บทที่ 8: อาณาจักรที่ไร้พ่ายและการโอบกอดในคืนที่เหน็บหนาว
โถงทางเดินระดับ VVIP ของโรงแรม The Azure เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ลวดลายบนพรมทอมือหนานุ่มช่วยซับเสียงฝีเท้าได้อย่างดีเยี่ยม ริน ยืนอยู่หน้าประตูห้อง Royal Suite เธอมองดูพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ประจำการอยู่ทุกมุมตึกด้วยสายตาที่มั่นคง สถานการณ์ความวุ่นวายด้านล่างถูกควบคุมไว้ได้ทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ด้วยอำนาจของ 'เจ้าของใหม่' ที่ไม่มีใครกล้าคัดค้าน
แต่สิ่งที่รินกำลังกังวลใจอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่กองทัพนักข่าวหรือค่ายเพลงยักษ์ใหญ่... แต่เป็น 'ราชินีน้ำแข็ง' ที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ต่างหาก
กริ๊ง!
เสียงลิฟต์ส่วนตัวดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ประตูจะเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่ดูภูมิฐานและทรงพลัง พิมพ์มาดา ก้าวออกมาจากลิฟต์ด้วยท่วงท่าที่เร่งรีบกว่าปกติ ใบหน้าสวยคมที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด และเมื่อสายตาของเธอประสานเข้ากับริน พิมพ์มาดาก็แทบจะถลาเข้ามาหาทันที
"ศิรินทร์! เธอบาดเจ็บตรงไหนไหม?" พิมพ์มาดาจับไหล่ทั้งสองข้างของรินแล้วหมุนตัวเธอไปมาเพื่อสำรวจความเรียบร้อย "ฉันเห็นภาพในโซเชียลที่มีคนรุมล้อมรถเธอ... ทำไมถึงทำอะไรเสี่ยง ๆ แบบนั้น!"
รินยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เธอเอื้อมมือไปกุมมือของพิมพ์มาดาที่สั่นเทาเล็กน้อยไว้ "รินไม่เป็นไรค่ะพี่พิม รินมี รปภ. ดูแล และรถ Aetheris One ก็แข็งแรงมากนะคะ พี่พิมใจเย็น ๆ ก่อนนะ"
สรรพนาม 'พี่พิม' ที่รินใช้อีกครั้งทำให้พิมพ์มาดาชะงักไป ความโกรธปนความเป็นห่วงเมื่อครู่ดูจะละลายหายไปในพริบตาเหลือเพียงความขัดเขินที่ซ่อนอยู่ในแววตา "เธอนี่มัน... ชอบทำให้ฉันหัวใจจะวายอยู่เรื่อย"
"ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ" รินพูดพลางจูงมือพิมพ์มาดาเข้าไปในห้อง "ตอนนี้คุณหมอเกลดูแลคุณนาราอยู่ข้างในค่ะ พี่พิมมาก็ดีแล้ว รินอยากจะปรึกษาเรื่องการจัดการข่าวพวกนี้หน่อย"
ภายในห้องรับแขกของห้องสวีท บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอโรมาเธอราพีที่หมอเกลเลือกใช้เพื่อให้นารารู้สึกผ่อนคลาย หมอเกล นั่งอยู่บนโซฟาข้าง ๆ นารา ที่บัดนี้สวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีนวล ใบหน้าของดาราสาวดูดีขึ้นมากแม้จะมีรอยแดงที่ขอบตาจากการร้องไห้
เมื่อพิมพ์มาดาก้าวเข้ามา นารารีบลุกขึ้นยืนด้วยความประหม่า เพราะในวงการธุรกิจและบันเทิง ใครบ้างจะไม่รู้จักพิมพ์มาดา ประธานบริหารหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุด
"ไม่ต้องลุกหรอกนารา พักผ่อนเถอะ" พิมพ์มาดาพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงกว่าปกติ เธอนั่งลงที่อาร์มแชร์ฝั่งตรงข้าม "ฉันเสียใจด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้น และฉันเห็นด้วยกับศิรินทร์... ที่นี่ปลอดภัยสำหรับคุณ"
"ขอบคุณค่ะคุณพิม..." นาราพึมพำ
รินเดินไปรินน้ำชาดอกไม้ให้กับทุกคน ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ พิมพ์มาดา หน้าต่างระบบของรินเด้งแจ้งเตือนสถานะการทำงานของ 'เครือข่ายสื่อมวลชนระดับโลก' ที่เพิ่งปลดล็อกมา
[ระบบ: เครือข่ายสื่อมวลชนพร้อมใช้งาน]
[ข้อเสนอแนะ: โฮสต์สามารถสั่งปิดข่าวเชิงลบทั้งหมด และปล่อยหลักฐานความจริงผ่านสำนักข่าวชั้นนำได้ทันที ค่าธรรมเนียม: 0 (สิทธิพิเศษเจ้าของ)]
รินมองหน้าจอโปร่งแสงที่คนอื่นมองไม่เห็น เธอตัดสินใจเริ่มแผนการทันที "พี่พิมคะ... รินมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับค่ายเพลงของคุณนารา จริง ๆ แล้วผู้บริหารของค่ายนั้นกำลังพยายามปกปิดเรื่องทุจริตภายในบริษัท โดยการใช้คุณนาราเป็นแพะรับบาปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสังคม"
พิมพ์มาดาขมวดคิ้ว "ข้อมูลนี้ชัวร์แค่ไหน? ถ้าเราจะเล่นเรื่องนี้ เราต้องมีหลักฐานที่แน่นหนามากนะ"
"แน่นหนาพอที่จะทำให้พวกเขาไม่มีที่ยืนในวงการเลยค่ะ" รินตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เธอหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาแล้วโชว์ไฟล์เอกสารที่ระบบจัดส่งมาให้ (ซึ่งดูเหมือนไฟล์ที่ถูกแฮ็กมาอย่างแนบเนียนแต่ระบุว่าได้มาจากสายข่าวลับ)
ขณะที่พิมพ์มาดากำลังไล่ดูเอกสารด้วยความตกใจ หมอเกลก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ "คุณรินคะ... นาราเขาเล่าให้เกลฟังว่า สิ่งที่เขาเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การถูกใส่ร้าย แต่คือการที่ไม่มีใครเชื่อใจเขาเลย แม้แต่คนที่เขาเรียกว่า 'ครอบครัว' ในค่ายนั้น"
รินหันไปมองนาราที่ก้มหน้านิ่ง เธอยื่นมือไปลูบผมดาราสาวเบา ๆ "จากนี้ไป... นาราจะมีครอบครัวใหม่ที่นี่ค่ะ ครอบครัวที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนาราได้อีก"
[ติ๊ง! หัวใจของนาราได้รับการเยียวยา... ความคืบหน้าความสัมพันธ์: 20%]
[รางวัล: ทักษะ 'Intuitive Management' (การบริหารด้วยสัญชาตญาณ) และ เงินสด 500,000 บาท]
"เอาล่ะ ในเมื่อมีหลักฐานขนาดนี้ ฉันจะให้ทีมกฎหมายและฝ่าย PR ของบริษัทฉันประสานงานกับเครือข่ายของเธอเอง ศิรินทร์" พิมพ์มาดาวางแท็บเล็ตลง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เราจะเริ่ม 'ทำความสะอาด' วงการบันเทิงกันคืนนี้เลย"
รินยิ้ม "ขอบคุณค่ะพี่พิม... แต่ก่อนหน้านั้น รินว่าเราควรหาอะไรทานกันก่อนดีกว่านะคะ ทุกคนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
รินลุกขึ้นเดินเข้าครัวของห้องสวีทที่มีอุปกรณ์ครบครัน เธอใช้ทักษะ 'การทำอาหารขั้นสูง' รังสรรค์เมนูง่าย ๆ อย่าง ข้าวต้มปลาเก๋าแดงใส่ขิงซอยและเห็ดหอม กลิ่นหอมของน้ำซุปที่เคี่ยวจนได้ที่โชยออกมาทำให้บรรยากาศที่เคร่งเครียดเมื่อครู่ดูละมุนลง
สาว ๆ ทั้งสี่คนนั่งทานข้าวต้มด้วยกันรอบโต๊ะอาหารไม้ตัวใหญ่ แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าและความอุ่นของอาหารทำให้กำแพงในใจของแต่ละคนค่อย ๆ ทลายลง
"อร่อยจังเลยค่ะคุณริน..." นาราตักข้าวต้มเข้าปากด้วยรอยยิ้มครั้งแรกของวัน "ฉันไม่เคยทานอะไรที่รู้สึกสบายใจขนาดนี้มาก่อนเลย"
"นั่นเพราะคุณรินใส่ 'หัวใจ' ลงไปด้วยไงคะ" หมอเกลแซวพลางมองรินด้วยสายตาชื่นชม
พิมพ์มาดาจิบน้ำซุปเงียบ ๆ แต่ในใจของเธอกลับมีความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้น เธอเคยมองว่าตัวเองสมบูรณ์แบบ มีทั้งอำนาจและเงินทอง แต่พอมาอยู่ตรงนี้... ท่ามกลางผู้หญิงที่รินรวบรวมมาด้วยความอ่อนโยน เธอกลับรู้สึกว่าความสุขที่แท้จริงอาจจะเป็นเพียงเรื่องง่าย ๆ แบบการนั่งทานข้าวต้มฝีมือคนที่เธอ 'รู้สึกพิเศษ' ด้วย
จังหวะหนึ่งที่รินลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดหน้าให้หมอเกล พิมพ์มาดาลอบมองรินแล้วคิดในใจว่า 'ผู้หญิงคนนี้... มีกี่บุคลิกกันแน่? ทั้งเป็นพนักงานที่ถ่อมตัว เป็นเจ้าของโรงแรมที่เด็ดขาด และเป็นเชฟที่อบอุ่น...'
[ติ๊ง! ความประทับใจของพิมพ์มาดาพุ่งสูงขึ้น... ความคืบหน้าความสัมพันธ์: 40%]
[รางวัลพิเศษ: อัปเกรด 'กลิ่นอายแห่งความสงบ' เป็นระดับ 2 ( Aura of Protection - ผู้ที่อยู่รอบข้างจะรู้สึกปลอดภัยและจงรักภักดีต่อโฮสต์มากขึ้น)]
หลังมื้ออาหาร หมอเกลพานาราไปพักผ่อนที่ห้องนอนอีกฝั่งหนึ่ง ทิ้งให้รินและพิมพ์มาดายืนอยู่ที่ริมระเบียงกว้างที่มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน
"ขอบคุณนะคะพี่พิม... ที่รีบมาหา" รินพูดทำลายความเงียบ ลมเย็น ๆ พัดมาทำให้เส้นผมของเธอปลิวไสว
พิมพ์มาดาพิงระเบียงมองไปที่ขอบฟ้า "ฉันก็แค่... ทนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้เวลาที่คิดว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย" เธอหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองรินตรง ๆ "ศิรินทร์... บางครั้งฉันก็กลัวนะ กลัวว่าเธอจะหายไปจากโลกของฉันเหมือนที่เธอโผล่เข้ามาอย่างกะทันหัน"
รินขยับเข้าไปใกล้พิมพ์มาดาจนหัวไหล่ชนกัน เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่คุ้นเคย "รินไม่ไปไหนหรอกค่ะพี่พิม... ตราบใดที่พี่พิมยังต้องการรินอยู่"
รินถือวิสาสะคว้ามือของพิมพ์มาดามาเกาะกุมไว้ พิมพ์มาดาไม่ได้ขัดขืน แถมยังกระชับมือตอบด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น ในวินาทีนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวข้ามความเป็นเจ้านายลูกน้องไปอย่างสิ้นเชิง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังฟินและอบอุ่นอยู่นั้น โทรศัพท์ของรินก็สั่นขึ้นมา
‘หมายเรียกเข้า: ประธานบริษัทค่ายเพลง (อดีตเจ้านายของนารา)’
รินกดรับสายแล้วเปิดลำโพง น้ำเสียงโวยวายของชายวัยกลางคนดังขึ้นทันที "นี่! ยัยเด็กเมื่อวานซืน! แกพยายามจะแย่งตัวนาราไปงั้นเหรอ? รู้ไหมว่าค่ายเรามีสัญญาทาสกับยัยนั่นอยู่ ถ้าแกไม่ส่งตัวมันมาคืนนี้ ฉันจะฟ้องให้โรงแรมแกเจ๊งไปเลย!"
รินไม่ได้โกรธ เธอเพียงแค่มองไปที่พิมพ์มาดาที่กำลังทำหน้ายักษ์เตรียมจะด่ากลับ แต่รินชิงพูดก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุด
"สวัสดีค่ะคุณประธาน... ก่อนจะพูดเรื่องฟ้องร้อง รินอยากให้คุณลองเช็กอีเมลบริษัทดูหน่อยนะคะ พอดีรินเพิ่งส่ง 'ของขวัญ' เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปให้... อ้อ แล้วก็เรื่องสัญญาทาสนั่น รินซื้อบริษัทเอเจนซี่โฆษณาที่เป็นรายได้หลักของคุณมาแล้วนะคะ เมื่อ 5 นาทีที่แล้ว"
ปลายสายเงียบกริบไปทันที
"ถ้าคุณยังอยากมีบริษัทไว้บริหารต่อ... พรุ่งนี้เช้า 9 โมง มาพบรินที่ The Azure พร้อมกับเอกสารยกเลิกสัญญานารา และคำขอโทษต่อหน้าสื่อด้วยนะคะ มิฉะนั้น... 'ของขวัญ' ในอีเมลนั่นจะถูกอัปโหลดขึ้นเซิร์ฟเวอร์สำนักข่าวทั่วโลกทันที"
รินกดวางสายอย่างใจเย็น พิมพ์มาดาที่ยืนฟังอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง "ศิรินทร์... เธอไปซื้อเอเจนซี่นั่นตอนไหน?!"
"ก็ตอนที่พี่พิมจิบน้ำซุปคำสุดท้ายไงคะ" รินหัวเราะเบา ๆ "รางวัลของการเป็นเจ้าของโรงแรมคือข้อมูลคอนเนกชันที่รวดเร็วค่ะ... และเงินที่รินมี มันก็มากพอที่จะซื้อ 'ความถูกต้อง' คืนมาให้นาราได้"
พิมพ์มาดามองรินด้วยสายตาที่ทั้งทึ่งและหลงใหล "เธอนี่มัน... อันตรายกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ"
"อันตรายเฉพาะกับคนไม่ดีค่ะ... แต่กับพี่พิม รินยังเป็นรินคนเดิมนะคะ"
คืนนั้น ริน พิมพ์มาดา และหมอเกล ต่างพักผ่อนอยู่ในห้อง Royal Suite แห่งเดียวกัน เพื่อเฝ้าดูความปลอดภัยของนารา และเป็นการเริ่มต้นอาณาจักรหญิงสาวที่เข้มแข็งและอบอุ่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา
[ติ๊ง! ภารกิจ 'ล้างมลทิน' ก้าวเข้าสู่ระยะสุดท้าย]
[รางวัลที่กำลังจะได้รับ: กรรมสิทธิ์สถานีโทรทัศน์ และ ... (เซนเซอร์)]
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ในตอนหน้า: การเผชิญหน้ากับประธานค่ายเพลงจอมเจ้าเล่ห์ รินจะใช้ความรวยสะใจกดดันอีกฝ่ายอย่างไร? และโมเมนต์ตื่นนอนตอนเช้าของสาว ๆ ในห้องชุดสุดหรูจะอบอุ่นขนาดไหน?)