บทที่ 71 พินเคอร์ตันแก่แล้ว

บทที่ 71 พินเคอร์ตันแก่แล้ว
หัวใจของธอร์นดิ่งวูบ
ข้อสันนิษฐานนี้ทำเอาเขารู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง
“นายหมายความว่า...”
“พวกเราเอาแต่วิ่งไล่ตามก้นพวกแก๊งโจรมาตลอด”
เคนพยักหน้า “แต่เราอาจจะหลงทางตั้งแต่แรกแล้ว ทุกอย่างมันเริ่มต้นที่ไหน?”
“ฟาร์มของโคลแมน เพก!” ธอร์นตอบทันที
“ถูกต้อง! แก๊งโจรปรากฏตัวครั้งแรกที่ฟาร์มของเพก แล้วเพกก็ตาย”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ใครคือผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด?”
“...”
ร่างกายของธอร์นสั่นสะท้าน “ไอ้คาวบอยคนนั้น! คนที่แต่งงานกับหม้ายสาวของเพก ชื่ออะไรนะ?”
“แจ็ค แอนเดอร์สัน” เคนเสริมให้ “คาวบอยที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วจู่ๆ ก็ได้ครอบครองที่ดิน วัวม้า และเงินสดทั้งหมดของเพก”
“ตามหลักการใครได้ประโยชน์ คนนั้นคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง เราควรจะไปตรวจสอบเขา”
“ใช่”
เคนเพิ่งนึกขึ้นได้ “ฉันเพิ่งได้ข่าวมาว่า แจ็ค แอนเดอร์สันกับแม่หม้ายเศรษฐีคนนั้นไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์แล้ว พวกเขาย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง”
“เมืองไหน?”
“สตรอว์เบอร์รี่ทาวน์!”
สตรอว์เบอร์รี่ทาวน์อีกแล้ว
เมืองเล็กๆ ที่ตอนนี้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชาวเมืองที่โกรธแค้นและบริษัทรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์
ธอร์นพูดเสียงขรึม “ดูเหมือนสตรอว์เบอร์รี่ทาวน์จะถูกบริษัทที่ชื่อไวท์ไทเกอร์เทคโอเวอร์ไปแล้ว นายรู้จักบริษัทนี้ไหม?”
พอเอ่ยถึงบริษัทนี้ เคนก็ทำหน้าดูแคลน
“เคยเช็คประวัติแล้ว ก็แค่บริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งจดทะเบียนในซานฟรานซิสโกเมื่อเดือนก่อน น่าจะเป็นพวกนักเก็งกำไรจากฝั่งตะวันออกที่ดวงเฮง อยากมาขุดทองหาเศษเงินทางฝั่งตะวันตกเท่านั้นแหละ”
“งั้นก็ยิ่งไม่ต้องสนใจ พวกมันคงไม่กล้าขัดขวางการสืบสวนของสำนักงานนักสืบพินเคอร์ตันหรอก”
“ไปกันเถอะ พรุ่งนี้เช้าเราจะไปสตรอว์เบอร์รี่ทาวน์”
.....
สตรอว์เบอร์รี่ทาวน์ในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ธอร์นและเคนขี่ม้าเข้ามาในเมืองอย่างช้าๆ
ทั้งสองได้พบกับแจ็ค แอนเดอร์สัน และอิซาเบลลา ภรรยาใหม่ของเขาที่บ้านไม้หลังใหม่ที่ดีที่สุดในเมือง
“สำนักงานนักสืบพินเคอร์ตัน?”
แจ็คเหลือบมองบัตรประจำตัวที่ทั้งสองแสดงให้ดู ก่อนจะเบี่ยงตัวหลีกทางให้อย่างสุภาพ “เชิญเข้ามาเลยครับ สุภาพบุรุษ อิซาเบลลา ที่รัก เรามีแขกมาเยือน”
อิซาเบลลาเดินออกมาจากห้องครัว
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เธอบิดชายผ้ากันเปื้อนด้วยความประหม่า ดวงตากลมโตคู่สวยมองสามีสลับกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้งสองอย่างหวาดหวั่น
ภายในห้องรับแขก เคนเป็นคนเปิดฉากการสอบสวน
“คุณแอนเดอร์สัน คุณมาที่มารินเคาน์ตี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“อ้อ ก็ประมาณสองเดือนกว่าๆ แล้วครับ คุณก็รู้ คาวบอยอย่างเรามักจะร่อนเร่ไปตามสายลม”
คำตอบของแจ็คนั้นรัดกุม แม้แต่สีหน้าก็ไม่มีพิรุธให้เห็นแม้แต่น้อย
“คืนนั้น คุณบังเอิญไปโผล่แถวๆ ที่อยู่ของอิซาเบลลาได้ยังไง?”
“เรื่องบังเอิญที่โชคดีน่ะครับ”
แจ็คมองอิซาเบลลาที่อยู่ข้างกายด้วยสายตาเปี่ยมรัก “ตอนนั้นผมตั้งแคมป์อยู่แถวนั้น แล้วก็ได้ยินเสียงปืนกับเสียงกรีดร้องของผู้หญิง สิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่ผมเคยทำมาทั้งชีวิต ก็คือการวิ่งเข้าไป แล้วผมก็ได้ช่วยนางฟ้าของผมเอาไว้”
ใบหน้าเล็กๆ ของอิซาเบลลาแดงระเรื่อทันที เธอคล้องแขนแจ็คไว้อย่างเอียงอาย
ท่าทางแบบนั้น ราวกับว่าเขาคือพระเมสสิยาห์ที่พระเจ้าส่งมาโปรด
ธอร์นและเคนสบตากัน
ไอ้หมอนี่มันเขี้ยวลากดินชัดๆ
เขาเหมือนปลาไหลที่ว่ายอยู่ในน้ำลึกมานาน ลื่นไหลจนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
ความสุภาพของเขาคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด ไม่ว่าคุณจะลองหยั่งเชิงแบบไหน เขาก็จะปัดป้องออกไปได้อย่างนุ่มนวล
“คุณแอนเดอร์สัน”
เคนทนกับบทสนทนาไร้สาระนี้ไม่ไหว “ที่เรามาวันนี้ หลักๆ คืออยากจะคุยกับคุณนายแอนเดอร์สันเรื่องโคลแมน เพก อดีตสามีของเธอ”
“โอ้?”
รอยยิ้มของแจ็คยังคงเดิม แต่อิซาเบลลากลับเกาะแขนแจ็คแน่นขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
เธอเหมือนกระต่ายตื่นตูม หัวอ่อน และแสดงอารมณ์ทุกอย่างออกมาทางสีหน้า
“คุณเพกมีศัตรูเยอะมาก เราแค่ต้องการรับรองความปลอดภัยของคุณนายครับ ยังไงเสีย คุณก็เป็นทายาทเพียงคนเดียวของกองมรดกมหาศาลนั่น”
“คุณนายแอนเดอร์สัน”
เคนโน้มตัวไปข้างหน้า พยายามจะมองข้ามไหล่แจ็คไปสบตาอิซาเบลลา “สามีของคุณ ก่อนที่จะเสียชีวิต เคยพูดถึงใครที่น่าสงสัยบ้างไหม? หรือมีความกังวลเกี่ยวกับทรัพย์สินบ้างหรือเปล่า?”
“ฉะ... ฉันไม่รู้!”
เมื่อเจอกับท่าทางคุกคามของทั้งสอง อิซาเบลลาก็หดตัวไปหลบหลังแจ็คตามสัญชาตญาณ
“บางที เปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่อาจจะช่วยให้คุณนึกอะไรออกมากขึ้น”
เคนยิ้มเย็น “คุณนายครับ เราเห็นว่าคุณจำเป็นต้องกลับไปที่ศูนย์บัญชาการในเมืองซานราฟาเอลกับเรา เพื่อสอบปากคำเป็นการส่วนตัว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง”
“ส่วนตัว?”
รอยยิ้มบนหน้าแจ็คหายวับไปทันที เขาเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลัน
“FUCK! แกพูดบ้าอะไรวะ?”
“คุยกันส่วนตัว? เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง?”
เขาดึงอิซาเบลลามาหลบข้างหลังทันที “ไอ้พวกลูกหมาใส่สูท! คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าพวกแกคิดอะไรอยู่!”
“เห็นเมียฉันสวย ก็เลยอยากจะพาตัวไป ‘เล่น’ กันเป็นการส่วนตัวสินะ?”
เขาตลบชายเสื้อสูทเปิดออก เผยให้เห็นด้ามปืนลูกโม่คอลต์ที่เหน็บอยู่ที่เอว
“ฉันไม่สนหรอกนะว่าพวกแกจะเป็นพินเคอร์ตันหรือนักสืบส้นตีนอะไร! อยากจะพาเมียฉันไป ก็ได้! มาดวลปืนกับฉันตัวต่อตัว!”
“เดี๋ยวนี้! กลางถนนนี่แหละ! กล้าหรือเปล่า? หรือว่านักสืบพินเคอร์ตันเป็นแค่ไอ้พวกขี้ขลาดที่เก่งแต่หลบอยู่หลังกระโปรงผู้หญิงแล้วเล่นสกปรก!”
การระเบิดอารมณ์กะทันหันนี้ ทำเอาธอร์นและเคนถึงกับอึ้งไป
ดวลปืน? ไอ้บ้านี่!
พวกเขาเป็นนักสืบ ไม่ใช่นักเลงปืนข้างถนน
การมาดวลปืนกับคนดังประจำเมืองกลางวันแสกๆ แบบนี้ ชนะไปก็โดนหาว่ารังแกคนแพ้ก็เสียชื่อจนกู้ไม่กลับ
“คุณแอนเดอร์สัน คุณเข้าใจผิดแล้ว...”
“ผิดพ่อแกสิ!”
แจ็คไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาพูด มือแตะอยู่ที่ด้ามปืนแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทันใดนั้น ประตูก็ถูกผลักเปิดออก
หน่วยลาดตระเวนของบริษัทรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์สามคนเดินเข้ามา
“คุณแจ็ค คุณนายแอนเดอร์สัน”
หัวหน้าชุดพยักหน้าทักทายทั้งสองอย่างสุภาพ ก่อนจะหันมามองธอร์นและเคน “สุภาพบุรุษทั้งสอง มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”
แจ็คยิ้มเยาะ ชี้หน้าทั้งสองคน “ไอ้สารเลวสองตัวนี้ จะมาฉุดเมียผม! กลางเมืองนี่เลย!”
“งั้นเหรอครับ? สุภาพบุรุษทั้งสอง ผมเสียใจที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า สตรอว์เบอร์รี่ทาวน์อยู่ภายใต้การคุ้มครองของบริษัทรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์”
หัวหน้าชุดพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ตามเงื่อนไขการให้บริการของเรา เว้นแต่คุณนายอิซาเบลลา แอนเดอร์สันจะสมัครใจ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาพาตัวเธอไปจากที่นี่โดยพละการ”
ความอดทนของธอร์นขาดผึง ลุกขึ้นเดินเข้าไปประจันหน้ากับหัวหน้าชุด
“ไอ้หนู! รู้ไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร? ขัดขวางการปฏิบัติงานของสำนักงานนักสืบพินเคอร์ตันแห่งชาติ ผลที่จะตามมา บริษัทกระจอกๆ ของแกรับไหวเหรอ?”
หัวหน้าชุดลาดตระเวนแค่นเสียงหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ “อ๋อ รู้สิครับ ก็บริษัทที่ส่งคนไปตายเพราะโดนโจรป่าชาวไอริชรมควันจนขาดใจตายตั้งยี่สิบแปดศพที่หุบเขาแรตเทิลสเนกนั่นใช่ไหมล่ะ?”
“บริษัทที่ยอดฝีมืออีกสามสิบสองคนที่เหลือโดนจับไปเรียกค่าไถ่ตั้งหนึ่งแสนเหรียญอีเกิล แล้วจนป่านนี้ยังหาตัวประกันไม่เจอแม้แต่เงา นั่นน่ะเหรอ?”
“แก!”
ธอร์นจุกจนพูดไม่ออก คำพูดพวกนี้เถียงไม่ได้เลยสักคำ
“สุภาพบุรุษครับ”
หัวหน้าชุดก้าวเข้าไปอีกก้าว รัศมีกดดันไม่แพ้ธอร์น “ที่นี่คือสตรอว์เบอร์รี่ทาวน์ ไม่ใช่ชิคาโก”
“ตราพินเคอร์ตันของพวกคุณ ที่นี่มันก็ไม่ได้วิเศษวิโสไปกว่าตราไวท์ไทเกอร์ของผมหรอก”
เขาเคาะที่ตราหน้าอกตัวเอง
“เราต่างก็เป็นบริษัทถูกกฎหมายที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาเหมือนกัน หากินด้วยฝีมือเหมือนกัน ใบอนุญาต ของพวกคุณ ไม่ได้ระบุว่าพวกคุณเป็นเจ้าของประเทศนี้เสียหน่อย”
“ด้วยความเคารพนะครับ มุกล้าสมัยพวกนั้นน่ะ น่าจะเลิกใช้ได้แล้ว หมาแก่แล้ว ฟันมันก็ทื่อเป็นธรรมดา”
“ดินแดนตะวันตกแห่งนี้ ต้องการเขี้ยวเล็บที่คมกว่านั้นครับ”

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 71 พินเคอร์ตันแก่แล้ว

ตอนถัดไป