บทที่ 21 งานเทศกาล
บทที่ 21 งานเทศกาล
“อากาศดีจังแฮะ”
ท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น ครั้งสุดท้ายที่ผมออกไปสร้างความวุ่นวาย (ในฐานะวายร้าย) ก็เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากนั้นผมก็เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้านมาตลอด วันนี้เลยถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ได้ออกมาสูดอากาศข้างนอก
เป้าหมายของพวกเราคือ ‘งานเทศกาล’
ซออึนกับซูบินกำลังเดินเคียงข้างกันไปตามถนน… อ้อ จริงๆ สำหรับซูบินคงไม่เรียกว่านานเท่าไหร่ เพราะเธอต้องออกไปซื้อของเข้าบ้านอยู่บ่อยๆ แต่สำหรับผม การได้เห็นแสงแดดหลังจากอุดอู้มานานมันทำให้รู้สึกดีชะมัด คนเรามันต้องอาบแดดบ้างครับ เพื่อรับวิตามินดีอะไรนั่นแหละ จะได้ไม่เฉาตายคาบ้าน
“พี่ชายใส่ชุดสีดำอีกแล้วเหรอ?”
ซออึนเริ่มบ่นผมอีกแล้ว
ตั้งแต่มาอยู่ด้วยกัน ผมสังเกตเห็นเกณฑ์การเรียกสรรพนามของยัยเด็กนี่ เธอมักจะเรียกผมว่า ‘ลูกพี่’ เป็นปกติ แต่จะเปลี่ยนมาเรียก ‘พี่ชาย’ ก็ต่อเมื่ออยากจะอ้อนวอนขออะไรบางอย่าง หรือไม่ก็ตอนที่อารมณ์ดีสุดๆ เท่านั้น
จะเรียกพี่ชายตลอดไปเลยไม่ได้หรือไงนะ?
เอาเข้าจริง ถ้าผมดุเธอบ้าง เธอคงยอมเรียกแหละ แต่ผมไม่อยากทำแบบนั้นให้เสียบรรยากาศจนมองหน้ากันไม่ติด ผมจะรอจนกว่าเธอจะยอมเปิดใจให้เอง สักวันหนึ่งเธอคงเรียกผมว่าพี่ชายด้วยความเต็มใจ… ผมเชื่ออย่างนั้นนะ
แต่ก็นั่นแหละ การที่เธอเรียกผมว่าพี่ชายตอนนี้แปลว่าเธอกำลังอารมณ์ดีสุดๆ แต่ทำไมต้องมาขัดใจกับชุดสีดำของผมด้วยล่ะ?
ผมก้มมองตัวเอง… ก็แค่โค้ทสีดำตัวเก่ง ปกติผมก็ใส่ข้างในอยู่แล้ว อีกอย่างโค้ทมันบังมิด ไม่มีใครเห็นหรอก
ผลลัพธ์คือผมดูเหมือน ‘อีโกสติก’ ร่างปกติไม่มีผิด แต่นี่แหละตัวผม สีดำนี่แหละดูดีที่สุดแล้ว ผมเลยตัดสินใจบอกความจริงที่ซออึนยังไม่รู้ไปว่า…
“ซออึน สีดำน่ะมันสีของลูกผู้ชายนะ”
“หมายความว่าไงของพี่เนี่ย?”
ซออึนตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม ปกติเธอไม่ค่อยยิ้มสดใสขนาดนี้ ผมล่ะแปลกใจจริงๆ ที่เห็นเธอยอมทิ้งใบหน้าบูดบึ้งนั่นไปได้ สงสัยจะอารมณ์ดีมากถึงขนาดฮัมเพลงไปตลอดทาง
ซออึน… นี่เธอชอบไอศกรีมขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือว่าเป็นเพราะได้ออกมาเที่ยวกันแน่?
ส่วนซูบินเองก็แอบอมยิ้มอย่างเอ็นดูที่เห็นท่าทางของซออึน ด้วยผมสีเงินที่เป็นเอกลักษณ์ของซออึนบวกกับความสวยของซูบิน ทำให้คนรอบข้างเริ่มหันมามองพวกเรา… จะมองอะไรกันนักกันหนานะ?
อ้อ ลืมบอกไป ตอนที่ซูบินออกทีวีครั้งแรก เธอใช้ ‘ฟิลเตอร์ปิดบังตัวตน’ ซึ่งทำให้คนที่มองเห็นเกิดอาการจดจำใบหน้าไม่ได้ แต่ฟิลเตอร์นี้ไม่มีผลกับผมที่รู้จักหน้าตาเธออยู่แล้ว
พอนึกดูก็ก็น่าทึ่งนะ ผมแค่ใส่หน้ากากกับฟิลเตอร์เวลาออกงาน ก็สามารถเดินไปไหนมาไหนด้วยหน้าสดได้อย่างสบายใจ ส่วนซูบินเองก็ต้องพกฟิลเตอร์นี้ติดตัวไว้ตลอดเวลาที่ออกไปข้างนอก
เจ้าฟิลเตอร์นี่คือสุดยอดเทคโนโลยีที่นักวิจัยอัจฉริยะชาวอเมริกาประดิษฐ์ขึ้น เพราะเขารำคาญที่พวกฮีโร่ต้องใส่หน้ากากแน่นๆ ตลอดเวลา แค่พกเครื่องนี้ไว้มันจะส่งผลต่อการรับรู้ของคนรอบข้างทันที
ในศูนย์สมาคมฮีโร่จะมีเครื่องนี้อยู่ทุกออฟฟิศ แต่ซออึนแค่ปรายตามองดีไซน์แวบเดียวเธอก็สร้างมันขึ้นมาใหม่ในฐานบานใต้ดินของพวกเราได้เฉยเลย… ขอบคุณนะ ‘ซออึนเอมอน’! (ซออึน + โดราเอมอน)
ถ้าไม่มีเครื่องนี้ผมคงแย่… และซูบินก็คงออกไปซื้อของไม่ได้ เธอคงต้องสั่งเดลิเวอรี่กินทั้งสามมื้อ กลายเป็นสาวติดบ้านของจริงแน่ๆ
“ว้าว เห็นแล้ว!”
ซออึนตะโกนอย่างตื่นเต้น
ใช่ ผมก็เห็นเหมือนกัน
[งานเทศกาลไอศกรีมนานาชาติครั้งที่ 13]
ป้ายแบนเนอร์ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ในที่ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเทศกาลแบบนี้อยู่ด้วย ทุกหัวมุมถนนเต็มไปด้วยซุ้มไอศกรีมและตู้แช่เย็นจนผมนึกสงสัยว่าค่าไฟงานนี้มันจะมหาศาลขนาดไหน
ซออึนวิ่งวุ่นดูนั่นดูนี่ด้วยความตื่นเต้น ส่วนซูบินก็เดินดูรอบๆ ด้วยความทึ่ง
“โอ๊ะ! ไอศกรีมข้าว!”
ซออึนวิ่งนำไปที่ร้านหนึ่งทันที ผมกับซูบินรีบเดินตามไปติดๆ เห็นซออึนถือไอศกรีมโคนสีขาวนวลอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว
“อร่อยมากเลยค่ะ! พี่ลองชิมดูไหม?”
เธอถามด้วยดวงตาเป็นประกาย ผมเคยได้ยินชื่อไอศกรีมข้าวมาบ้างแต่ไม่เคยลองสักที
“เอาสิ ขอลองหน่อย”
ผมรับโคนจากมือซออึนมางับคำหนึ่ง อื้ม… รสชาติไม่เลวแฮะ ผมนึกว่าจะเหมือนข้าวสวยกึ่งสำเร็จรูป แต่มันมีความหอมมันคล้ายวานิลลามากกว่าที่คิด
“อื้ม กินได้นะเนี่ย ซูบินลองดูสิ”
“คะ? เอ๋… ฉันเหรอคะ…”
จู่ๆ ซูบินก็หน้าแดงก่ำและทำตัวลนลาน เป็นอะไรของเขาเนี่ย?
“อร่อยนะ ไม่ลองหน่อยเหรอ?”
“ใช่ๆ กินเลย!”
พอยิ่งโดนซออึนคะยั้นคะยอ ซูบินก็ยิ่งหน้าแดงจัดจนก้มหน้าหมุด
“กะ…ก็ได้ค่ะ ขอลองหน่อยนะคะ”
เธอตะกุกตะกักยื่นมือมารับโคน ทำไมจู่ๆ ถึงกลับไปเป็นซูบินผู้ขี้อายเหมือนวันแรกๆ อีกล่ะเนี่ย? หรือเราจะบังคับเธอเกินไปจนเธอนึกถึงฝันร้ายตอนที่เจอเราครั้งแรก?
“…อือ… นี่มัน… จูบทางอ้อม… มีแค่ฉันที่คิดเรื่องนี้เหรอ…”
เธอพึมพำอะไรบางอย่างที่ผมแทบไม่ได้ยินเพราะเสียงเบามาก จากนั้นเธอก็หลับตาปี๋แล้วงับไอศกรีมเข้าไป… เดี๋ยว ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้น แค่กินไอศกรีมเองนะ?
“อื้ม… อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ!”
เธอลืมตาขึ้นเป็นประกาย รสสัมผัสมันนุ่มนวลกว่าที่คิดจริงๆ หลังจากนั้นโคนก็ถูกส่งคืนกลับไปให้ซออึน ยัยเด็กนั่นก็จัดการฟาดที่เหลือจนเรียบ กินเก่งจริงๆ
พวกเราเดินตระเวนกินไปทั่วงาน ไอศกรีมพวกนี้ราคาสูงใช่เล่นจนรู้สึกเหมือนกำลังผลาญเงินทิ้ง แต่ก็นะ ผมมันคนรวย ปัญหานี้ตัดทิ้งไปได้เลย
ในงานมีไอศกรีมทุกรูปแบบสมกับเป็นงานระดับโลก ตั้งแต่รสพื้นฐานอย่าง ช็อกโกแลต วานิลลา มิ้นต์ช็อก ไปจนถึงรสแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นที่ไหน
รสวาซาบิ, รสบะหมี่เย็น, รสสเต็ก, รสราเมน… เป็นส่วนผสมที่ดูนรกชัดๆ แต่รสสเต็กดันอร่อยกว่าที่คิดแฮะ มันเหมือนกินไอศกรีมรสเนื้อย่าง? ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
และแน่นอนว่ามีรสชาติที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกนี้ด้วย อย่างรสโต๊ะทำงาน, รสขี้มูก, รสขี้หู… ใครมันจะไปซื้อวะ?
…อ๋อ พวกเราไง พวกเราเล่นเป่ายิ้งฉุบกันแล้วผู้แพ้ต้องซื้อรสขี้มูกมากิน ซูบินที่ออกกรรไกรเลยซวยไป พอเข้าปากคำแรกหน้าเธอก็เปลี่ยนสีทันที แล้วเธอก็โยนมันทิ้งถังขยะแทบไม่ทัน
ตอนนี้ในมือผมคือไอศกรีมรสมะม่วง ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมากินรสมะม่วงที่นี่ด้วย… จริงไหมซออึน?
พอผมแกล้งบ่น ยัยเด็กนั่นก็เขย่งเท้ามากระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า…
“…ก็พี่เป็นหัวหน้า ‘สมาพันธ์แมงโก’ นี่นา ก็ต้องกินรสมะม่วงสิคะ!”
“ซออึน… ถามจริง มะม่วงอะไรนั่นมันไม่น่ารำคาญไปหน่อยเหรอ? ล้อบ่อยๆ มันไม่สนุกนะ”
“ไม่ค่ะ หนูสนุกทุกรอบเลย แล้วต่อให้พี่จะปฏิเสธยังไง ชื่อแฟนคลับพี่ก็คือสมาพันธ์แมงโกอยู่ดี”
เธอหัวเราะร่วน ดูเหมือนงานอดิเรกของเธอคือการล้อเลียนผมสินะ… เอาเถอะ เห็นเธอมีความสุข ผมก็ยอม
เดินมาเรื่อยๆ จนถึงโซนกิจกรรมพิเศษ ที่นี่ขายไอศกรีมที่คอลแล็บกับแบรนด์ต่างๆ เช่น ไอศกรีมแฟรงเกนสไตน์, ไอศกรีมรสิกกี้เมาส์…
แล้วนั่นมัน… ไอศกรีมอีโกสติก?
หือ? รสอะไรนะ?
“เชิญทางนี้เลยค่ะ! รสชาติที่มีขายเฉพาะที่นี่เท่านั้น ไอศกรีมอีโกสติก!”
เสียงพนักงานสาวในซุ้มตะโกนเรียกลูกค้า
อะไรกันเนี่ย นี่มันละเมิดลิขสิทธิ์วายร้ายชัดๆ!
“พรืด… พี่มีไอศกรีมเป็นของตัวเองด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆ!”
ซออึนหัวเราะก๊าก มันน่าขำตรงไหนยัยเด็กนี่! ขนาดซูบินยังต้องเบือนหน้าหนีเพื่อแอบขำ
ที่ตลกยิ่งกว่าคือคนต่อแถวร้านนี้ยาวเหยียด ทุกคนถือไอศกรีมมาถ่ายรูปลงอินสตาแกรมกันใหญ่ ผมล่ะมึนตับ… สุดท้ายด้วยคำรบเร้าของซออึนและซูบิน ผมเลยต้องยอมมาต่อแถวซื้อ ‘ไอศกรีมรสตัวเอง’ มากินจนได้
ตัวไอศกรีมเป็นวานิลลาธรรมดา แต่มีช็อกโกแลตรูปหน้ากากครึ่งใบซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของผมแปะอยู่ มีทั้งตาและปากที่ทำจากช็อกโกแลต… เห็นแล้วรู้สึกประหลาดพิลึก แต่ความพิเศษคือข้างในมันสอดไส้มะม่วงครับ
ก็อร่อยดีนะ… คนขายจะรู้ไหมนะว่า ‘อีโกสติก’ ตัวจริงเสียงจริงเพิ่งจะมากินไอศกรีมของตัวเองไป
ถัดไปอีกนิดเป็นซุ้มเกมปาลูกโป่ง ถ้าปาแม่นก็ได้รางวัลเป็นไอศกรีมยักษ์ 10 ชั้น อะไรจะขนาดนั้น
“ซออึน เดี๋ยวพี่โชว์ให้ดู เมื่อก่อนพี่คือนักปาลูกดอกมือหนึ่งเลยนะ เดี๋ยวจะเอาไอศกรีม 10 ชั้นมาให้ดู”
“พี่ดาอิน จะแอบใช้พลังจิตโกงหรือเปล่าคะ?”
เจอคำถามจี้ใจดำของซออึนเข้าไป ผมเลยตั้งใจว่าจะเล่นแบบแฟร์ๆ ไม่ใช้พลัง ซุ้มนี้ออกแบบมาให้เล่นได้สองคนพร้อมกันพอดี และตอนนั้นก็ไม่มีใครอยู่ ผมเลยได้เล่นทันที
“เฮ้อ… สัมผัสที่หนักแน่น แต่เยือกเย็นนี้…”
ผมแกล้งพูดจ้อเพ้อเจ้อใส่ซออึนขณะถือลูกดอกในมือ จังหวะนั้นเองที่มีใครบางคนเดินมาเล่นที่ช่องข้างๆ
ผมเหลือบมองตามสัญชาตญาณว่าใครมา…
และวินาทีนั้น สมองของผมก็หยุดสั่งการไปเสียดื้อๆ
เส้นผมสีบลอนด์สลวยราวกับเส้นไหม…
ใบหน้าที่งดงามเกินกว่าใครในโลกนี้…
‘สตาร์ดัส’ หรือ ชิน ฮารุ…
เธอมาทำอะไรที่ซุ้มปาลูกโป่งเนี่ย?!