บทที่ 44 หนูเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ!

บทที่ 44 หนูเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น แสงแดดสดใสเจิดจ้า
บนโต๊ะอาหารมีเบคอนทอดจนเกรียมหอม ไข่คนสีเหลืองทอง และขนมปังปิ้งทาเนยร้อนๆ วางอยู่
ทุกอย่างดูเหมือนปกติ แต่บรรยากาศกลับแปลกไปเล็กน้อย
คุณนายมาลีนก้มหน้าก้มตากินอาหารในจานเงียบๆ ดูเหมือนไม่กล้าสบตาลั่วเซิน
ทุกครั้งที่สายตาของลั่วเซินกวาดผ่าน แก้มของเธอก็จะขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้
ลูซี่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
เธอใช้ส้อมจิ้มไข่ดาวในจาน มองแม่ด้วยความสงสัย “แม่คะ วันนี้แม่เป็นอะไรหรือเปล่า? หน้าแดงแจ๋เลย เป็นไข้เหรอคะ?”
ยังไม่ทันที่มาลีนจะตอบ
ลั่วเซินก็หั่นเบคอนเข้าปาก แล้วพูดแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่มีอะไรหรอกลูซี่ เมื่อคืนแม่ของเธออยู่ดื่มเป็นเพื่อนฉันน่ะ”
นิ้วมือของคุณนายมาลีนที่ถือแก้วกาแฟบีบแน่นขึ้นทันที
ลั่วเซินทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แกล้งแหย่ต่อ “แต่คอแม่เธออ่อนไปหน่อย เหล้าขวดเบ้อเริ่ม เธอดื่มตั้งนาน สุดท้ายก็ดื่มไม่หมด”
“พรวด”
กาแฟที่คุณนายมาลีนเพิ่งจิบเข้าปากแทบจะพุ่งออกมา
เธอไอโขลกขลกอย่างรุนแรง หน้าแดงก่ำไปหมด
ไม่รู้ว่าเพราะสำลัก หรือเพราะอายกันแน่
แต่ดวงตาของลูซี่กลับลุกวาว “ว้าว! ทั้งขวดเลยเหรอ? แม่เก่งจัง!”
เธอวางส้อมลง เท้าคางมองแม่อย่างออดอ้อน “แม่คะ หนูอยากดื่มบ้าง! เมื่อไหร่แม่จะให้หนูชิมบ้างล่ะ?”
“ไม่ได้!” คุณนายมาลีนปฏิเสธทันควัน
“ทำไมไม่ได้ล่ะ?”
ลูซี่เบะปากอย่างไม่ยอมแพ้ “หนูอายุสิบหกแล้วนะ! แอนนี่ในเมืองน่ะ อายุสิบห้าพ่อเขาก็ให้ดื่มเบียร์แล้ว! หนูเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ!”
“เหลวไหล!”
คุณนายมาลีนเหมือนแมวที่ถูกเหยียบหาง “เด็กตัวแค่นี้จะดื่มเหล้าได้ยังไง!”
“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ!”
ลูซี่ทำแก้มป่องอย่างดื้อรั้น “คุณลั่วเซินยังบอกเลยว่า แม่ดื่มขวดเดียวก็ไม่ไหวแล้ว เผลอๆ หนูอาจจะคอแข็งกว่าแม่อีก! คราวหน้าให้คุณลั่วเซินดื่มกับหนูสิ หนูรับรองว่าจะดื่มให้หมดขวดเลย!”
“ถ้าลูกยังพูดเพ้อเจ้ออีก วันนี้งดของหวาน!” คุณนายมาลีนเริ่มโกรธแก้เขิน
มองดูบทสนทนาของสองแม่ลูก รอยยิ้มบนใบหน้าของลั่วเซินยิ่งกว้างขึ้น
วันนี้เป็นวันใหม่อีกวัน
มือสังหารพลีชีพ 47 นายที่เพิ่งรีเฟรชมาใหม่ นอกจาก 7 คนที่ส่งไปแฝงตัวตามที่ต่างๆ แล้ว
อีก 40 คนที่เหลือถูกบรรจุเข้าบริษัทรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์ทั้งหมด โดยในจำนวนนี้มี 30 คนที่เป็นคนหน้าตี๋ชาวจีน
ตอนนี้แคลิฟอร์เนียตอนเหนือวุ่นวายจนเละเทะ ได้เวลาที่คนจีนจะเปิดตัวบ้างแล้ว
ภารกิจของพวกเขาคือการสร้างภาพลักษณ์ด้านบวกให้กับชาวจีนในแคลิฟอร์เนีย
รอให้กองกำลังปราบโจรของรัฐถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น และพวกเจ้านายผิวขาวหวาดกลัวจนตัวสั่น ค่อยออกมากู้สถานการณ์
ลั่วเซินจะใช้ทรัพยากรของเขาปั้นพวกนี้ให้กลายเป็นวีรบุรุษ
ในขณะเดียวกัน พายุก็ลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นที่เมืองซานราฟาเอล ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการของมารินเคาน์ตี้
หลังจากต้องทนโคลงเคลงบนรถไฟและเรือข้ามฟากมาตลอดทั้งคืน แอรอน ครอส และลูกน้องอีกสามคนที่ปลอมตัวมา ก็เดินทางมาถึงเมืองเล็กๆ ที่แสนวุ่นวายแห่งนี้จนได้
พวกเขามุ่งตรงไปยังสำนักงานนายอำเภอที่เป็นสัญลักษณ์แห่งกฎหมายและอำนาจ
ยังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ เสียงเอะอะโวยวายด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังลอดออกมาจากในอาคาร
ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่ถูกขังอยู่ในกรง
ครอสขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งสี่เร่งฝีเท้า ผลักประตูใหญ่ที่แง้มอยู่ให้เปิดออก
ภาพภายในประตู วุ่นวายยิ่งกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้เสียอีก
สำนักงานที่เดิมทีกว้างขวาง ตอนนี้แออัดยัดเยียดไปหมด
บนพื้นเรียงรายไปด้วยโลงศพที่ทำจากไม้สนหยาบๆ กว่าสิบโลง
กลุ่มชายหญิงชุดดำกำลังห้อมล้อมโลงศพเหล่านั้น ร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจ
พวกเขาคือครอบครัวของนายอำเภอมิลเลอร์และเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต
หญิงชราผมขาวโพลนคนหนึ่งฟุบอยู่บนโลงศพ ร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา
แม่หม้ายสาวอุ้มทารกแบเบาะในอ้อมแขน เหม่อมองเพดานด้วยแววตาว่างเปล่า
และที่อีกฝั่งหนึ่งของฝูงชน
ชายแต่งตัวดีหลายคนกำลังชี้หน้าด่ากราดเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
พวกเขาคือสมาชิกสภาและเจ้าหน้าที่ที่รีบเดินทางมาจากโซโนมาเคาน์ตี้
“FUCK YOU! ทอมป์สัน!”
สมาชิกสภาโซโนมาเคาน์ตี้ร่างอ้วนพุงพลุ้ย ตะโกนจนน้ำลายแทบจะพ่นใส่หน้าทอมป์สัน อดีตนายอำเภอมารินเคาน์ตี้
“แกอธิบายมาให้ชัดๆ เลยนะ! ทำไมหนุ่มฉกรรจ์ฝีมือดีจากโซโนมาเคาน์ตี้ที่ส่งมาช่วยยี่สิบเอ็ดคน
ถึงกลายเป็นศพไร้หัวนอนอยู่ในกล่องไม้กันหมด แต่ตำรวจของพวกแกชาวมารินเคาน์ตี้ กลับไม่มีใครขนร่วงสักเส้นเดียว?”
สีหน้าของทอมป์สันดูแย่มาก เขาไม่พูดอะไรสักคำ
เขาถูกปลดจากทุกตำแหน่งแล้ว
“นี่มันกับดัก! กับดักที่เอาชีวิตคนของพวกเราไปเป็นเหยื่อล่อ!”
“พวกแกหลอกตำรวจของเรามาตาย เพื่อให้คนของตัวเองรอด! ไอ้พวกขี้ขลาด! ฆาตกร!”
สมาชิกสภามารินเคาน์ตี้คนหนึ่งที่ไว้เคราแพะพยายามแก้ตัว “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด เราก็ไม่คิดว่าพวกโจรจะโหดเหี้ยมขนาดนั้น...”
“เข้าใจผิด? เข้าใจผิดพ่อแกสิ!”
สมาชิกสภาโซโนมาเคาน์ตี้กระชากคอเสื้อเขา ดันร่างกระแทกติดผนัง “ฉันจะบอกอะไรให้นะ เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่! ค่าชดเชย!
ต้องจ่ายค่าชดเชยก้อนโตให้ครอบครัวตำรวจที่ตายทุกคน! แล้วก็คำอธิบาย!
ไม่อย่างนั้น โซโนมาเคาน์ตี้จะเปิดศึกกับมารินเคาน์ตี้แน่!”
ในขณะที่พวกเขากำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด ประตูสำนักงานก็ถูกผลักเปิดออก
แสงแดดสาดส่องเข้ามาจากภายนอก ทาบทับร่างสูงใหญ่และเงียบขรึมสี่ร่าง
ทุกคนถูกดึงดูดความสนใจไปที่แขกไม่ได้รับเชิญหน้าประตูโดยไม่รู้ตัว
แอรอน ครอส ยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู
เขายืนย้อนแสง
สีหน้าซ่อนอยู่ในเงามืด ดวงตาไร้ความรู้สึกคู่นั้นจ้องมองฝูงชนราวกับเหยี่ยว
“ที่นี่เป็นสำนักงานนายอำเภอ หรือตลาดสดเฮงซวยกันแน่?”
ทุกคนหันขวับไปมองทางประตูด้วยความตกตะลึง
สมาชิกสภาโซโนมาเคาน์ตี้ที่กำลังกระชากคอเสื้อคนอยู่ รีบปล่อยมือราวกับถูกไฟช็อต
เขามองครอส แล้วมองชายฉกรรจ์สายตาอำมหิตสามคนที่อยู่ด้านหลัง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ลืมไปชั่วขณะว่าจะพูดอะไร
“คุณเป็นใคร?” เจ้าหน้าที่มารินเคาน์ตี้คนหนึ่งรวบรวมความกล้าถามขึ้น
ครอสไม่สนใจเขา แต่ล้วงเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ต โยนลงบนโลงศพที่ใกล้ที่สุดอย่างไม่ใส่ใจ
บนเอกสารประทับตราของผู้ว่าการรัฐ
“แอรอน ครอส ผู้ตรวจการพิเศษที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าการรัฐ วิลเลียม เออร์วิน”
“ตั้งแต่นี้ไป กิจการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโจรผู้ร้ายในมารินเคาน์ตี้และโซโนมาเคาน์ตี้ ผมจะเป็นคนดูแลและสั่งการทั้งหมด พวกคุณทุกคน ถ้าไม่หุบปากแล้วฟังคำสั่งผม ก็ไสหัวออกไปซะ”
แอรอน ครอส!
จอมเชือดแห่งแซคราเมนโต!
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากโซโนมาเคาน์ตี้หรือมารินเคาน์ตี้ ต่างก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี
ทำไมผู้ว่าการรัฐถึงส่งไอ้บ้านี่มา?
ความกร่างของเหล่าสมาชิกสภาโซโนมาเคาน์ตี้เมื่อครู่นี้ อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
สายตาของครอสกวาดมองเหล่าญาติผู้เสียชีวิตที่กำลังร้องไห้ คิ้วขมวดมุ่น แสดงความรำคาญออกมา
“เอาตัวคนพวกนี้ออกไป”
“ไล่พวกผู้หญิงเจ้าน้ำตาและผู้ชายไร้ประโยชน์พวกนี้ออกไปให้หมด เงินชดเชยเดี๋ยวรัฐบาลจัดการให้ ตอนนี้ที่นี่เป็นเขตควบคุมทางทหาร คนไม่เกี่ยวข้อง ไสหัวไป!”
ลูกน้องของเขาพุ่งเข้าไปราวกับฝูงหมาป่าทันที ผลักไสผู้คนอย่างหยาบคาย ลากถูเหล่าญาติที่ยังคร่ำครวญให้ออกไปจากสำนักงาน
“พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“นี่ศพสามีฉันนะ!”
เสียงขัดขืนและเสียงร้องไห้เงียบลงอย่างรวดเร็วที่นอกประตู หลังจากมีเสียงตบฉาดใหญ่ๆ และคำขู่ด้วยพานท้ายปืนดังขึ้น
ในสำนักงาน เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ของทั้งสองเคาน์ตี้และทอมป์สันเท่านั้น

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 44 หนูเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ!

ตอนถัดไป