง ฉันจะมาเที่ยวต้องขออนุมัตินายก่อน?” โจว จื้ออวิ๋น สวนกลับอย่างไม่ลดละ
สวีหยา เห็นสองหนุ่มเริ่มเปิดศึกกันอีกแล้ว ก็เอามือปิดหูทำท่ารำคาญ: “พวกนายนี่ยังไงกันฮะ? เลิกกัดกันสักทีได้ไหม ตลอดทางก็ทะเลาะกันมาหนหนึ่งแล้วนะ”
เจียงเฉิง มอง โจว จื้ออวิ๋น เพื่อนยากด้วยความอ่อนใจ ไอ้หมอนี่กับ หลี่ สวี่ตง เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด สาเหตุก็เพราะแม่มดน้อย ‘สวีหยา’ คนนี้แหละ
โจว จื้ออวิ๋น ชอบ สวีหยา แต่ สวีหยา ดันชอบ ‘ตกผู้ชายรวย’…
ขอแค่เป็นผู้ชายหน้าตาพอไปวัดไปวาได้และมีเงินหน่อย ก็ล้วนตกเป็นเป้าหมายของ สวีหยา หมด
ซึ่งนั่นรวมถึง เจียงเฉิง และหลี่ สวี่ตง ที่มีฐานะทางบ้านพอใช้ได้ด้วย
เจียงเฉิง พยายามเตือน โจว จื้ออวิ๋น ทางอ้อมมาหลายรอบแล้วให้ตาสว่าง แต่ไอ้เพื่อนคนนี้มันก็หัวดื้อไม่ยอมฟัง
สวีหยา จ้องมอง เจียงเฉิง ด้วยความสงสัยก่อนถาม: “เจียงเฉิง นี่แค่ไม่กี่วันเอง ทำไมรู้สึกว่านายหล่อขึ้นอีกอะ?”
“จริงดิ? ฉันก็รู้สึกว่าหน้าไอ้เจียงมันดูแปลกๆ เหมือนกัน หรือว่านายแอบมาทำหน้าใหม่ที่เซี่ยงไฮ้น่ะ?” เจียงอวิ๋น สาวผมสั้นที่มีฉายาว่า ‘สาวห้าวขวานผ่าซาก’ ยื่นหน้าเข้ามาจ้องจับผิด เจียงเฉิง ใกล้ๆ
“นั่นสิ ถึงจะยังหล่อสู้ฉันไม่ได้ แต่เสียงดูเหมือนจะเพราะขึ้นด้วยนะ... นี่ลงทุนผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเสียงมาเลยป่ะเนี่ย?” โจว จื้ออวิ๋น รับมุกต่อ
โดนเพื่อนรุมซักฟอก เจียงเฉิง ก็โบกมือไล่อย่างระอา: “ไสหัวไปเลยไอ้พวกบ้า... แล้วนี่มายืนทำอะไรกัน? จะซื้อรถเหรอ?”
“พวกเราจะไปมีปัญญาซื้อ Ferrari ได้ไง ก็แค่บังเอิญเจอเพื่อนเก่า เลยแวะมาทักทาย... เจียงเฉิง นายก็มาดูดาวโรงเรียนของเราเหมือนกันเหรอ? ตอนนี้เธอเป็นพริตตี้ตัวแม่แล้วนะ! เห็นไหมเมื่อกี้ผู้ชายรุมถ่ายรูปเธอกันตรึม โจวอิ่งกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ไปแล้ว ฮ่าๆๆ” สวีหยา พูดจบก็ปรายตามอง โจวอิ่ง ยิ้มๆ พร้อมสายตาที่มีนัยยะเหน็บแนม
โจวอิ่ง โดน สวีหยา แซะแบบนั้น สีหน้าก็ดูเจื่อนลง แต่ก็ยังคงยืนโพสท่าอยู่ข้างรถตามหน้าที่ต่อไป
“สวีหยา เป็นพริตตี้แล้วมันทำไม? โจวอิ่ง บอกแล้วว่าแค่มาทำพาร์ตไทม์ เธออย่าพูดจาแย่ๆ แบบนั้นได้ไหม” หลี่ สวี่ตง ที่กำลังหลงใหลความงามของ โจวอิ่ง จนโงหัวไม่ขึ้น รีบออกโรงปกป้องนางฟ้าของเขาทันที
“สวี่ตง ฉันพูดอะไรผิด? ฉันรู้ว่า โจวอิ่ง เขาบ้านรวยไม่ขาดแคลนเงินหรอก ฉันก็แค่แปลกใจที่เห็นเธอในสภาพนี้... นี่เหรอดาวโรงเรียนผู้สูงส่งและใสซื่อบริสุทธิ์ในความทรงจำของพวกเรา? ดูสิ แต่งตัวเซ็กซี่ซะขนาดนั้น”
เจียงเฉิง สัมผัสได้ถึงความ ‘ตอแหล’ ในคำพูดของ สวีหยา จึงลองเปิดระบบสแกนค่าความเป็นมิตรขึ้นมาตรวจสอบทันที
เขาสแกนไปที่ สวีหยาและเจียงอวิ๋น
[ชื่อ: สวีหยา]
[อายุ: 19 ปี]
[ส่วนสูง: 163 ซม.]
[หน้าตา: 89]
[รูปร่าง: 88]
[ค่าความเป็นส่วนตัว: 30]
[ค่าความเป็นมิตร: 90 แต้ม (ความสัมพันธ์ระดับคนรู้ใจ)]
………………………………
[ชื่อ: เจียงอวิ๋น]
[อายุ: 19 ปี]
[ส่วนสูง: 165 ซม.]
[หน้าตา: 85]
[รูปร่าง: 90]
[ความเป็นส่วนตัว: 2]
[ค่าความเป็นมิตร: 75 (เพื่อนสนิท)]
เจียงเฉิง มองตัวเลขที่สแกนได้ แล้วหันไปมอง โจว จื้ออวิ๋น เพื่อนรักด้วยสายตาที่ซับซ้อนและเปี่ยมไปด้วยความเวทนา
ค่าความเป็นส่วนตัวของ สวีหยา... ปาเข้าไปตั้ง 30!
อายุแค่นี้... ถ้าอิงตามคำอธิบายของระบบ เลข 30 นี่มันของจริงไม่อิงนิยายเลยนะ
แถมค่าความเป็นมิตรที่มีต่อเขายังสูงปรี๊ดถึง 90 แต้ม
นี่มันน่าพูดไม่ออกบอกไม่ถูกจริงๆ ทั้งที่ปกติเขากับเธอแทบไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ (แสดงว่าเธอเล็งจับเขาอยู่เงียบๆ)
โจว จื้ออวิ๋น เห็น เจียงเฉิง มองมาด้วยสายตาแปลกๆ ก็ชะงักไป: “มองทำไมวะ?”
“เพื่อน... กูขอพูดอีกครั้งนะ... ดูแลตัวเองดีๆ นะเว้ย”
“มึงกินยาผิดซองป่ะ??” โจว จื้ออวิ๋น ปัดมือ เจียงเฉิง ออกก่อนจะยิ่งงงหนักกว่าเดิม
หลังจากเตือนเพื่อน (ที่คงไม่ฟัง) เสร็จ เจียงเฉิง ก็หันไปทักทาย โจวอิ่ง แทน: “โจวอิ่ง ไม่กี่วันไม่เจอกัน เธอสวยขึ้นอีกแล้วนะ”
คำชมที่จริงใจและเปิดเผยของ เจียงเฉิง บวกกับใบหน้าหล่อเหลาและน้ำเสียงที่นุ่มนวลทรงเสน่ห์ ทำให้ โจวอิ่ง ไม่รู้สึกต่อต้านเขาแม้แต่น้อย