บทที่ 31 รถบรรทุกทหารขนาดหนักขนศพออนไลน์แล้ว

บทที่ 31 รถบรรทุกทหารขนาดหนักขนศพออนไลน์แล้ว
[สถานีพลังงานก่อสร้างเสร็จสิ้น]
ทางฝั่งเมิ่งสั่ว ระหว่างสื่อสารกับหลี่คั่วเตา ก็ได้รับการแจ้งเตือนว่าสร้างสถานีพลังงานเสร็จเรียบร้อย
เขาปลีกตัวออกมา เปิดหน้าต่างผู้บัญชาการที่มองเห็นได้แค่คนเดียวในมุมลับตา
เปิดหน้าต่างแผนที่
สร้างเตาหลอมพลังงานต่อ โดยสร้างไว้ใจกลางเมือง ตรงจัตุรัสเล็กๆ ที่พลทหารใหม่เคลียร์พื้นที่ออกมา
[กำลังก่อสร้างเตาหลอมพลังงาน ใช้เวลา 7 ชั่วโมง โปรดรอสักครู่]
เสียงแจ้งเตือนจักรกลเย็นเยียบดังขึ้นข้างหู เมิ่งสั่วเดินกลับไปโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
ผ่านไปอีกไม่นาน
หลังจากขอความรู้จากหลี่คั่วเตาเสร็จ เมิ่งสั่วก็รวมพลเหล่าผู้รอดชีวิต
ผู้รอดชีวิตมารวมตัวกัน มองไปยังท่านผู้จัดการคนใหม่ ในแววตาเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
ชีวิต ในที่สุดก็มีความหวังแล้ว
“......”
สังเกตเห็นว่าผู้รอดชีวิตขาดสารอาหารกันถ้วนหน้า สภาพร่างกายอ่อนแอ เมิ่งสั่วจึงพักความคิดที่จะจัดให้พวกเขาช่วยขนศพเอาไว้ก่อน
ดูจากตอนนี้ สุนัขทหารยังเหมาะกับงานขนศพมากกว่าพวกเขาอีก...
เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะไม่คุ้มกัน ตอนนี้เขายังไม่มีวิธีการรักษาพยาบาล
แต่ว่า
งานใช้แรงงานเบาๆ อย่างการเคลียร์ซากปรักหักพัง ถางหญ้า ก็พอจะมอบหมายให้พวกเขาทำได้...
ความคิดเมิ่งสั่วแล่นเร็ว ในใจมีไอเดียคร่าวๆ แล้ว
เขาปลอบใจผู้รอดชีวิตเล็กน้อย ก็รีบรุดไปยังค่ายทหารอย่างไม่หยุดพัก
พลทหารช่างกับรถบรรทุกทหารขนาดหนักเกณฑ์ออกมาเสร็จสิ้นแล้ว กำลังจอดรอคำสั่งของเขาอยู่หน้าจุดรวมพลที่เขาตั้งไว้
“ท่านผู้บัญชาการ!”
ระหว่างทาง เมิ่งสั่วเจอกับคู่พี่น้องเซี่ยถงที่ได้พบหน้ากันอีกครั้ง
สองพี่น้องตาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งร้องไห้เสร็จไม่นาน
สีหน้าสงบนิ่ง เมิ่งสั่วตอบรับคำทักทายสั้นๆ และเมินเฉยต่อคำขอร่วมเดินทางไปด้วยของหวังรุ่ย ให้พลทหารใหม่ส่งพวกเขาไปรวมกลุ่มกับผู้รอดชีวิตคนอื่น
จากไปภายใต้สายตาซับซ้อนของเซี่ยถง
ไม่นานนัก
เมิ่งสั่วก็มาถึงหน้าค่ายทหาร พบกับหน่วยรบสองประเภทที่เพิ่งเกณฑ์ออกมาใหม่
พลทหารช่างสวมหมวกกันน็อกรุ่นเดียวกับพลทหารใหม่ และหน้ากากกันแก๊สพิษรุ่นปรับปรุง
ตรานกในดวงตาประทับอยู่ตรงกลางหมวกของพลทหารช่าง
เสื้อยาวเดิมของพวกเขาถูกแก้ทรงเป็นเสื้อกั๊กยุทธวิธีรัดกุม
ตรงหน้าอก ยังติดตั้งไฟส่องสว่างพลังงานเอาไว้หนึ่งดวง เพื่อให้พลทหารช่างปฏิบัติงานในความมืดได้
บนหลังพลทหารช่าง สะพายเป้สีน้ำตาลเข้ม ข้างในบรรจุเครื่องมือปฏิบัติงานของพวกเขา
ส่วนอื่นๆ
รวมถึงกางเกงขายาว
ผ้าพันแข้ง
รองเท้าคอมแบตและอุปกรณ์อื่นๆ ยังคงรูปแบบเดิมไว้
นอกจากนี้ พลทหารช่างยังมีสนับเข่าเพิ่มมาอีกหนึ่งคู่
ถึงแม้จะไม่มีอาวุธร้อนเสริม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพลทหารช่างจะไร้ความสามารถในการต่อสู้
พลั่วสนาม คืออาวุธที่พลทหารช่างใช้ประจำ
......
สายตาเมิ่งสั่วขยับเล็กน้อย
บนถนนใกล้ค่ายทหาร มีรถบรรทุกทหารขนาดหนัก 12 คันจอดเรียงราย แถวยาวเหยียด
โทนสีของรถบรรทุกทหารขนาดหนักเป็นลายพรางมาตรฐาน
มองปราดเดียว
รถบรรทุกทหารขนาดหนักมีความยาวประมาณ 10 เมตร ติดตั้งแผ่นเกราะป้องกันพื้นฐาน
ชุดล้อแบบ 6x6 ตู้บรรทุกทหารมีผ้าใบกันน้ำโทนสีเดียวกันคลุมปิดไว้
“พลทหารช่างรายงานตัว!”
“บรื้น”
เมื่อเห็นผู้บัญชาการ พลทหารช่างและรถบรรทุกทหารขนาดหนักก็ทำวันทยหัตถ์ตามลำดับ
รถบรรทุกทหารขนาดหนักส่งเสียงเครื่องยนต์คำราม ราวกับคาดหวังอย่างมากที่จะได้ขนทหารไปสู่สนามรบ
“......”
สมองเมินเฉยโดยอัตโนมัติว่าทำไมรถบรรทุกทหารขนาดหนักถึงมี 「จิตสำนึก」 เป็นของตัวเอง
เมิ่งสั่วพยักหน้าตอบรับ และออกคำสั่งเจาะจงทีละข้อตามสถานการณ์ปัจจุบัน
เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว:
[ทำความสะอาดทั่วทั้งเมืองเล็ก]
จากในสู่นอก พลิกโฉมใหม่ให้เกลี้ยง!
เมิ่งสั่วแจกแจงภารกิจลงไปทีละข้อ พลทหารช่างและรถบรรทุกทหารขนาดหนักที่เสียงเครื่องยนต์เบาลงอย่างเห็นได้ชัดก็เริ่มลงมือ
ผ้าใบรถบรรทุกทหารขนาดหนักเปิดขึ้น
พลทหารช่างสองนายขนศพอยู่บนรถ พลทหารช่างคนอื่นทยอยขนศพขึ้นไป
แบ่งงานกันชัดเจน
พอขนซากศพซอมบี้จนเต็ม รถบรรทุกทหารขนาดหนักจะบรรทุกพลทหารช่างสี่นาย ขับไปยังใจกลางเมือง
ไปเทศพทิ้ง ณ จุดที่เมิ่งสั่วกำหนด
ด้วยเหตุนี้ เมิ่งสั่วจึงอ้างอิงภูมิประเทศของเมืองเล็ก กำหนดเส้นทางที่ใกล้ที่สุดและสภาพถนนค่อนข้างดีที่สุดไว้บนหน้าต่างแผนที่
ขณะเดียวกัน
เมิ่งสั่วสั่งการผ่านหน้าต่างแผนที่ ให้พลทหารใหม่จำนวนหนึ่งไปประจำตามทางแยกเพื่อเป็นคนนำทาง ป้องกันไม่ให้รถบรรทุกทหารขนาดหนักหลงทางกลางคัน แล้ววิ่งไปขนทหารแทน
ถึงเขาจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็เถอะ...
......
ขนศพเสร็จสิ้น รถบรรทุกทหารขนาดหนักคันแรกขับออกไป
รถบรรทุกทหารขนาดหนักคันถัดไปขับเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ทำซ้ำขั้นตอนเดิม
ตุบ
กลิ่นเน่าเหม็นฉุนจมูกลอยฟุ้งขึ้นฟ้า
เลือดสาดกระเซ็น
พลทหารช่างเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ปฏิบัติงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
บนถนนใกล้ค่ายทหาร ซากศพซอมบี้ลดจำนวนลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
‘ดูจากความเร็วนี้ น่าจะทำความสะอาดศพในเมืองจนเกลี้ยงได้ในเร็วๆ นี้’
‘ที่ยุ่งยากคือกลิ่นศพที่สะสมมาไม่รู้กี่ปีในเมือง กับคราบสกปรกฝังแน่นต่างๆ’
‘จะยอมจ่ายหินแหล่งพลังงาน ใช้พลังของแกนกลางฐานที่มั่นลบปัญหาพวกนี้ทิ้งก็ได้อยู่หรอก’
‘ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง…’
คำนวณในใจเงียบๆ เมิ่งสั่วมองเวลานับถอยหลังที่ขอบฟ้า:
[363 วัน 15 ชั่วโมง 55 นาที]
เวลาเดียวกัน ป่าทางทิศใต้
“ก๊าซ ก๊าซ”
นกกลายพันธุ์ตัวสีเขียวตลอดตัว ที่จะงอยปากมีคราบเลือดติดอยู่ ท้องป่องเล็กน้อย บินวนเวียนกลางอากาศครู่หนึ่ง ก่อนจะพุ่งดิ่งเข้าไปในป่า
ค่ายชั่วคราวของออร์ก
ผู้บัญชาการออร์กตบเปรี้ยงเดียว นกสื่อสารที่ออกไปสืบข่าวอยู่นานค่อนวันก็โดนตบตายคาที่ ลูกตาขนาดเท่าระฆังทองแดงเบิกกว้าง
เห็นลูกพี่ใหญ่โกรธจัด เหล่าสมุนออร์กที่ถือดาบหัวตัดและอุปกรณ์อื่นๆ ก็ยืนซื่อบื้อหลบอยู่หลังพงหญ้าด้านหลัง
สำหรับพวกมันแล้ว
พวกมันเล่นหัวกับลูกพี่ ลูกพี่อย่างมากก็ซ้อมพวกมันปางตาย
พวกมันเล่นหัวกับลูกพี่ใหญ่ ลูกพี่ใหญ่จะซ้อมพวกมันจนตายจริงๆ
“ไม่มีข่าวกลับมา เกิดเรื่องแล้ว!”
กล้ามอกมหึมาสั่นกระเพื่อมสองที ผู้บัญชาการออร์กหน้าเขียวปัด
มันไม่อยากจะเชื่อจนถึงตอนนี้
ในถิ่นกันดารแบบนี้ ยังมีพวกบ้าดีเดือดกล้ามาปาดหน้าเค้กเผ่าขวานเถื่อนของพวกมันอีกเรอะ?
“แม่งเอ๊ย!”
“โฮก”
ผู้บัญชาการออร์กเพลิงโทสะลุกโชน กำลังจะรวมพลบุกเมืองเล็ก
ตอนนั้นเอง ฝูงไฮยีน่ากลายพันธุ์กลุ่มใหญ่จู่ๆ ก็ด้อมๆ มองๆ แทรกเข้ามาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งหน้าเข้าโจมตีเมืองเล็ก
จำนวนประมาณหกร้อยเจ็ดร้อยตัว บงการโดยราชินีไฮยีน่าที่อยู่ท้ายขบวน
“......”
เห็นภาพนี้ คำสั่งที่ผู้บัญชาการออร์กกำลังจะตะโกนออกไปก็ถูกกลืนกลับลงคอ
“ลูกพี่ใหญ่ ผมพาคนไปอัดพวกมันเลยไหม?”
เห็นโอกาสสร้างผลงาน ลูกพี่ออร์กหน้าบากคนหนึ่งก็ผลักเพื่อนร่วมทีม ก้าวออกมาข้างหน้า แล้วถามเสียงอู้อี้
“ไม่ต้อง ฉันมีความคิดของฉัน”
ผู้บัญชาการออร์กครุ่นคิดลึกซึ้ง ปฏิเสธทันควัน
มันไม่เหมือนลูกน้องที่สมองมีแต่กล้าม วันๆ รู้จักแต่ต่อยตี
พูดกันตามตรง สมองมันซับซ้อน
นอกจากต่อยตี มันยังมีอุดมการณ์ที่สูงส่งกว่านั้น
เช่น การทำสงคราม
“......”
ดึงความคิดกลับมา ผู้บัญชาการออร์กมองแผ่นหลังของราชินีไฮยีน่า ประกายตาฉายแววเจ้าเล่ห์
แค่คืนเดียว ฝ่าพายุฝน ยึดครองฐานที่มั่นซอมบี้ได้ทั้งฐาน ความเร็วและความแข็งแกร่งระดับนี้จะบอกว่าไม่น่ากลัวก็คงไม่ได้
มันต้องยอมรับ เมื่อกี้มันใจร้อนไปหน่อย
ต้องรู้ไว้ว่า ฐานที่มั่นซอมบี้แห่งนี้ไม่เหมือนฐานอื่น ที่นี่มีไอ้หัวกระสอบเฝ้าอยู่
ความเก่งกาจของไอ้หัวกระสอบเป็นที่ประจักษ์ ไอ้หัวกระสอบช่วงพีคๆ ขนาดตัวมันเองยังต้องยอมถอยให้
ถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าเผ่าบังคับมอบหมายภารกิจ แถมยังให้ปืนซูเปอร์บิ๊กกันมาอีกกระบอก มันก็คงไม่กล้าพอที่จะบุกฐานที่มั่นนี้หรอก
พวกตัวกินซากโง่เง่าพวกนี้ เอาไว้ทดสอบฝีมือเจ้าของใหม่ของฐานนี้พอดี
ถ้าอีกฝ่ายกระทั่งพวกตัวกินซากแค่นี้ยังสู้ไม่ได้ พวกมันค่อยเข้าไปเก็บกวาดทีหลังก็ไม่สาย
แต่ถ้าอีกฝ่ายเก่งขนาดนั้นจริงๆ
งั้นจะไปตีหาพระแสงอะไร?

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 31 รถบรรทุกทหารขนาดหนักขนศพออนไลน์แล้ว

ตอนถัดไป