บทที่ 5 ควันหลงหลังจบโชว์
บทที่ 5 ควันหลงหลังจบโชว์
“โอ๊ย... ไม่ไหวแล้ว... เจ็บชิบเป๋ง”
ให้ตายเถอะ ความเจ็บที่เหมือนร่างกายกำลังสลายแบบนี้ผมกำลังจะตายจริงๆ ป่ะเนี่ย?
“อือออ...”
ผมทิ้งตัวลงบนเตียงนอน แล้วก็วูบหลับไปเหมือนเด็กทารก
“โอ๊ยยย...”
ใครก็ได้... ช่วยวายร้ายคนนี้ที!
“เฮ้อ...”
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไป หลังจากที่นอนสลบไสลไปเกือบครึ่งวัน
ผมตื่นมาพร้อมกับอาการปวดเมื่อยไปทั้งตัว ค่อยๆเอื้อมมือไปเปิดทีวี ข่าวทุกช่องยังคงเล่นเรื่องเมื่อวานไม่หยุด
[เจาะลึก – วิเคราะห์ตัวตน ‘อีโกสติก’ วายร้ายหน้าใหม่]
ผู้เชี่ยวชาญสองคนในจอกำลังวิเคราะห์เรื่องของผมอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งเรื่องพลังพิเศษ ทักษะการแฮ็ก... แล้วจู่ๆ รูปหน้าผมก็โผล่ขึ้นมาเต็มจอ
ผมสีดำกับหน้ากากเทาที่ปิดหน้าไปครึ่งซีกนั่น...
“ว้าว! แม่ดูดิ ผมออกทีวีด้วย! เออ... ลืมไป แม่ไม่มีตัวตนในโลกนี้นี่นา”
แม่ครับ ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง? ตอนนี้ผมกลายเป็นคนดังในโลกนี้ไปแล้วนะ แต่เป็นคนดังประเภทที่ใครๆ ก็อยากลากตัวเข้าคุก
“โอ๊ย ปวดหลังชะมัด”
ผมลุกจากเตียงพลางทุบหลังตัวเองเบาๆ ไม่มีเวลามานอนอืดแบบนี้แล้ว ตอนที่ลุกขึ้นผมยังอยู่ในชุดเดิมจากเมื่อวานเป๊ะ ชุดคลุมสีดำยาวถึงขา... สงสัยเพราะนอนทับทั้งคืน มันเลยยับยู่ยี่ดูไม่ได้เลย
“ไปเปลี่ยนชุดดีกว่า”
หลังจากเปลี่ยนเป็นชุดที่สบายตัวขึ้น ผมก็เปิดคอมพิวเตอร์ เสียงเครื่องทำงานดังหึ่งๆ พร้อมกับเสียงเปิดเครื่องที่คุ้นเคย ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องระหว่างรอเครื่องรัน
ห้องเช่ารูหนูที่มีแสงแดดส่องลอดหน้าต่างเข้ามา
“เฮ้อ... ถึงเวลาต้องย้ายออกแล้วล่ะมั้ง”
ผมอาศัยอยู่ในรูนี้มาตั้งแต่หลุดเข้ามาในโลกนี้ แต่ผมเริ่มมีเงินเก็บแล้ว จะอยู่ต่อทำไมล่ะ? ในฐานะวายร้ายระดับ A (หรือจริงๆ ผมว่าผมควรได้ระดับ AAA ด้วยซ้ำ) ผมควรมีชีวิตที่ดูดีกว่านี้หน่อย
ทำไมพวกสมาคมฮีโร่ยังไม่ปรับให้ผมเป็นระดับ S อีกนะ? อ้อ... หรือเพราะผมยังไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้ายจริงๆ จังๆ สักเท่าไหร่กันนะ?
ว่าแต่... กระแสตอบรับเป็นยังไงบ้างนะ? ผมจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ เข้าอินเทอร์เน็ต แล้วก็...
“ไหนดูซิ... โอ้โห”
ข่าวของผมพาดหัวหราเต็มไปหมดทุกสำนัก
[เจาะประเด็นระเบิดกลางแม่น้ำฮัน – ‘อีโกสติก’ เขาเป็นใคร?]
“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่มีคนสนใจผมเยอะขนาดนี้”
อย่างที่คิดไว้เลย การสร้างความวุ่นวาย คือทางเลือกที่ถูกต้อง ถ้าผมแอบไปวางระเบิดเงียบๆ ในมุมมืดของแม่น้ำฮัน ใครมันจะไปรู้เรื่องจริงไหม?
ส่วนสมาคมฮีโร่ก็คงพยายามปิดข่าวเงียบเชียบ แล้วข่าวก็คงจบลงสั้นๆ แค่พาดหัวข่าวภาคค่ำว่า[วันนี้เวลา 14.00 น. เกิดเหตุพยายามวางระเบิดเรือสำราญ โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ] ข่าวคงออกมาแค่นั้นแล้วก็จบไป
พวกเขาคงไม่มานั่งวิเคราะห์เรื่องของผมทั้งวันทั้งคืนเหมือนตอนนี้หรอก ความจริงที่น่ากลัวคืออะไรรู้ไหม? ลองจินตนาการดูสิ คุณกำลังเล่นเกมกับเพื่อนอยู่เพลินๆ จู่ๆ ทีวีก็ตัดสัญญาณแล้วมีหน้าผมขึ้นมา ชุดดำ หน้ากากเทา พร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย จากนั้นผมก็บอกว่าวางระเบิดเรือไว้ ใครกดก่อนรอด?
ขนาดผมดูในโรงหนังยังเสียวสันหลังเลย แล้วคนเกาหลีที่เจอสถานการณ์สดๆ เข้าไปจะจดจ่อขนาดไหน? เอาจริง นี่มันโชว์เพื่อความบันเทิงระดับยักษ์เลยนะเนี่ย รู้งี้น่าจะรับสปอนเซอร์สักเจ้าติดป้ายโค้กไว้ข้างเรือดีกว่า
ผมปล่อยใจไปกับจินตนาการบ้าๆ บอๆ ก่อนจะหันกลับมาดูคอมเมนต์
‘เขาน่ากลัวมาก’
‘เขาอัจฉริยะสุดๆ’
สารพัดความเห็นที่ถาโถมเข้าหาวายร้ายระดับ A คนใหม่ ทั้งเรื่องการแฮ็ก และการที่วายร้ายสองคนก่อนหน้านี้ถูกฆ่าตาย มันสร้างอิมแพ็คที่รุนแรงมากจริงๆ
นอกจากนี้ ผู้คนยังพากันสรรเสริญ ‘ความเป็นมนุษย์’ เพราะสุดท้ายไม่มีใครกดปุ่มเลย ความยุติธรรมชนะเลิศ บลาๆๆ เหตุการณ์นี้กลายเป็นข้อพิสูจน์ว่ามนุษย์ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวและมีจิตใจที่ดี
หลังจากไล่อ่านจนพอเข้าใจกระแสสังคม ผมก็เริ่มสรุปสิ่งที่ได้รับจากโชว์ครั้งนี้
อย่างแรก ชื่อ อีโกสติก ของผมขจรขจายไปทั่วประเทศ พูดตามตรงนะ
ผมว่าชื่อนี้มันไม่ค่อยเท่เท่าไหร่เลย พอมองดูชุดคลุมดำๆ ของตัวเองแล้วน่าจะตั้งชื่อว่า แบล็ก โรบหรือ เพอร์โซนา อะไรแบบนั้นมากกว่า...
แต่ช่างเถอะ มันสายไปแล้ว ผมเริ่มเสียดายหนักกว่าเดิมเมื่อเจอคอมเมนต์หนึ่งที่บอกว่า “รีบไปจับไอ้ ‘แมงโก้สติก’ นั่นเร็วเข้า!” ...โถ่เอ๊ย อย่าให้รู้นะว่าเป็นใครพอจะจับตอนให้
อย่างที่สอง ปั้นกระแสให้สตาร์ดัส สตาร์ดัสกลายเป็นฮีโร่ที่ได้รับความนิยมพุ่งปรี๊ด เธอโผล่ออกมาบ่อยมากๆในข่าวภาคค่ำ จริงๆ ในต้นฉบับเธอก็ดังอยู่แล้วเพราะสวย แต่พอเวลาผ่านไป ภาพลักษณ์ของเธอกลับแย่ลงเรื่อยๆ เพราะคนเริ่มมองว่าเธอมีดีแค่หน้าตา...
แถมพวกวายร้ายในช่วงครึ่งหลังของเรื่องก็ดัน ‘ครีเอทีฟ’ กันเหลือเกิน จนทำให้สตาร์ดัสดูรับมือลำบากและสูญเสียความมั่นใจไปเรื่อยๆ จนชีวิตของ ‘ชิน ฮารุ’ พังพินาศ
แค่คิดผมก็โกรธอีกรอบแล้ว! ผมจะจัดการวายร้ายแย่ๆ พวกนั้นให้หมด สตาร์ดัสของผมจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องใครนอกจากผม โซลที่ไร้อาชญากรรม เกาหลีที่ไร้การก่อการร้าย... ผมจะทำให้เอง! เพราะผมจะเป็นคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ทำเรื่องพวกนั้น
สรุปคือ ครั้งนี้ผมดันสตาร์ดัสขึ้นมาไม่ใช่เพราะหน้าตา แต่เป็นเพราะ ‘ความยุติธรรม’ ในตัวเธอ ภาพลักษณ์ฮีโร่ผู้เที่ยงธรรมของเธอถูกประทับลงในใจประชาชนอย่างงดงาม
คอมเมนต์ส่วนใหญ่ไปในทางบวกมาก สุนทรพจน์ของเธอได้ผล และคำชมของผม (ในฐานะศัตรู) ก็ช่วยส่งเสริมให้เธอดูสูงส่งขึ้นไปอีก เพราะการได้รับการยอมรับจากศัตรูนี่แหละคือการยืนยันที่ดูจริงใจที่สุดในสายตาคนนอก
“เอาละ ก้าวแรกผ่านไปด้วยดี”
ผมลุกขึ้นจากที่นั่ง ไม่มีเวลาพักแล้ว ถึงเวลาเริ่มแผนการขั้นต่อไป งานต่อไปคือการลอบสังหาร... เอ๊ย กำจัด วายร้ายระดับ A หรือ S คนอื่นทิ้งซะ แล้วค่อยวางแผนก่อการร้ายครั้งใหม่ (ที่ไม่มีใครตาย) ทุกอย่างไม่ง่ายเลยจริงๆ
“ก่อนอื่น ผมต้องไปหา ‘คนนั้น’ อีกรอบ”
คนที่ผมกำลังจะไปหาคือใคร? ก็คือคนที่ช่วยผมแฮ็กสัญญาณภาพเมื่อวานไงครับ ในต้นฉบับเธอจะกลายเป็นวายร้ายระดับ S ในอนาคต แต่ผมชิงเปลี่ยนอนาคตของเธอก่อนที่เธอจะกลายเป็นคนเลว
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
“ฮัลโหล... ว่าไงซออึน พี่เพิ่งตื่นน่ะ อ้อ... ใช่ๆ เรื่องมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ พี่บอกแล้วไงว่ามันเหนื่อย! โอเคๆ เออๆ เดี๋ยวพี่จะไปเดี๋ยวนี้แหละ เจอกันนะ”
ผมวางสาย หยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกไป ผมวาร์ปไปเลยก็ได้นะ แต่ก็นั่นแหละ... พลังผมมันจำกัด ขืนวาร์ปไปไกลๆ อีก มีหวังได้วูบคาถนนแน่ๆ เดินไปดีกว่า อากาศกำลังดีเลย
ฝนยามค่ำคืนกระซิบผ่านหน้าต่าง...
ผมเดินถือร่มผ่านสายฝนปรอยๆ มาได้พักใหญ่ จนกระทั่งถึงย่านที่พักอาศัยแห่งหนึ่งหลังจากเดินมาเกือบชั่วโมง เบื้องหน้าคือบ้านที่ดูธรรมดาๆ หลังหนึ่ง
ที่ประตูมีตัวล็อกรหัสติดตั้งอยู่ ผมกดรหัส 4 หลักเข้าไปข้างใน เมื่อผ่านเข้าไป ก็เจอประตูอีกบานที่มีตัวล็อกรหัสอีกตัว... ล็อกสองชั้นงั้นเหรอ? ผมคิดในใจพลางกดรหัสเข้าไปอีก
แต่ความลับของตัวล็อกนี้ไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนของมันหรอก มันอยู่ที่รหัสผ่านยาวเหยียดถึง 13 หลัก ต่างหาก! ...ผมรู้รหัสนี้เพราะผมเป็นแฟนคลับตัวยงของเรื่องนี้ไงล่ะ ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่มีวันจำได้หรอก
ทันทีที่กดตัวเลขครบ เครื่องก็สั่นสะเทือนเบาๆ พื้นใต้เท้าผมค่อยๆ ยุบตัวลงเหมือนลิฟต์ลับที่กำลังพาผมดิ่งลงสู่เบื้องล่าง ลงไป... ลงไป...
อืม... จะว่าไป ผมวาร์ปจากข้างบนลงมาข้างล่างนี่เลยก็ได้นี่นา เอาเถอะ เก็บพลังไว้ใช้ยามจำเป็นดีกว่า
ลิฟต์หยุดนิ่งที่ห้องโถงสีเทาสุดเนี้ยบ ไฟ LED บนผนังสว่างวาบขึ้นรอบตัวผม บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังไซไฟล้ำยุค
ลึกเข้าไปข้างในคือห้องโถงขนาดใหญ่ ที่มีหน้าจอนับไม่ถ้วนติดอยู่บนผนัง ดูเหมือนศูนย์วิจัยของ NASA ในหนังฮอลลีวูดเป๊ะ ประเภทที่มีคนคอยรายงานว่า ‘ฮิวสตัน เรามีปัญหาแล้ว’ อะไรแบบนั้น
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่ดูใหญ่กว่าตัวเธอถึงสองเท่า ท่ามกลางแสงไฟวับแวมจากจอมอนิเตอร์ เด็กคนนี้แหละคือคนที่ช่วยผมแฮ็กสัญญาณโทรทัศน์เมื่อวาน และในครึ่งหลังของฉบับการ์ตูน เธอคือวายร้ายระดับ S ที่น่าเกรงขาม
“เฮ้ พี่มาแล้วนะ”
“มาแล้วเหรอ ลูกพี่”
เธอคือ ฮัน ซออึน อัจฉริยะนักแฮ็ก
ผมเดินไปที่เก้าอี้ของเธอแล้วขยี้หัวเธอเล่น “ทำไมเรียกพี่ว่าลูกพี่ล่ะ...? ว่าแต่ทำอะไรอยู่?”
“จะทำอะไรล่ะ ก็แก้ไอ้เครื่องนี่อยู่น่ะสิ” ซออึนขมวดคิ้วแล้วสะบัดหัวหลบมือผมที่ลูบผมสีขาวของเธอ
เธอตัวเล็กและน่ารัก ดูยังไงก็เด็กผู้หญิงชัดๆ แต่เธอดันยืนกรานจะเรียกผมว่าเหมือนลูกพี่ เหมือนผู้ชาย มองในมุมคนที่รู้อนาคต ผมว่ามันก็น่ารักดีนะ ผมไม่รู้ว่าเธอมีปมอะไรเรื่องเพศหรือเปล่า แต่มันก็แปลกดีที่ได้ยินเด็กผู้หญิงเรียกเราว่า ‘ลูกพี่’ ทั้งที่เธอเพิ่งจะอยู่มัธยมต้นปี 3 เอง (ถึงจะดูไม่เหมือนเลยก็เถอะ)
“เมื่อวานแฮ็กเก่งมากนะซออึน หน้าพี่โชว์หราไปทั่วประเทศเลย”
“เหอะ เรื่องกล้วยๆ ใครก็ทำได้” เธอตอบอย่างเฉยเมย แต่ผมแอบเห็นมุมปากเธอแอบกระตุกเหมือนจะยิ้มนะที่ได้รับคำชม
“แล้วก็พี่... ปัญหาไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก มันเพิ่งเกิดเรื่องขึ้นน่ะ”
“หือ? ปัญหาอะไร?” ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่นา
“นี่ไง ดูนี่สิ” ทันทีที่ซออึนเปิดวิดีโอบนหน้าจอหนึ่งให้ผมดู หน้าผมก็เริ่มแข็งค้าง
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย?”
[กลุ่มผู้ติดตามของ ‘อีโกสติก’ ก่อเหตุวางระเบิดกลางเมืองอินชอน! พร้อมประกาศว่าจะวางระเบิดเพิ่มขึ้นอีกในนามของอีโกสติก...]
ไอ้พวกนี้มันเป็นใครวะ? แล้วมาอ้างชื่อผมทำไมเนี่ย!!