ภารกิจยังไม่ทันสำเร็จทัพก็แตกเสียก่อน หมายจะจับศิษย์แต่กลับไหลตามน้ำ
พอ ซูเฉิน จอดรถเสร็จ ก็อัปเดตเมนูบนไวท์บอร์ดทันที นักชิมทั้งหลายเมื่อเห็นว่ามีรสชาติใหม่ ต่างก็ทำหน้าประหลาดใจร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น
“โห ว้าว! โร่วเจียหมัวไส้กุ้งเครย์ฟิชเหรอ? นี่มันเมนูเทพชัดๆ!”
“เถ้าแก่ เอามาให้ผมสองอันเลย ผมจะเป็นคนแรกที่ได้ลอง!”
“สุดยอดไอเดีย! โร่วเจียหมัวกุ้งเครย์ฟิช ไปครับพี่น้อง!”
“เวรเอ๊ย กุ้งเครย์ฟิชเอามากินแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ยกระดับโร่วเจียหมัวขึ้นไปอีกขั้นเลย!”
ซูเฉิน ไม่คิดเลยว่ารสชาติกุ้งเครย์ฟิชที่เขาคิดค้นขึ้นมา จะได้รับการตอบรับอย่างเป็นเอกฉันท์จากทุกคน แต่ว่า คิดๆ ดูแล้วก็ไม่แปลก แค่รสสัมผัสที่สดใหม่เป็นเอกลักษณ์ของกุ้งเครย์ฟิช ไม่ว่าจะทำเป็นรสหม่าล่า รสสิบสามเครื่องเทศ รสกระเทียม หรือรสพริกเกลือก็อร่อยทั้งนั้น
นักชิมที่อยู่หน้าสุดของแถว หลังจากได้รับโร่วเจียหมัวกุ้งเครย์ฟิชสองชิ้นแล้ว แทบจะรอไม่ไหวแม้แต่วินาทีเดียว เขาถือโร่วเจียหมัว ยืนกินอยู่หน้าร้านทันที
กลิ่นกระเทียมหอมฟุ้ง เจือด้วยกลิ่นเบียร์จางๆ กระตุ้นความอยากอาหารขึ้นมาทันที เล็งไปที่กุ้งเครย์ฟิช กัดเข้าไปคำหนึ่ง อย่างแรกคือการดูดซับน้ำซอสกระเทียมที่เข้มข้นบนเปลือกนอก นี่แหละคือหัวใจสำคัญ ฟันกัดเบาๆ ที่ตัวกุ้ง ลิ้นก็ตวัดอย่างคล่องแคล่ว เนื้อกุ้งที่อวบอิ่มแน่นหนึบก็หลุดออกจากเปลือกทันที กลิ่นหอมของกระเทียมแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของเนื้อกุ้งอย่างเต็มที่แล้ว กินเข้าไป มีทั้งความหวานสดของเนื้อกุ้ง และความเค็มหอมของกระเทียม
“โคตรฟิน! อร่อยสุดๆ ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ทุกคนฟังผมไม่ผิดแน่ กระเทียมกุ้งเครย์ฟิชนี่คือที่สุดแล้ว!”
พอสิ้นคำพูดนี้ นักชิมทั้งหลายก็พากันพูดคุยกัน เสียงดังไปถึงหูของ เจิ้งเวย เธอก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา
กุ้งเครย์ฟิชผัดกระเทียม? ทำไมถึงมีคนสนใจของแบบนี้ที่ขายตามแผงลอยข้างทาง? ไม่ต้องพูดถึงแผงลอยที่ไม่ถูกสุขอนามัยแบบนี้เลย แม้แต่ที่ขายในบุฟเฟ่ต์หรูๆ หรือร้านอาหารส่วนตัว หลายร้านก็ไม่ใช่ว่าใช้กุ้งตายกุ้งแช่แข็งหรอกเหรอ? ขอแค่ใส่กระเทียมเยอะๆ ใส่พริกเยอะๆ ราดเบียร์ลงไปผัด กลิ่นเหม็นคาวอะไรก็กลบได้หมด กินเข้าไปแล้วรสสัมผัสก็ร่วนๆ นิ่มๆ จะมีอะไรน่ากินกัน?
ส่วนกระเทียมน่ะเหรอ? เจิ้งเวย ตัวเองน่ะไม่แตะเด็ดขาด! ไม่ใช่แค่กระเทียม ทั้งต้นหอม กุยช่าย กุยช่ายขาว ต้นกระเทียม ทั้งหมดล้วนถูกเธอตีตกไปอยู่ในวังเย็น แค่ได้กลิ่นที่ทั้งเลี่ยนทั้งฉุนจมูกแบบนี้ เธอก็รู้สึกเหมือนฟ้าดินหมุนคว้าง ไม่สบายตัวอย่างรุนแรง ถ้ากระเทียมผัดกึ่งสุกกึ่งดิบ วันนั้นทั้งวันเธอจะรู้สึกเหมือนกระเทียมกำลังจะคลานออกมาจากลำคอเพื่อมารัดคอเธอจนตายทั้งเป็น!
เจิ้งเวย ตั้งสติ เตรียมจะลากเจ้าพวกเด็กโดดเรียนสี่คนนั่นกลับไป แต่ยังไม่ทันได้เดินไปสองก้าว สายตาของเธอก็ถูกโร่วเจียหมัวกุ้งเครย์ฟิชในมือของนักชิมคนหนึ่งดึงดูดไว้แน่น
เปลือกนอกของหมัวนั้นอบจนเหลืองกรอบ ข้างในห่อหุ้มกระเทียมสีทองและกุ้งเครย์ฟิชสีแดงสดไว้อย่างแน่นหนา ใต้เกราะของกุ้งเครย์ฟิชซ่อนเนื้อกุ้งที่อวบอิ่มไว้ เนื้อกุ้งขาวๆ นุ่มๆ แต่ละชิ้น ราวกับภูติตัวน้อยที่ถูกจองจำ กำลังพยายามอย่างสุดกำลังที่จะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการของเกราะ แล้วกระโดดเข้าไปในปากของนักชิม
“จ๊อบ... จ๊อบ...” นักชิมคนนั้นเคี้ยวโร่วเจียหมัวในปากอย่างพึงพอใจ ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มเคลิบเคลิ้ม
ภาพที่น่าเพลิดเพลินขนาดนี้ ทำเอา เจิ้งเวย ยืนตะลึงอยู่กับที่ ปากของเธอเผลออ้าออกเล็กน้อย น้ำลายแทบจะไหลออกมา
ตอนเช้าตัวเองเพิ่งจะกินแซนด์วิชไข่เจียวกะหล่ำปลีม่วงไปชิ้นหนึ่ง แคลอรี่ก็ครบถ้วนแล้ว นี่มันเพิ่งจะกี่โมงเอง ไม่หิวแน่นอน ส่วนแผงลอยข้างทาง เธอก็ไม่เคยกินอยู่แล้ว แม้แต่จะมองก็ยังไม่มองเลย
แต่ตอนนี้ เจิ้งเวย กลับจ้องเขม็งไปที่โร่วเจียหมัวในมือของคนอื่น สองตาเหม่อลอย สมองในตอนนี้ก็รู้ความมาก หลังจากรับรู้ได้ว่าเจ้าของร่างกำลังอยู่ในภาวะค้างไปชั่วขณะ ก็รีบส่งสัญญาณประสาท ควบคุมแขนขาให้เดินไปยังท้ายแถวทันที
แถวค่อยๆ เคลื่อนไป ไม่นานนัก หลัวหาว กับพวกเขาสี่คนก็ใบหน้าเปี่ยมสุข ถือโร่วเจียหมัวหอมกรุ่น พูดคุยหัวเราะกันเดินมาจากข้างหน้า
หัวใจของ เจิ้งเวย พลันเต้นระรัวขึ้นมาทันที ความรู้สึกผิดในใจอย่างประหลาดนี่มันอะไรกัน? เมื่อร่างของนักเรียนยิ่งใกล้เข้ามา เธอก็ยิ่งตื่นเต้น
ในวินาทีที่เดินสวนกัน เจิ้งเวย ก็เอียงตัวเล็กน้อย แล้วรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว
ฟู่… รอดไป โชคดีที่ไม่ถูกจับได้
ที่ว่ากันว่า: ภารกิจยังไม่ทันสำเร็จทัพก็แตกเสียก่อน หมายจะจับศิษย์แต่กลับไหลตามน้ำ(1) เธอ เจิ้งเวย… ครั้งแรกในชีวิตเลยที่เธอต้องทำอะไรแบบนี้ ทั้งอายทั้งขัดเขินไปหมด
พอต่อคิวมาถึงข้างหน้า ดวงตาของ เจิ้งเวย ก็เป็นประกาย ถึงแม้เจ้าของร้านจะสวมหน้ากาก แต่ก็ยากที่จะปิดบังความหล่อเหลาได้ สภาพสุขอนามัยของรถขายอาหารก็ไร้ที่ติ มองไปแวบเดียว ทุกที่ก็สะอาดสะอ้าน ไม่มีคราบสกปรกเลยแม้แต่น้อย
เฮ้ออ… เอาล่ะ ทำเอาใจชื้นขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็คงจะไม่มีอะไรอย่างแมลงวัน แมลงสาบโผล่ออกมา ยิ่งต่อคิวใกล้เข้าไป กลิ่นหอมนั้น ก็คอยยั่วจมูกของเธอไม่หยุด แทรกซึมเข้าไปในใจ
แปลกมาก นี่คือกลิ่นกระเทียม แต่กลับไม่ทำให้เธอเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน นี่ไม่ใช่กระเทียมธรรมดา นี่มันราวกับเป็นกระเทียมในบทกวีของ ‘หวังเหว่ย’ ด้วยซ้ำ กลิ่นกระเทียมหอมเข้มข้นกลมกล่อม กระตุ้นทุกเส้นประสาทของ เจิ้งเวย เธออดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายที่เอ่อล้นของตัวเอง
ไม่นานนัก ในที่สุดก็ถึงคิวของตัวเอง เธอเอ่ยเสียงเบา:
“เถ้าแก่คะ ขอรสกุ้งเครย์ฟิชสองชิ้นค่ะ”
ซูเฉิน พยักหน้า แล้วห่อให้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนยื่นส่งให้ไป เจิ้งเวย ถือโร่วเจียหมัวกุ้งเครย์ฟิช เดินไปข้างๆ กัดเข้าไปคำหนึ่ง ก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของข้าวสาลี หอมยิ่งกว่าขนมปังโฮลวีทข้าวไรย์ของเยอรมันที่เธอเคยกินเสียอีก
กุ้งเครย์ฟิชไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย เนื้อกุ้งที่ชุ่มน้ำมันกระเทียมมีกลิ่นหอมจางๆ เนื้อสัมผัสแน่นเด้งมาก เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากรสชาติของอาหารสำเร็จรูปโดยสิ้นเชิง เคี้ยวไปสองสามที น้ำลายก็สอเต็มปาก ชั่วขณะหนึ่ง เธอกลับรู้สึกว่ากลิ่นกระเทียมนี้ก็หอมแปลกๆ
นี่ที่ไหนคือแผงลอยข้างทาง เกรงว่าแม้แต่โรงแรมห้าดาวก็ยากที่จะเทียบได้
นักชิมที่ต่อคิวอยู่ข้างหลัง เจิ้งเวย เห็นว่าในที่สุดก็ถึงคิวตัวเองเสียที ก็รีบเอ่ยปาก:
“เถ้าแก่ ผมก็ขอรสกุ้งเครย์ฟิชสองชิ้นครับ!”
ซูเฉิน รีบส่ายหน้าโบกมือ แล้วเอ่ยปากอย่างเสียดาย
“ขอโทษด้วยครับ ขายหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ล่าจือโร่วเจียหมัวแล้ว”
“ห๊ะ! หมดแล้วเหรอ!” เด็กหนุ่มสองสามคนข้างหลังเหมือนประทัดที่ถูกจุดขึ้น ระเบิดออกมาทันที
“เถ้าแก่! คุณจะทิ้งขว้างชีวิตพวกเราไม่ได้นะ!”
“ถ้าพวกเราไม่ได้กินโร่วเจียหมัวกุ้งเครย์ฟิช ก็เหมือนโลกนี้ไร้กรุงเยรูซาเล็มไปเลยนะเฟ้ย!”
“โธ่เว้ยยยยยย ทำไมโชคร้ายงี้วะ! ฉันยังไม่ได้ชิมรสชาติเลย!”
“ไม่เอานะ กุ้งเครย์ฟิชของข้า อย่าทิ้งข้าไป!!!”
เสียงบ่นดังระงมไปพักหนึ่ง แต่แล้วสุดท้ายพวกเขาก็ถือล่าจือโร่วเจียหมัวร้อนๆ ร้องไห้พลางกินไปพลางอย่างมีความสุข
สี่สิบนาทีต่อมา ซูเฉิน เริ่มเก็บร้าน นักชิมหลายคนที่ซื้อรสชาติใหม่ไม่ทันก็พากันเข้ามาล้อม
“เถ้าแก่ กุ้งเครย์ฟิชซื้อไม่ทันเลย! พรุ่งนี้จะขายอีกไหม?”
ซูเฉิน ยิ้มแล้วตอบสั้นๆ “ไม่มีแล้วครับ ต่อไปก็ไม่ทำแล้ว”
ลูกค้าสองสามคนถึงกับช็อกไปทันที แต่กลับไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของเขาเลย
“หา?! แบบนี้กุ้งเครย์ฟิชกลายเป็นโร่วเจียหมัวรุ่นลิมิเต็ดไปแล้วสิ!”
“โธ่เว้ย เพิ่งพลาดไปก้าวเดียว! สวรรค์จะเล่นอะไรกับเรานักหนา! อ๊าคคค!... ให้มันพังพินาศไปให้หมด... (คลั่งโดยสมบูรณ์)”
“ขอร้องล่ะครับเถ้าแก่ ผมเอาวัตถุดิบมาเองก็ได้ ช่วยทำให้หน่อยเถอะ!”
ทุกคนเกาะรถเข็นคร่ำครวญแทบขาดใจ ซวยชิบหาย! แบบนี้ก็คือเราจะไม่มีวันได้กินโร่วเจียหมัวกุ้งเครย์ฟิชอีกแล้วจริงๆ งั้นเหรอ?!!
…………………………
(1)[ภารกิจยังไม่ทันสำเร็จทัพก็แตกเสียก่อน หมายจะจับศิษย์แต่กลับไหลตามน้ำ (出师未捷身先乱,欲擒学子反同流) – เป็นการดัดแปลงสำนวนคลาสสิกสองสำนวนเพื่อสร้างอารมณ์ขันครับ สำนวนแรกดั้งเดิมคือ ‘出师未捷身先死’ (ออกรบยังไม่ทันชนะก็สิ้นชีพเสียก่อน) เป็นบทกวีของ ตู้ฝู่ ที่บรรยายถึงความล้มเหลวของ จูกัดเหลียง (ขงเบ้ง) ผู้เขียนเปลี่ยนคำว่า ‘ตาย’ (死) เป็น ‘วุ่นวาย’ (乱) เพื่อบรรยายถึงความล้มเหลวของ อาจารย์เจิ้งเวย ที่ยังไม่ทันจับนักเรียนได้ ก็เกิดความวุ่นวายในใจตัวเองเสียก่อน สำนวนที่สองดัดแปลงจากกลยุทธ์ ‘欲擒故纵’ (หมายจะจับจึงแสร้งปล่อย) ผู้เขียนเปลี่ยนเป็น ‘欲擒学子反同流’ (หมายจะจับศิษย์แต่กลับไหลตามน้ำไปด้วยกัน) เพื่อบรรยายถึงการที่เธอตั้งใจจะมาจับนักเรียนโดดเรียน แต่สุดท้ายกลับมาต่อคิวซื้อของกินเหมือนนักเรียนเสียเองได้]