บทที่ 5: ภายใต้หน้ากากความเย็นชา และพันธสัญญาในห้องเพนท์เฮาส์
ความเงียบปกคลุมโถงทางเดินหน้าห้องเพนท์เฮาส์ชั้น 45 อยู่ครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงครางเบา ๆ ของเครื่องปรับอากาศส่วนกลางที่ทำงานอย่างเงียบเชียบ พิมพ์มาดา ยังคงยืนนิ่ง ดวงตาคู่สวยจ้องมองพนักงานสาวในชุดลำลองที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
คนตรงหน้าคือ 'ศิรินทร์' พนักงานระดับปฏิบัติการที่เธอเพิ่งไปส่ง (และถูกไปส่ง) เมื่อคืนนี้ หญิงสาวที่ดูเหมือนจะมีชีวิตที่ยากลำบากแต่กลับเปี่ยมไปด้วยน้ำใจ ทว่าตอนนี้เธอกลับสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีแบรนด์เนมที่ดูเรียบง่ายแต่ราคาแพงระยับ ยืนอยู่ในห้องที่มูลค่าสูงกว่ารายได้ทั้งปีของพนักงานทั้งบริษัทรวมกันเสียอีก
"ศิรินทร์... นี่มันหมายความว่ายังไง?" พิมพ์มาดาถามซ้ำ น้ำเสียงของเธอลดความแข็งกร้าวลง แต่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
รินยิ้มบาง ๆ เธอไม่ได้แสดงท่าทีเลิ่กลั่กเหมือนคนมีความผิด ทักษะ 'Refined Taste' และ 'เสน่ห์แห่งความเรียบง่าย' ที่เธอได้รับมาช่วยให้เธอรักษาบุคลิกที่ดูสง่างามและน่าเชื่อถือเอาไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
"รินเข้าใจค่ะว่ามันดูน่าตกใจ... เชิญคุณพิมเข้ามาข้างในก่อนดีกว่าค่ะ ยืนคุยตรงนี้นาน ๆ เดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยเอา" รินเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ประธานสาวก้าวเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของเธอ
พิมพ์มาดาก้าวเท้าเข้าไปในห้อง สายตาของเธอในฐานะนักธุรกิจและผู้มีรสนิยมสูงกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องเพนท์เฮาส์แห่งนี้ถูกตกแต่งอย่างประณีตเกินกว่าที่โครงการจะจัดให้ทั่วไป มันคือการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ระดับ Masterpiece ที่วางตำแหน่งได้อย่างลงตัว วิวพาโนรามาของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่สะท้อนบนกระจกใสทำให้ห้องนี้ดูเหมือนลอยอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว
"รินเพิ่งย้ายเข้ามาวันนี้เองค่ะ ของยังไม่เข้าที่เท่าไหร่" รินพูดพลางเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ "รับน้ำอุ่นหรือไวน์ดีคะคุณพิม?"
"น้ำเปล่าก็พอ..." พิมพ์มาดานั่งลงบนโซฟาตัวยาวที่นุ่มนวลอย่างประหลาด เธอมองดูรินที่กำลังจัดการธุระในครัวด้วยความคล่องแคล่ว "เธอ... เป็นใครกันแน่ ศิรินทร์? หรือที่ผ่านมาเธอแค่มาฝึกงานหาประสบการณ์ในบริษัทของฉัน?"
รินวางแก้วน้ำคริสตัลที่บรรจุน้ำแร่เกรดพรีเมียมลงตรงหน้าพิมพ์มาดา ก่อนจะนั่งลงที่อาร์มแชร์ฝั่งตรงข้าม เธอเตรียมคำตอบที่ระบบช่วยจัดสรรไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
"รินก็คือรินคนเดิมค่ะคุณพิม พนักงานที่ตั้งใจทำงานให้บริษัทของคุณพิม" รินสบตาอีกฝ่ายอย่างจริงใจ "เพียงแต่ว่า... ครอบครัวของรินมีมรดกที่ถูกจัดการโดยกองทุนต่างประเทศน่ะค่ะ มันเป็นเงื่อนไขทางกฎหมายที่รินจะสามารถเข้าถึงสินทรัพย์เหล่านี้ได้ก็ต่อเมื่อถึงเกณฑ์ที่กำหนด และรินต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานเหมือนคนปกติก่อน"
รินโกหกอย่างลื่นไหลภายใต้การสนับสนุนของระบบ [ติ๊ง! ทักษะ 'การเจรจาระดับสูง' ถูกเปิดใช้งานชั่วคราว... คำพูดของโฮสต์มีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น 200%]
"มรดกงั้นเหรอ?" พิมพ์มาดาทวนคำ เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว "นั่นคือสาเหตุที่เธอมีรถ Aetheris One และสามารถซื้อห้องที่นี่ได้... แม้แต่ฉันเองยังต้องคิดแล้วคิดอีกกว่าจะตัดสินใจจองห้องชั้นนี้"
"รินไม่ได้ต้องการโอ้อวดค่ะคุณพิม รินยังคงอยากทำงานที่บริษัทเหมือนเดิม เพราะรินชอบบรรยากาศและอยากเรียนรู้งานจากคุณพิมจริง ๆ" รินขยับเข้าไปใกล้เล็กน้อย "รินหวังว่าเรื่องนี้จะเป็น 'ความลับ' ระหว่างเรานะคะ รินยังอยากเป็นพนักงานธรรมดาในสายตาคนอื่นอยู่"
พิมพ์มาดามองดูใบหน้าที่แสนซื่อตรงของริน ความระแวงในใจค่อย ๆ มลายหายไป กลับกลายเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก... ความรู้สึกของการได้พบ 'คนในระดับเดียวกัน' ที่สามารถคุยกันได้ทุกเรื่องโดยไม่มีเรื่องฐานะมาเป็นกำแพงกั้น
"ฉันเข้าใจแล้ว... ถ้าเธอต้องการแบบนั้น ฉันก็จะเก็บเป็นความลับ" พิมพ์มาดาจิบน้ำเปล่าแล้วเอนหลังพิงโซฟา "แต่บอกตามตรงนะศิรินทร์... ฉันรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยที่เมื่อวานพยายามจะช่วยเธอเรื่องการเดินทาง ทั้งที่เธอมีรถที่แพงกว่ารถฉันสามเท่าจอดอยู่ในที่จอด VIP"
รินหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะของเธอนุ่มนวลจนพิมพ์มาดาเผลอมองค้าง "อย่าคิดแบบนั้นเลยค่ะคุณพิม ความปรารถนาดีของคุณพิมเมื่อวานคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับรินค่ะ มันทำให้รินรู้ว่าภายใต้มาดประธานที่แสนเย็นชา... คุณพิมเป็นคนที่อบอุ่นขนาดไหน"
คำพูดของรินทำให้ใบหน้าของพิมพ์มาดาขึ้นสีระเรื่ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอรีบเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนความรู้สึก
"ปากหวานนักนะ... แล้วนี่ทานอะไรหรือยัง? เห็นว่าเพิ่งย้ายมา" พิมพ์มาดาแสร้งเปลี่ยนเรื่อง
"ทานเรียบร้อยแล้วค่ะ พอดีเมื่อกี้มีเพื่อนบ้านห้องตรงข้ามมาทักทาย รินเลยทำมื้อค่ำง่าย ๆ ทานด้วยกันค่ะ"
"เพื่อนบ้านห้องตรงข้าม?" พิมพ์มาดาขมวดคิ้ว "ชั้นนี้มีแค่สองห้อง... ห้องฝั่งตรงข้ามคือห้องของหมอเกล จิตแพทย์ชื่อดังคนนั้นน่ะเหรอ?"
"ใช่ค่ะ คุณพิมรู้จักเธอด้วยเหรอคะ?"
"รู้จักสิ... ครอบครัวเราเคยทำธุรกิจร่วมกัน แต่เกลเป็นคนเก็บตัวและเข้าถึงยากมาก ฉันยังแปลกใจที่เธอยอมมาทานข้าวกับเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอ" พิมพ์มาดามองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "เธอมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนรอบข้างเปิดใจนะ ศิรินทร์"
[ติ๊ง! ความคืบหน้าความสัมพันธ์กับพิมพ์มาดา: 25%]
[รางวัล: ปลดล็อก 'ระบบสิทธิพิเศษสมาชิก VVIP ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ' และ เงินสด 500,000 บาท]
รินรู้สึกได้ว่ากำแพงระหว่างเธอกับพิมพ์มาดาพังทลายลงไปมากในคืนนี้ พวกเธอคุยกันต่ออีกเกือบชั่วโมง ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง แต่ในฐานะเพื่อนบ้านและผู้หญิงสองคนที่เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน
ก่อนจะกลับ พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนแล้วมองไปรอบ ๆ ห้องอีกครั้ง "พรุ่งนี้เจอกันที่ออฟฟิศนะ... ศิรินทร์ อย่าลืมล่ะว่าในออฟฟิศฉันยังเป็นบอสของเธออยู่"
"รับทราบค่ะคุณบอส" รินเดินไปส่งที่ประตู
เมื่อพิมพ์มาดาเดินออกไปแล้ว รินปิดประตูลงและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเดินกลับไปพักผ่อน ระบบก็เด้งการแจ้งเตือนสำคัญขึ้นมา
[ติ๊ง! ภารกิจต่อเนื่อง: 'ความลับที่ไม่มีอยู่จริง']
[สถานการณ์: วันพรุ่งนี้จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่บริษัทเพื่อหาเรื่องโฮสต์ และพยายามแฉเรื่อง 'ฐานะที่แท้จริง' ในทางที่บิดเบือน]
[เป้าหมาย: รับมือกับสถานการณ์อย่างใจเย็น และยกระดับสถานะทางสังคมต่อหน้าพนักงานทุกคน]
[รางวัล: กรรมสิทธิ์โรงแรมบูติก 5 ดาว ใจกลางเมือง และแต้มอัปเกรดระบบ]
รินขมวดคิ้ว "แขกไม่ได้รับเชิญงั้นเหรอ?" เธอเริ่มคิดถึงคนที่น่าจะมีปัญหากับเธอ... คงหนีไม่พ้น 'กิ๊ฟ' หรือใครบางคนที่อิจฉาเธออยู่แน่ ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ บริษัทโฆษณา
รินเดินทางมาทำงานด้วยรถแท็กซี่ตามปกติเพื่อรักษาหน้าฉากของเธอเอาไว้ เธอสวมชุดทำงานชุดเดิมแต่ดูสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบกว่าทุกวัน เมื่อเธอเดินเข้าแผนก เธอก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แปลกไป พนักงานหลายคนจับกลุ่มซุบซิบและมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลก ๆ
"นั่นไง... มาแล้ว ยัยคนลวงโลก" เสียงของกิ๊ฟดังลอยมา
รินเดินไปที่โต๊ะของเธอ พบว่ามีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งแต่งตัวจัดเต็มด้วยแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า นั่งรออยู่ที่เก้าอี้รับแขกใกล้ ๆ โต๊ะของเธอ โดยมีกิ๊ฟยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าผู้ชนะ
"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" รินถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
"มีแน่จ้ะ!" กิ๊ฟโพล่งขึ้นมา "ริน... นี่คือคุณนายสมร เจ้าของร้านเพชรที่เป็นลูกค้าคนสำคัญของเรา ท่านบอกว่าท่านเห็นเธอเดินเข้าออกคอนโด The Zenith เมื่อวานนี้ แถมยังเห็นเธอขึ้นรถหรูราคาแพงด้วย ท่านเลยสงสัยว่าพนักงานเงินเดือนหมื่นกว่าบาทอย่างเธอ ไปเอาเงินมาจากไหน? หรือว่าเธอใช้วิธี 'ทางลัด' เพื่อหลอกลวงสังคม?"
คุณนายสมรเชิดหน้าขึ้น "ใช่จ้ะ... ฉันไม่ชอบเห็นใครมาทำตัวรวยปลอม ๆ ในที่ทำงานที่ฉันเอาเงินมาจ้างงานหรอกนะ มันเสียภาพพจน์บริษัท และฉันอยากให้บริษัทตรวจสอบว่าเธอทุจริตเงินงบประมาณโฆษณาของฉันหรือเปล่า!"
เสียงรอบข้างเริ่มดังขึ้น พนักงานคนอื่น ๆ เริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บางคนดูถูก บางคนสงสัย แต่รินยังคงยืนอยู่อย่างมั่นคง เธอเหลือบมองหน้าต่างระบบ
[คำแนะนำ: ความนิ่งสงบคืออาวุธที่ร้ายแรงที่สุด ให้ความจริงทำงานด้วยตัวมันเอง]
"คุณนายคะ... การที่เห็นรินที่คอนโดหรือเห็นรินนั่งรถหรู ไม่ได้หมายความว่ารินทุจริตนะคะ" รินตอบเรียบ ๆ "และรินมั่นใจว่าทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณโฆษณา ถูกใช้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกจุดค่ะ"
"โกหก! หน้าอย่างแกจะไปมีปัญญาอยู่ที่นั่นได้ยังไง ถ้าไม่ได้ไปเป็น 'เด็กเก็บ' ของใครสักคน!" กิ๊ฟแผดเสียงออกมาด้วยความสะใจที่ได้เหยียบย่ำรินต่อหน้าทุกคน
แต่ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะบานปลาย เสียงส้นสูงที่กระทบพื้นอย่างหนักแน่นก็ดังขึ้นมาจากทางเดินประธาน
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?"
พิมพ์มาดาเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชาที่แผ่รังสีอำนาจออกมาจนทุกคนต้องหุบปาก กิ๊ฟรีบวิ่งเข้าไปหาทันที
"คุณพิมคะ! กิ๊ฟกำลังตรวจสอบพนักงานที่อาจจะทุจริตค่ะ รินเขามีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ และคุณนายสมรก็เป็นพยานเห็นมากับตา..."
พิมพ์มาดาปรายสายตามองกิ๊ฟเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันไปหาคุณนายสมรที่เริ่มหน้าเสีย "คุณนายสมรคะ... ขอบคุณที่เป็นห่วงภาพพจน์บริษัทของฉันนะคะ"
"ค่ะ... ฉันแค่หวังดี..." คุณนายสมรพยายามฝืนยิ้ม
"แต่ฉันคิดว่าคุณเข้าใจอะไรผิดไปมาก" พิมพ์มาดาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ "ศิรินทร์ไม่ได้อยู่ที่นั่นในฐานะเด็กเก็บของใคร... แต่เธออยู่ที่นั่นในฐานะ 'ลูกบ้านระดับ Platinum' ของชั้นเพนท์เฮาส์ ซึ่งเป็นชั้นที่สูงและแพงกว่าชั้นที่ฉันอยู่เสียอีก"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งออฟฟิศทันที กิ๊ฟอ้าปากค้างจนแทบจะหุบไม่ลง พนักงานคนอื่น ๆ ถึงกับทำเอกสารหลุดมือ
"และที่สำคัญ..." พิมพ์มาดาเดินไปหยุดข้าง ๆ ริน "รถ Aetheris One ที่คุณนายเห็น... มันเป็นรถส่วนตัวของเธอที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ฉันเป็นพยานได้เพราะเมื่อคืนเธอเพิ่งจะเป็นคนขับรถคันนั้นไปส่งฉันที่คอนโดด้วยตัวเอง"
คุณนายสมรหน้าซีดเผือด "มะ... หมายความว่ายังไงคะคุณพิม?"
"หมายความว่าศิรินทร์คือหุ้นส่วนรายใหญ่และทายาทมหาเศรษฐีที่มาทำงานหาประสบการณ์ที่นี่ค่ะ" พิมพ์มาดาเติมสีสันให้เรื่องเล่าของรินอย่างแนบเนียน "และการที่คุณมาดูหมิ่นพนักงานของฉัน... และดูหมิ่นเพื่อนบ้านของฉันแบบนี้ ฉันคิดว่าเราคงต้องทบทวนเรื่องสัญญาโฆษณาที่กำลังจะเซ็นกันใหม่แล้วล่ะค่ะ"
"คุณพิม! ฉันไม่ได้ตั้งใจ..." คุณนายสมรพยายามแก้ตัวแต่พิมพ์มาดาไม่ฟัง
"กิ๊ฟ... ไปเตรียมเอกสารขอโทษอย่างเป็นทางการให้ศิรินทร์ซะ และถ้าฉันได้ยินใครพูดจาไร้สาระแบบนี้อีก ฉันจะถือว่าพวกคุณไม่ให้เกียรติแขกคนสำคัญของบริษัท... เชิญค่ะคุณนาย ทางออกอยู่ทางนั้น"
หลังจากคุณนายสมรและกิ๊ฟเดินคอตกออกไปท่ามกลางสายตาดูแคลนของคนทั้งออฟฟิศ (ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป้าหมายจากรินไปเป็นกิ๊ฟแทน) พิมพ์มาดาก็หันมามองรินแล้วยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
"ดูเหมือนเธอจะติดหนี้ฉันอีกครั้งนะ... ศิรินทร์"
รินยิ้มตอบ "ขอบคุณมากค่ะคุณพิม... รินจะตอบแทนอย่างแน่นอนค่ะ"
[ติ๊ง! ภารกิจสำเร็จอย่างงดงาม! พลิกสถานการณ์แบบสะใจ]
[รางวัล: กรรมสิทธิ์โรงแรม 'The Azure' และ ปรับปรุงความสัมพันธ์กับพนักงานในออฟฟิศ (Status: Awe/Respect)]
[โบนัสพิเศษ: คุณพิมรู้สึก 'ปกป้อง' คุณมากขึ้น... ความคืบหน้าความสัมพันธ์: 30%]
รินมองดูเพื่อนร่วมงานที่ตอนนี้เริ่มเดินเข้ามาขอโทษและชวนเธอคุยด้วยท่าทางเกรงใจสุด ๆ เธอรู้ดีว่านี่คือผลของอำนาจและเงิน... แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ คือสายตาของพิมพ์มาดาที่มองเธอด้วยความเชื่อมั่นและห่วงใย
ในขณะที่รินกำลังจะกลับไปทำงานต่อ เธอก็ได้รับข้อความจากมือถือ... ไม่ใช่ระบบ แต่เป็น หมอเกล
หมอเกล: "คุณรินคะ... วันนี้เกลมีเคสหนักมากเลย พอจะมีเวลาคุยเป็นเพื่อนเกลตอนเย็นไหมคะ? เกลอยากไปลองร้านอาหารที่คุณรินแนะนำเมื่อคืนจัง"
รินมองข้อความแล้วยิ้ม ความอบอุ่นของเธอกำลังค่อย ๆ ขยายออกไปทีละนิด และชีวิตที่สมบูรณ์แบบนี้... มันช่างน่าตื่นเต้นเหลือเกิน
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ในตอนหน้า: มื้อค่ำสามคนระหว่าง ริน หมอเกล และความบังเอิญที่ต้องพบกับพิมพ์มาดาอีกครั้ง ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแต่แสนอบอุ่นจะดำเนินไปในทิศทางไหน?)