บทที่ 2 วายร้ายเปิดตัว
บทที่ 2 วายร้ายเปิดตัว
ในแม่น้ำจะมีคลื่นไหมนะ? ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะแถวนี้มันค่อนข้างห่างไกล
แต่เอาเถอะ... ถึงจะไม่มีคลื่นจริงๆ การที่ผมจะบรรยายว่ามีคลื่นซัดเข้าหาฝั่งแม่น้ำในตอนนี้ก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร
วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าสดใส นกร้องขับขาน มวลดอกไม้ผลิบาน...
แต่ถึงอย่างนั้น แม่น้ำสายนี้กลับดูเหมือนกำลังมีเหตุร้ายเกิดขึ้น...
เรือสำราญสองลำลอยอยู่กลางน้ำ สิ่งเลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้นกับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาแสวงหาความสุข
[“ใช่ครับ ตอนนี้บนเรือทั้งสองลำมีระเบิดติดตั้งอยู่... ตูม! แล้วทุกคนบนนั้นจะตายโดยไม่มีโอกาสได้บอกลาคนที่รักเลย”]
เสียงของอาชญากรดังกระหึ่มผ่านโทรทัศน์ทั่วประเทศ เขาคือวายร้ายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เจาะระบบถ่ายทอดสดได้สำเร็จ
[“ฉันเป็นใครและทำแบบนี้ทำไมงั้นเหรอ? ขอแนะนำตัวนะครับ ฉันชื่อ ‘อีโกสติก’ เรียกสั้นๆ ว่า ‘อีโก’ ก็ได้ อยากฟังประวัติฉันไหม? วายร้ายระดับ S เอ็นโซดิแอก, ระดับ A ไรโน่... ใช่ครับ ฉันฆ่าพวกเขาเอง ถามว่าทำไปทำไมนะเหรอ? ก็มันสนุกไง”]
พูดจบเขาก็ขยิบตาให้กล้อง แม้หน้ากากจะปิดตาไปข้างหนึ่งก็ตาม
[“อ้าว ตอนนี้ฉันกลายเป็นฆาตกรไปแล้วเหรอ? ไม่เอาน่า ฉันไม่ใจร้ายขนาดนั้น ฉันมีทางรอดให้ทุกคนเสมอ ถ้าอยากให้ทุกคนรอด ฉันหวังว่าฮีโร่ระดับ A ‘สตาร์ดัส’ จะมาถึงที่นี่ภายใน 10 นาที เพราะถ้าเธอไม่มา... วันนี้เราคงได้เห็นตำนานไททานิกเพิ่มอีกสองลำแน่ๆ”]
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้! ฝากออกไปเปิดประตูชั้นดาดฟ้าเตรียมไว้ให้ด้วย!”
“รับทราบครับ!”
หลังพนักงานซอยเท้าวิ่งออกไป ชิน ฮารุ รีบเปลี่ยนชุดใน เธอสวมชุดรัดรูปสีแดงสด เช็กหูฟัง แล้วพุ่งทะยานออกทางหน้าต่าง
[สตาร์ดัส นี่คือศูนย์ควบคุม พิกัดของอีโกสติกอยู่ที่เขตซอแด...]
วายร้ายให้เวลาเธอ 10 นาที แต่ด้วยระยะทางแค่นี้ สำหรับเธอมันเหลือเฟือ
“ฟู่ว... แม่งเอ๊ย”
ผมปิดกล้องแล้วเก็บใส่กระเป๋า ป่านนี้ภาพความโกลาหลบนเรือทั้งสองลำคงถูกฉายไปทั่วประเทศแล้ว กล้องที่ผมแอบติดตั้งไว้ล่วงหน้า ทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยม
“อยากสูบบุหรี่ชะมัด”
อีกไม่นานสตาร์ดัสคงบินมาถึงที่นี่ หัวใจผมเต้นรัวที่จะได้เจอตัวละครโปรด แต่พอคิดถึงสายตาเย็นชาที่เธอมองมา... อ้าว ทำไมใจยิ่งเต้นแรงกว่าเดิมอีกล่ะเนี่ย?
เอาเถอะ ผมหวังว่าเธอจะพอใจกับแผนที่ผมวางไว้นะ มันไม่ใช่แค่การก่อการร้ายโง่ๆ แต่มันคือ “ทฤษฎีเกมผลประโยชน์ทับซ้อน” ของจริง
ผมใช้เวลาหลายชั่วโมงติดระเบิดบนเรือ ทั้งหาซื้อของ จ้างคน วางแผน เจาะระบบ... สำหรับคนที่ใช้ชีวิตเป็นพลเมืองดีมาตลอดอย่างผม งานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าไม่มีเงินเนี่ยทำไม่ได้จริงๆ
แต่ก็เอาเถอะ ผมก็มาถึงจุดนี้จนได้
ท่านนักเขียนครับ ดูอยู่หรือเปล่า? เรื่องราวทึ่คุณวาด ผมกำลังเนรมิตมันขึ้นมาในโลกความจริงแล้วนะ ถึงจะมีการดัดแปลงไปบ้างนิดหน่อยก็เถอะ
ผมตรวจชุดที่สวมใส่อีกครั้ง เสื้อคลุมดำ กางเกงดำ ผ้าคลุมดำ ผมดำ และหน้ากากสีเทาครึ่งหน้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก [ เดอะแฟนธ่อมออฟดิโอเปร่า ] ไม่ว่าจะมองจากมุนไหนก็สมบูรณ์แบบที่สุด
ผมยืนรออยู่บนดาดฟ้าริมน้ำ ไม่นานก็เห็นบางอย่างพุ่งฝ่าอากาศตรงมา ผมสีบลอนด์สยายล้อลม ฮีโร่ของโลกใบนี้... สตาร์ดัส
โครม! เธอลงจอดท่าฮีโร่แลนดิ้งอย่างสง่างาม
ว้าว! ของจริงสวยกว่าในรูปอีก! ในฐานะแฟนคลับตัวยง ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะเลย
แต่เดี๋ยว... เธอพุ่งเข้ามาหาผมเร็วไปไหม!
“เฮ้ยๆ! ในมือผมมีตัวจุดระเบิดนะ หยุดอยู่ตรงนั้นเลย!”
ผมชูรีโมทในมือขวาขึ้นขู่ เธอจึงชะลอตัวลงแล้วยืนกอดอกจ้องเขม็งมาทางนี้
“......อีโกสติก”
“ใช่ ฉันเอง ดีใจจังที่คุณจำชื่อฉันได้”
“ปลดชนวนระเบิดเดี๋ยวนี้ แล้วยอมให้ฉันจับกุมแต่โดยดี จะได้ไม่เจ็บตัว”
“ฮ่าๆ คุณก็รู้นี่ว่าฉันไม่มีทางทำแบบนั้น”
เธอขมวดคิ้วด้วยความโกรธ... ขนาดโกรธยังสวยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
“อย่าทำหน้าบึ้งนักเลย ฉันบอกแล้วไงว่าจะปล่อยให้ทุกคนรอด”
ผมพูดพลางขยิบตาให้กล้องที่กำลังถ่ายทอดสดฉากนี้อยู่
“คุณสตาร์ดัส ฉันน่ะสนใจในตัวคุณมากเลยนะ จริงๆ”
เธอเงียบกริบเหมือนจะรอฟังว่าผมจะพล่ามอะไรต่อ ผมเลยจัดให้
“ฮีโร่ผู้พยายามจนไต่เต้าจากระดับ C มาถึง A คนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อความชั่วร้าย คุณคือสัญลักษณ์ที่น่าชื่นชมที่สุดของมนุษย์ โดยส่วนตัวแล้วฉันเคารพคุณมากเลยนะ”
เธอดูรำคาญผมเต็มทน แม้เธอจะแสดงอารมณ์แบบไหนออกมา ก็ไม่อาจทำลายความสวยงามบนในหน้าของเธอได้อยู่ดี
“ถ้าจะพูดไร้สาระก็หุบปากซะ สรุปต้องการจะสื่ออะไร?”
โถ่... ผมก็แค่จะอวยคุณออกสื่อให้คนรักคุณมากขึ้นเองนะเนี่ย เอาเถอะ เลิกทำตัวเป็นติ่งแล้วเข้าเรื่องดีกว่า
“เอาละ ฟังให้ดีนะ ในห้องกัปตันของเรือทั้งสองลำจะมีลิ้นชักล่างขวา ในนั้นจะมีตัวจุดระเบิดวางอยู่ลำละอัน”
“ซึ่งไอ้ตัวจุดระเบิดที่ว่าเนี่ย มันมีไว้กดระเบิด ‘เรืออีกลำ’ ไม่ใช่ลำที่ตัวเองอยู่!”
หน้าของสตาร์ดัสยับย่นทันทีที่เข้าใจความหมาย ผมยิ้มกว้างอย่างอ่อนโยนก่อนจะขยี้ต่อ
“กติกาง่ายๆ ในการรอดชีวิตคือ...”
“ห้ามใครกดปุ่มเลยตลอด 30 นาที และห้ามคุณกดแทนด้วย”
“แต่ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งกดปุ่มปุ๊บ เรือฝั่งตรงข้ามจะระเบิดทันที... ตูม!”
“ที่สำคัญ คนบนเรือที่กดก่อนจะรอดชีวิตชัวร์ 100% เพราะงั้นมันก็ไม่ได้แย่ใช่ไหมล่ะ?”
เธอยังดูนิ่งอยู่ สงสัยจะคิดว่าคนเราคงไม่เห็นแก่ตัวขนาดนั้นล่ะมั้ง ผมเลยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงยียวน
“คุณสตาร์ดัสผู้รักความยุติธรรมและศรัทธาในความเป็นมนุษย์...”
“หลังจากนี้คุณจะได้เห็นเองว่า มนุษย์น่ะมันเห็นแก่ตัวได้ขนาดไหน”
ผมปรบมือเสียงดัง
“เวลา 30 นาที เริ่มได้! ขอให้ทุกคนโชคดีนะคร้าบ!”
ผมปิดกล้องที่กำลังถ่ายตัวเอง แล้วเปลี่ยนไปฉายภาพภายในเรือสำราญทั้งสองลำผ่านโปรเจกเตอร์บนดาดฟ้าแทน
“เอาล่ะ มาดูหนังสนุกๆ จากที่นั่ง VIP ด้วยกันเถอะ”
เธอจ้องผมตาเขียวปั๊ด แต่ผมแค่ชูรีโมทขู่ไว้ ทำตัวดีๆ นะจ๊ะ!
ภาพบนจอเริ่มสั่นไหว เมื่อคนบนเรือเริ่มเข้าใจสถานการณ์ สีหน้าของสตาร์ดัสก็เริ่มถอดสี
[กดปุ่มสิโว้ย!!!! มันจะฆ่าเราแล้ว! เราต้องรอด กดก่อนเลย!]
เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนเริ่มดังระงม ทำไมมันไม่เหมือนที่เธอคิดล่ะสิ? ก็แหงล่ะ
ผมแอบจ้าง ‘หน้าม้า’ ไปปนอยู่ในนั้นด้วยนิดหน่อย แค่มีคนเริ่มโวยวายกระตุ้นความกลัว ความเป็นมนุษย์ที่เธอภูมิใจนักหนาก็พังทลายได้ง่ายๆ แล้ว
ฮ่าๆๆๆ
[ปุ่ม!! กดปุ่ม!! กดปุ่ม!!]
ผมมองดูหน้าของเธอที่ดูผิดหวังสุดขีดแล้วก็แทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว
ผมมันวายร้ายมืออาชีพนะ ทุกอย่างมันต้องเป็นไปตามแผนสิ จริงไหม?
“สตาร์ดัส... ไม่เห็นเหมือนที่คิดไว้เลยเนอะ ว่าไหม?”
ให้ตายสิ ผมไม่ควรขำเลยนะ แต่การได้แกล้งเธอนี่มันโคตรสนุกเลย!
ณ ศูนย์ควบคุมสมาคมฮีโร่แห่งเกาหลี
ประธานสมาคมวัย 50 ปี กำลังเอาผ้าขนหนูซับเหงื่อบนหัวล้านอย่างเคร่งเครียด หลังจากสงบสุขมาได้พักใหญ่ ทำไมต้องมีเรื่องบ้าๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกเนี่ย?
“...ไอ้คนพวกนั้นจะแย่งกันกดปุ่มทำไมวะ? อยู่เฉยๆ ก็รอดกันหมดแล้วแท้ๆ!”
“...ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับท่านประธาน”
“ปัดโถ่เอ๊ย!”
[ฉันไม่กดโว้ยยยย!!!!!]
หน้าจอส่วนหนึ่งยังคงฉายภาพความวุ่นวายที่ดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ