ทุ่มทุนสร้างน่าดู! จ้างไอดอลกรุ๊ปรุ่นใหญ่มาโฆษณาเลยเหรอ?

จริงๆ แล้ว ก็โทษหมาไม่ได้ จมูกของหมามันไวกว่าคนขนาดไหน กลิ่นหอมของขาหมูนั้นแต่เดิมก็เข้มข้นอยู่แล้ว พอผ่านประสาทรับกลิ่นของพวกมันเข้าไปอีกก็ยิ่งถูกขยายให้รุนแรงขึ้นไปอีก ขนาดคนได้กลิ่นยังน้ำลายสอ นับประสาอะไรกับหมาจรจัดที่ไม่เคยได้กินของดีๆ

ชั่วขณะหนึ่ง ในฝูงหมา ทั้งกัดหู ทั้งดึงขา สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายอย่างที่สุด เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นไม่ขาดสาย จนคนไม่กล้าหยุดดู

ในตอนนี้ ทีมจักรยานของ เฉียงจื่อ เรียกได้ว่าถูกขาหมูฝีมือ ซูเฉิน พิชิตโดยสิ้นเชิง

“หรือว่า... เราจะพักกันตรงนี้สักชั่วโมง แล้วค่อยปั่นไปซื้อที่สวนสาธารณะนั่นกัน?” มีคนเสนอขึ้น

ทุกคนต่างพยักหน้าหงึกๆ เหมือนตำกระเทียม

“พักเผิกอะไรกันเล่า กว่าจะปั่นไปถึงเขาก็เก็บร้านพอดี ไปกันตอนนี้เลย!” มีคนในกลุ่มสูดน้ำลายเสียงดัง

“ไปๆๆ! ปั่นไปเลย!”

“ทนไม่ไหวแล้ว! ทนไม่ไหวจริงๆ! ต่อให้ปั่นจนหน้ามืดก็ต้องไป!”

“อืม ใช่ๆๆ ร้อนตาย แดดเผาตาย เหนื่อยตายฉันก็ยอม ขอแค่ได้กินขาหมูให้ฟินตายก็พอแล้ว!”

“ที่จริงแล้ว ฉันก็ไม่ได้อยากกินขนาดที่พวกแกพูดหรอกนะ แค่อยากปั่นจักรยานเท่านั้นแหละ”

………………………

แน่นอนว่าในตอนนี้ ซูเฉิน คาดไม่ถึงเลย ว่าขาหมูตุ๋นพะโล้ที่เขาทำ จะก่อให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นที่พื้นที่รกร้างปลายสุดของถนนหมายเลข 77

เขากำลังตั้งใจซอยต้นหอมกับผักชีใส่ลงในกระปุกเครื่องปรุง

“อ้าว พ่อหนุ่ม รีบช่วยตักขาหมูให้ฉันสองชุดเร็วเข้า”

เสียงของ โจว ซูเจิน ดังมาแต่ไกล ตรงมายังร้านของ ซูเฉิน ทันใดนั้น ก็มีคนเรียกเธอจากด้านหลัง เป็นพี่สาวรุ่นใหญ่สองสามคนที่อายุไล่เลี่ยกับเธอ พวกเธอสวมเสื้อผ้าที่เหมือนกันเป๊ะ ในมือถือพัดลายขาวแดง

เมื่อเห็น โจว ซูเจิน ยืนอยู่หน้าร้านแผงลอย ก็พากันสงสัยอย่างยิ่ง เพราะในสายตาของพวกเธอ โจว ซูเจิน ไม่ใช่คนที่จะมากินของแผงลอยแบบนี้

“อ้าว ยายโจว ทำไมยังไม่ไปเต้นรำพัดล่ะ มายืนซื้ออะไรตรงนี้?” พี่สาวคนหนึ่งเดินเข้ามาถามอย่างเป็นกันเอง

โจว ซูเจิน รีบอธิบาย น้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย

“ลูกสะใภ้ฉันน่ะสิ พอกินขาหมูของพ่อหนุ่มคนนี้เข้าไปนะ หอมอย่าบอกใครเลย แต่ก่อนแพ้ท้องหนักมาก กินอะไรไม่ได้เลย ตอนนี้ในที่สุดก็กินอะไรได้บ้างแล้ว”

หา...

พี่สาวทั้งหลายต่างอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ ยังมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? แพ้ท้องแล้วยังจะกินของแบบนี้ลงอีกเหรอ? แต่พอดูท่าทีจริงจังของยายโจวแล้ว ก็ไม่น่าจะโกหก

เมื่อ โจว ซูเจิน จ่ายเงินอย่างรวดเร็ว เพื่อนรุ่นพี่บางคนก็เริ่มใจอ่อน

“หอมก็หอมจริง แต่ของแผงลอยข้างทางแบบนี้มันจะอร่อยได้สักแค่ไหนกันเชียว?”

“ใช่ๆ ราคาก็ยังแพงขนาดนี้ด้วย”

โจว ซูเจิน ถือขาหมูสองกล่องในมือ พูดด้วยใบหน้าที่มั่นใจ

“อร่อยสิ! เงินที่จ่ายไปคุ้มค่าแน่นอน ถ้าว่าแพง เธอก็เลิกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไร้สาระพวกนั้นสิ เงินก็เหลือๆ แล้ว แล้วก็เธออีกคน ฉันไม่อยากจะพูดเลยนะ แผงลอยข้างทางแล้วมันทำไม อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะว่าเธอแอบกินไส้กรอกย่าง”

พอพูดประโยคนี้ออกมา พี่สาวทั้งหลายก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ถึงอย่างไรก็เป็นผู้มีประสบการณ์ชีวิต ต่างก็รู้กันดีว่าคำพูดของ โจว ซูเจิน เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงใจจริงๆ บรรยากาศชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ใครสักคนจะหัวเราะกลบเกลื่อน

“เอาน่า ยายโจว อย่าเพิ่งพูดแรงไปหน่อยเลย แต่ว่านะ…ลองซื้อสักชิ้นมาลองชิมก็ดีเหมือนกันนะ”

“งั้น... ฉันก็เอาชิ้นหนึ่งแล้วกัน ซื้อไปให้หลานชายกิน เด็กๆ ปากตะกละ ไม่แน่อาจจะชอบ”

“ฉันก็ซื้อด้วย...”

…………………………

ตะวันคล้อยต่ำ แสงสุดท้ายสีทองอาบไล้ไปทั่วทั้งเมืองราวกับผ้าคลุมที่อ่อนนุ่ม

กลุ่มคุณป้ากำลังต่อแถวหน้ารถขายอาหารของ ซูเฉิน อย่างคึกคัก พลางพัดวีไปพลาง คุยเรื่องสัพเพเหระในบ้านไปพลาง พัดของพวกเธอมีพื้นสีขาวราวกับหิมะ ขอบเป็นดอกไม้สีแดง สวยงามน่ามองอย่างยิ่ง ขณะที่ขยับพัดก็เกิดลมพัดเบาๆ ทำให้กลิ่นหอมของขาหมูลอยไปได้ไกลยิ่งขึ้น

ในตอนนี้ ผู้คนที่ออกมาเดินเล่นก็เริ่มเยอะขึ้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นในกลุ่มคน

“โห! กลิ่นขาหมูนี่มันเกินต้านจริงๆ! จนแทบจะดึงวิญญาณของฉันออกไปเลย!”

“ดูนั่นสิ เจ้าของร้านคนนั้นทุ่มทุนสร้างน่าดูเลยนะ ถึงขั้นจ้างไอดอลกรุ๊ปรุ่นใหญ่ที่สวยที่สุดในสวนสาธารณะมาโฆษณาด้วย?”

“หา… หรือว่าจะเป็นร้านใหม่ที่ทางสวนสาธารณะเชิญมาลงทุน?”

“เสียงตะโกนขายก็ลื่นหูสุดๆ ฟังแล้วติดหูเหมือนผ่านการออกแบบมาโดยผู้เชี่ยวชาญเลย!”

โดยที่ ซูเฉิน เองยังไม่รู้เลยว่า เขาได้ ‘โชว์เหนือ’ ไปโดยไม่ตั้งใจ

แต่ว่า... ร้านแผงลอยเคลื่อนที่รอบๆ นั้นเงียบเหงาราวกับป่าช้า มีเพียงรถขายอาหารของ ซูเฉิน เท่านั้น ที่โทรโข่งส่งเสียงเรียกลูกค้าอย่างคึกคัก ไฟประดับเล็กๆ บนหลังคากะพริบวิบวับ รอบๆ ยังมีกลุ่มคุณป้าที่แต่งตัวสวยงามรายล้อมอยู่ ไม่ว่าใครเห็นก็อดที่จะคิดไปต่างๆ นานาไม่ได้

…………………………

หลังจากที่คุณป้าทั้งหลายถือขาหมูหอมกรุ่นจากไปแล้ว หนัวหนัว ก็กระโดดมาอยู่ตรงหน้า ซูเฉิน เธอยื่นมือเล็กๆ อวบอ้วนออกมา นิ้วสีชมพูระเรื่อชูขึ้นมาเป็นเลข ‘สาม’

“คุณพ่อคะ หนูหิวแล้ว จะกินขาหมูสามชิ้น”

เจ้าตัวเล็กคนนี้ ท่าทางช่างพูดช่างอ้อนจริงๆ กระเพาะนิดเดียวแค่นั้นจะใส่ลงไปได้หมดเหรอ?

ซูเฉิน ยิ้ม อดไม่ได้ที่จะก้มลงไปหยิกแก้มยุ้ยๆ ของเธอ

“ไม่ได้หรอกนะ ต้องลบออกไปสองชิ้น”

เจ้าตัวเล็กได้ยินดังนั้น ปากก็ยื่นออกมาทันที เหมือนซาลาเปาน้อยที่โดนรังแก

“ก็ได้ค่ะ ลบออกไปสองชิ้นก็เหลือห้าชิ้น”

หนัวหนัว เท้าสะเอวเล็กๆ กางนิ้วออกอย่างมั่นอกมั่นใจ

ซูเฉิน โดนทำให้หัวเราะลั่นอีกครั้ง

“ผิดแล้ว ผิดแล้ว หนูคิดดูดีๆ อีกทีสิ”

หนัวหนัว ได้ยินก็ไม่พอใจ เชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น “หืม! คุณพ่อคะ ก็ต้องห้าชิ้นนั่นแหละ”

ซูเฉิน รู้ว่าลูกสาวแกล้งเล่นอยู่ เลยส่ายหน้าแล้วแหย่กลับ

“ได้ๆๆ อัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ตัวน้อยของพ่อ ไว้หนูโตขึ้นค่อยไปเขียนตำราคณิตศาสตร์ใหม่นะ แต่ที่พ่อมีให้ได้แค่ชิ้นเดียวเท่านั้น”

เมื่อขาหมูหนึ่งชิ้นถูกวางลงบนโต๊ะ เจ้าตัวเล็กก็ใช้สองมือประคองแล้วแทะอย่างเอร็ดอร่อย

“จ๊อบแจ๊บ... อร่อยจัง~”

ไม่นานนัก เสียงเบรกจักรยานเสือภูเขาที่แหลมคมและดังสนั่นก็ดังขึ้น

เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นทีมจักรยานทีมหนึ่งปั่นพุ่งเข้ามาราวพายุ ใบหน้าของพวกเขาแดงก่ำ เหงื่อไหลลงมาตามแก้มไม่หยุด ชุดปั่นจักรยานก็เปียกโชก แนบติดกับลำตัว

ทีมจักรยานเบรกพร้อมกันอย่างกะทันหันหน้ารถขายอาหารของ ซูเฉิน

“ถึงแล้ว! ใช่ร้านนี้แหละ!”

เฉียงจื่อ หอบหายใจอย่างหนัก ใช้มือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ปั่นมาตลอดทางนี่มันเหนื่อยจริงๆ

เพื่อของอร่อยคำนี้ ทุกคนปั่นเร็วกว่าความเร็วปกติของตัวเอง บึ่งมาตลอดทาง

ในตอนนี้ ขาของพวกเขาสั่นเล็กน้อย กล้ามเนื้อปวดร้าว แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความปรารถนา

“เฮ้ เถ้าแก่! ยังมีขาหมูเหลือไหม? เอามาชั่งให้พวกเราคนละชิ้นเลย!”

เฉียงจื่อ พูดขึ้นอย่างใจร้อน เสียงแหบแห้งเล็กน้อย คนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย

“ได้ครับ ทุกคนรอสักครู่นะครับ นั่งพักก่อน”

ซูเฉิน พูดพลางยิ้ม เขาหยิบเก้าอี้พับสองสามตัวออกมาจากในรถขายอาหาร แล้วจัดวางให้

จนถึงตอนนี้ ถึงแม้จะขายไปได้เรื่อยๆ หลายส่วนแล้ว แต่ก็ยังห่างจากเป้าหมายที่เขาคำนวณไว้ว่าต้องขายวันละ 70 ชิ้นอยู่เล็กน้อย แต่ดูจากท่าทางแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว

เขาเปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมของขาหมูตุ๋นพะโล้ก็โชยออกมาอีกครั้ง

ถึงแม้ร่างกายของทีมจักรยานจะเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง แต่ดวงตาของพวกเขากลับจ้องเขม็งไปที่การกระทำของ ซูเฉิน ขณะที่เขาตักขาหมู โดยไม่ยอมละสายตาไปไหนแม้แต่วินาทีเดียว

ตอนก่อน

จบบทที่ ทุ่มทุนสร้างน่าดู! จ้างไอดอลกรุ๊ปรุ่นใหญ่มาโฆษณาเลยเหรอ?

ตอนถัดไป