บทที่ 77 บ้าเอ๊ย นี่มันคนของเราชัดๆ!

บทที่ 77 บ้าเอ๊ย นี่มันคนของเราชัดๆ!
ลมหายใจของบัคเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
คนของพินเคอร์ตันดูถูกเขาที่เป็นแค่นายทหารกองพันอาสาสมัคร แต่แม่งเอ๊ย นักสืบจากชิคาโกสองคนนี้ดันเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังชุดนี้!
"บ้าเอ๊ย!"
บัคทำได้แค่กดข่มไฟโทสะลงไป หยิบขวดเหล้าขึ้นมาใหม่ แล้วกรอกเข้าปากอึกใหญ่
ธอร์นลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองไปตามแนวป้องกัน ทหารเหล่านั้นกำลังหดคอหนีความหนาวเย็นและความเหนื่อยล้า
"ตื่นตัวกันหน่อยโว้ย!"
"อย่าคิดว่าผ่านเที่ยงคืนมาแล้วจะไม่มีอะไร! ฟังนะ ช่วงใกล้รุ่งสางนี่แหละคือเวลาที่พวกมันจะบุกที่ดีที่สุด! ตอนนั้นพวกแกจะง่วงที่สุด และก็ตายง่ายที่สุดด้วย!"
ตีสี่
ความเหนื่อยล้าของเหล่าทหารอาสาสมัครพุ่งถึงขีดสุด เปลือกตาบนและล่างเริ่มตีกันยุ่ง
จู่ๆ กลุ่มหมอกก็ลอยขึ้นมาจากหุบเขาแม่น้ำทางทิศตะวันตกโดยไม่มีสัญญาณเตือน
ทีแรกเป็นเพียงม่านบางๆ แต่ไม่นานมันก็กลายเป็นก้อนสำลีสีขาวหนาทึบ
มันม้วนตัวเป็นก้อนๆ ผ่านพื้นที่รกร้าง ไหลบ่าเข้ามาในเมืองซานราฟาเอล
ภายในห้านาที เมืองเล็กๆ แห่งนี้ก็ถูกหมอกหนาปกคลุมจนมิด
ทัศนวิสัยลดฮวบลงเหลือไม่ถึงยี่สิบหลา
"เชี่ย! จู่ๆ หมอกมาจากไหนวะ!"
ทหารคนหนึ่งกลืนน้ำลายลงคอ สังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก
"เงียบ!"
ธอร์นและเคนหรี่ตาลง เพ่งมองความเคลื่อนไหวในสายหมอกอย่างละเอียด
ในขณะนี้ เส้นประสาทของพวกเขาขึงตึงจนถึงขีดสุด!
หูของเคนกระดิก เขาจับความผิดปกติบางอย่างได้!
เสียงฝีเท้า!
เบามาก แต่มีจังหวะจะโคน ไม่ใช่คนเดียว แต่เป็นกลุ่มคน กำลังมุ่งหน้ามาทางแนวป้องกันหลักของพวกเขา!
เคนรีบใช้พานท้ายปืนกระทุ้งธอร์นที่อยู่ข้างๆ ทันที
ธอร์นเองก็สังเกตเห็นแล้วเช่นกัน
ในหมอกหนา ห่างออกไปข้างหน้าพวกเขาประมาณห้าสิบหลา เงาดำกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหว
หมอกทำให้เงาเหล่านั้นดูบิดเบี้ยวและน่าขนลุก
"ทุกคน..."
บัคออกคำสั่งทันที "ขึ้นลำเล็งไปข้างหน้า!"
เงาดำในสายหมอกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
สามสิบหลา
ภาพเริ่มชัดขึ้น เห็นได้เลือนรางว่าเป็นคนประมาณยี่สิบสามสิบคน
พวกเขาตั้งแถวหน้ากระดานแบบหลวมๆ ในมือถือปืนยาว และกำลังรุกคืบเข้ามาด้วยความเร็วเกือบจะเป็นการวิ่งเหยาะๆ
บัคแสยะยิ้มเหี้ยม "ไอ้พวกเศษสวะไอริช..."
"นึกว่าพวกฉันหลับกันหมดแล้วหรือไง? คิดจะใช้ขบวนรบห่วยแตกแบบนี้มาตีฝ่าแนวป้องกันแปดร้อยคนของพวกฉันเนี่ยนะ?"
"ฉันนี่ประเมินพวกแกสูงไปจริงๆ! ไอ้พวกโง่! มันก็แค่พวกกระจอกกลุ่มหนึ่ง!"
ธอร์นและเคนไม่ได้พูดอะไร สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่เป้าหมายที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ยี่สิบห้าหลา!
นี่คือระยะที่ปืนลูกซองจะแสดงอานุภาพได้สูงสุด!
บัคทนรอไม่ไหวอีกต่อไป เขาผุดลุกขึ้นครึ่งตัวจากที่กำบัง "ยิง! ยิงพวกมันให้เละเป็นเศษเนื้อ!!!"
"เดี๋ยวก่อน!"
ธอร์นกำลังจะยื่นมือไปห้ามบัค แต่ก็สายไปเสียแล้ว
ทหารของกองพันอาสาสมัครพอได้ยินคำสั่งลูกพี่ใหญ่ ก็เหนี่ยวไกทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
พวกเขาเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน!
ความกลัว ความเหนื่อยล้า และความโกรธที่สั่งสมมาทั้งคืน แปรเปลี่ยนเป็นความรุนแรงบริสุทธิ์ในวินาทีนี้!
เมื่อเห็นทหารอาสาสมัครเปิดฉากยิง เหล่าเจ้าหน้าที่พินเคอร์ตันก็ยิงตาม
ปืนไรเฟิล ปืนลูกซอง และปืนลูกโม่เกือบแปดร้อยกระบอกพ่นไฟออกมาพร้อมกัน!
เสียงปืนดังกึกก้องกัมปนาทราวกับสายฟ้าฟาดแห่งการทำลายล้าง กวาดล้างถนนสายนั้นที่ปกคลุมด้วยหมอก!
"ฉึกๆๆๆ!!"
ร่างเงาในสายหมอกเหล่านั้นไม่ได้ตอบโต้แม้แต่น้อย เหมือนตุ๊กตาผ้าขาดวิ่นที่ถูกฉีกกระชากท่ามกลางพายุคลั่ง ร่างกายถูกกระสุนฉีกขาด เลือดสาดกระจายเป็นฝอยในอากาศ แล้วล้มตึงลงกับพื้นอย่างแรง!
"ยิง! ยิงเข้าไป!"
บัคกระชากลูกเลื่อนปืนอย่างบ้าคลั่ง ส่งกระสุนนัดแล้วนัดเล่าเข้าสู่รังเพลิง แล้วยิงออกไป "ฆ่าไอ้พวกหมาลูกผสมไอริชพวกนี้ซะ! อย่าให้เหลือ!"
ทหารกองพันอาสาสมัครและพวกทหารรับจ้างต่างตาแดงก่ำด้วยความบ้าเลือด ประทับพานท้ายปืนเข้ากับไหล่ สาดกระสุนใส่อย่างบ้าคลั่ง!
เสียงปืนดังต่อเนื่องยาวนานถึงสามนาทีเต็ม
จนกระทั่งลำกล้องปืนร้อนจี๋ และในสายหมอกไม่มีเงาดำยืนอยู่แม้แต่เงาเดียว!
"หยุดยิง!"
"หยุดยิง!!!"
หัวหน้าทีมธอร์นต้องยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด ถึงจะเรียกสติพวกทหารที่กำลังคลุ้มคลั่งให้สงบลงได้
"หยุดยิงเดี๋ยวนี้! อย่าเปลืองกระสุน!"
เสียงปืนค่อยๆ ซาลง จนเงียบกริบในที่สุด
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
บัคใช้ปืนยาวค้ำยันร่าง หอบหายใจแฮกๆ
"เยี่ยมมาก พี่น้อง!"
"เราเก็บพวกมันเรียบ! ไอ้พวกหมูตอนสมองทึบ!"
แต่เคนและธอร์นกลับมองหน้ากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"มันง่ายเกินไป"
เคนพูดเสียงเบา
"มีบางอย่างผิดปกติ"
ธอร์นกวักมือเรียกคนทางปีกขวาของแนวป้องกัน "ทอมมี่! นาย แล้วก็แจ็ค! เข้าไปดูซิ นับจำนวนศพ ระวังกับดักด้วย!"
"ครับ หัวหน้า!"
เจ้าหน้าที่สองคนแยกกันเดินออกจากที่กำบังซ้ายขวา
บัคถ่มน้ำลายอย่างรำคาญใจ "จะมีอะไรผิดปกติวะ? ก็แค่หมาบ้าฝูงหนึ่งที่จนตรอก อยากจะดิ้นรนครั้งสุดท้าย พวกนายชาวชิคาโกนี่คิดมากกันจัง!"
ธอร์นไม่สนใจเขา ยังคงจ้องเขม็งไปที่หมอกหนา
ไม่ถึงสามสิบวินาที
"อ๊าก!! หัวหน้า!!"
ในหมอกหนา ทอมมี่กรีดร้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
"บ้าเอ๊ย! หัวหน้า! คุณ... คุณต้องมาดูนี่!!"
หัวใจของธอร์นและเคนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ท่าไม่ดีแล้ว!"
"ร้อยโทบัค ตามพวกเรามา!"
หัวหน้าทีมทั้งสองกระโจนออกจากที่กำบังทันที บัคสบถพึมพำแล้วรีบตามไปติดๆ
แจ็คยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ตาเบิกโพลงค้างอยู่แบบนั้น
"เกิดอะไรขึ้น?"
ร้อยโทบัคผลักทอมมี่ออกไปอย่างหยาบคาย แล้วก้าวยาวๆ เข้าไปดู "ไม่เคยเห็นคนตายหรือไง? บ้าเอ๊ย ผู้หญิงขัดรองเท้าที่ชิคาโกยังใจกล้ากว่าพวกแก..."
คำด่าทอกลืนหายไปในลำคอทันที!
ธอร์นและเคนตามมาติดๆ ทั้งสามคน สามคู่สายตา แข็งค้างอยู่กับภาพตรงหน้าพร้อมกัน
ศพเกือบสามสิบศพ นอนตายในสภาพบิดเบี้ยวจมกองเลือดและโคลนตม!
ศพไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือสภาพที่เกิดเหตุจมันแปลกประหลาด
"นะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?"
บัคชี้ไปที่ของในมือศพรายหนึ่ง "พวกมันบ้าไปแล้วเหรอ?!"
ของที่คนพวกนี้ถืออยู่ ไม่ใช่ปืนเลยสักนิด
แต่มันคือท่อนไม้หยาบๆ ที่ถูกขวานสับให้เป็นรูปทรงคล้ายปืนยาว!
เคนเดินเข้าไปนั่งยองๆ จับมือของศพขึ้นมาดู
มือของศพถูกมัดติดกับท่อนไม้ด้วยเชือกป่าน รัดแน่นจนเนื้อเละเลือดไหลซึม
เคนกระชากผ้าขี้ริ้วที่ใช้อุดปากศพออก
เผยให้เห็นใบหน้าที่เขาคุ้นเคย
"คนของซัลลิแวน"
"แดเนียลส์ จากทีมปฏิบัติการวูล์ฟเวอรีน เดือนที่แล้วผมยังเลี้ยงเหล้าเขาที่สำนักงานใหญ่ในชิคาโกอยู่เลย"
"อะ... อะไรนะ?"
สมองของบัคอื้ออึงไปหมด เขาพุ่งเข้าไปหาศพที่อยู่ใกล้ที่สุดเหมือนคนบ้า ฉีกเสื้อเชิ้ตที่ถูกยิงจนพรุนตรงหน้าอกออก
"ไม่! ไม่!!"
ท่ามกลางสายหมอก ตราสัญลักษณ์ทองเหลืองนั้นประกาศสถานะของเจ้าของร่างอย่างชัดเจน
สำนักงานนักสืบพินเคอร์ตันแห่งชาติ
ดวงตาของธอร์นแทบจะถลนออกมา เลือดฉีดพล่านจนหน้าแดงก่ำลามไปถึงคอ
ไอ้พวกเศษสวะไอริชที่ถูกยิงจนเละเป็นโจ๊กพวกนี้ แท้จริงแล้วคือคนของสำนักงานนักสืบพินเคอร์ตัน!!
"ไอ้สารเลว! ไอ้สารเลวเอ๊ยยยย!!!!!"
เขากระชากคอเสื้อบัคอย่างแรง ตะโกนลั่น "ไอ้ชาติชั่ว ใครสั่งให้แกยิง! นี่มันพี่น้องพินเคอร์ตันของเรานะโว้ย!"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 77 บ้าเอ๊ย นี่มันคนของเราชัดๆ!

ตอนถัดไป