บทที่ 24 ปฏิบัติการล่าจระเข้

บทที่ 24 ปฏิบัติการล่าจระเข้

“สตาร์ดัส!!!!!! ถ้าแกไม่ออกมา ข้าจะพังทุกอย่างให้ราบ!”

ใจกลางย่านการค้าที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของงานเทศกาล บัดนี้กลับกลายเป็นบรรยากาศของงานศพที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย

“กรี๊ดดดดดด!”

เสียงกรีดร้องดังมาจากทุกทิศทาง ร่างของผู้คนที่หนีไม่ทันนอนระเนระนาดอยู่บนพื้น

โครม! โครม!

อาคาร ซุ้มขายของ และเสาไฟฟ้า ถูกทุบทำลายจนย่อยยับด้วยน้ำมือของสัตว์ประหลาดที่กำลังคืบเขามา… เจ้ายักษ์ที่มีผิวหนังปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวหนาทึบคนนี้คือ ‘คร็อกโคไดล์แมน’

ตามเนื้อเรื่องเดิม หมอนี่คืออดีตนักวิทยาศาสตร์ที่โชคร้ายเกิดอุบัติเหตุขณะทดลองกับจระเข้จนกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด

ประเด็นสำคัญคือ… ตามไทม์ไลน์แล้วหมอนี่ไม่ควรจะโผล่มาตอนนี้! ผมยังไม่ได้จัดเขาลงในลิสต์วายร้ายที่ต้องจัดการเลยด้วยซ้ำ แล้วไหงจู่ๆ ถึงโผล่พรวดออกมาได้ล่ะเนี่ย?

“สตาร์ดัส!!!! ทำไมไม่ออกมาวะ?!!!! หรือมัวแต่ยุ่งกับการจู๋จี๋ดูดดื่มกับไอ้อีโกสติกนั่นอยู่ฮะ?!!!!!!!”

……เอ่อ หรือว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แกโผล่มา? นี่แกพังเมืองไปบ่นไปเรื่องผมกับสตาร์ดัสเนี่ยนะ?

“ฮึก… ช่วยด้วย…”

เสียงครางด้วยความเจ็บปวดดังมาจากผู้คนที่หนีไม่พ้นและโดนซากปรักหักพังทับอยู่

ไอ้จระเข้นี่ปกติมันก็เหมือนคนทั่วไปครับ แต่มันจะกลายเป็นอสูรกายกระหายเลือดทันทีที่กลายร่าง

ให้ตายเถอะ ถ้ามันไม่อยู่ในร่างจระเข้เกล็ดหนาเนี่ย ผมคงวาร์ปเข้าไปเป่าหัวมันด้วยกระสุนนัดเดียวจบเรื่องไปแล้ว แต่นี่ผมคงต้องออกแรงเคี่ยวเข็ญมันหน่อย

คร็อกโคไดล์แมนถือเป็นวายร้ายคนแรกๆ ที่ภาพลักษณ์ดูเป็น ‘วายร้าย’ เต็มตัวในสายตาประชาชน สมาคมฮีโร่ประเมินระดับให้เขาอยู่ที่ระดับ A แต่เอาเข้าจริง ต่อให้เป็น ระดับ S ผมก็ไม่แปลกใจ เพราะในโลกการ์ตูน หมอนี่จัดว่าเป็นตัวปัญหาตัวฉกาจของสตาร์ดัสเลยละ

เหตุผลง่ายๆ คือ ผิวหนังเกล็ดจระเข้ของมันหนาจนการโจมตีทางกายภาพแทบไม่ได้ผล มันทนได้ทั้งกระสุน ระเบิด หรือแม้แต่หมัดหนักๆ ของสตาร์ดัสที่มีพลังแค่ ‘พละกำลังเหนือมนุษย์’ ในตอนต้นเรื่อง

แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ… มันคลั่งไคล้สตาร์ดัส! หมอนี่แหละคือ ‘ต้นฉบับ’ ของการตะโกนเรียกชื่อฮีโร่สาวกลางเมืองเพื่อท้าสู้ (ซึ่งผมก็เอาไอเดียนี้มาจากมันนั่นแหละ) และด้วยความมีคุณธรรมสูงส่งของสตาร์ดัส ไม่ว่าใครเรียกเธอก็ต้องรีบแจ้นมาช่วยเสมอ

แต่ตอนนี้มันคือสถานการณ์ฉุกเฉิน!

ไอ้จระเข้กล้ามปูนี่กำลังพยายามแย่งชิงความสนใจของสตาร์ดัสไปจากผม! ฝันไปเถอะแก คิดว่าผมจะยอมยกสตาร์ดัสให้ไอ้เขียวหน้าโง่อย่างแกงั้นเหรอ?

ที่สำคัญคือ ถ้าสตาร์ดัสต้องแวะไปเอาเครื่องพรางตัวที่สมาคมฮีโร่ก่อน คนแถวนี้คงตายเกลี้ยง และถ้าเธอฝืนออกมาช่วยคนด้วยหน้าสด… อนาคตของเธอจะพังทลายเหมือนในตอนท้ายของมังงะที่เธอต้องรับมือกับคำด่าทอและการล่าแม่มดจากสังคม

ผมสาบานไว้แล้วว่าจะทำให้สตาร์ดัสมีความสุข เพราะฉะนั้นผมจะปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาไม่ได้!

ผมต้องออกโรงเอง!

จะหาว่าผมเป็นแอนตี้ฮีโร่อีกก็เชิญ แต่รอบนี้ผมต้องมีข้ออ้าง… เอ๊ย มีการ ‘แถลงการณ์’ ที่ชัดเจนหน่อย และวิธีที่ผมถนัดที่สุดก็คือ…

เปิดไลฟ์สดสิครับ!

ให้ตายเถอะ นี่ผมเป็นวายร้ายหรือเป็นยูทูบเบอร์กันแน่เนี่ย?

“สตาร์ดัส!!! แกยังไม่ยอมออกมาอีกเหรอ!”

คร็อกโคไดล์แมนตะโกนพลางทุบทุกอย่างที่ขวางหน้า มันกำหมัดแน่น หมัดของมันใหญ่พอๆ กับหัวคนเลยทีเดียว

“งั้นก็ได้ ในเมื่อแกไม่ออกมา ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมดนี่แหละ!!!!!”

มันเดินอาดๆ เข้าไปหาผู้คนที่นอนกองกันอยู่บนพื้น เหยื่อเหล่านั้นพยายามจะตะเกียกตะกายหนีแต่สภาพร่างกายไม่อำนวย เมื่อเงาร่างมหึมาของมันทาบทับลงมา พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความตายที่มาเยือน

“ดะ… ได้โปรด อย่าฆ่าฉันเลย…”

“อย่ามาโทษข้า ไปโทษสตาร์ดัสโน่น!!!!”

มันเงื้อหมัดขึ้นสุดแขน เตรียมจะฟาดลงมา ผู้คนหลับตาปี๋ยอมรับชะตากรรม…

แต่แล้วท่ามกลางความเงียบงัน จู่ๆ ก็มีเสียงเพลงดังขึ้น

“หืม?”

เจ้ายักษ์ชะงัก เพลงร็อกจังหวะโจ๊ะๆ ถูกเปิดขึ้นขัดกับบรรยากาศตึงเครียดอย่างสิ้นเชิง เมื่อเสียงโซโล่กีต้าร์ไฟฟ้าแผดคำรามขึ้น คร็อกโคไดล์แมนก็หันขวับไปตามเสียง

นั่นคือผมเองครับ

ผมยืนอยู่บนขอบดาดฟ้าของตึกใกล้ๆ มองลงมาที่เจ้ายักษ์นั่น ข้างตัวผมมีลำโพงบลูทูธที่เปิดวอลลุ่มจนสุดกระหึ่ม

ผมยืนเต้นไปตามจังหวะเพลงเบาๆ มีตบมือประกอบจังหวะบ้างเป็นระยะ การเปิดตัวครั้งแรกมันต้องอลังการแบบนี้แหละครับพี่น้อง!

ทางซ้ายมือของผมมีกล้องที่ผมใช้พลังจิตประคองไว้ กำลังสตรีมมิ่งสดลงยูทูบให้ชาวโลกได้เห็น

เอาละ… ได้เวลาเข้าสู่บทบาทแล้ว

“สวัสดีครับทุกท่าน! พบกันอีกแล้วนะครับกับวายร้ายตัวจริงแห่งยุค ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเกาหลี ‘อีโกสติก’ ยินดีที่ได้รู้จักครับ!”

[แมงโกสติก แมงโกสติก แมงโกสติก มาแล้ววววว!]

[พระเจ้าช่วย! นั่นแมงโก้สติกนี่นา!]

[เชี่ย… เปิดตัวอย่างปั่น เรียกตัวเองว่าศัตรูของประชาชนเต็มปากเต็มคำ ฮ่าๆๆๆ]

[นั่นมันที่เกิดเหตุระเบิดนี่! หมอนั่นไปโผล่ที่นั่นอีกแล้วเหรอวะ ฮ่าๆๆๆ]

ผมสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ที่หลัง พลางควานหาไมโครโฟนไร้สายออกมาเชื่อมต่อกับลำโพง

ตึ้ง! ตึ้ง!

ผมลองเคาะหัวไมค์ดู เสียงทุบดังก้องออกมาจากลำโพง อื้ม… เชื่อมต่อเรียบร้อย

“อะ… โหล ทดสอบๆ หนึ่ง สอง สาม”

เสียงผมดังกระหึ่มจนผมเองแทบจะหูหนวก ต้องขอบคุณซออึนที่ช่วยโมดิฟายลำโพงจิ๋วตัวนี้ให้เสียงดังระดับเครื่องเสียงคอนเสิร์ตฮอลล์ ไอ้จระเข้ข้างล่างนั่นต้องได้ยินชัดแจ๋วแน่นอน

ผมเอาไมค์จ่อปาก แล้วตะโกนใส่ไอ้จระเข้ข้างล่าง… จะพูดเพราะๆ ดีไหมนะ? ไม่เอาดีกว่า เสียลุคหมด

“ฟังนะไอ้ลูกจระเข้น้อย แกโดนล้อมไว้หมดแล้ว ยอมมอบตัวซะดีๆ!”

คร็อกโคไดล์แมนที่กำลังจะสังหารชาวบ้านเงยหน้ามองผมทันที มันเดินตรงมาที่ตึกที่ผมยืนอยู่แล้วแผดเสียงถาม (โดยไม่ต้องใช้ไมค์แบบผม)

“แกเป็นใครวะ?!!”

“ฉันคืออีโกสติก คนที่แกเพิ่งนินทาไปเมื่อกี้ไงไอ้โง่!”

“แกว่าไงนะ?!!”

มันหรี่ตามองผมอยู่ครู่หนึ่ง พอจำหน้ากากครึ่งใบของผมได้ มันก็ฟิวส์ขาดทันที

“แก!!!!!! แกคือไอ้อีโกสติกนั่นใช่ไหม?!!!!!!!”

“เออ ฉันเอง”

“ไอ้ระยำ! ข้าจะฆ่าแก!”

พูดจบมันก็วิ่งพุ่งตรงมาหาผมทันที เฮ้ย! ใจเย็นดิ ผมอยู่บนดาดฟ้านะ แกจะขึ้นลิฟต์มาหรือไง?

แต่ผิดคาดครับ มันใช้กรงเล็บจิกผนังตึกแล้วปีนขึ้นมาดื้อๆ เลย! บ้าพลังชะมัด!

“ย้ากกกกกกก!!!!!”

มันคำรามลั่นขณะตะกายตึกขึ้นมาอย่างไว ผมยืนมองนิ่งๆ… เออ มันปีนเร็วกว่าลิฟต์จริงๆ ด้วยแฮะ ตึกนี้ก็ไม่กี่ชั้น แป๊บเดียวมันก็โผล่หัวขึ้นมาถึงขอบดาดฟ้า

โครม!

รอยเท้าของมันย่ำลงบนดาดฟ้าจนตึกสั่นไปทั้งหลัง

“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!!!!! ตายซะเถอะแก!!!!!!!”

“เดี๋ยวๆ คุยกันก่อนดิ”

พอมันพุ่งเข้าใส่ ผมก็แค่ใช้ ‘เทเลพอร์ต’ หลบไปด้านหลังอย่างง่ายดาย ผมวาร์ปไปวาร์ปมาอยู่รอบตัวมันโดยไม่ขยับไปไหนไกล มือหนึ่งถือไมค์ หลังสะพายเป้ อีกมือก็ประคองกล้องไลฟ์สด

เจ้ายักษ์เริ่มงง เพราะต่อยเท่าไหร่ก็โดนแต่ความว่างเปล่า นี่มันไม่ได้ดูข่าวเรื่องพลังวาร์ปของผมมาเลยหรือไงนะ?

พอมันหันซ้ายหันขวาหาผมไม่เจอ ผมเลยวาร์ปไปโผล่ข้างหลังแล้วใช้ฝ่ามือฟาดกบาลมันไปทีนึง… ใช่ครับ ตบหัวมันเนี่ยแหละ

“มองหาอะไรอยู่จ๊ะ ไอ้หนู?”

ดูท่าทาง… หมอนี่จะโง่กว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยแฮะ

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 24 ปฏิบัติการล่าจระเข้

ตอนถัดไป