บทที่ 45 แผนการใหญ่

บทที่ 45 แผนการใหญ่

ณ ห้องลับใต้ดินแห่งหนึ่งในกรุงโซล

ท่ามกลางห้องหับมากมายในที่แห่งนี้ มีห้องประชุมห้องหนึ่งที่ผมกำลังนั่งกอดอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึมสุดขีด

ผมหันหลังให้กระดานดำที่มีข้อความเขียนไว้ว่า "การประชุมสามัญประจำปีของชาวอีโกสติก ครั้งที่ 6" ก่อนจะเริ่มเปิดประเด็น

“เราจำเป็นต้องกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวในอนาคตให้ชัดเจน”

“คำว่า ‘เรา’ นี่หมายถึงพี่คนเดียวหรือเปล่าคะ? อยู่ดีๆ ก็ไปเล่นบทแอปเปิล แมงโก อะไรนั่นเองแท้ๆ...”

“ซออึน... ถ้าเธอพูดเรื่องนั้นขึ้นมาอีกครั้งเดียว พี่จะไม่คุยกับเธอหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ พี่จะขังตัวอยู่ในห้อง ล็อกประตู แล้วก็นั่งร้องไห้คนเดียวด้วย เธออยากจะเห็นผู้ชายอกสามศอกต้องมาเสียน้ำตาเพราะคำพูดของเธอจริงๆ เหรอ กะจิตกะใจเธอทำด้วยอะไรน่ะ!?”

“โอเคค่ะๆ ล้อเล่นนิดเดียวก็ไม่ได้”

“ก็นะ พี่รู้หรอกว่าซออึนแค่เป็นห่วงพี่ พี่ซาบซึ้งมากเลยนะที่เห็นน้ำตาของเธอตอนที่พี่ฟื้นขึ้นมาหลังจากสลบไปตั้งอาทิตย์นึงน่ะ...”

“กรี๊ดดด! หยุดเลย! ไม่ได้ยินโว้ย! รีบๆ ประชุมต่อให้มันเสร็จๆ ไปเลยไป!”

ก่อนจะเริ่ม ผมต้องเบรกยัยเด็กนี่ไม่ให้ล้อเรื่อง 'แอปเปิล แมงโก' ก่อนเลย เพราะตั้งแต่ผมฟื้นมายัยนี่ก็ล้อไม่หยุดเลย... ต้องกำราบซะบ้าง

“เอาล่ะ เข้าเรื่อง... เราต้องกำหนดก้าวต่อไปให้ชัดเจน”

ผมถอนหายใจยาว

“อย่างคราวที่แล้ว พี่พยายามจะไปหยุดไอ้มังกี้ สแปนเนอร์นั่น จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น พี่ว่าพี่คงลืมตัวตนของตัวเองไปชั่วขณะ... พี่ไม่ใช่วีรบุรุษนะ พี่มันวายร้าย”

“ก็นะ... เสียใจด้วยนะพี่ดาอิน แต่ดูเหมือนคนส่วนใหญ่ในตอนนี้จะมองพี่เป็นฮีโร่ไปแล้วล่ะ ในบอร์ดแฟนคลับพี่น่ะ มีคนตั้งกระทู้ ‘20 เหตุผลที่อีโกสติกคือฮีโร่ในคราบวายร้าย’ ไปเรียบร้อยแล้วด้วย”

“อึก...”

ผมกลืนน้ำลายเอื๊อก... ใช่ ช่วงนี้ผมหย่อนยานเกินไปหน่อย

ภาพลักษณ์วายร้ายของผมมันเริ่มจะจางหายไปทุกที

“ถ้าอย่างนั้น คำตอบมันก็มีอยู่แค่อย่างเดียว”

“อะไรคะ?”

“พี่จะกบดานเงียบ”

ทั้งซออึนและซูบินทำหน้าเหวอทันทีที่ได้ยินคำว่า 'กบดาน' พวกเธอมองผมด้วยสายตาที่ตั้งคำถามว่า 'คิดได้ยังไงวะนั่น?'

ผมเลยค่อยๆ อธิบายให้ฟังทีละข้อ

“มนุษย์เราน่ะ... ลืมง่าย ต่อให้เป็นจุดสนใจมากๆ แต่ถ้าไม่มีใครพูดถึงสักพัก เดี๋ยวมันหายไปเอง แล้วทุกคนก็จะลืมไปในที่สุด”

“หมายความว่า... พี่จะทำให้คนลืมพี่เหรอ?”

“ใช่ แค่สักพักน่ะ”

ซออึนดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ถึงยัยนี่จะบ่นเหนื่อยทุกครั้งที่ผมวางแผนก่อการร้าย แต่จริงๆ แล้วเธอนั่นแหละที่ดูตื่นเต้นที่สุด ส่วนซูบินถามถึงรายละเอียด

“แล้วในระหว่างนั้น... พวกเราต้องทำอะไรกันบ้างคะ?”

“นั่นสิคะ ถ้าเป้าหมายคือการหายหน้าไปจากที่สาธารณะ หมายความว่าเราจะไม่ไปตามล่าพวกวายร้ายตัวอื่นด้วยใช่ไหม?”

ผมพยักหน้ายืนยัน

“ถูกต้อง”

แม้ว่านั่นคือสิ่งที่ผมบอกซออึนกับซูบิน แต่จริงๆ มันมีเหตุผลเบื้องหลังมากกว่านั้น

ผมทำมาเยอะเกินไปแล้ว

วายร้ายช่วงต้นของการ์ตูนส่วนใหญ่โดนผมเก็บเรียบ ส่วนพวกที่จะเก่งในช่วงหลังผมก็ชิงเด็ดหัวไปล่วงหน้าแล้ว แค่กำจัด 'เอ็นโซดิแอก' กับ 'เทเลพอร์เตอร์' ไปได้นี่ก็ถือว่าช่วยโลกไว้มหาศาลแล้วล่ะ

แถมเรื่องการก่อการร้าย... ในจุดนี้ สตาร์ดัสแข็งแกร่งขึ้นกว่าเนื้อเรื่องช่วงแรกในการ์ตูนไปมากแล้วด้วย ผมว่าเธอน่าจะอยู่ในระดับกลางๆ ของเรื่องแล้วนะ เพราะเหตุการณ์เครื่องบินตกจริงๆ มันควรจะเกิดช่วงกลางเรื่องนู่น...

ที่สำคัญ ความนิยมของสตาร์ดัสก็พุ่งสูงขึ้น ซึ่งนั่นคือเป้าหมายรองของการก่อการร้ายของผมอยู่แล้ว ‘สมาพันธ์สตาร์ดัส’ เป็นแฟนคลับที่ไม่มีอยู่จริงในต้นฉบับ ไม่รู้ใครเป็นคนตั้งชื่อนะ แต่ชื่อแม่มเท่ชะมัด!

“แล้วพี่จะทำอะไรในระหว่างที่พักล่ะคะ? จะนั่งบริหารบอร์ดแฟนคลับสตาร์ดัสต่อไปงั้นเหรอ?”

ซออึนถามด้วยสีหน้าเย็นชา

หือ?

“หะ-หา? พูดเรื่องอะไรน่ะ?”

“ก็พี่เป็นแอดมินบอร์ด ‘สมาพันธ์สตาร์ดัส’ ไม่ใช่หรือไงคะ?”

พอโดนจ้องแบบนั้น เหงื่อเย็นๆ ก็เริ่มไหลอาบหลังผมทันที

“มะ-ไม่ใช่ซะหน่อย”

“พี่ดาอิน... หนูแฮ็กหน่วยงานรัฐบาลยังทำได้ พี่คิดว่าหนูจะเช็กข้อมูลจากเว็บพอร์ทัลไม่ได้หรือไงคะ?”

“ฮ่าๆๆ...”

โธ่เอ๊ย... ถึงอย่างนั้นก็ไม่นึกว่าเธอจะเช็กเรื่องส่วนตัวแบบนี้นี่นา

ผมแสร้งไอแก้เก้อก่อนจะรีบสรุปสถานการณ์

“ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น จริงๆ แล้วพวกเราก็ลุยกันมาตลอดโดยไม่ได้หยุดพักเลยไม่ใช่หรือไง? เพราะฉะนั้นถือซะว่าเป็นช่วงลาพักร้อนของพวกเราละกัน”

“สรุปคือ พี่จะไม่ทำอะไรเลยและจะพักผ่อนจริงๆ ใช่ไหมคะ?”

“อืม... ยกเว้นบางครั้งที่พี่อาจจะต้องออกไป ‘พูดคุย’ นิดหน่อยน่ะนะ”

“เฮ้อ... ก็ได้ค่ะ”

ในที่สุดซออึนก็ยอมรับคำสั่ง

ให้ตายสิ นี่ผมเป็นหัวหน้าทีมนะ ทำไมรู้สึกเหมือนต้องรอคำอนุมัติจากยัยเด็กนี่ตลอดเลย...

เอาเป็นว่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของการกบดาน

ชาวโลกทั้งหลาย ลืมผมไปได้เลย!

ถึงผมจะบอกว่าหยุดพัก แต่มันก็ไม่ใช่การนั่งกินนอนกินไปวันๆ

ในเมื่อมีเวลาว่าง เราต้องวางแผนตารางงานในอนาคตไว้ล่วงหน้า

“.........”

ภายในห้องนอนของผมที่อยู่ลึกใต้ดิน

ผมยืนจ้องมองกระดานดำบนกำแพงพลางใช้ความคิด

ตอนนี้ผมเบาใจไปได้ระดับหนึ่งแล้ว วายร้ายที่น่ารำคาญในช่วงแรกโดนสยบหมดแล้ว ส่วนที่เหลือก็แค่พวกปลายแถวที่รอโดนหมัดของสตาร์ดัสอัดจนปลิว ซึ่งผมไม่ต้องยุ่งก็ได้ แค่นั่งกินป๊อปคอร์นดูข่าวผ่านทีวีก็พอ

พลังของสตาร์ดัสก็พัฒนาขึ้นมาก เธอพึ่งพาได้มากขึ้นเยอะ ผมไม่จำเป็นต้องออกโรงเลยสักนิด

“สำหรับเหตุการณ์หลัก... ช่วงนี้คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”

น่าจะไม่มีอุบัติเหตุใหญ่ๆ ไปอีกสักพัก

แน่นอนว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีเหตุการณ์ยักษ์ใหญ่เกิดขึ้นแน่ แต่ผมค่อยไปขวางเอาตอนนั้น สรุปคือผมมีเวลาลอยชายได้อีกประมาณครึ่งปี

แล้วจะทำอะไรดีล่ะในระหว่างนี้?

ก่อนอื่น ผมต้องย้ำเตือนเป้าหมายของตัวเอง

เป้าหมายคือทำให้สตาร์ดัสได้เดินบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ และสุดท้าย... ผมต้องมีชีวิตรอดจนจบเรื่องให้ได้

ตอนนี้โลกดูสงบสุขดี

ก็นะ... ถึงจะมีการก่อการร้ายใหญ่ๆ เดือนละครั้ง แต่มันก็ยังถือว่าสงบมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่กำลังจะตามมา

เพราะหลังจากผ่านไปอีกไม่กี่ปี สมดุลพลังจะพังทลาย และวายร้ายสติเฟื่องจะผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ต่อให้ฮีโร่ตัวจริงที่เหลืออยู่อย่างสตาร์ดัสและยัยสาวน้ำแข็งจะเก่งแค่ไหน พวกเธอก็รับมือไม่ไหวหรอก... ทุกอย่างจะกลายเป็นนรก

ถ้าโลกกลายเป็นแบบนั้น วายร้ายที่แสนเปราะบางอย่างผมคงโดนตัดหัวขาดขณะเดินซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตแน่ๆ สยองชะมัด!

ผมจะยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด...!

แล้วผมจะทำอะไรได้บ้างล่ะ?

ในเมื่อรู้ว่าวายร้ายจะแห่กันออกมาในอนาคต

นั่นหมายความว่าตอนนี้ยังมีคนที่เป็น 'ว่าที่วายร้าย' หรือ 'ผู้มีศักยภาพจะเป็นวายร้าย' อยู่สินะ

ใช่... ซออึนคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด

ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ยัยนี่คือคนที่ทำลายระบบบริหารประเทศ อัมพาตรัฐบาล และปล้นสมาคมฮีโร่จนเกลี้ยง

แต่ตอนนี้เธอไม่ได้เป็นวายร้ายแล้ว เพราะผม 'ชิงเก็บ' เธอมาก่อนที่เธอจะเสียคน

ดังนั้น ข้อสรุปก็คือ...

ก่อนที่พวกว่าที่วายร้ายเหล่านั้นจะเดินเข้าสู่เส้นทางมืด ผมต้องไปขัดขวางพวกเขาก่อน

แล้วผมจะเอาพวกเขามาใช้งานซะ ทุกคนน่ะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น ดูซออึนตอนนี้สิ ถ้าไม่มีเธอ ผมก็ทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่การก่อการร้ายกากๆ มีเหตุผลนะที่ผมเลือกชิงตัวซออึนมาเป็นคนแรกในโลกใบนี้

ผมกวาดสายตามองวันที่บนปฏิทิน

ใช่ ตอนนี้พวกเราก็ไม่ต่างอะไรจากพี่น้องท้องเดียวกันแล้ว

ผมเริ่มร่างแผนการคร่าวๆ

ความฝันสูงสุดของผมมีเพียงอย่างเดียว...

นั่นคือการรวบรวมเหล่าว่าที่วายร้ายในอนาคตมาเข้าพวก แล้วสร้างสหภาพวายร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขึ้นมา!

ผมว่าผมจะตั้งชื่อทีมว่า 'อีโกสควอด'

ฟังดูเข้าท่าแฮะ

เมื่อสรุปผลจนเป็นที่น่าพอใจ ผมก็ลบทุกอย่างบนกระดานทิ้งแล้วนั่งลง

ถ้าผมอยากจะรอดตายในโลกการ์ตูนที่สมดุลพลังกำลังจะพังพินาศนี่ อย่างน้อยก็ต้องทำถึงขนาดนี้แหละนะ

“เฮ้อ...”

กะว่าจะพักผ่อน แต่เอาเข้าจริงก็พักไม่ลงแฮะ

ผมเปิดแล็ปท็อปคู่ใจขึ้นมา... เมื่อกี้ใช้สมองเยอะไปหน่อย ต้องหาอะไรเยียวยาจิตใจซะหน่อยแล้ว

ผมกดเข้าหน้าเว็บแฟนคลับสตาร์ดัสที่บุ๊กมาร์กไว้ทันที รูปหน้าหลักของแฟนคาเฟ่เด้งขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าของสตาร์ดัสที่อยู่หลังข้อความ "สมาพันธ์สตาร์ดัส"

ก็นะ จะหลบซ่อนทำไมล่ะ? ก็ผมเป็นคนสร้างแฟนคาเฟ่นี้ขึ้นมาเองนี่นา! ถามจริง ใครจะมาห้ามไม่ให้ผมคลั่งไคล้ตัวละครโปรดจากการ์ตูนสุดรักของผมได้ล่ะ? ผมโดนลักพาตัวมาจากโลกความจริงที่กำลังอยู่อย่างสุขสบายนะ อย่างน้อยผมก็สมควรได้รับความสุขเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เป็นการชดเชยบ้างสิ

“ไหนดูซิ...”

ผมพึมพำกับตัวเองพลางกดเข้าหมวดหมู่หนึ่ง

[รวมช็อตเด็ดสตาร์ดัส]

มันคือแหล่งรวบรวมรูปภาพความสวยงามของสตาร์ดัสทั้งหมด

“ฮ้าาา... ใช่เลย แบบนี้แหละ”

เวลาสตาร์ดัสช่วยชาวเมือง ชาวเมืองควรทำยังไงน่ะเหรอ? วิ่งหนีเหรอ? แน่นอนว่าต้องวิ่งหนี แต่การแอบถ่ายรูปเก็บไว้สักสองสามรูปในระหว่างทางหนีตายมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดนี่นาจริงไหม?

บางคนถึงกับถ่ายวิดีโอไว้เลยด้วยซ้ำ

อืม...

สวยจริงๆ นั่นแหละ

ถ้าการ์ตูนเรื่องนี้โดนเอาไปสร้างเป็นหนังคนแสดง ต่อให้คัดเลือกนักแสดงสาวเป็นสิบล้านคน ก็คงหาใครที่สวยเท่าตัวจริงไม่ได้หรอก

ผมเลื่อนดูรูปสตาร์ดัสไปเรื่อยๆ เพื่อเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้า... แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับผม...

อ้อ จะบอกให้ว่าผมเพิ่งจัดกิจกรรมในแฟนคาเฟ่โดยใช้เงินตัวเองเป็นรางวัลด้วยนะ นั่นคือ 'ประกวดภาพถ่ายสตาร์ดัสที่สวยที่สุด'

สตาร์ดัสไม่ได้สู้กับวายร้ายระดับ A อย่างผมทุกวันหรอก เธอต้องคอยรับมือกับพวกจิ๊กโก๋พลังกระจอกระดับ B หรือ C อยู่บ่อยๆ

และในช่วงเวลาแบบนั้นแหละที่คนทั่วไปสามารถแชะภาพสวยๆ ของเธอได้

หลังจากเซฟรูปจากกระทู้ประกวดเก็บไว้จนพอใจ ผมก็ปิดแล็ปท็อปลง

พักผ่อนพอละ

ทำอะไรต่อดีนะ?

อ้อ เขียนไดอารี่ดีกว่า

ผมหยิบสมุดโน้ตออกมาจากส่วนลึกของชั้นหนังสือ

นี่คือไดอารี่ส่วนตัวของผม ผมถึงกับใส่กุญแจไว้เผื่อซออึนหรือซูบินมาแอบดู

ไดอารี่เล่มนี้คือบันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่วันแรกที่ผมหลุดเข้ามาในโลกใบนี้ ข้อมูลพวกนี้จำเป็นมากเวลาที่ต้องรับมือกับพวกวายร้ายในอนาคต ผมเลยต้องบันทึกไว้ล่วงหน้า

ก็นะ... อายเหมือนกันนะที่ต้องมาเขียนไดอารี่ในวัยนี้ แต่มันก็เป็นแค่การบันทึกเหตุการณ์และความรู้สึกที่ผมเจอมา เพื่อที่ผมจะได้จำมันได้ในภายหลัง

คงไม่มีใครได้อ่านมันหรอกนอกจากผม...

...ใช่ไหม?

หลังจากเขียนไดอารี่เสร็จ ผมก็นอนแผ่หลับตาลง

เอาล่ะ... ได้เวลาหาความสุขใส่ตัวอีกครั้งแล้วสินะ

การได้พักจากการก่อการร้ายนี่มันก็ดีเหมือนกันแฮะ

ป่านนี้สตาร์ดัส คงจะรู้สึกโล่งอกล่ะมั้งที่ผมไม่ได้ก่อเรื่องอะไรเลยในช่วงนี้

ชิน ฮารุ... เธอมีแผนการ

แผนของเธอก็คือ การกระชากหน้ากากและสิ่งที่เขาซ่อนไว้ในครั้งต่อไปที่ได้เจออีโกสติก

แต่ทว่า...

“ทำไมช่วงนี้เขาเงียบไปเลยนะ?”

ตั้งแต่เหตุการณ์ที่โรงแรมครั้งนั้น อีโกสติกก็ไม่เคยปรากฏตัวออกมาอีกเลย

นี่มันผ่านมาสามเดือนแล้วนะ...

‘....มันไม่ใช่สไตล์ของเขาเลยสักนิด’

ชิน ฮารุ เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว

อีโกสติก... ตอนนี้แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันแน่?

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 45 แผนการใหญ่

ตอนถัดไป