บทที่ 32 ฉันว่าเรื่องนี้ต้องคิดกันยาวๆ

บทที่ 32 ฉันว่าเรื่องนี้ต้องคิดกันยาวๆ
ภาพตัดเปลี่ยนไป
ที่รอบนอกฝั่งใต้ของเมืองเล็ก พลทหารใหม่หน่วยหนึ่งกำลังกวาดล้างซอมบี้ที่เหลืออยู่ไม่มาก
เสียงปืนดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
เสียงคำรามของซอมบี้แทบจะเงียบหายไป
ปัง ปัง
ปัง!
ยิงเจาะกะโหลกซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาจากระยะไกลได้อย่างแม่นยำ พลทหารใหม่นายหนึ่งเลื่อนขั้นเป็นพลทหารผ่านศึกได้อย่างราบรื่น
“ฟู่”
เสียงลมหายใจหนักหน่วงดังลอดออกมาจากหน้ากากกันแก๊สพิษ
พลทหารผ่านศึกถือปืนเดินนำหน้าหน่วย เตรียมจะมุ่งหน้าไปยังจุดกวาดล้างถัดไป
ทันใดนั้น เขาก็หยุดชะงักอยู่กับที่ มองไปยังถนนทางทิศใต้
ในครรลองสายตา
กลุ่มสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ไร้ขน หน้าตาบิดเบี้ยว แววตาดุร้ายกลุ่มใหญ่กำลังย่างสามขุมเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
พลทหารผ่านศึกตื่นตัวขึ้นมาทันที
“โฮก!”
ไฮยีน่ากลายพันธุ์ตัวจ่าฝูงเห็นว่าความแตก จึงเลิกซ่อนเร้น กิริยาท่าทางไม่ปิดบังอำพรางอีกต่อไป มันคำรามลั่นพร้อมพุ่งเข้าโจมตีหน่วยทหาร
ศัตรูบุก!
พลทหารผ่านศึกตอบสนองรวดเร็ว ยกปืนขึ้นยิงโดยไม่ต้องคิด
ม่านกระสุนหนาทึบสาดเทออกไป กราดยิงใส่ฝูงไฮยีน่ากลายพันธุ์ที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
พลทหารใหม่อีกสามนายในหน่วยก็เริ่มยิงทันที ปืนไรเฟิลพลังงานแบบยิงทีละนัดยิงต่อเนื่องไม่หยุด
ทว่า อำนาจการยิงเพียงเท่านี้ยากที่จะกดดันการบุกของไฮยีน่ากลายพันธุ์ได้
ที่น่าสิ้นหวังยิ่งกว่าคือ นอกจากจุดอ่อนบางจุดแล้ว กระสุนพลังงานแทบจะเจาะทะลุหนังของสัตว์ประหลาดพวกนี้ไม่เข้าเลยด้วยซ้ำ!
แม้แต่พลทหารผ่านศึกก็ยังไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ในนัดเดียว
“โฮก!”
ไฮยีน่ากลายพันธุ์เคลื่อนที่รวดเร็วปานสายฟ้า
เมื่อไฮยีน่ากลายพันธุ์ตัวแรกกระโจนมาถึง ปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวโชกเลือดพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของพลทหารใหม่นายหนึ่ง พลทหารใหม่คนนั้นยกปืนขึ้นกัน ทันใดนั้นก็ถูกไฮยีน่ากลายพันธุ์ตัวที่สองที่ตามมาตะปบจนล้มคว่ำ
เสียงฉีกกระชากเนื้อดังขึ้น
เลือดสดๆ สาดกระเซ็น
สมาชิกในหน่วยถูกตะปบล้มลงคนแล้วคนเล่า
“ฮึ่ม”
พลทหารผ่านศึกโยนปืนไรเฟิลพลังงานทิ้งไปนานแล้ว เขาควักพลั่วสนามออกมา ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวของไฮยีน่ากลายพันธุ์ตัวหนึ่ง เจาะกะโหลกสังหารมันได้สำเร็จ
แต่จำนวนไฮยีน่ากลายพันธุ์นั้นมีมากเกินไป
ไม่นาน พลทหารผ่านศึกก็ถูกฝูงสัตว์ร้ายกลืนกิน
ก่อนลมหายใจจะดับสูญ ในที่สุดเขาก็คลำเจอระเบิดมือพลังงาน
ดึงสลัก
ตู้ม!!!
……
“เกิดเรื่องแล้ว!”
สังเกตเห็นจุดสีฟ้าสี่จุดบนหน้าต่างแผนที่หายวูบไป รูม่านตาของเมิ่งสั่วหดเกร็งฉับพลัน
ทุกๆ ระยะเวลาหนึ่ง เขาจะเปิดหน้าต่างแผนที่เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าในการกวาดล้าง
เมื่อจุดสีแดงผืนใหญ่ปรากฏขึ้นทางทิศใต้ของเมือง หัวใจเขาก็บีบรัดทันที และรีบติดตั้งป้อมปืนกลพลังงานสี่แห่งในบริเวณใกล้เคียงอย่างรวดเร็วที่สุด
[แต้ม -4000]
น่าเสียดายที่ยังช้าไป
สีหน้าย่ำแย่ เมิ่งสั่วรีบกดสั่งการบนหน้าต่างแผนที่ โยกย้ายหน่วยรบใกล้เคียงให้ไปสนับสนุน
พร้อมกันนั้น เขาก็สั่งทหารม้าสี่นายให้รีบรุดไปที่นั่นด่วน
สายตาจับจ้องจุดสีแดงที่กำลังกลืนกินจุดสีฟ้าบนหน้าต่างแผนที่อย่างรวดเร็ว สีหน้าของเมิ่งสั่วมืดมนจนน่ากลัว
เขาเงยหน้ามองพลทหารช่างที่กำลังปฏิบัติงานกวาดล้างอย่างเป็นระเบียบ
กัดฟันกรอด เรียกพลซุ่มยิงมา
บวกกับสุนัขทหาร 12 ตัว พลทหารใหม่ 6 นาย ขึ้นรถบรรทุกทหารขนาดหนักที่ยังไม่ทันได้ขนศพ ขับมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองเล็ก
บรื้น!!
เครื่องยนต์ของรถบรรทุกทหารขนาดหนักส่งเสียงคำรามกึกก้อง
ท่ามกลางแสงไฟกะพริบแห่งความอิจฉาของเหล่ารถบรรทุกคันอื่น มันเร่งเครื่องเต็มกำลัง พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด!
ความเร็วนั้น เพียงพริบตาก็พุ่งไปไกลหลายสิบเมตร
รถบรรทุกทหารขนาดหนักหายลับไปตรงหัวมุมถนน ภายในตู้บรรทุกทหารแว่วเสียงอุทานด้วยความตกใจที่ตั้งตัวไม่ทันดังออกมา
“เชี่ย!”
……
“โฮก”
ฝูงไฮยีน่ากลายพันธุ์ไล่ล่าพลทหารใหม่ในบริเวณใกล้เคียงและซอมบี้ส่วนน้อยไปด้วย ขณะเดียวกันก็เคลื่อนพลมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง
ราชินีมีคำสั่งด่วน ให้บุกไปที่ใจกลางของฐานที่มั่นแห่งนี้
ราชินีบอกว่า
ที่นั่น
ที่นั่นมีอาหารอันโอชะ!!!
แววตาของไฮยีน่ากลายพันธุ์ฉายความโลภ น้ำลายเน่าเหม็นไหลย้อยจากปาก
กุบกับ
กุบกับ
ทันใดนั้น ที่สุดปลายถนน ก็มีเสียงเกือกม้าหนักหน่วงดังมา
ไฮยีน่ากลายพันธุ์สองสามตัวหน้าสุดหยุดฝีเท้า เงยหน้ามองไป
เห็นเพียงมนุษย์สี่คนที่ขี่อาหาร? อยู่ กำลังพุ่งตรงมาทางพวกมันอย่างรวดเร็ว
อาหาร?
อาหาร!!
พวกไฮยีน่ากลายพันธุ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นดุร้าย กระโจนเข้าใส่ทหารม้าซึ่งหน้า
“……”
หอกยาวพลังงานถูกลดระดับลงขนานพื้น ปลายหอกชาร์จความร้อนสูงในชั่วพริบตา
ทหารม้าทั้งสี่นายไม่มีความหวั่นไหวใดๆ เปิดฉากชาร์จใส่ฝูงไฮยีน่ากลายพันธุ์อย่างเงียบเชียบ
“โฮก”
ฉึก
ทะลวงร่างไฮยีน่ากลายพันธุ์ที่กระโจนเข้ามาอย่างง่ายดาย ทหารม้าไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย ยังคงบุกตะลุยเข้าไปในใจกลางฝูงไฮยีน่ากลายพันธุ์ลึกเข้าไปอีก
[แต้ม +20]
[แต้ม...]
เมื่อหอกยาวเสียบศพไฮยีน่ากลายพันธุ์จนเต็ม ทหารม้าก็ทิ้งหอก ชักดาบเซเบอร์ออกมา
เป้าหมายชี้ตรงไปยังราชินีไฮยีน่าที่อยู่ท้ายสุดของฝูง
“เอ๋ง”
เมื่อเห็นดาวมฤตยูเหล่านั้นมุ่งตรงมาหาตน ราชินีไฮยีน่าก็ขวัญหนีดีฝ่อ
มันเห่าหอนอย่างบ้าคลั่ง สั่งให้พวกไฮยีน่ากลายพันธุ์เข้ามาขัดขวาง
ไฮยีน่าจำนวนมากดาหน้าเข้ามา ทหารม้าเริ่มอ่อนกำลังลง
ในจังหวะวิกฤต
ป้อมปืนกลพลังงานสี่แห่งก่อสร้างเสร็จสิ้น
“ป้อมปืนกลพลังงานเตรียมพร้อม”
“ตรวจพบยูนิตฝ่ายศัตรู เริ่มทำการโจมตี”
ป้อมปืนกลพลังงานตั้งประจันหน้ากันเป็นสี่มุมที่ขอบถนน ทันทีที่ตรวจพบศัตรู อำนาจการยิงอันหนาแน่นก็สาดเทออกมา หลบหลีกทหารม้าฝ่ายเดียวกัน แล้วบดขยี้ไฮยีน่ากลายพันธุ์ในบริเวณนั้นจนแหลกลาญ
“ฮี้”
เมื่อหลุดพ้นจากวงล้อม ทหารม้าก็ไม่หยุดพัก ควบม้าตรงเข้าสังหารราชินีไฮยีน่าทันที
สถานการณ์พลิกผันอย่างกะทันหัน
ความคิดที่จะยึดครองแกนกลางฐานที่มั่นของราชินีไฮยีน่าพังทลายลง มันร้องโหยหวนแล้วหันหลังวิ่งหนี
“เอ๋ง เอ๋ง”
“งิ้”
ปัง!!
ขณะที่ราชินีไฮยีน่ากำลังจะหนีพ้นขอบเขตเมืองเล็ก เสียงปืนกัมปนาทก็ดังสนั่นเหนือท้องฟ้าเมือง
กระสุนพลังงานที่ผ่านการเสริมพลังนัดหนึ่ง
ซึ่งยาวกว่ากระสุนของป้อมปืนกลพลังงานเสียอีก เจาะทะลุหน้าผากของราชินีไฮยีน่า สังหารมันคาที่
ร่างอัปลักษณ์ล้มตึงลงกับพื้น
เลือดเนื้อสาดกระเซ็น
ไกลออกไป ผู้บัญชาการออร์กที่ถือกล้องส่องทางไกลทำเองเห็นฉากนี้ หางตากระตุกยิกๆ
มันมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าหมาขี้แพ้ตัวนั้นตายยังไง
แต่ว่า พลังรบที่ทหารม้าสัตว์กลายพันธุ์สี่นายนั้นแสดงออกมา ทำให้มันต้องมองใหม่ด้วยความทึ่ง
โดยเฉพาะป้อมปืนที่โผล่ออกมาดื้อๆ สี่แห่งนั่น!
ผู้บัญชาการออร์กไม่สงสัยเลยว่า ต่อให้ตัวเองนำทัพบุกเข้าไปเอง จุดจบก็คงไม่ดีไปกว่ากันเท่าไหร่
นี่คือความมั่นใจที่ได้จากการอยู่ในตำแหน่งสูงมานาน
‘มนุษย์พวกนี้โผล่มาจากไหนเยอะแยะ?’
‘พวกมนุษย์ไปเอาอาวุธแรงๆ แบบนั้นมาจากไหน?’
‘เดี๋ยวนี้พวกมนุษย์เก่งขนาดนี้แล้วเรอะ?’
‘อาวุธมีขายที่ไหน?’
ชั่วขณะหนึ่ง ในหัวของผู้บัญชาการออร์กมีความคิดนับไม่ถ้วนแล่นผ่าน
มันหันกลับไปมอง
ลูกน้องของตัวเองส่วนใหญ่ยังใช้มีดอีโต้กับปืนพังๆ ถึงจะมีจำนวนเยอะก็เถอะ
อุปกรณ์ของลูกน้องระดับหัวกะทิกว่าสิบตัวก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ใช้ปืนใหญ่ที่พวกมันเอาเศษเหล็กมาประกอบกันเอง
ถ้าไม่พูดถึงความแม่น เสียงน่ะดังใช้ได้ ถูกจริตมันอยู่หรอก
ผู้บัญชาการออร์กยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าไม่มีหวัง เพราะอุปกรณ์ชุดนี้ของมันเตรียมมาเพื่อจัดการกับพวกโง่เง่าไร้สมองพวกนั้น
มันไม่กล้าพนันว่าพวกมนุษย์ยังมีอาวุธที่ทรงพลังกว่านี้อีกไหม
การที่หมาขี้แพ้ถูกฆ่าตายอย่างงงๆ ทำให้มันรู้สึกสยองอยู่บ้าง
แบบนี้จะตีทำซากอะไร?
หัวหน้าเผ่าสั่งภารกิจต้องยึดฐานที่มั่นนี้ให้ได้?
นั่นก็เท่ากับตีได้แล้วไม่ใช่เรอะ?
ภารกิจก็คือยึดฐานนี้ไม่ใช่เรอะ?
งั้นก็เสร็จแล้วไม่ใช่รึไง?
ง่ายเกินไปแล้ว!
คิดได้ดังนี้ สมองของผู้บัญชาการออร์กก็โล่งโปร่งทันที คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก
ตะโกนลั่น สั่งถอยทัพ
“ลูกพี่ใหญ่ ฉันพาคนไปอัดพวกมันเลยมั้ย?”
ลูกพี่ออร์กที่มีรอยแผลเป็นบนหน้าผลักเพื่อนร่วมทีม ก้าวออกมาข้างหน้า ถามเสียงอู้อี้
ตบเปรี้ยงเดียวร่วงไปกองกับพื้น ผู้บัญชาการออร์กพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน
“แกจะไปรู้อะไร!”
ผู้บัญชาการออร์กหันกลับไป เผชิญหน้ากับเหล่าลูกสมุน โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ
มันชูปืนบิ๊กเบิ้มสไตล์แดนรกร้างที่มัดรวมกันถึง 12 ลำกล้องขึ้นฟ้า สีหน้าเคร่งขรึม
“WAAAGH!!!”
“Waaaaaagh!!!”

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 32 ฉันว่าเรื่องนี้ต้องคิดกันยาวๆ

ตอนถัดไป