บทที่ 43 สมมติว่า ผมสามารถทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงได้ล่ะ?
บทที่ 43 สมมติว่า ผมสามารถทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงได้ล่ะ?
คุณนายมาลีนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ
เธอสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวตัวหลวม เดินเท้าเปล่าออกมาจากห้องนอน พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูสภาพค่อนข้างเก่าเช็ดผมไปด้วย
ภายใต้แสงไฟ ผมสีทองของเธอเปียกชื้นแนบไปกับหลังคอและหัวไหล่
ปลายผมเปียกโชก ม้วนตัวเป็นลอนตามธรรมชาติ
หยดน้ำไหลหยดลงมาจากเส้นผม ไล้ผ่านลำคอระหงของเธอ
แล้วหายลับเข้าไปในคอเสื้อชุดนอนที่กว้างลึก ทิ้งรอยเปียกชื้นแวววาวไว้เล็กน้อย
เธอเห็นลั่วเซินนั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวในความมืด ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะเดินเข้ามาหา “พระเจ้าช่วย ลั่วเซิน ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมคุณมานั่งดื่มคนเดียวตรงนี้ล่ะคะ?”
ลั่วเซินตื่นจากภวังค์ความคิด เขาหันไปมองมาลีน แสงสลัวไม่อาจบดบังเสน่ห์เย้ายวนของเธอในขณะนี้ได้
เขายิ้มบางๆ พลางเขย่าขวดเหล้าในมือแล้วหาข้ออ้าง “ผมหิวนิดหน่อย นอนไม่หลับ กินแต่เนื้อตากแห้งมันจืดชืดไป เลยดื่มเหล้าแกล้มสักหน่อย”
“หิวเหรอ?”
มาลีนหัวเราะเสียงดังอย่างเกินจริง ร่างกายสั่นไหวราวกับกิ่งดอกไม้ต้องลม
“เมื่อเย็นคุณเพิ่งกินเนื้อวัวไปตั้งสองปอนด์ ข้าวโพดปิ้งสามฝัก แล้วก็มันบดอีกจานเบ้อเริ่ม! นี่เพิ่งผ่านไปไม่เท่าไหร่เอง คุณหิวอีกแล้วเหรอ? ในท้องคุณมีหมีสิงอยู่หรือไงคะ?”
“คงงั้นมั้ง”
ลั่วเซินยักไหล่ ร่างกายพื้นฐานที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก ทำให้เขามีระบบย่อยอาหารและความต้องการพลังงานที่น่ากลัวพอๆ กัน
เขาชูขวดเหล้าขึ้น เอ่ยปากชวนมาลีน “เอาหน่อยไหม? เหล้านี้รสชาติดีนะ จะช่วยให้คุณหลับสบาย”
คุณนายมาลีนลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างยินดี แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา
ลั่วเซินลุกเข้าไปหยิบแก้วในบ้าน แล้วรินวิสกี้ให้เธอเกือบครึ่งแก้ว
ทั้งสองนั่งคุยกันสัพเพเหระท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง
“ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ลั่วเซิน”
คุณนายมาลีนจิบเหล้า ของเหลวรสจัดจ้านทำให้เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย แก้มเริ่มขึ้นสีระเรื่อ
“ฉันดูออกตั้งนานแล้วว่าคุณเป็นคนมีความสามารถ เพื่อนๆ ของคุณ... พวกเขาเชื่อฟังคำสั่งคุณเหมือน... เหมือนอัศวินที่ภักดีต่อกษัตริย์
ทำไมคุณถึงไม่ไปอยู่เมืองที่เจริญกว่านี้ อย่างน้อยก็ไปแซคราเมนโตหรือซานฟรานซิสโกที่ศิวิไลซ์กว่านี้ล่ะ? มาทนอยู่ในชนบทแบบนี้ มีอะไรน่าสนใจงั้นเหรอ?”
นี่เป็นคำถามที่เธอเก็บงำไว้ในใจมานาน
ชายชาวตะวันออกผู้ลึกลับคนนี้ เหมือนดาวตกที่ร่วงหล่นลงมาอย่างกะทันหัน และเปลี่ยนชีวิตของเธอกับลูกสาวไปอย่างสิ้นเชิง
แต่ตัวเขาเอง กลับเป็นเหมือนปริศนา
ลั่วเซินจ้องมองของเหลวสีอำพันในแก้วที่ถูกแกว่งเบาๆ
เขาเงยหน้ามองมาลีนแล้วยิ้ม “บางที อาจเป็นเพราะทิวทัศน์ที่นี่สวยกว่าก็ได้มั้ง?”
คุณนายมาลีนส่ายหน้าขำๆ แล้วกระดกเหล้าเข้าปากอึกใหญ่ “Come on ทิวทัศน์ที่นี่มีอะไรน่าดูกัน?
นอกจากไร่นาก็มีแต่ภูเขารกร้าง เหมือนกันไปหมด น่าเบื่อจะตายไป
ถนนก็ห่วยแตกอย่างกับกองขี้หมา จะเข้าเมืองทีตัวแทบหลุดเป็นชิ้นๆ
สู้เมืองใหญ่ไม่ได้หรอก มีทั้งโรงละคร ร้านค้า งานเต้นรำ มีสุภาพบุรุษแต่งตัวดีๆ...
นั่นสิถึงจะเรียกว่าชีวิต”
พอพูดจบ เธอถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าลั่วเซินกำลังมองเธอด้วยสายตายิ้มๆ กึ่งล้อเลียน
สายตานั้น ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“ที่ผมพูดถึง ไม่ได้หมายถึงทิวทัศน์พวกนั้นหรอกนะ” ลั่วเซินกดเสียงต่ำ
คุณนายมาลีนชะงักไป
เธอมองดวงตาของลั่วเซินที่ราวกับจะมองทะลุทุกสิ่งคู่นั้น ผ่านไปหลายวินาที เหมือนเธอจะเข้าใจความนัยบางอย่าง
เธอหลุดหัวเราะคิกคัก อาศัยความกล้าจากฤทธิ์เหล้า สบตาเขาอย่างท้าทาย “คนบ้า คุณคงไม่ได้หมายถึงฉันหรอกนะ?”
ลั่วเซินไม่ตอบ เพียงแค่รินเหล้าเพิ่มให้เธอ แล้วเปลี่ยนเรื่องถาม “คุณอยากใช้ชีวิตในเมืองใหญ่มากเลยเหรอ?”
พอพูดถึงหัวข้อนี้ ดวงตาของคุณนายมาลีนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เธอเหมือนได้เปิดก๊อก ระบายความฝันถึงชีวิตที่เธอปรารถนาออกมาไม่หยุด
“แน่นอน! ใครจะไม่อยากล่ะ? ฉันอยากย้ายไปอยู่ซานฟรานซิสโก อยู่ในบ้านสวยๆ สองชั้นที่มีหน้าต่างมุข
ทุกบ่าย ฉันจะได้ใส่ชุดกระโปรงผ้าไหมทันสมัยที่สุด สวมถุงมือลูกไม้ จิบชายามบ่ายกับพวกคุณนายรวยๆ คุยกันเรื่องนิยายเล่มใหม่กับน้ำหอมจากฝรั่งเศส
ฉันจะไม่ต้องตื่นก่อนไก่โห่มาให้อาหารไก่ ไม่ต้องทำให้มือหยาบกร้านเพราะขุดดินทำสวนอีกต่อไป...”
เธอวาดฝันอย่างออกรสจนไม่ทันสังเกตว่า รอยยิ้มของลั่วเซินดูลึกลับน่าค้นหาขึ้นเรื่อยๆ
“สมมติว่า” ลั่วเซินรอจนเธอพูดจบช่วงหนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นช้าๆ “ถ้าผมสามารถทำให้คุณมีชีวิตแบบนั้นได้ล่ะ?”
ภาพฝันของคุณนายมาลีนหยุดชะงักลงทันที เธอมองลั่วเซินอย่างงุนงง
“บ้านสวยๆ บนเขาโนบฮิลล์ในซานฟรานซิสโก มีคนขับรถม้า มีแม่ครัว มีสาวใช้คอยทำความสะอาดห้องให้ เรื่องเดียวที่คุณต้องกังวลในแต่ละวัน คือจะใส่ชุดไหนไปงานเต้นรำดี”
“มันจะเป็นไปได้เหรอคะ?” เสียงของคุณนายมาลีนสั่นเครือ
คำพูดเหล่านี้ สำหรับแม่หม้ายสาวที่ต้องดิ้นรนในชนบท มันไม่ต่างอะไรกับคำล่อลวงของปิศาจ
ลั่วเซินไม่พูดอะไร เขาล้วงเหรียญมอร์แกนซิลเวอร์ดอลลาร์สองเหรียญออกมาจากกระเป๋า
วางลงบนโต๊ะไม้คั่นกลางระหว่างทั้งสอง ทีละเหรียญ
“กริ๊ง”
“กริ๊ง”
เสียงโลหะกระทบพื้นโต๊ะดังกังวานใสในยามค่ำคืน กระแทกเข้าไปในหัวใจของคุณนายมาลีน
“ขอแค่คุณต้องการ” ลั่วเซินจ้องมองเธอเขม็ง “ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”
คุณนายมาลีนจ้องมองเหรียญเงินที่ส่องประกายวาววับใต้แสงไฟเขม็ง
เธอเข้าใจความหมายของเขาแล้ว
แก้มของเธอแดงซ่านไปถึงใบหูในทันที
ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้น
เธอลุกขึ้นยืน หันหลังให้ลั่วเซิน
ใช้ผ้าผืนบางที่หยิบมาจากไหนไม่รู้ รวบผมสีทองที่ยังแห้งไม่สนิทขึ้นไปมัดไว้
“อุ๊ย!”
จู่ๆ เธอก็ร้องอุทานออกมาเบาๆ ราวกับว่าข้อศอกเผลอไปปัดโดนช้อนเงินเล็กๆ บนโต๊ะโดยไม่ได้ตั้งใจ
ช้อนร่วงลงพื้นเสียงดังเคร้ง กลิ้งไปหยุดอยู่ที่ข้างเท้าของลั่วเซิน
คุณนายมาลีนทำสีหน้าขอโทษ
เธอไม่กล้าสบตาลั่วเซิน ได้แต่ก้มหน้าพูดเสียงเบา “ขอโทษค่ะ เดี๋ยวฉันเก็บเอง”
เธอย่อตัวลงช้าๆ ตรงหน้าลั่วเซิน เพื่อควานหาช้อนที่ทำหล่นไป
ราตรี ยิ่งดึกสงัด
แสงไฟใต้ระเบียงไหววูบตามสายลมยามค่ำ คอยดึงเงาคนให้ยืดยาวและหดสั้นสลับกันไป
สงสัยช้อนจะหาเจอยากจริงๆ
คุณนายมาลีนใช้เวลาหาอยู่นาน นานมาก
นานจนเสียงแมลงร้องระงมนอกระเบียงเปลี่ยนจังหวะไปหลายรอบ
นานจนวิสกี้ในขวดของลั่วเซินพร่องไปถึงหนึ่งในสาม
ในที่สุด หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ก็หาเจอจนได้
คุณนายมาลีนเกาะขาโต๊ะพยุงตัวลุกขึ้นอย่างโงนเงนเล็กน้อย
เธอไม่พูดอะไร เพียงแค่เรอเบาๆ ออกมา เป็นกลิ่นอายของเหล้าที่อัดแน่น
จากนั้นเธอก็หน้าแดงแปร๊ด รีบเดินจ้ำอ้าวหนีเข้าบ้านไปราวกับจะวิ่งหนี
สายตาของลั่วเซินตกลงบนเหรียญมอร์แกนซิลเวอร์ดอลลาร์สองเหรียญที่ยังวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ
เขาหยิบเหรียญหนึ่งใส่กระเป๋าตัวเอง
แล้วหยิบอีกเหรียญขึ้นมา ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วกลางคีบไว้ ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ
เหรียญอีเกิลใหม่เอี่ยมเหรียญนั้นหมุนติ้วด้วยความเร็วสูงภายใต้แสงไฟสลัว
ขอบเหรียญเงินวาดเป็นเส้นแสงสีขาวสว่างไสว
ภาพด้านข้างของเทพีเสรีภาพและปีกนกอินทรีสลับสับเปลี่ยนจนเลือนรางในแสงเงา สุดท้ายหลอมรวมเป็นก้อนแสงระยิบระยับที่เต้นเร่าไม่หยุดนิ่ง
ก้อนแสงนี้ช่างดูเหมือนภาพเมื่อตอนบ่าย ที่ลูซี่สวมชุดกระโปรงลายดอกไม้วิ่งไล่จับผีเสื้อหมุนตัวไปมาบนสนามหญ้าท่ามกลางแสงแดด
วัยเยาว์ เจิดจรัส และแฝงไว้ด้วยความดิบเถื่อนที่ยังไม่ถูกแตะต้อง
คืนนี้ ลั่วเซินหลับสบายเป็นพิเศษ