บทที่ 22 บุทเชอร์ไม่ได้คิดเยอะขนาดนั้นหรอก!
บทที่ 22 บุทเชอร์ไม่ได้คิดเยอะขนาดนั้นหรอก!
เปรี้ยง——
ซ่า ซ่า ซ่า——
พร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำราม เม็ดฝนร่วงหล่นลงมาราวกับเสาหิน ดูเหมือนกำลังจะเปลี่ยนเป็นพายุฝนในไม่ช้า
ราตรีมืดมิดลงทุกขณะ
ณ รอบนอกฝั่งตะวันตกของเมือง ย่านที่พักอาศัย
ภายในอาคารที่มีพลทหารใหม่สองนายยืนเฝ้ายามอยู่
หวังรุ่ยและเซี่ยเสี่ยวจูชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างเล็กน้อย เฝ้ามองเหล่าพลทหารใหม่ที่เดินทัพฝ่าสายฝนออกไปอย่างเงียบงัน
ลำคอของพวกเขาเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ ทำให้เปล่งเสียงออกมาไม่ได้ชั่วขณะ
‘ต้องสำเร็จนะ…’
ในใจพอจะเดาอะไรบางอย่างได้ พวกเขาจึงได้แต่สวดภาวนาให้อย่างเงียบๆ
.....
ใจกลางเมือง
สายฝนเทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้า ราวกับต้องการชะล้างความสกปรกโสมมของโลกใบนี้ให้หมดสิ้น!
เสียงฆ่าฟัน
เสียงปืนใหญ่
เสียงคำราม
และเสียงฝนตกรวมถึงเสียงอื่นๆ อีกมากมายสอดประสานเข้าด้วยกัน การต่อสู้เข้าสู่ช่วงวิกฤตถึงขีดสุด
แม้จำนวนซอมบี้จะมากเพียงใด แต่ด้วยข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ บวกกับการระดมยิงของพวกออร์กและพลทหารใหม่
ตาชั่งแห่งชัยชนะ จึงเริ่มเอนเอียงไปทางฝ่ายต่อต้านซอมบี้
"จะเริ่มแล้วสินะ"
ปล่อยให้สายฝนชะล้างร่างกายอย่างไม่ไยดี เมิ่งสั่วมีแววตาเคร่งขรึม
เมื่อสังเกตเห็นว่าจำนวนซอมบี้ลดฮวบลง และฝูงหมาป่าเริ่มรายล้อมเข้ามา เขาก็กำนกหวีดทหารในมือแน่น เตรียมพร้อมจะเป่าสัญญาณบุกโจมตีได้ทุกเมื่อ
กำลังพลของเขามาถึงจุดพีคแล้ว พลทหารใหม่จำนวนมากด้านหลังต่างอยู่ในสถานะพร้อมรบ
แม้แต่ป้อมปืนกลพลังงาน เขาก็เติมเข้ามาเสริมถึงสามป้อมเต็มๆ
ณ เวลานี้ สำหรับเขาแล้ว การยึดครองฐานที่มั่นแห่งนี้
สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
"โฮก!!!"
ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางฝูงซากศพทางทิศใต้ ก็มีเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังสนั่นขึ้น
เสียงคำรามนั้นรุนแรง กลบเสียงทุกอย่างในสนามรบไปชั่วขณะ
ผู้ที่ได้ยินต่างรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ!
"บุทเชอร์งั้นเหรอ?!!"
วินาทีที่ได้ยินเสียงนี้ รูม่านตาของเมิ่งสั่วหดเกร็งอย่างรวดเร็ว จนแทบจะเหลือเพียงจุดเล็กๆ
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าผู้เฝ้าฐานที่มั่นแห่งนี้ จะเป็นถึงบุทเชอร์ที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในบอร์ดผู้เล่น
ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย?!
นี่มันแค่ฐานที่มั่นชายขอบไม่ใช่เหรอ?!
ความคิดทั้งหมดก่อนหน้านี้พังทลายลงทันทีเมื่อสิ้นเสียงคำราม
มืออีกข้างของเมิ่งสั่วกำปืนพกผู้บัญชาการแน่น แล้วหันมองไปทางต้นเสียง
ภาพที่เห็นคือ
ภายใต้ม่านฝน
ในส่วนลึกของหมอกเลือด เงาร่างหนึ่งที่สูงใหญ่กว่าครัชเชอร์ค่อยๆ ยืดตัวขึ้น แขนอัปลักษณ์ที่ล่ำสันสองข้างฉีกกระชากม่านฝนออกมา
"โฮก!!!"
กล้ามเนื้อเน่าเฟะขยายตัวขึ้นฉับพลัน บุทเชอร์ใช้มือเดียวหิ้วขวานยักษ์ล่ามโซ่ แล้วเหวี่ยงใส่สมุนออร์กที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างแรง
ผัวะ——
สมุนออร์กที่เพิ่งจะสนุกกับการล่าซอมบี้เมื่อครู่ ถูกฟันขาดครึ่งท่อนในพริบตา!
เลือดเนื้อสาดกระเซ็น
ร่างกายท่อนบนของมันล้มลงในน้ำฝน ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองร่างกายท่อนล่างที่หายไปอย่างงุนงง เห็นได้ชัดว่ายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
วินาทีถัดมา มันก็ถูกฝูงซอมบี้รอบข้างรุมทึ้งจนมิด
เคร้ง เคร้ง——
บุทเชอร์ค่อยๆ ดึงขวานยักษ์ล่ามโซ่กลับมา แววตาฉายความอำมหิต จ้องเขม็งไปที่ลูกพี่ออร์กซึ่งอยู่ไม่ไกลและเพิ่งจะฆ่าจ็อกกี้ไปตัวหนึ่ง
"Waaagh!!!"
เมื่อศัตรูคู่อาฆาตมาเจอกัน ปัจจัยอื่นใดก็ถูกโยนทิ้งไปจนหมด
ลูกพี่ออร์กคำรามลั่น ยกปืนหกลำกล้องขึ้น เปิดฉากยิงถล่มใส่บุทเชอร์เต็มกำลัง สร้างบาดแผลเล็กน้อยให้กับอีกฝ่าย
ในระหว่างที่กำลังบรรจุกระสุนใหม่ ปืนใหญ่ติดไหล่ของลูกพี่ออร์กก็หันกระบอกเตรียมจะยิง
แต่ก่อนที่จะได้ลั่นไก โซ่เหล็กที่บุทเชอร์ขว้างมาก็รัดเข้าที่ลำคอเสียก่อน——
กร๊อบ!
เสียงโลหะฉีกขาดและเสียงกระดูกบดละเอียดดังขึ้นพร้อมกัน
เมิ่งสั่วถึงกับลืมหายใจ
เปรี้ยง——
ครืน——!
จังหวะนั้นเอง สายฟ้าฟาดลงมาจากท้องฟ้า ส่องสว่างฉากโศกนาฏกรรมให้เห็นเด่นชัดในชั่วพริบตา
ศีรษะของลูกพี่ออร์กถูกกระชากหลุดออกมาดื้อๆ ร่างกายอันกำยำล้มตึงลงกับพื้น น้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง
ลูกพี่ออร์กที่แม้แต่ครัชเชอร์ยังสู้ไม่ได้ ตายลงง่ายๆ แบบนี้เลย
สถานการณ์ พลิกกลับทันที
พอลูกพี่ออร์กล้มลง สมุนออร์กที่เหลือก็แตกพ่ายไม่เป็นท่า
บุทเชอร์ไล่เก็บกวาดชีวิตสมุนออร์กเป็นวงกว้าง ทุกครั้งที่มันเหวี่ยงขวาน จะเกิดคลื่นเลือดสาดกระจายเป็นรูปพัด
สมุนออร์กที่เคยทนทานต่อคมเขี้ยวซอมบี้ บัดนี้กลับล้มลงราวกับต้นข้าวสาลีที่ถูกเกี่ยว
"ปรับลำดับความสำคัญการยิง!"
ไม่ต้องเสียเวลาคิด เมิ่งสั่วเป่านกหวีดสั่งระดมยิงทันที ปืนไรเฟิลพลังงานทุกกระบอกเล็งเป้าไปที่บุทเชอร์พร้อมกัน
ทว่า ในพายุฝนพลันปรากฏดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่สว่างวาบขึ้น
ฝูงพวกกลายพันธุ์พุ่งทะลักออกมาจากกลุ่มซอมบี้ ตรงดิ่งเข้าใส่ขบวนทัพของพลทหารใหม่
"ตรวจพบยูนิตศัตรู เริ่มดำเนินการโจมตี"
ป้อมปืนกลพลังงานมีระยะยิงหวังผลไม่ถึงสองร้อยเมตร ทันทีที่พวกกลายพันธุ์จำนวนมากเข้ามาในระยะ ก็เปิดฉากยิงพร้อมกัน
ลำกล้องปืนหมุนติ้ว สาดเทกระสุนออกไปอย่างหนาแน่น
ปัง ปัง ปัง ปัง——
ป้อมปืนกลพลังงานทั้งหกป้อมยิงเต็มกำลัง กวาดล้างพวกกลายพันธุ์ที่ดาหน้าเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิตภายใต้ม่านฝนจนหมดสิ้น
ในขณะเดียวกัน เมิ่งสั่วก็เป่านกหวีดสั่งยิง
แนวหน้า พลทหารใหม่และพลทหารผ่านศึกทั้งหมด เหนี่ยวไกปืนอย่างเงียบเชียบ
ลิ้นไฟพ่นออกมา สาดเทใส่ร่างบุทเชอร์ เกิดเสียงดังติ้งๆ ราวกับกระทบเหล็กกล้า
"มนุษย์..."
บุทเชอร์ลากขาข้างที่บาดเจ็บหมุนตัวกลับ โซ่ครูดไปกับพื้นจนเกิดประกายไฟ
ดวงตาข้างเดียวของมันมองลอดรูของกระสอบคลุมหัว จ้องมองคลื่นสีดำอันเงียบงันนั้นเป็นครั้งแรก
เคร้ง เคร้ง——
บุทเชอร์กระตุกขวานยักษ์ล่ามโซ่กลับมา ซากศพออร์กที่ถูกผ่าครึ่งยังคงติดคาอยู่ที่คมขวาน เลือดหยดติ๋งๆ ลงมาตามโซ่เหล็ก
"มนุษย์!!!"
"โฮก!!!"
ภายใต้การกดดันด้วยอำนาจการยิงอันหนาแน่น บุทเชอร์คำรามลั่นจนหูแทบดับ มัดกล้ามเนื้ออันน่าสยดสยองบิดเบี้ยวและพองขยายด้วยความโกรธ
มันเหวี่ยงขวานยักษ์ล่ามโซ่อย่างแรง ขว้างซากออร์กที่ติดอยู่บนขวานใส่ค่ายของพลทหารใหม่
เลือดเนื้อและเศษโลหะระเบิดกระจายกลางม่านฝน พลทหารใหม่บางนายที่หลบไม่ทันถูกกระแทกปลิวว่อนคาที่
"เพิ่มอำนาจการยิง!"
เสียงนกหวีดทหารของเมิ่งสั่วแหลมสูงขึ้น
เขาไม่สนสายฝนที่สาดซัด จ้องเขม็งไปที่บุทเชอร์ซึ่งถูกรายล้อมด้วยฝูงซากศพอยู่ตรงกลาง นกหวีดในปากถูกเป่าอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพัก
ภายใต้ม่านฝน
เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการ เหล่าพลทหารใหม่ก็ปรับเปลี่ยนขบวนทัพอย่างเงียบเชียบ เปิดทางให้พลทหารใหม่ด้านหลังที่ติดอยู่เคลื่อนที่ขึ้นมาได้
จำนวนพลทหารใหม่เพิ่มขึ้น อำนาจการยิงก็ยกระดับขึ้นอีกขั้น
ปัง ปัง——
ปัง ปัง ปัง ปัง——!
กระสุนพลังงานสาดเทลงมาราวกับพายุฝน ระเบิดเป็นดอกไม้เลือดสีดำแดงบนร่างกายเน่าเฟะของบุทเชอร์
ทว่า
เมื่อเผชิญกับการโจมตีระดับนี้ บุทเชอร์เพียงแค่เซถลาเล็กน้อย
หลังสิ้นเสียงคำราม
มันเหวี่ยงขวานยักษ์ล่ามโซ่อย่างเกรี้ยวกราด โซ่เหล็กบดขยี้ม่านฝน ส่งเสียงเสียดสีของโลหะบาดหู ฟาดใส่ค่ายพลทหารใหม่อีกครั้ง สร้างความเสียหายได้ระดับหนึ่ง
ป้อมปืนกลพลังงานหนึ่งป้อมถูกทำลายทันที
บุทเชอร์กำลังจงใจกำจัดป้อมปืนกลพลังงานที่มีพลังทำลายล้างค่อนข้างสูงก่อน!
เมื่อตระหนักถึงจุดนี้ หัวใจของเมิ่งสั่วก็ดิ่งวูบ
อานุภาพที่รุนแรงแลกมาด้วยข้อเสียที่ชัดเจนของป้อมปืนกลพลังงาน
นอกจากระยะยิงหวังผลจะไม่ถึง 200 เมตรแล้ว เมื่อใช้งานหนักต่อเนื่อง ป้อมปืนกลพลังงานจะเข้าสู่ภาวะอัมพาตชั่วคราว
ในช่วงเวลานั้น จำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการซ่อมแซม
สถานะด้านลบถือว่ารุนแรงมาก
ที่ร้ายแรงที่สุดคือ
ด้วยข้อจำกัดทางโครงสร้าง ป้อมปืนกลพลังงานไม่สามารถปรับมุมก้มเงยเพื่อโจมตีศัตรูได้
ตามทฤษฎีแล้ว แค่นอนราบกับพื้น ก็สามารถหลบการโจมตีของป้อมปืนกลพลังงานได้...
นี่เป็นเหตุผลที่เมิ่งสั่วไม่ได้สั่งให้ป้อมปืนกลพลังงานโจมตีบุทเชอร์ตั้งแต่แรก
จำนวนซอมบี้เยอะเกินไป ป้อมปืนกลพลังงานยิงไม่ถึงตัวบุทเชอร์เลย...
แต่ทว่า ในเวลาเพียงสั้นๆ บุทเชอร์กลับสามารถรับรู้ถึงภัยคุกคามจากป้อมปืนกลพลังงานได้อย่างแม่นยำ
เรื่องนี้ทำให้เมิ่งสั่วรู้สึกตึงมือ พลางลอบถอนหายใจ
"สมกับเป็นบอสประจำรังซอมบี้ ที่แม้แต่กิลด์อันดับหนึ่งของผู้เล่นยกทัพมาร้อยคน ก็ยังบดขยี้ได้ด้วยตัวคนเดียว..."
เมิ่งสั่วในชีวิตก่อนไม่ค่อยได้สัมผัสกับบุทเชอร์มากนัก จึงไม่รู้ว่า
ในสมองของบุทเชอร์ไม่ได้มีความคิดซับซ้อนขนาดนั้น
มันแค่ขาไม่ดี เลยไม่อยากเผยจุดอ่อนเรื่อง 'ขาเป๋' ให้เสียภาพลักษณ์ต่อหน้าลูกน้องฝูงซากศพ จึงทำแบบนั้น
ไม่อย่างนั้น มันคงแกว่งโซ่ออกไล่ฆ่าอย่างบ้าคลั่งไปนานแล้ว...
.....
ทีมออร์กแทบจะถูกซอมบี้กัดกินจนหมดสิ้น
ฝูงหมาป่ากลายพันธุ์เฝ้าดูการต่อสู้จากระยะไกล เริ่มมีท่าทีว่าจะเคลื่อนไหว
เมิ่งสั่วสั่งการให้พลทหารใหม่เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาด กดดันด้วยการยิง เพื่อสร้างความเสียหายให้บุทเชอร์ให้ได้มากที่สุด
ฝูงซากศพกำลังคำราม
เมื่อไม่มีพวกออร์กช่วยแบ่งเบาภาระ เมิ่งสั่วที่ต้องเผชิญหน้ากับคลื่นซอมบี้ที่มี 'หัวหน้า' สั่งการ ก็รู้สึกกดดันขึ้นมาทันที
หากต้องการพลิกสถานการณ์ เขาต้องใช้แผนตัดหัวแม่ทัพ สังหารบุทเชอร์ให้เร็วที่สุด