บทที่ 22: อาณาเขตแห่งความสงบ และพันธมิตรผู้มาเยือน
ภายใต้ผืนฟ้าสีนิลประดับประดาด้วยหมู่ดาวนับล้านดวง ทะเลอันดามันที่เคยเงียบสงบกลับมีระลอกคลื่นแปลกปลอมที่แผ่กระจายออกมาจากเส้นขอบฟ้า ริน ยืนสงบนิ่งอยู่บนผืนทรายสีขาวละเอียดที่ยังคงหลงเหลือไออุ่นจากแสงอาทิตย์ยามกลางวัน ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความมั่นคงและลุ่มลึก ราวกับผิวน้ำที่ซ่อนพลังอำนาจมหาศาลไว้เบื้องล่าง
หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีแดงกะพริบเตือนถี่ขึ้นในสายตาของเธอเพียงคนเดียว แต่มันไม่ได้ทำให้รินรู้สึกตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ด้วยทักษะ 'Absolute Calm' ที่ได้รับมา ทำให้หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ความคิดของเธอแหลมคมและเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง
[แจ้งเตือน: ตรวจพบโดรนสำรวจล่องหน 3 ตัว กำลังพยายามเจาะทะลวง 'โดรมพลังงาน' ของเกาะ]
[ระบบ 'Perfect Life' ทำการวิเคราะห์: สัญญาณมาจาก 'The Observatory' - องค์กรลึกลับที่เฝ้าติดตามผู้มีระบบทั่วโลก]
[ภารกิจเร่งด่วน: ประกาศอาณาเขต]
[รายละเอียด: แสดงให้ผู้มาเยือนเห็นว่า 'เกาะแห่งนี้คือพื้นที่หวงห้าม' โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังรุนแรง]
[รางวัล: 5,000,000 บาท และ 'ระบบขัดขวางการสื่อสารระดับโลก' (Global Jamming System)]
รินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กลิ่นไอทะเลและดอกราตรีที่โชยมาช่วยให้เธอมีสมาธิ เธอหลับตาลงและสั่งการผ่านระบบในใจ 'เปิดใช้งาน Shield of Glory ระดับสูงสุด และส่งคลื่นสะท้อนกลับเพื่อปิดการทำงานของโดรนเหล่านั้นทันที'
วินาทีนั้น เหนือเกาะ Crystal Horizon ปรากฏคลื่นพลังงานสีทองจาง ๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันทำให้โดรนล่องหนเหล่านั้นเกิดอาการช็อตไฟฟ้าสถิตและร่วงหล่นลงสู่ทะเลอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่สัญญาณรบกวนทั้งหมดจะมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน
ห่างออกไป 10 ไมล์ทะเล บนดาดฟ้าของเรือตรวจการณ์สีดำทมิฬที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย หญิงสาวผมสั้นสีเงินในชุดสูทสีเทามาดเนี๊ยบยืนมองหน้าจอที่กลายเป็นสีดำสนิทด้วยความตกตะลึง เธอคือ วาเลอรี่ ผู้สังเกตการณ์ระดับสูงจากองค์กรที่อ้างตัวว่าเป็นผู้คุมกฎของโลกเบื้องหลัง
"เป็นไปไม่ได้... ระบบป้องกันของเธอแข็งแกร่งกว่ารายงานที่ได้รับมาหลายเท่าตัว" วาเลอรี่พึมพำ "เธอไม่ได้แค่รวย แต่เธอควบคุม 'พื้นที่' ได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
"จะให้เราส่งทีมจู่โจมไปไหมครับ?" ผู้ช่วยถามด้วยเสียงสั่น ๆ
"ไม่ต้อง" วาเลอรี่ตอบพลางหรี่ตาลง "คนที่มีพลังระดับนี้ เเต่กลับเลือกที่จะอยู่เงียบ ๆ บนเกาะส่วนตัวกับสาว ๆ ไม่ใช่คนที่ควรจะเป็นศัตรูด้วย เตรียมเรือเล็ก... ฉันจะเข้าไปหาเธอในฐานะ 'แขก' ไม่ใช่ 'ผู้คุมกฎ'"
กลับมาที่ชายหาด รินสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปผ่านทักษะ 'สื่อสารกับธรรมชาติ' เธอรู้ว่าพายุกำลังจะสงบลงและเปลี่ยนเป็นบทสนทนาแทน เธอหันกลับไปหาสาว ๆ ที่เดินเข้ามาหาเธอด้วยความเป็นห่วง
พิมพ์มาดา เดินเข้ามาประชิดตัวริน มือเรียวสวยกุมแขนรินไว้แน่น "ศิรินทร์... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? พี่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง"
"ไม่มีอะไรที่รินจัดการไม่ได้ค่ะพี่พิม" รินหันไปยิ้มให้เพื่อคลายความกังวล "แค่มีคนอยากมาทำความรู้จักเรานิดหน่อยน่ะค่ะ พี่พิมพานาราและหมอเกลกลับไปพักผ่อนที่วิลล่าก่อนนะคะ รินขอคุยกับ 'แขก' คนนี้คนเดียว... อ้อ อาซึมิคะ รบกวนคุณอยู่เป็นเพื่อนรินหน่อยได้ไหม?"
อาซึมิ พยักหน้าอย่างเข้าใจ แววตาของทายาทมหาเศรษฐีสาวเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "ด้วยความยินดีค่ะคุณริน ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครกล้ามาเหยียบจมูกพวกเราถึงที่นี่"
พิมพ์มาดาล้าชะงักเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสายตาที่มั่นใจของริน เธอก็ยอมพยักหน้า "ก็ได้... แต่ถ้ามีอะไร พี่จะออกมาทันทีนะ อย่าลืมว่าพี่ก็ปกป้องเธอได้เหมือนกัน"
รินมองตามแผ่นหลังของพิมพ์มาดา หมอเกล และนาราที่เดินกลับไปยังวิลล่าด้วยความรู้สึกอบอุ่น แม้ในยามวิกฤต ความเป็นห่วงของพวกเธอก็คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเธอ
ไม่นานนัก เรือเร็วขนาดเล็กก็แล่นเข้ามาจอดที่ท่าเรือส่วนตัว วาเลอรี่ก้าวลงจากเรือเพียงลำพัง เธอเดินตรงมายังชายหาดที่รินและอาซึมิยืนรออยู่ แสงจากกองไฟสะท้อนใบหน้าของหญิงสาวทั้งสามคนที่ดูสง่างามและทรงพลังในแบบที่ต่างกัน
"คุณศิรินทร์... ฉันต้องขออภัยที่มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย" วาเลอรี่เอ่ยขึ้นด้วยภาษาไทยที่ชัดเจนพร้อมกับโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ "ฉันชื่อวาเลอรี่ จาก The Observatory เรามาที่นี่เพื่อประเมิน... และสุดท้ายคือเพื่อ 'เจรจา' ค่ะ"
รินกอดอกมองแขกผู้มาเยือนด้วยสายตาเรียบนิ่ง "การประเมินด้วยโดรนล่องหนดูจะไม่ใช่มารยาทที่รินประทับใจเท่าไหร่นะคะคุณวาเลอรี่"
วาเลอรี่หัวเราะแห้ง ๆ "นั่นคือระเบียบปฏิบัติปกติของเราค่ะ แต่หลังจากเห็น 'กำแพงสีทอง' ของคุณ ฉันก็รู้ทันทีว่าระเบียบเหล่านั้นใช้ไม่ได้กับที่นี่" เธอหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "องค์กรของเราเฝ้ามองผู้มีระบบมานาน ส่วนใหญ่จะจบลงที่การทำลายล้างหรือการแย่งชิงอำนาจ แต่คุณ... คุณกลับใช้มันสร้างคฤหาสน์ ช่วยเหลือดาราสาว และมานั่งเล่นรอบกองไฟบนเกาะ"
"นั่นเพราะความสุขของรินคือความสงบค่ะ" รินตอบ "รินไม่มีความทะเยอทะยานจะครองโลก รินแค่ต้องการพื้นที่ที่คนที่รินรักจะอยู่อย่างมีความสุขได้โดยไม่มีใครมารบกวน"
อาซึมิแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็น "และถ้าใครคิดจะมารบกวน... ตระกูลคิระและพันธมิตรทั่วโลกของคุณริน ก็พร้อมจะทำให้คนคนนั้นหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ธุรกิจได้ง่าย ๆ เลยล่ะค่ะ"
วาเลอรี่พยักหน้า "ฉันเข้าใจแล้วค่ะ และนั่นคือเหตุผลที่ฉันมาในวันนี้ ทางองค์กรตัดสินใจที่จะ 'รับรอง' สถานะเขตปกครองพิเศษของเกาะ Crystal Horizon และโครงการ Dream City ของคุณ เราจะไม่แทรกแซง และเราพร้อมจะมอบ 'ข้อมูล' เกี่ยวกับผู้ครอบครองระบบคนอื่น ๆ ที่อาจจะเป็นอันตราย เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับมิตรภาพของคุณ"
[ติ๊ง! ภารกิจ 'ประกาศอาณาเขต' สำเร็จอย่างงดงาม!]
[The Observatory ยอมศิโรราบและขอเป็นพันธมิตร]
[รางวัล: ระบบ Global Jamming และ 'ฐานข้อมูลลับของผู้ครอบครองระบบทั่วโลก' (Global System Index)]
รินมองหน้าต่างแจ้งเตือนแล้วยิ้มที่มุมปาก "ถ้าข้อเสนอของคุณคือมิตรภาพที่อยู่บนพื้นฐานของความเคารพสิทธิส่วนบุคคล รินก็ยินดีรับไว้ค่ะคุณวาเลอรี่"
"ขอบคุณค่ะ" วาเลอรี่ยื่นนามบัตรโลหะสีดำที่มีตราสัญลักษณ์ดวงตาให้ริน "ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือในระดับที่เงินซื้อไม่ได้... ติดต่อฉันได้เสมอนะคะ"
ก่อนที่วาเลอรี่จะกลับไป เธอหันมามองรินอีกครั้งด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความทึ่ง "คุณเป็นคนแรก... ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า 'ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ' มันมีอยู่จริง ๆ ไม่ใช่แค่ในอุดมคติ"
หลังจากแขกผู้มาเยือนจากไป รินและอาซึมิเดินกลับไปยังวิลล่า บรรยากาศรอบเกาะกลับมาเงียบสงบและอบอุ่นอีกครั้ง เมื่อเข้าไปในห้องรับแขกขนาดใหญ่ รินพบว่าสาว ๆ ทุกคนยังไม่ได้นอน พวกเธอนั่งรวมตัวกันอยู่ที่โซฟาตัวยาวพร้อมกับช็อกโกแลตร้อนที่แม่นมมาลีเตรียมไว้ให้
"จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะคุณริน?" นาราถามด้วยเสียงใสแจ๋ว
"เรียบร้อยค่ะนารา ต่อไปนี้จะไม่มีใครมารบกวนพวกเราอีกแล้ว" รินนั่งลงตรงกลางโซฟา ทันใดนั้นพิมพ์มาดาก็ขยับเข้ามาซุกตัวในอ้อมกอดของเธอทันที
"พี่เป็นห่วงแทบแย่..." พิมพ์มาดากระซิบเบา ๆ "คราวหน้าอย่าไล่พี่ไปแบบนั้นอีกนะ"
"รินขอโทษค่ะพี่พิม รินแค่ไม่อยากให้ใครมาเห็นหน้าสวย ๆ ของพี่ตอนเครียดน่ะค่ะ" รินหยอกล้อพลางลูบผมพิมพ์มาดาเบา ๆ
หมอเกลส่งแก้วช็อกโกแลตร้อนให้ริน "ดื่มสิคะริน จะได้หลับสบาย วันนี้รินเก่งมากเลยนะที่รักษาความสงบของพวกเราไว้ได้"
รินรับแก้วมาจิบ ความหวานละมุนและความอุ่นซ่านช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง เธอเคลิ้มไปกับไออุ่นของสาว ๆ ที่ห้อมล้อมอยู่รอบกาย ความฟินที่เกิดจากความรู้สึกปลอดภัยและเป็นที่รักมันช่างวิเศษยิ่งกว่ารางวัลใด ๆ จากระบบ
"ทุกคนคะ..." รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบที่แสนหวาน "พรุ่งนี้เรามาเริ่มวางแผนเรื่อง Dream City กันอย่างจริงจังนะคะ รินอยากให้เมืองนี้เป็นของพวกเราทุกคนจริง ๆ"
"นาราเตรียมแบบสเก็ตช์โรงละครไว้แล้วค่ะ!"
"เกลก็ลิสต์รายการอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยที่สุดไว้แล้วเหมือนกัน"
"ฉันเตรียมแผนผังการเชื่อมต่อคมนาคมทางอากาศไว้พร้อมแล้วค่ะคุณริน" อาซึมิเสริม
พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมองรินแล้วยิ้ม "ส่วนพี่... พี่จะช่วยรินบริหารเมืองนี้ให้เป็นเมืองที่มีความสุขที่สุดในโลกเอง"
[ติ๊ง! ความสัมพันธ์ฮาเร็มก้าวสู่ระดับใหม่: 'Architects of Fate' (ผู้ร่วมสร้างโชคชะตา)]
[โบนัสพิเศษ: โฮสต์ได้รับความรักและความจงรักภักดีเพิ่มขึ้น 200% ตลอดกาล]
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ชายหาดเกาะ Crystal Horizon
แสงแดดอ่อน ๆ ทอผ่านระเบียงวิลล่า รินตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกโอบกอดโดยพิมพ์มาดาและอาซึมิที่หลับไหลอยู่ข้างกาย (ในชุดนอนผ้าไหมแสนนุ่ม) ความละมุนละไมของเช้าวันใหม่ทำให้เธอรู้สึกว่านี่คือรางวัลที่แท้จริง
เธอลุกขึ้นเดินออกไปที่ชายหาด พบกับแม่นมมาลีที่กำลังเดินเล่นอยู่ใกล้ ๆ หญิงชรามองดูทะเลแล้วหันมายิ้มให้ริน
"คุณหนูคะ... ทะเลวันนี้ดูใจดีจังเลยค่ะ"
"เพราะมีแต่คนใจดีอยู่ที่นี่ไงคะแม่นม" รินตอบพลางโอบไหล่หญิงชรา
รินมองออกไปที่ผืนน้ำกว้างไกล เธอรู้ดีว่าก้าวต่อไปของเธอคือการสร้าง Dream City เมืองที่ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้าง แต่คือสัญลักษณ์ของความรักและการเกื้อกูลกัน เธอจะใช้เงินที่มีมหาศาล และพลังของระบบที่เหนือชั้น สร้างสรวงสวรรค์ที่แท้จริงให้กับทุกคนที่เธอรัก
และที่สำคัญที่สุด... เธอจะทำมันในแบบฉบับของเธอ นั่นคือความเรียบง่ายอันหรูหรา ความอบอุ่นที่มั่นคง และความร่ำรวยที่มาพร้อมกับหัวใจอันยิ่งใหญ่
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ในตอนหน้า: เริ่มต้นการก่อสร้าง Dream City ที่จังหวัดระยอง! การประลองความรวยในการกว้านซื้อที่ดินและเทคโนโลยีระดับโลกที่ไม่มีใครเทียบได้ และโมเมนต์หวาน ๆ ในการเลือกซื้อของตกแต่งเมืองร่วมกันของสาว ๆ)