บทที่ 4 ราตรีมาเยือน

บทที่ 4 ราตรีมาเยือน
ภายใต้แสงแดดแผดเผา ณ รอบนอกของเมือง
กลิ่นเหม็นเน่าและความตายลอยคลุ้งอยู่บนท้องถนน
ริมถนน
เมิ่งสั่วเรียกพลทหารใหม่สามนายกลับมา สั่งให้พวกเขาลาดตระเวนและเฝ้าระวังอยู่รอบตัวเขา พร้อมทั้งกำจัดซอมบี้ธรรมดาที่เดินเตร่ออกมาจากตึก
ส่วนตัวเขาเอง ภายใต้การคุ้มกันอย่างไม่ห่างกายของสุนัขทหาร ก็รีบทำการค้นหาในพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว
รวมถึงสังเกตภูมิประเทศ
…..
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น...
…..
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว
ฟ้าเริ่มมืดลง
ภายในเมืองชั้นในตงหลิน ฝูงซอมบี้เริ่มเคลื่อนไหว
เสียงคำรามอันน่าขนลุกของซอมบี้ดังระงมไปทั่ว สะท้อนกึกก้องเหนือพื้นที่ ยิ่งฟ้ามืดเสียงก็ยิ่งถี่ขึ้น
ใต้กลุ่มอาคาร
ลึกลงไปในท่อระบายน้ำทิ้งแห่งหนึ่ง มีเซฟเฮาส์ที่สร้างไว้อย่างลับๆ จุคนได้มากที่สุดสิบหกคน
มืดมิด
อับชื้น
และเต็มไปด้วยเชื้อรา
แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าสิ่งเหล่านั้นคือ ประตูเซฟเฮาส์ที่ควรจะแข็งแรง ตอนนี้กลับมีรอยร้าวปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนหลายรอย!
รอยร้าวขยายใหญ่ขึ้นตามแรงกระแทกจากด้านนอก
ไม่เพียงเท่านั้น
รอบด้าน ในจุดที่ความมืดเข้มข้น มักจะมีเสียงหัวเราะชวนขนหัวลุกดังขึ้นเป็นพักๆ
“ฮ่ะ ฮ่ะฮ่ะ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ”
ทิศทางของเสียงเปลี่ยนไปมา ราวกับกำลังมองหาจุดอ่อนของเซฟเฮาส์
ลึกเข้าไปในเซฟเฮาส์ มีผู้รอดชีวิตสิบกว่าคนรวมตัวกันอยู่
พวกเขาหลบซ่อนตัวตามมุมต่างๆ ด้วยความหวาดกลัว พยายามทำตัวให้เงียบที่สุดไม่ให้ซอมบี้ข้างนอกรู้ตัว จนกระตุ้นให้เกิดการบุกที่รุนแรงกว่าเดิม
ในกลุ่มผู้รอดชีวิต มีเด็กสาวอายุน้อยสองคน พวกเธอกอดกันแน่นด้วยความไร้ทางสู้ เอามือปิดปาก กลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้อย่างสุดความสามารถ
เมฆหมอกแห่งความสิ้นหวังปกคลุมจิตใจของทุกคน
…..
…..
รอบนอกเมืองตงหลิน
ในพื้นที่ห่างไกล ล้อมรอบด้วยตึกที่ไม่สูงนัก
ที่นี่เงียบสงบกว่ามาก แทบไม่เห็นเงาของซอมบี้เลยสักตัว
กึงกัง
บนถนนเส้นหนึ่งริมกลุ่มตึก
มีเสียงดังออกมาจากซากรถยนต์ที่พังยับเยินข้างทาง
เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วง เงาร่างที่ดูทุลักทุเลร่างหนึ่งปีนออกมาจากข้างใน
“เฮ้อ”
ตุ้บ
ไม่สนว่าพื้นจะสะอาดหรือไม่ เมิ่งสั่วทิ้งตัวนั่งแปะลงกับพื้น ร่างกายอ่อนระทวย หอบหายใจอย่างหนัก
ในมือของเขา กำถุงที่ป่องนูนใบหนึ่งเอาไว้
นี่คือผลกำไรจากการเดินทางครั้งนี้
มากมายมหาศาล
เมิ่งสั่วสีหน้าเปี่ยมสุข มองดูถุงเสบียงที่อัดแน่น ความเหนื่อยล้าในร่างกายพลันจางหายไปไม่น้อย
การเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะรวบรวมเสบียงได้เป็นกอบเป็นกำ เขายังเข้าใจการกระจายตัวของตึกโดยรอบอย่างคร่าวๆ
ในใจของเขา เริ่มมีแผนการวางแนวป้องกันรางๆ แล้ว
ต่อไป ก็เหลือแค่กลับไปที่ตึกเล็ก รอให้ค่ายทหารสร้างเสร็จ แล้วเริ่มปั๊มทหาร ออกมาวางกำลัง
ระหว่างพักหายใจ เมิ่งสั่วเปิดแผงควบคุมผู้บัญชาการ
เชี่ย!
หางตาของเมิ่งสั่วกระตุกยิก
ถ้าไม่เปิดดูก็คงไม่รู้
แต้มเพิ่มขึ้นมาตั้ง 1030 แต้ม!
ซอมบี้ธรรมดามีค่า 10 แต้ม นี่หมายความว่าแค่พลทหารใหม่สามนายบวกสุนัขทหารอีกหนึ่งตัว สามารถเก็บเกี่ยวซอมบี้ในพื้นที่ใกล้เคียงไปได้ถึง 103 ตัว ภายในเวลาสามชั่วโมง!
เล่นซะแทบจะถอนรากถอนโคน!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เมิ่งสั่วสูดหายใจเข้าลึก
ตอนนี้เขาตระหนักได้แล้วว่า ยูนิตที่ศูนย์บัญชาการเกณฑ์มานั้นแข็งแกร่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
เขาจะใช้ความคิดแบบเดิม เอาผู้เล่นมาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบไม่ได้อีกแล้ว
“ผู้เล่นมือใหม่จะตีซอมบี้ธรรมดาสักตัวต้องรุมกันสามสี่คน แถมยังเสี่ยงเจ็บตัว”
“แต่พลทหารใหม่ แค่ไม่เปิดฉากยิง ก็สามารถเก็บซอมบี้ได้ห้าหกตัว หรือมากกว่านั้นด้วยตัวคนเดียว”
“ถ้าเทียบบัญญัติไตรยางศ์แบบนี้...”
“ซู้ด”
“โฮ่ง!!”
ทันใดนั้น สุนัขทหารที่เฝ้าอยู่ข้างๆ ก็เห่าเตือนภัย
เมิ่งสั่วดึงสติกลับมา มองไปตามทิศทางที่สุนัขทหารหันไป
พอมองเห็นลางๆ ว่าภายในตึก ในมุมมืด มีเงาสีดำรูปร่างบิดเบี้ยวผอมสูงยืนอยู่
“แค่กๆ—”
เงาดำส่งเสียงไอชวนสยอง
ภาพที่เงียบงันและน่าขนลุกนี้ เพียงพอที่จะทำให้ผู้รอดชีวิตในแดนรกร้างคนไหนก็ตามหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ แล้วใส่เกียร์หมาหนีไปทันที
ทว่า
“โฮ่ง! โฮ่ง!!”
สุนัขทหารโก่งตัว แววตาดุร้าย คอส่งเสียงคำรามต่ำ ไม่มีความเกรงกลัวเงาดำนั้นแม้แต่น้อย
พรึ่บ
ไม่ไกลออกไป พลทหารใหม่ที่เดินลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆ เมิ่งสั่ว ยกปืนขึ้นเล็งไปที่เงาดำพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“แค่กๆ—”
“...”
วินาทีถัดมา เงาดำนั้นก็หมุนตัวหายวับไป
เมิ่งสั่วมีสีหน้าสงบนิ่งตลอดเวลา
ตั้งแต่การลอบโจมตีครั้งนั้นล้มเหลว สโมกเกอร์ก็ตามติดเขาแจ
สถานการณ์แบบนี้ ในเวลาสั้นๆ ไม่ถึง 3 ชั่วโมง เขาเจอมาไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง
ยังดีที่มีพลทหารใหม่และสุนัขทหารคอยคุ้มกัน สโมกเกอร์จึงหาจังหวะเหมาะๆ ไม่ได้ ทำได้แค่สะกดรอยตามเขาอย่างกัดไม่ปล่อย
ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าเสียงปืนจะไปกระตุ้นฝูงซอมบี้ เขาคงสั่งยิงทิ้งไปนานแล้ว
น่ารำคาญชะมัด...
…..
เมื่อเทียบกับการตามรังควานของสโมกเกอร์ เสียงคำรามของซอมบี้ในเมืองชั้นในที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ นั้นน่ากลัวยิ่งกว่า
จำนวนซอมบี้ในเมืองนี้ เยอะกว่าที่เขาคาดไว้มากโข
“ฟ้าจะมืดแล้ว ต้องรีบกลับ”
สโมกเกอร์หลบไปอีกแล้ว เมิ่งสั่วรู้ว่าเสียเวลาเล่นกับมันไม่ได้
เขามองดูสีของท้องฟ้า ไม่ลังเลอีกต่อไป ออกคำสั่งทันที
“รักษาความระมัดระวัง ตามฉันมา”
“รับทราบ!”
“โฮ่ง!!”
พลทหารใหม่และสุนัขทหารขานรับอย่างรวดเร็ว
เมิ่งสั่วหิ้วถุงเสบียง เดินจ้ำอ้าวกลับฐาน สุนัขทหารวิ่งขนาบข้าง
ด้านหลัง พลทหารใหม่กอดปืน ย่ำเท้าอย่างพร้อมเพรียงตามมาติดๆ
วินาทีที่เงาร่างของพวกเขาหายลับไปตรงหัวมุมถนน
ภายในตึกที่มืดมิดและผุพังแห่งหนึ่ง
สโมกเกอร์ก็เดินออกมา
สโมกเกอร์รูปร่างผอมสูง ครึ่งหน้าเต็มไปด้วยก้อนเนื้องอก ไหล่สูงต่ำไม่เท่ากัน ดูผิดรูปผิดร่างอย่างยิ่ง
ที่หูและรูจมูกข้างหนึ่งมีเส้นเนื้อสีดำแดงน่าขยะแขยงยื่นออกมาหลายเส้น แกว่งไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหวของมัน
รอบตัว ยังมีควันสีเขียวฉุนจมูกลอยฟุ้ง
เสียงไอแปลกประหลาดดังออกมาจากปากของสโมกเกอร์ไม่ขาดสาย ดวงตาที่ฉายแววโหดเหี้ยมจ้องมองไปทางที่กลุ่มของเมิ่งสั่วจากไป ก่อนที่ร่างของมันจะวูบไหว ไล่ตามไปทันที
…..
ระหว่างทางไม่พบอุปสรรคใดๆ เมิ่งสั่วนำพลทหารใหม่กลับมาถึงตึกเล็กได้อย่างราบรื่น
ภายในลานบ้าน เงาโครงร่างของค่ายทหารยังคงก่อตัวอยู่ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ไอเย็นแผ่ซ่าน
หญ้ารกชัฏโดยรอบถูกสนามพลังลึกลับที่แผ่ออกมาจากค่ายทหารกำจัดจนเหี้ยนเตียน
กำแพงอิฐแดงที่จวนเจียนจะพังมิพังแหล่รอบๆ ก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงตึกเล็กที่ยังตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม
ที่หน้าต่างชั้นสอง พลทหารใหม่ที่เฝ้ายังคงระวังภัยรอบด้าน
เมื่อเห็นเมิ่งสั่วมองมา พลทหารใหม่ก็ทำวันทยหัตถ์อย่างแข็งขัน ก่อนจะปฏิบัติหน้าที่ต่อ
เมิ่งสั่วพยักหน้าตอบรับ กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อยืนยันว่าปลอดภัย ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เขาเปิดแผงควบคุมผู้บัญชาการ ตรวจดูความคืบหน้าของค่ายทหาร
[เวลาสร้างค่ายทหารคงเหลือ: 2:29]
ต้องรออีกสองนาทีครึ่ง
เมิ่งสั่วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
เวลานี้ ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว
ไกลออกไป เสียงคำรามบ้าคลั่งของซอมบี้ดังระงมไม่ขาดสาย
ใกล้เข้ามา ไม่นานหลังจากเขากลับมาถึง เสียงไอชวนขนลุกก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทิศทางเปลี่ยนไปมาตลอดเวลา
ลมพัดกรรโชก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
ทั่วทั้งเมืองตงหลิน เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ชวนให้สิ้นหวัง กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
รอบตึกเล็ก
พลทหารใหม่สามนายเดินลาดตระเวนไปมา เสียงลมหายใจหนักหน่วงดังลอดผ่านหน้ากากกันแก๊สพิษ เติมเต็มบรรยากาศวันสิ้นโลกนี้ให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟัน
ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากบรรยากาศนี้ สุนัขทหารเดินงุ่นง่านอยู่ที่เท้าของเมิ่งสั่ว หูตั้งชัน คอส่งเสียงครางต่ำๆ อย่างต่อเนื่อง
เมิ่งสั่วกลืนน้ำลายลงคอ
ศึกใหญ่ กำลังจะมาแล้ว

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 4 ราตรีมาเยือน

ตอนถัดไป