บทที่ 9 ชีวิตประจำวันของเธอ
บทที่ 9 ชีวิตประจำวันของเธอ
ชินฮารุ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยยอนฮี
เธอดูเหมือนนักศึกษาทั่วไป เว้นแต่ผมสีบลอนด์สว่างและรูปลักษณ์ที่สะกดทุกสายตาจนใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวหลัง...
ความสวยระดับนี้มันห่างไกลจากคำว่า ‘ธรรมดา’ ไปโขเลยละ
อย่างไรก็ตาม มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าเธอคือฮีโร่ ความลับนี้ถูกปิดตายจากโลกภายนอก จะมีก็แค่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสมาคมฮีโร่และเพื่อนฮีโร่ด้วยกันเท่านั้นที่รู้ตัวจริงของเธอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยังพอจะสนุกกับชีวิตในมหาวิทยาลัยแบบคนปกติได้บ้าง
...ถึงแม้การโดดเรียนบ่อยกว่าชาวบ้านจะเริ่มดูพิรุธไปหน่อยก็เถอะ
ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนนะ ทั้งปาร์ตี้เปิดเทอม งานรับน้อง กิจกรรมค่ายพักแรม งานเทศกาลมหาลัย หรือแม้แต่ปาร์ตี้หลังเลิกเรียน เธอก็ไม่เคยเข้าร่วมเลยสักครั้ง เมื่อไม่เคยออกงานสังคม เธอก็แทบจะไม่มีเพื่อนสนิท ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเธอจงใจรักษาระยะห่างจากคนรอบข้างด้วยตัวเอง
แต่เธอก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมคลาสและรุ่นพี่บางคน ชีวิตสองหน้าในฐานะนักศึกษากับฮีโร่ของเธอจึงยังดำเนินไปได้ด้วยดี
ในโซล เหตุการณ์ก่อการร้ายไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน นานๆ จะมาสักครั้ง ประมาณสองสัปดาห์ต่อหน ซึ่งในโลกที่สับสนวุ่นวายแบบนี้ ก็นับว่ายังอยู่ในระดับที่พอทนไหว
หากเทียบกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาที่นั่นมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นรายวันตามจำนวนประชากรที่มหาศาล แต่พวกเขาก็มีฮีโร่ระดับ S และ A คอยรักษาสมดุลไว้ได้ เมืองหนึ่งในอเมริกามีฮีโร่ระดับ A เดินกันให้ว่อน ซึ่งถ้ามองกลับมาที่เกาหลีที่ฮีโร่ระดับ A มีอยู่เพียงหยิบมือ อเมริกาก็ดูเป็นดินแดนที่น่าทึ่งมากจริงๆ
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ชินฮารุไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งกาจอะไรนัก แม้เธอจะมีชื่อติดโผฮีโร่ระดับ A ก็ตาม พลังของเธอก็แค่พละกำลังมหาศาลกับการบินได้เท่านั้นเอง... อย่างตอนที่อีโกสติกก่อเรื่องครั้งก่อน เธอก็ทำได้แค่ยืนมองตาปริบๆ
“……”
ก๊อก ก๊อก
เธอกระดิกนิ้วเคาะแก้วมะม่วงปั่นที่กำลังดื่มพลางใช้ความคิด
อีโกสติก ตอนแรกที่เห็นเขาไล่ฆ่าวายร้ายคนอื่น เธอรู้สึกโกรธจัด เธอเคยปรามาสหมอนี่ไว้ในใจว่าเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนที่จู่ๆ ก็ได้พลังพิเศษมาแล้วคึกอยากโชว์พาว อยากเป็นจุดสนใจก็เลยลุกขึ้นมาฆ่าพวกวายร้ายทิ้งตามใจชอบ
แทนที่จะไปสมัครเป็นฮีโร่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย กลับมาตั้งตนเป็นศาลเตี้ย ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุแล้วอ้างว่านั่นคือความยุติธรรม พวกคนประเภทที่ชอบคิดว่าตัวเองเท่กว่าฮีโร่ในระบบแบบนี้นี่แหละที่เธอเกลียดที่สุด... พวกหิวแสง
ความคิดนั้นเปลี่ยนเป็นความแค้นฝังลึก เมื่อชินฮารุเห็นชื่อของตัวเองถูกเขียนด้วย ‘เลือด’ ในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรม ไอ้โรคจิต... เธอปักใจเชื่อไปแล้วว่าหมอนี่มันก็แค่พวกวายร้ายหยาบช้าที่จ้องจะคุกคามเธอ
แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจเลยก็คือ เขารู้ที่กบดานของวายร้ายระดับ A ที่ทางการยังหาไม่เจอได้ยังไง?
และในเหตุการณ์เรือสำราญเมื่อสัปดาห์ก่อน... เขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ใช่แค่เด็กได้พลังมาใหม่ที่นึกอยากโชว์ แต่เขาคือวายร้ายตัวจริงที่วางแผนก่อการร้ายขนาดใหญ่ แถมยังเป็นโรคจิตที่ชอบเล่นกับจิตใจคนได้อย่างเลือดเย็น
‘คนเราจะเหี้ยมเกรียมได้ขนาดนี้เลยเหรอ?’ เธอคิด (ถ้าอีโกสติกรู้เข้า เขาคงเสียใจแย่ที่เธอคิดแบบนั้น ทั้งที่จริงๆ เขาแค่เอาไอเดียมาจากหนังเก่าในชาติก่อนของเขาเอง)
ชื่อของเขาคือ 'อีโกสติก' ชาวเน็ตพากันวิเคราะห์ว่ามันน่าจะมาจากคำว่า 'Egoistic' ที่แปลว่าเห็นแก่ตัว ซึ่งมันช่างสอดคล้องกับแนวคิดของเขาที่ชอบตราหน้าว่ามนุษย์นั้นเห็นแก่ตัว แค่มองจากชื่อก็รู้แล้วว่าหมอนี่ไม่ใช่คนธรรมดา
พอมารอบล่าสุด ที่แฟนคลับของเขาไปวางระเบิดป่วนเมือง... ตอนแรกเธอถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย เพราะเวลามีวายร้ายบ้าๆ โผล่ออกมาสักคน มักจะมีพวกเลียนแบบผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเสมอ แต่สิ่งที่น่าแปลกคือพวกแฟนคลับเหล่านี้โผล่มาเร็วมาก แถมยังลงมือก่อเหตุทันทีในวันถัดมาหลังจากที่อีโกสติกเพิ่งจะก่อเรื่องครั้งแรกไป
แม้สมาคมฯ จะรีบหามาตรการป้องกัน แต่ทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วเกินตั้งตัว เธอทำได้แค่เฝ้ามองสถานการณ์อย่างร้อนรน จนกระทั่งอีโกสติกตัวจริงก้าวออกมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
พูดตามตรง... เธอรู้สึกประหม่า จะเรียกว่ากลัวไหม? อือ... เธอก็ยอมรับแบบตรงๆ เลยว่า ‘นิดหน่อย’
ผู้ชายที่ไม่มีใครคาดเดาความคิดได้ เดินเข้าไปในตึกที่มีตัวประกันนับร้อยด้วยตัวคนเดียว ถ้าเธอไม่กังวลก็คงแปลกแล้ว
ฮีโร่ทุกคนในสมาคม รวมถึงตัวเธอเอง ต่างเฝ้าดูสถานการณ์ผ่านไลฟ์สดแบบตาไม่กะพริบ ถึงแม้เขาจะใส่หน้ากากปิดหน้าไว้ แต่ท่าทางอวดดีนั่นก็ทำให้เธออยากจะพุ่งเข้าไปประเคนหมัดใส่สักปึ้กจริงๆ
และเขาก็โชว์ความแปลกอีกครั้ง... เขาด่าพวกแฟนคลับเลียนแบบว่าเป็นพวกขยะแล้วสอยร่วงหมดทั้งแก๊ง จากนั้นก็ปล่อยตัวประกันอย่างปลอดภัย แถมยังโอนเงินค่าทำขวัญให้เหยื่อทุกคนจริงๆ จากบัญชีที่ตรวจสอบเส้นทางไม่ได้เสียด้วย
ที่หนักกว่านั้นคือเขา ‘ขอโทษ’ กลางไลฟ์สดที่มีคนดูเป็นล้าน เพราะคนของเขาทำเรื่องเดือดร้อน
ถึงจุดนี้ชินฮารุเริ่มสับสน... ‘ตกลงแกจะเอายังไงกันแน่?’ ถ้าจะเป็นวายร้ายก็เลวให้มันสุดดิ แต่วันนั้นการกระทำของเขามันดูเป็น ‘ฮีโร่’ มากกว่าพวกฮีโร่ตัวจริงซะอีก
ถึงทางการจะไม่อนุญาตให้ใครมาเป็นศาลเตี้ยไล่ฆ่าคน แต่สมาคมฯ ก็จำใจต้องปล่อยผ่านคดีนี้ เพราะเขาฆ่าวายร้ายเพื่อช่วยตัวประกัน และเหยื่อพวกนั้นก็ตายไปแล้วจริงๆ
เธอไม่เคยเจอวายร้ายแบบนี้มาก่อน... ปกติพวกวายร้ายก็แค่ฆ่าไม่เลือกหน้า วางเพลิง ลักพาตัว หรือสร้างความฉิบหายไปวันๆ แต่จะมีวายร้ายสักกี่คนที่ทำทุกอย่างโดยมี ‘อุดมการณ์’ บางอย่างรองรับเหมือนอีโกสติก? อย่างน้อยในเกาหลี หมอนี่ก็คือรายแรกที่เธอเคยเห็น
กริ๊ง~
ชินฮารุเก็บงานลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านกาแฟ แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบใบหน้า เธอบิดขี้เกียจแล้วหาวออกมาคำโต
“ฮาวววว..”
ชายหนุ่มที่เดินผ่านไปต่างพากันเหลียวหลังมองเธอ แต่เจ้าตัวไม่ได้สนใจเลยสักนิด
อีโกสติก... เขารู้แหล่งกบดานของวายร้าย เจาะระบบคลื่นวิทยุได้ รู้เลขบัญชีตัวประกันทุกคน แถมยังมีเงินมหาศาล... ‘แกเป็นใครกันแน่?’
ตอนนี้ชื่อของอีโกสติกขยับขึ้นมาเป็น ‘บุคคลอันตรายอันดับ 1’ ในใจของเธอเรียบร้อย
ไม่ว่าจะดีหรือเลว แต่ผู้ชายคนนี้มีอิทธิพลต่อความนึกคิดของเธอมากเกินไป
‘...ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าตัวจริงของแกคือใคร’
………………………….
“ฮัดเชิ่ย! ใครแอบนินทาผมหรือเปล่านะ?”
“ลูกพี่ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้วมากกว่ามั้ง?”
“ซออึน ถึงเธอจะเป็นผู้หญิง แต่มาว่าพี่แบบนี้มัน—”
“ลูกพี่คะ เงียบหน่อย”
“จ้ะ...”
“...หะ...ให้หนู... เตรียมน้ำอุ่นให้ไหมคะ?”
“ซูบิน! เธอเอาอีกแล้วนะ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ นั่งเฉยๆ พอ! แล้วพี่ก็อาบน้ำทุกวันด้วย พี่โดนใส่ร้าย!”
“...ค่ะ”
“ทำไมทำหน้าไม่เชื่อกันแบบนั้นล่ะ บอกว่าโดนใส่ร้ายไง!”
ณ ใจกลางกรุงโซล ใต้บ้านที่ดูเหมือนบ้านธรรมดาทั่วไป มีชั้นใต้ดินลับซ่อนอยู่ลึกหลายชั้น... นี่คือฐานทัพลับของอีโกสติก ‘อีโก-เบส’
“ลูกพี่... ทำไมต้องมาตั้งชื่อบ้านคนอื่นทุเรศๆ แบบนั้นด้วย?”
“ซออึน บ้านเธอก็เหมือนบ้านพี่ บ้านพี่ก็เหมือนบ้านเธอ บ้านเธอเป็นของพี่ ส่วนของพี่ก็เป็นของเธอไง”
“ลูกพี่ขายบ้านทิ้งไปแล้ว ตอนนี้ลูกพี่ไม่มีบ้านแล้วมากเหอะ”
“……”
เออจริง... ผมย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ใต้ดินบ้านซออึนถาวรแล้ว เพราะจากนี้ไปผมมีงานต้องทำอีกเยอะ เลยคิดว่าย้ายมาอยู่ที่ที่มีอุปกรณ์ครบมือแบบนี้ดีกว่า ซึ่งซออึนก็ตกลง (แบบจำยอมนิดๆ) ชั้นใต้ดินนี่ลึกแค่ไหนผมก็ไม่รู้ แต่ติดไฟ LED สว่างโร่ แถมน่าอยู่สุดๆ มีห้องตั้งเยอะแยะ ไม่มีปัญหาเรื่องที่พักแน่นอน
ขอบใจนะซออึน... ผมมองเธอด้วยสายตาซาบซึ้ง แต่ยัยเด็กนั่นกลับขมวดคิ้วมองค้อนกลับมาประมาณว่า ‘มองไรของลูกพี่?’
ฮันซออึน แฮกเกอร์อัจฉริยะและเพื่อนรักของผม เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ผมบ๊อบสีเงิน ความจริงน้องอยู่แค่ ม.3 เองนะ แต่ตอนแรกผมดันนึกว่าอยู่ ม.1 แถมยัยนี่ชอบแทนตัวเองว่า ‘ผม’ และพยายามทำตัวเป็นผู้ชาย...
แต่โทษทีนะซออึน พี่อ่านการ์ตูนต้นฉบับมา พี่รู้หมดแล้วว่าเธอเป็นผู้หญิง! ไม่นึกเลยว่าเด็กสาวมัธยมจะเรียกผมว่า ‘ลูกพี่’ ได้เต็มปากขนาดนี้...
แต่อยู่กันสองคนมันเหงาไปหน่อย ตอนนี้สมาชิกในบ้านเลยเพิ่มมาอีกหนึ่ง นั่นคือยัยผู้หญิงแฟนคลับเลียนแบบที่ผมลักพาตัวมานั่นแหละ
“...?” ซูบินมองผมด้วยสายตาหวาดกลัว เธอเป็นสมาชิกใหม่ที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ด้วยกัน... ซึ่งเรื่องมันยาวน่ะครับ เอาไว้ก่อนแล้วกัน
“เห้อ...” สมาชิกในบ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยแฮะ... หรือผมคิดไปเองคนเดียวหว่า?