บทที่ 45 คุณครอสครับ พวกเราลดให้คุณได้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์นะ
บทที่ 45 คุณครอสครับ พวกเราลดให้คุณได้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์นะ
ครอสใช้ปลายรองเท้าบูตเตะโลงศพโลงหนึ่ง
“ใครจะมาบอกฉันได้บ้าง เกี่ยวกับข้อมูลของไอ้พวกลูกผสมไอริชพวกนั้น”
สายตาของเจ้าหน้าที่ทุกคนหันไปมองทอมป์สันโดยพร้อมเพรียงกัน
ทอมป์สันรู้ดีว่าเขาหนีไม่พ้น
เขาจึงจำใจก้าวออกมาจากฝูงชนอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“แก” ครอสมองสำรวจเขาด้วยสายตาดูแคลน “คือทอมป์สันคนนั้นสินะ? คนขี้ขลาดที่พาตำรวจติดอาวุธกว่าเจ็ดสิบคนไป แต่กลับไม่ได้ยิงสักนัด แล้วก็หางจุกตูดหนีกลับมา?”
ใบหน้าของทอมป์สันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับตับหมูทันที
“ถ้าเป็นในกองทัพของฉัน”
ครอสพูดเสียงเย็นเยียบ “ก่อนที่แกจะทันได้พูดคำว่า ‘ยอมแพ้’ กระสุนของฉันคงเจาะทะลุหลังกะโหลกแกไปแล้ว ตอนนี้ เล่าเหตุการณ์ในคืนนั้นมา อย่าให้ตกหล่นแม้แต่รายละเอียดเดียว”
ภายใต้สายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ของครอส
ทอมป์สันเล่าเหตุการณ์สยองขวัญท่ามกลางหมอกหนาในคืนนั้นอย่างรวบรัด ตั้งแต่การปรากฏตัวของอัศวินไร้หัว ถ้อยคำข่มขวัญของพวกโจร ไปจนถึงสภาพจิตใจที่พังทลายของเหล่าเจ้าหน้าที่
สุดท้าย เขาพยายามจะแก้ตัวให้ตัวเองสักประโยค “ท่านครับ สถานการณ์ในคืนนั้นมันแปลกประหลาดเกินไปจริงๆ ศพไร้หัวพวกนั้น... พวกตำรวจขวัญหนีดีฝ่อกันหมด พวกเขาวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ผมพยายามสู้คนเดียวก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
“งั้นแกก็ควรจะตายในสนามรบซะ!”
เจ้าลิงกังที่ยืนอยู่ข้างหลังครอสพูดเยาะเย้ย “ในฐานะผู้บัญชาการ ถ้าไม่กลับมาพร้อมชัยชนะ ก็ต้องตายในสนามรบ! การวิ่งหนีเหมือนหมามันคืออะไรวะ?!”
ทอมป์สันถูกด่าจนเงยหน้าไม่ขึ้น
ครอสเดินไปที่โต๊ะตัวหนึ่ง แล้วปัดเอกสารบนโต๊ะทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี
สั่งให้คนกางแผนที่แคลิฟอร์เนียลงไปแทน
“ตั้งแต่นี้ไป”
นิ้วของเขากรีดลงบนแผนที่อย่างหนักหน่วง วาดเส้นที่มองไม่เห็นล้อมรอบมารินเคาน์ตี้และโซโนมาเคาน์ตี้เอาไว้
“กองกำลังบังคับใช้กฎหมายทั้งหมดของมารินเคาน์ตี้และโซโนมาเคาน์ตี้ จะอยู่ภายใต้การสั่งการของฉัน ภารกิจของพวกแกมีอย่างเดียว คือให้ความร่วมมือกับฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข ใครกล้าทำเป็นรับปากแต่ลับหลังขัดขืน ฉันจะเอาหัวมันไปเสียบประจานบนยอดเสาธง”
เขาหันไปมองเสมียนคนหนึ่ง “ไปรวบรวมรายชื่อจุดรวมตัวของชาวไอริชทั้งหมดในสองเคาน์ตี้นี้มาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน ไซต์งานก่อสร้าง หรือแม้แต่ซ่องโสเภณีเฮงซวย! ฉันต้องการรายชื่อที่ละเอียดที่สุด
ให้พวกตำรวจลูกน้องของพวกแกที่ยังไม่ฉี่ราดกางเกง ไปสืบหาข้อมูลมาให้ชัดเจน ดูซิว่าไอ้โจรพวกนั้น มันมุดหัวอยู่ในรูหนูรูไหน”
“พอกองพันทหารอาสาสมัครของฉันมาถึง”
มุมปากของเขาฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม “จะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างทันที!”
ทอมป์สันยังไงก็ยังเป็นเจ้าถิ่น
สายตาของครอสหันกลับมาที่เขาอีกครั้ง “สตรอว์เบอร์รี่ทาวน์ ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”
ทอมป์สันรีบตอบ “พวกคนรวยในเมืองพากันขายสินทรัพย์ทิ้งในราคาถูกแล้วหนีไปหมดแล้วครับ ต่อมาก็มีพวกพ่อค้าที่ไม่กลัวตายเข้ามากว้านซื้อร้านค้าและฟาร์มพวกนั้น ตอนนี้เมืองเลยยังพอประคองตัวอยู่ได้”
“หึ พวกพ่อค้าโง่เง่า”
ครอสแค่นหัวเราะอย่างดูถูก “พวกมันไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลของรัฐ สมควรแล้วที่ต้องเสียทรัพย์สิน!”
“ทอมป์สัน” เขาสั่ง “แก นำทาง ฉันจะไปดูสตรอว์เบอร์รี่ทาวน์เดี๋ยวนี้”
…..
เมื่อทอมป์สันปรากฏตัวที่ทางเข้าเมือง ก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที
ชาวเมืองที่ยังปักหลักอยู่ที่นี่ ต่างพากันเดินออกมาจากร้านค้าและบ้านเรือน
“นั่นนายอำเภอทอมป์สันไม่ใช่เหรอ? เมืองปลอดภัยแล้ว ท่านเลยกลับมาตรวจตรางั้นสิ?”
พวกคนว่างงานที่นั่งอยู่หน้าร้านเหล้า ถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“เขายังมีหน้ากลับมาอีกเหรอเนี่ย?”
“เฮ้! ทอมป์สัน! ปืนของแกไปไหนแล้วล่ะ? โยนให้พวกไอริชไปหมดแล้วเหรอ?”
“ไอ้ขี้ขลาด! ไสหัวออกไปจากสตรอว์เบอร์รี่ทาวน์ซะ!”
ทอมป์สันกำบังเหียนแน่น ไม่พูดอะไรสักคำ
วินาทีที่คณะของครอสเหยียบย่างเข้าสู่เมือง ลั่วเซินก็รู้ตัวแล้ว
ต้องไปดูหน้าไอ้คนขายเนื้อแก่คนนี้หน่อย
จิตของเขาเข้าควบคุมร่างของหัวหน้าทีม บริษัทรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์ ที่กำลังลาดตระเวนอยู่ในเมือง
ร่างของ แฮงค์ แอนเดอร์สัน
แฮงค์กระตุกบังเหียน ส่งสัญญาณมือให้ลูกทีมด้านหลัง
ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างสูงใหญ่กว่าสิบคน แบกปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์ไว้บนไหล่ เดินตรงมาจากอีกฝั่งของถนน
พวกเขาขี่ม้าควอเตอร์ สวมเครื่องแบบผ้ากากีเหมือนกันหมด บนเสื้อมีตราสัญลักษณ์รูปหัวเสือ
“คุณทอมป์สัน”
แฮงค์ (ลั่วเซิน) รั้งม้าหยุดอยู่กับที่ สายตามองข้ามอดีตนายอำเภอ ไปหยุดอยู่ที่ครอส แล้วถามว่า “สุภาพบุรุษเหล่านี้คือ?”
ทอมป์สันรู้สถานะของคนกลุ่มนี้ดี จึงแนะนำว่า “หัวหน้าแฮงค์ ท่านนี้คือผู้ตรวจการพิเศษที่ท่านผู้ว่าการรัฐส่งมา คุณครอส”
ครอสจ้องมองแฮงค์ ถามอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไอ้หนูแองโกล พวกแกเป็นใคร? มาทำอะไรที่สตรอว์เบอร์รี่ทาวน์?”
แฮงค์ (ลั่วเซิน) ถอดหมวกคาวบอยออก โค้งตัวเล็กน้อย “ท่านผู้ตรวจการ เราเป็นคนของ ‘บริษัทรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์’ ครับ
เราได้รับการว่าจ้างจากผู้อยู่อาศัยใหม่ทั้งหมดของสตรอว์เบอร์รี่ทาวน์ และได้เซ็นสัญญาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เราจะรับผิดชอบในการปกป้องทรัพย์สินและชีวิตของผู้คนที่นี่ จนกว่าแก๊งโจรไอริชพวกนั้นจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น”
“บริษัทรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์?”
คิ้วของครอสเลิกขึ้นข้างหนึ่ง “บริษัทเล็กๆ ที่ไม่เคยได้ยินชื่อ ก็กล้าคุยโวว่าจะกวาดล้างแก๊งโจรไอริชงั้นรึ?”
ลั่วเซินยิ้ม เขาผายมือออก “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะครับ? นอกจากบริษัทของเราแล้ว ยังจะมีใครมาปกป้องชาวเมืองที่น่าสงสารเหล่านี้อีก? ตำรวจเหรอ?”
สายตาของเขาหันไปทางทอมป์สัน “คุณทอมป์สัน พวกคุณไหวเหรอครับ?”
“แก!” ทอมป์สันโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม
แต่ครอสกลับหัวเราะ “กล้าดีนี่ หวังว่าตอนที่เจอพวกโจรเข้าจริงๆ พวกแกคงไม่ฉี่ราดกางเกงไปซะก่อนนะ”
ดูเหมือนเขาจะหมดความสนใจแล้ว เตรียมจะออกจากที่นี่เพื่อไปยังจุดตรวจสอบถัดไป
บริษัทรักษาความปลอดภัยพวกนี้ ก็แค่พวกฉวยโอกาสหากินบนความเดือดร้อนของคนอื่น ไม่คุ้มค่าที่จะให้ความสนใจ
ทันใดนั้น เสียงกีบม้าหนักหน่วงก็ดังมาจากทางเข้าเมือง
กองกำลังที่ใหญ่โตกว่าเดิมกำลังเคลื่อนขบวนเข้าสู่ตัวเมือง
นักรบบนหลังม้าสี่สิบนายที่ดูดุดัน
เครื่องแบบสีดำ ตราหัวเสือ
ในขบวนมีสิบคนที่เป็นคนขาวเชื้อสายอังกฤษ แต่อีกสามสิบคนที่เหลือ กลับมีใบหน้าแบบชาวตะวันออก
ใบหน้าชาวตะวันออกในแคลิฟอร์เนีย ส่วนใหญ่คือแรงงานจีนที่มาสร้างทางรถไฟ หรือไม่ก็ผู้อพยพจำนวนน้อยจากญี่ปุ่น
แต่คนกลุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ แตกต่างจากชาวจีนในความทรงจำของเขาอย่างสิ้นเชิง
พวกเขามีร่างกายกำยำ ตัดผมสั้นเกรียนสะอาดสะอ้าน แววตาเย็นชา
ครอสหันขวับไปมองแฮงค์ (ลั่วเซิน) “บริษัทของพวกแก รับซามูไรญี่ปุ่นเข้าทำงานด้วยเหรอ?”
ลั่วเซินยิ้มบางๆ “ท่านครับ ท่านเคยเห็นซามูไรญี่ปุ่นที่สูงใหญ่บึกบึนขนาดนี้เหรอครับ?”
สีหน้าของครอสขรึมลง
“งั้นพวกมันเป็นคนจีน? บริษัทของพวกแกถึงกับรับคนจีนเข้ามาเพื่อลดต้นทุนงั้นเรอะ?
ไอ้พวกคนขี้โกง ขี้ขลาด ที่ทำเป็นแค่เดินตามก้นคนอื่นรอเก็บเศษเดน! แกให้พวกมันถือปืนเนี่ยนะ? เกรงว่าพวกมันคงจะเหนี่ยวไกไม่เป็นด้วยซ้ำ!”
“คุณเข้าใจผิดแล้วครับ คุณครอส”
รอยยิ้มบนใบหน้าของลั่วเซินไม่จางหาย “ชาวจีน คือหนึ่งในชนเผ่าที่กล้าหาญที่สุด ซื่อสัตย์ที่สุด และมีพลังการต่อสู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก พวกเขาคือนักรบที่ยอดเยี่ยมมากครับ”
“หึ”
ครอสไม่เชื่อเรื่องไร้สาระพรรค์นี้เลย และขี้เกียจจะเถียงด้วย
เขากระชากบังเหียนอย่างแรง พาคนของเขาหันหลังกลับทันที
ลั่วเซินพูดไล่หลังเขาไปอย่างเนิบนาบว่า
“คุณครอสครับ คุณอายุมากแล้ว ถ้าเจอปัญหาอะไรในการปราบโจร มาขอความช่วยเหลือจากบริษัทรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์ของเราได้ทุกเมื่อนะครับ”
“เรายินดีร่วมมือกับรัฐบาลของรัฐเป็นอย่างยิ่ง เห็นแก่ที่คุณเป็นคนรุ่นเก่า เราลดให้คุณได้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลย!”