บทที่ 13 เหตุผลที่อยู่ที่นี่

บทที่ 13 เหตุผลที่อยู่ที่นี่
“สำเร็จ!”
ใบหน้าเล็กๆ ของลูซี่แดงซ่านด้วยความตื่นเต้นดีใจ
เจ้ามูลดีเยอร์ไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง ก็ล้มตึงลงกับพื้น
ลูกธนูปักทะลุลำคอของมัน เลือดสดๆ ย้อมหญ้าแห้งรอบบริเวณเป็นสีแดงฉานในพริบตา
กวางตัวนี้อ้วนพีทีเดียว อย่างน้อยๆ ก็น่าจะหนักสัก 35-40 กิโลกรัม มากพอให้กินไปได้ถึงสองวัน
ทักษะการล่าสัตว์ ของซานโก่วช่างเป็นสกิลที่ใช้งานได้จริงเสียเหลือเกิน มันได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าก็ในตอนนี้นี่เอง
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ทุ่งรกร้างอันกว้างใหญ่ไพศาลของแคลิฟอร์เนียเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ขนาดมหึมา
กวาง, หมาป่า, หมีแคลิฟอร์เนีย, แอนทิโลป, แบล็คเทลล์ดีเยอร์, ฝูงหมูป่า และยังมีกระต่ายกับไก่ฟ้าอีกนับไม่ถ้วน
รัฐบาลกลางไม่มีข้อจำกัดใดๆ เรื่องการล่าสัตว์ ดีไม่ดีอาจจะอยากให้คนช่วยฆ่าสัตว์ป่าพวกนี้ให้มากหน่อยด้วยซ้ำ เพื่อเปิดทางให้ความเจริญรุกคืบเข้ามา
ในรัฐข้างเคียง รัฐบาลถึงกับจ้างคนมาล่าไบซันอเมริกาโดยเฉพาะ ไม่เอาหนัง ไม่เอาเนื้อ ปล่อยให้ซากเน่าเปื่อยไปตามธรรมชาติกลางทุ่ง เจตนาคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ล้วนๆ
ไบซันอเมริกาแทบจะถูกฆ่าจนสูญพันธุ์
ลั่วเซินพบว่า เขาเริ่มจะชอบยุคสมัยอันป่าเถื่อนนี้ขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว
ล่าสัตว์ได้ตามใจชอบนี่มันดีจริงๆ!
มีซานโก่วอยู่ด้วย เรื่องปากท้องและเนื้อสัตว์ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
ซานโก่วแบกซากมูลดีเยอร์ขึ้นบ่าอย่างสบายๆ ทั้งสามคนพากันกลับไปยังฟาร์มพร้อมกับผลงานชิ้นโต
เอ้อร์โก่วและซานโก่วร่วมมือกันอย่างรู้ใจ เริ่มลงมือชำแหละเนื้อกวาง
ถลกหนัง ควักเครื่องใน แล่เนื้อ แม้แต่เลือดกวางก็ไม่ทิ้ง ว่ากันว่าเป็นของบำรุงชั้นดี
เนื้อสันในและเนื้อสะโพกเกรดเอถูกหั่นเป็นชิ้นลงหม้อ ส่วนที่เหลือถูกแล่เป็นเส้นยาวเตรียมตากแห้ง เก็บไว้กินวันพรุ่งนี้
ลั่วเซินนั่งไขว่ห้าง หรี่ตามองกระท่อมไม้ใต้แสงตะวันยามอัสดง
พูดตามตรง อาศัยอยู่ที่นี่มาหลายวัน บ้านหลังนี้มันเก่าโทรมเกินไปจริงๆ
พ่อของลูซี่ไม่มีเงินสร้างบ้านใหม่ ตอนซื้อต่อมามันก็ผุพังแบบนี้อยู่แล้ว
พอนานวันเข้า บ้านไม้ก็ย่อมมีปัญหาจุกจิกกวนใจ
เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บางทีอาจจะต้องพิจารณาเรื่องสร้างบ้านใหม่
อันที่จริง การสร้างบ้านไม้ไม่ใช่เรื่องยาก
แคลิฟอร์เนียเต็มไปด้วยต้นเรดวูดและต้นเฟอร์สูงตระหง่าน ไม้เป็นของไร้ค่าที่สุด ราคาแผ่นไม้ถูกจนน่าตกใจ
เขามีมือสังหารพลีชีพคนหนึ่งทำงานอยู่ในโรงเลื่อยไม้ประจำเมือง การจะหาไม้เฟอร์ชั้นดีสักลอตไม่ใช่ปัญหา
เรื่องแรงงานยิ่งไม่ใช่ปัญหา ขอแค่รีเฟรชมือสังหารพลีชีพที่มีสกิล งานไม้ ออกมาเยอะหน่อย ก็จะได้ทีมช่างก่อสร้างที่ไว้ใจได้ที่สุด ทำงานหนัก และฝีมือเนี๊ยบแน่นอน
ไม้ราคาถูก แต่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อย่างตะปู บานพับ และกลอนประตูต่างหากที่แพงกว่ามาก
และรายจ่ายก้อนใหญ่จริงๆ คือกระจก ในยุคสมัยนี้ กระจกยังเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยราคาแพง หน้าต่างบานใหญ่ที่ใสกระจ่างสักบาน ราคาสูงลิบจนครอบครัวธรรมดาต้องลิ้นห้อย
แต่เพื่อความสุขสบายของตัวเอง เงินก้อนนี้ก็ต้องจ่าย
เรื่องรื้อสร้างบ้านใหม่ ยังไงก็ต้องปรึกษาคุณนายมาลีนเจ้าของบ้านก่อน
ลั่วเซินรู้ดีว่าตัวเองเป็นแค่ผู้เช่า ไม่มีความจำเป็นต้องไปสร้างบ้านให้คนอื่น
เขาสามารถย้ายไปอยู่ในเมืองที่มีความพร้อมกว่านี้ หรือจะไปเมืองใหญ่เลยก็ได้
ทว่า ลั่วเซินมีแผนของเขาเอง
เทียบกับเมืองใหญ่แล้ว ที่นี่เหมาะกับการซ่อนตัวมากกว่า
ก่อนที่จะสร้างอิทธิพลจนผงาดขึ้นมาได้ เขาไม่คิดจะไปจากที่นี่ เหตุผลสำคัญข้อหนึ่งคือสองแม่ลูกคู่นี้ควบคุมง่าย
เขาสังเกตดูแล้ว สังคมของสองแม่ลูกมาลีนเรียบง่ายมาก
คุณนายมาลีนมีน้องสาวคนหนึ่ง แต่งงานไปอยู่ที่ซานฟรานซิสโก และไม่ได้ติดต่อกันมานานมากแล้ว
นอกจากนั้น พวกเธอก็แทบไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกเลย
ลั่วเซินไม่เคยป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นคนดี
สองแม่ลูกคู่นี้...
ความมืดโรยตัวลงมา กลิ่นหอมของเนื้ออบอวลไปทั่วฟาร์ม
หม้อเหล็กหล่อใบใหญ่ตั้งอยู่บนเตาฟืนกลางแจ้ง ฟืนไม้สนลุกโชนส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ
เนื้อกวางชิ้นโตผุดดำผุดว่ายอยู่ในน้ำซุปเดือดพล่าน คุณนายมาลีนใส่ทั้งมันฝรั่งและหอมหัวใหญ่ป่าลงไปต้มด้วย กลิ่นหอมขจรขจายไปไกลถึงครึ่งลี้
ปริมาณการกินของลั่วเซิน ทำให้สองแม่ลูกต้องตกตะลึงอีกครั้ง
เขากวาดเนื้อกวางชามใหญ่ไปคนเดียวเกลี้ยง ทั้งเนื้อทั้งน้ำ ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
เนื้อกวางป่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก สำหรับลั่วเซินแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับยาวิเศษที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย
ค่าร่างกายพื้นฐานของเขาแตะเพดานที่ 16 แล้ว ระบบย่อยอาหารและการดูดซึมแข็งแกร่งเป็นเลิศ อาหารที่กินเข้าไปจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว ไหลเวียนไปทั่วร่างจนรู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัว
เมื่ออิ่มหนำสำราญ เขาคว้าขวานเดินไปที่ขอนไม้ตรงมุมลานบ้าน แล้วเริ่มผ่าฟืน
เหงื่อกาฬไหลชุ่มเสื้อเชิ้ตในเวลาไม่นาน รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
มาลีนกำลังล้างจานอยู่ในบ้าน เธอมองผ่านหน้าต่างออกไปเห็นเงาร่างที่กำลังออกแรงอย่างหนักกลางลานบ้าน มุมปากก็เผลอยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
เธอพอใจกับชีวิตตอนนี้มาก ดูเหมือนว่านับตั้งแต่ลั่วเซินเข้ามา ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเธอก็ดีขึ้นวันดีคืน
ลั่วเซินจ่ายค่าเช่าและค่าอาหารให้เธอวันละหนึ่งเหรียญอีเกิลไม่เคยขาด เงินจำนวนนี้มากพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำวัน แถมยังมีเงินเก็บเหลืออีกไม่น้อย
แถมคนบ้านเดียวกันกับลั่วเซินอีกสองคนนั้น แม้จะพูดน้อยแต่ก็ขยันขันแข็ง เหมางานทั้งในและนอกฟาร์มไปทำจนหมด จัดการทุกอย่างจนเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วยเบาแรงเธอไปได้โข
สองวันต่อมา ชีวิตของลั่วเซินดำเนินไปอย่างเป็นระบบระเบียบ
กลางวันผ่าฟืนออกกำลังกาย สัมผัสถึงสมรรถภาพร่างกายที่ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมั่นคง
ส่วนตอนกลางคืน เขาจะตื่นขึ้นมาตอนตีสี่ตรงเป๊ะ เพื่อรีเฟรชมือสังหารพลีชีพ
สองวันก็ได้มือสังหารพลีชีพมาสามสิบหกคน
ครั้งนี้เขาเลือกพวกเชื้อสายไอริชทั้งหมด เพราะเขาต้องการพวกไอริชที่เป็นแค่เบี้ยใช้แล้วทิ้งจำนวนมากพอ ไปดำเนินการแผนขั้นต่อไป
เด็กใหม่พวกนี้ถูกส่งไปสมทบกับจอนนี่ ไม่อย่างนั้นลำพังลูกน้องห้าคนของจอนนี่คงจะดูน้อยเกินไป
[เลเวล: 6] (รีเฟรชมือสังหารพลีชีพได้วันละ 18 คน, กำลังกาย 1.1-1.6 เท่าของชายวัยฉกรรจ์ปกติ สุ่ม)
[เงื่อนไขการอัปเลเวลถัดไป]: ดูดซับทองเหลือง 1 ลูกบาศก์เมตร
[ร่างกายพื้นฐาน: 10-16] (มาตรฐานชายวัยฉกรรจ์ปกติคือ 10)
[พลังงานดินสะสม: 389] (1 หน่วยพลังงานดิน สร้างมือสังหารพลีชีพได้ 1 คน)
[จำนวนมือสังหารพลีชีพปัจจุบัน: 83]
ลั่วเซินทอดถอนใจในอก ในที่สุดร่างกายก็ฟื้นฟูจนกลับมาเป็นปกติเสียที ต่อไปก็ต้องมุ่งมั่นกับการพัฒนาให้แกร่งขึ้นไปอีก
ในช่วงสองวันนี้ จอนนี่และพรรคพวกทั้งห้าทำตามคำสั่งของลั่วเซิน พาพวกเชื้อสายไอริชหน้าใหม่สิบสามคนเข้าไปในไซต์งานก่อสร้าง และอาสารับงานที่อันตรายที่สุด
โศกนาฏกรรม หรือจะเรียกว่าแผนการ ก็เกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันถัดมา
เหตุการณ์ดินถล่มโดย อุบัติเหตุ ทำให้ชาวไอริชสิบสามคนที่เพิ่งมาถึงและเต็มไปด้วยความฝันในทวีปอเมริกา ต้องจบชีวิตลงคาที่
จอนนี่และพวกอีกห้าคนจัดฉากให้ดูเหมือนอุบัติเหตุในเหมืองอย่างช่ำชอง แล้วบุกเข้าไปหาหัวหน้าคนงานเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยทันที
หัวหน้าคนงานชาวเท็กซัสมองจอนนี่ด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน “ค่าชดเชย?”
“FUCK! ชีวิตพวกแกไอ้พวกไอริชกินมันฝรั่งมันมีค่าด้วยเรอะ?”
เขาถ่มน้ำลายลงพื้น “ตายก็ตายไปสิวะ ขุดหลุมฝังๆ ไปก็จบ อย่ามาถ่วงเวลาทำงานฉัน!”
“แกแพูดว่าอะไรนะ?”
จอนนี่กระชากคอเสื้อหัวหน้าคนงานเข้ามา “พวกเราก็เป็นคนขาว! พวกเราไม่ใช่พวกกุลีจีนที่จะยอมให้ใครมาเชือดเฉือนยังไงก็ได้! วันนี้ถ้าแกไม่ให้คำตอบที่น่าพอใจ ก็อย่าหวังว่าไซต์งานนี้จะเปิดทำงานต่อได้เลย!”
ทันใดนั้น มือสังหารพลีชีพเชื้อสายไอริชสามสิบหกคนในไซต์งานก็เริ่มเคลื่อนไหว
พวกเขาปลุกระดมแรงงานชาวไอริชคนอื่นๆ ให้เข้ามารายล้อม พร้อมกับกวัดแกว่งพลั่วในมือ จ้องมองด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ตะโกนด่าทอด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งหู
“จ่ายเงินมา! ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต!”
“ไอ้พวกนายทุนหน้าเลือด! เอาชีวิตพี่น้องเราคืนมา!”
“ถ้าไม่จ่ายเงิน เราจะพังไซต์งานเฮงซวยนี้ให้ราบ!”
สีหน้าของหัวหน้าคนงานชาวเท็กซัสเปลี่ยนไปทันที
เขาอาจจะไม่สนความเป็นความตายของชาวไอริชสิบกว่าคน แต่เขาจะเมินเฉยต่อระยะเวลาก่อสร้างไม่ได้
พวกบอร์ดบริหารของบริษัทรถไฟแปซิฟิกใต้ เป็นพวกกินคนไม่คายกระดูก ถ้าพวกนั้นรู้ว่างานล่าช้าเพราะเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ คนแรกที่จะโดนถลกหนังหัวก็คือเขานั่นแหละ
เขามองกลุ่มชาวไอริชที่อารมณ์กำลังเดือดดาลและพร้อมจะก่อจลาจลได้ทุกเมื่อตรงหน้า ในที่สุดก็ต้องยอมจำนน
“สามร้อยเหรียญ! เอาตามที่พวกแกขอไปเลย คนละสามร้อยเหรียญอีเกิล! แล้วรีบกลับไปทำงานซะ!”
จอนนี่แค่นหัวเราะ ตบแก้มที่เปื้อนฝุ่นของหัวหน้าคนงานเบาๆ “พูดรู้เรื่องแบบนี้แต่แรกก็จบ ยังถือว่าพวกแกพอจะมีความเป็นคนอยู่บ้าง”
เหรียญอีเกิลหนักอึ้งสามพันเก้าร้อยเหรียญตกมาอยู่ในมือ
เงินก้อนนี้รวมกับของเดิมอีกสองพันแปดร้อย ทำให้เงินทุนในมือของลั่วเซินมียอดรวมเกือบเจ็ดพันดอลลาร์
พอแล้ว!
ในกระท่อมไม้ที่ฟาร์ม ลั่วเซินพ่นลมหายใจออกยาวเหยียด
เขาใช้จิตสั่งการเรียกมือสังหารพลีชีพมาหกคน ให้พกปืนติดตัวเตรียมออกเดินทาง
“ไปซานฟรานซิสโก”
ต้องรีบไปหาทองเหลืองหนึ่งลูกบาศก์เมตรมาให้เร็วที่สุด
ทันทีที่การอัปเกรดเสร็จสมบูรณ์ จำนวนมือสังหารพลีชีพที่เขารีเฟรชได้ต่อวัน จะเพิ่มขึ้นตามลำดับลูคัสขั้นต่อไป เป็น 29 คน
ในขณะเดียวกัน ลึกเข้าไปในหุบเขาลับตาคน กลุ่มชายฉกรรจ์ชาวไอริชยังคงขุดดินกันอยู่ ที่นี่คือค่ายพักแรมชั่วคราวของกองโจรชาวไอริชของลั่วเซิน
ภายในถ้ำ อิซาเบลลา เพก คุณนายเจ้าของฟาร์มที่เคยใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย บัดนี้ต้องมานอนคุดคู้อยู่บนโขดหินที่เย็นเฉียบ
ผ้าห่มเก่าๆ ผืนหนึ่งห่อหุ้มร่างกายอันอวบอัดของเธอเอาไว้ แต่เธอก็ยังสั่นเทาไม่หยุด
แม้พวกโจรจะไม่ได้แตะต้องเธอตลอดสองวันที่ผ่านมา แต่เธอก็สังหรณ์ใจไม่ดีอยู่ตลอด
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งมุดเข้ามาในถ้ำ
หัวใจของอิซาเบลลาบีบรัดแน่น คนที่มาคือหัวหน้ากลุ่มโจรนั่นเอง
ขนมปังดำแข็งโป๊กก้อนหนึ่งถูกโยนลงตรงหน้าอิซาเบลลา
“กินซะ คุณนาย อย่าเพิ่งรีบหิวตาย ตายแล้วเดี๋ยวจะไร้ราคา”
อิซาเบลลาถดตัวหนีไปด้านหลัง ถามเสียงสั่นเครือว่า “สามีฉัน โคลแมน... เขาส่งเงินมาหรือยัง?”
ชายหน้าบากแสยะยิ้ม เย้ยหยันเต็มประดา “ส่งเงิน? ฮ่ะ! นี่มันสามวันแล้วนะคุณนาย อย่าว่าแต่ห้าพันดอลลาร์เลย แม้แต่เซนต์เดียวก็ยังไม่เห็น พี่น้องเราที่ส่งไปสืบข่าวในเมืองรายงานมาว่า สามีของคุณ มิสเตอร์โคลแมน เพก กำลังนอนรักษาขาหักอย่างสบายใจเฉิบอยู่ที่โรงพยาบาล แถมยังจ้างคาวบอยหน้าใหม่มาเฝ้าคฤหาสน์อีกหลายคน แต่ไม่มีการพูดถึงเรื่องไถ่ตัวคุณเลยสักแอะ”
เขานั่งยองๆ ลง ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับอิซาเบลลา แล้วกระซิบเสียงต่ำ “รู้ไหมว่านั่นหมายความว่ายังไง หือ? นั่นหมายความว่าในใจของไอ้หมูตอนนั่น ก้นขาวๆ ของคุณ ยังมีค่าน้อยกว่าเหรียญมอร์แกนซิลเวอร์ดอลลาร์แวววาวห้าพันเหรียญเสียอีก อย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะคุณนาย เทียบกับการได้เอากับคุณแล้ว ฉันอยากได้เงินห้าพันดอลลาร์นั่นมากกว่าเยอะ เงินนั่นซื้อได้ทั้งม้าดี ปืนใหม่ แถมยังไปหาอีตัวในซ่องที่ซานฟรานซิสโกที่เด็กกว่าและเด็ดกว่าคุณได้ตั้งสิบคน”
น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลรินอาบแก้มอิซาเบลลา
เธอรู้อยู่แก่ใจมานานแล้ว ว่าโคลแมนไอ้คนขี้ตืด ไอ้สารเลวที่รักแต่เงินและที่ดินคนนั้น ไม่มีทางยอมจ่ายเงินเพื่อเธอแม้แต่แดงเดียวแน่

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 13 เหตุผลที่อยู่ที่นี่

ตอนถัดไป