บทที่ 17 แผนการใหญ่เข้าเป็นเขยแต่งเข้า

บทที่ 17 แผนการใหญ่เข้าเป็นเขยแต่งเข้า



ผ่านไปครู่ใหญ่ ป๋อเสวียนอู่จึงระงับอารมณ์ให้สงบลงได้ แล้วถามว่า "เรื่องการสู่ขอของตระกูลจู้นั้นเป็นความลับยิ่ง แม้แต่ข้ายังมิทันได้ข่าว เจ้าเป็นใครไยจึงรู้ได้? ได้ยินมาจากปากผู้ใด?"



จริงด้วย สายตาของทุกคนในห้องต่างจับจ้องไปที่เสิ่นหลาง ด้วยฐานะอันต่ำต้อยของเขา ไยจึงล่วงรู้เรื่องลับระดับนี้ได้เล่า?



เสิ่นหลางตอบ "จากจางจิ้น คู่หมั้นใหม่ของบุตรีตระกูลสวีขอรับ!"



"จางจิ้น?" ป๋อเสวียนอู่ทวนคำ "แม่ทัพคนใหม่ของกองกำลังรักษาเมืองเสวียนอู่น่ะรึ?"



"ใช่ขอรับ คือเขผู้นั้น" เสิ่นหลางกล่าว "ก่อนหน้านี้ที่นักศึกษาแต่งเข้าตระกูลสวี และถูกสวีเชียนเชียนขับไล่ออกมา จางจิ้นคู่หมั้นใหม่ของนางบอกว่าต้องรีบจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด เพราะตระกูลจู้กำลังจะมาสู่ขอคุณหนูจินมู่หลาน โดยมีจู้หงเสวี่ยเป็นเจ้าบ่าว ยามนั้นเขาเห็นว่านักศึกษาเป็นเพียงคนโง่เขลาจึงมิได้ระวังตัวจนหลุดปากออกมา และภายหลังยังกำชับสวีเชียนเชียนมิให้แพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาดขอรับ"



ขณะนั้น คนสนิทของจวนป๋อได้ก้าวเข้ามากระซิบที่ข้างหูท่านป๋อ เห็นได้ชัดว่าเป็นการแจ้งประวัติของเสิ่นหลางให้ทราบ



ในเมืองเสวียนอู่ เสิ่นหลางนับว่าเป็นคนดังก็ว่าได้



ในยามที่ไม่มีใครกล้าแต่งเข้าตระกูลสวี เสิ่นหลางกลับเสนอตัว เรื่องนี้ทำให้ชื่อเสียงของเขาขจรขจายไปทั่วเมืองเสวียนอู่ในทันที



ทุกคนต่างรู้ว่ามีเจ้าบ้าขยะไร้ค่าคนหนึ่งยอมเป็นเขยแต่งเข้าของตระกูลสวี ประวัติของเสิ่นหลางถูกขุดคุ้ยจนหมดเปลือก ทั้งเรื่องที่เรียนหนังสือมาเกือบสิบปีแต่ยังเรียนไม่จบหลักฐานขั้นต้น หรือเรื่องที่สติปัญญาของเขามีปัญหาเป็นต้น



"เมื่อสองวันก่อน ตระกูลสวีประกาศต่อสาธารณะว่า เสิ่นหลางขโมยทรัพย์สินในจวนและลวนลามสาวใช้ จึงถูกขับไล่ออกจากตระกูลสวีขิรับ" คนสนิทรายงานปิดท้ายด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย จงใจให้เสิ่นหลางได้ยินด้วย



เมื่อได้ยินเช่นนั้น ป๋อเสวียนอู่พลันขมวดคิ้วมุ่น



เสิ่นหลางจะขโมยเงินหรือลวนลามสาวใช้จริงหรือไม่นั้นยากจะบอก แต่ท่านป๋อเอนเอียงไปทางไม่เชื่อ



ทว่าเรื่องที่เสิ่นหลางเรียนหนังสือมาเกือบสิบปีแต่ยังเรียนไม่จบขั้นต้นจนถูกไล่ออกมานั้น ย่อมเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ว่าเขาไม่เอาถ่านจริงๆ บุรุษหนุ่มเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกผิดหวัง



ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของทุกคน การที่เสิ่นหลางยอมแต่งเข้าตระกูลสวีก็เพื่อหวังลาภยศเงินทอง ป๋อเสวียนอู่มิชอบบุรุษหนุ่มที่เกียจคร้านและใฝ่สูงเกินตัว ความรู้สึกที่มีต่อเสิ่นหลางจึงยิ่งแย่ลง



หากเป็นยามปกติ เขาคงจะต้องสั่งสอนให้หนัก ทว่ายามนี้มิอาจใส่ใจเรื่องเล็กน้อยได้ เพราะเรื่องที่เสิ่นหลางแจ้งมานั้นสำคัญยิ่งยวด เกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของจวนป๋อ



และเขาก็ตัดสินใจได้ทันทีว่า วาจาของเสิ่นหลางมีมูลความจริงสูงมาก



ตระกูลจางเป็นขุนนางใหม่ที่กำลังเรืองอำนาจ และมีตระกูลจู้หนุนหลังอยู่เบื้องหลัง



จางชง บิดาของจางจิ้น เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองเขตนู่เจียง ก็เพราะการสนับสนุนจากจู้หรง ข้าหลวงใหญ่แห่งมณฑลเทียนหนาน



ดังนั้นการที่จางจิ้นจะล่วงรู้ความลับของตระกูลจู้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก



สำหรับจางจิ้นนั้น ป๋อเสวียนอู่ จินจั๋ว เคยสืบประวัติมาบ้าง แม้แต่บรรดาขุนนางในเมืองเสวียนอู่ต่างก็ประหลาดใจว่าตระกูลจางขัดสนเงินทองเพียงใด ถึงขั้นส่งบุตรชายเจ้าเมืองไปแต่งงานกับบุตรีพ่อค้าวาณิชที่เคยมีสามีแต่งเข้าบ้านมาก่อน



แต่จินจั๋วเข้าใจได้ ตระกูลจางก้าวหน้าเร็วเกินไป รากฐานยังไม่มั่นคง หากต้องการขยายอำนาจจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาล ทว่าสายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ตระกูลจาง พวกเขาจึงมิอาจรับสินบนโจ่งแจ้งได้ การหาดองกับเศรษฐีที่มีเงินล้นฟ้าจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง



ดังนั้นการเกี่ยวดองระหว่างตระกูลจางและตระกูลสวี จึงเป็นการรวมตัวกันระหว่าง "อำนาจ" และ "เงินตรา" อย่างแท้จริง



"สั่งการไปทันที ส่งคนออกไปตรวจตราตามถนนหลวงทุกสาย หากพบคนของตระกูลจู้ ให้รีบกลับมารายงานด่วน" ท่านป๋อสั่งการ "ยามนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรู้ว่า ขบวนสู่ขอของตระกูลจู้เดินทางถึงไหนแล้ว?"



"ขอรับ!" คนสนิทรับคำสั่งแล้วรีบนำกำลังออกไปตรวจสอบด้วยตนเอง



จากนั้น ท่านป๋อหันมากล่าวกับเสิ่นหลาง "เจ้าหนุ่ม แม้ข้าจะมิค่อยชอบพอนิสัยเจ้านัก ทว่าเรื่องที่แจ้งมานี้สำคัญยิ่ง ย่อมนับว่าเป็นความชอบอันใหญ่หลวง ข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างงาม บอกมาว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ตราบที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม ข้ายินดีจะมอบให้เจ้าทุกประการ"



ความรู้สึกดีๆ ที่เสิ่นหลางมีต่อท่านป๋อพลันเพิ่มขึ้นอีกครั้ง



ช่างเป็นคนใจกว้างนัก เรื่องยังมิทันได้พิสูจน์ ก็ประกาศมอบรางวัลให้ทันที



เจตนาของท่านป๋อนั้นชัดเจน ไม่ว่าเสิ่นหลางจะต้องการเงินทองหรือที่ดินเท่าใดก็เพียงแค่เอ่ยปากมา และไม่ว่าเสิ่นหลางจะมีปัญหาใดติดตัว ท่านป๋อย่อมยินดีจะจัดการให้



ซึ่งหมายความว่า ภัยคุกคามจากตระกูลสวี ตระกูลหลิน และเถียนเหิงจะสูญสิ้นไปในพริบตา



เพียงแค่ท่านป๋อส่งคนไปส่งข่าวเพียงประโยคเดียว ทั้งสามฝ่ายย่อมไม่กล้าแตะต้องเสิ่นหลางแม้แต่ปลายเล็บ



ทว่าสิ่งที่เสิ่นหลางต้องการ มิใช่เพียงแค่นั้นจริงๆ



สิ่งที่ใช้ต่อรองสำคัญขนาดนี้ หากแลกเพียงแค่การพ้นภัยชั่วคราว หรือใช้จัดการตระกูลสวีและเถียนเหิง ย่อมนับว่าราคาถูกเกินไป



เขาต้องการใช้โอกาสนี้พำนักอยู่ในจวนป๋อ เพื่อหาทางใกล้ชิดจินมู่หลาน แสดงความสามารถและตัวตนออกมาบ่อยๆ จนสุดท้ายก็ได้แต่งงานกับ... เทพธิดา



เสิ่นหลางสาบาน ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมบวกกับหน้าตาอันหล่อเหลา ไม่เกินครึ่งเดือนเขาจะต้องทำให้นางประทับใจให้จงได้



"นักศึกษาใคร่ขอพำนักอยู่ในจวนป๋อ เพื่อรับใช้ใต้เท้าป๋อเจี๋ยขอรับ" เสิ่นหลางประสานมือกล่าว



เขามิได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตระกูลสวีหรือเถียนเหิงจะปองร้าย เพราะไม่จำเป็น ขอเพียงเขาทำงานอยู่ในจวนป๋อ ทั้งสองฝ่ายนั้นย่อมไม่กล้าแตะต้องครอบครัวเขาเป็นแน่



ป๋อเสวียนอู่ขมวดคิ้ว เดิมทีเขาก็มีอคติกับเสิ่นหลางอยู่แล้ว บุรุษหนุ่มร่างกายแข็งแรงกลับไม่ตั้งใจเรียน มิหนำซ้ำยังยอมไปเป็นเขยแต่งเข้าตระกูลสวีเพื่อหวังความสบาย ช่างเป็นคนใฝ่ต่ำและอกตัญญูยิ่ง



เขารู้ทันทีว่าเจตนาที่เสิ่นหลางอยากอยู่ในจวนป๋อนั้นมิบริสุทธิ์นัก ต้องยอมรับว่าสายตาของท่านป๋อนั้นเฉียบคมยิ่ง



ทว่าในเมื่อเอ่ยปากไปแล้ว เขาย่อมต้องรักษาสัญญา



อีกทั้งเสิ่นหลางยังเยาว์วัย ต่อให้มีนิสัยเสียอยู่บ้าง หากอยู่ในความดูแลของจวนป๋อที่เข้มงวด ย่อมขัดเกลาให้ดีขึ้นได้



ท่านป๋อกล่าว "ในเมื่อเจ้าปรารถนาจะทำงานในจวนป๋อ ข้าย่อมอนุญาต และเห็นแก่ที่เจ้าแจ้งข่าวสำคัญ ข้าจะไม่ให้เจ้าไปทำงานเป็นบ่าวรับใช้ทั่วไป แต่ทว่า..."



น้ำเสียงของท่านป๋อเข้มขึ้น "การมาอยู่ในจวนข้ามิมิใช่เพื่อมาเสพสุข และข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าเกียจคร้าน แต่จะกวดขันเจ้าอย่างเข้มงวด เจ้าจะทนรับความลำบากได้หรือไม่?"



ลำบาก?!



นั่นคือสิ่งที่เสิ่นหลางอยากหลีกเลี่ยงที่สุดในชีวิต ชาตินี้เขาตั้งใจจะไม่ออกแรงทำงานหนักอีกแล้ว



ทว่าเพื่อเทพธิดา ยอมลำบากสักสองสามวันก็นับว่าคุ้มค่า แน่นอนว่าแค่ไม่กี่วันเท่านั้น นานกว่านั้นคงไม่ไหว



"นักศึกษายินดีขอรับ!" เสิ่นหลางรีบรับคำ



จากนั้น ท่านป๋อเดินเข้ามาบีบไหล่เสิ่นหลางพลางส่ายหน้า "ร่างกายเจ้าอ่อนแอนัก จะฝึกยุทธ์ก็สายเกินวัยไปแล้ว วัยขนาดเจ้านี้ต้องตั้งใจอ่านตำราถึงจะมีอนาคต ต่อไปนี้เจ้าจงไปเรียนหนังสือพร้อมกับซื่อจื่อ (บุตรชายผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์) บิดามารดาเจ้าอาจตามใจเจ้าจนเสียคน แต่จวนป๋อแห่งนี้ไม่มีวันทำเช่นนั้น ข้าจะขัดเกลาเจ้าให้เป็นผู้เป็นคนให้จงได้"



เสิ่นหลางชะงักไปเล็กน้อย นี่มันมิใช่ตำแหน่ง "สหายร่วมเรียนหนังสือชั้นสูง" แบบในเรื่องถังไป่หู่หรอกรึ?



"เอาเถอะ เจ้ายังมีอาการบาดเจ็บ ไปพักผ่อนเสีย พรุ่งนี้ค่อยเริ่มเรียนหนังสือพร้อมกับซื่อจื่อ ส่วนเรื่องบิดามารดาเจ้า ข้าจะส่งคนไปแจ้งและมอบเงินทองจำนวนหนึ่งให้" ท่านป๋อกล่าว "ปัญหาใดๆ ที่เจ้ามี ข้าจะจัดการให้ในคราวเดียว"



ดูเถอะ คนใหญ่คนโตลงมือช่างเด็ดขาดและกว้างขวางนัก



"ขอบคุณใต้เท้าป๋อเจี๋ยมากขอรับ" เสิ่นหลางกล่าว



ป๋อฮูหยินกล่าวเสริม "จินจง ไปเรียกช่างตัดเสื้อมาวัดตัวเสิ่นหลาง ตัดชุดใหม่ให้เขาสักสองสามชุดเถอะ"



"รับทราบขอรับ" ชายชราคนเดิมรับคำ



ในใจเสิ่นหลางรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ท่านป๋อและฮูหยินช่างเป็นคนมีเมตตาจริงๆ



"ใต้เท้าป๋อเจ๋ย ท่านฮูหยิน คุณหนู ผู้น้อยขอตัวลาขอรับ" เสิ่นหลางประสานมือคำนับแล้วเดินถอยออกไป



ทว่ายังมิทันพ้นประตู คนสนิทของท่านป๋อคนเดิมก็พุ่งพรวดเข้ามา เขาเพิ่งจะนำกำลังออกไปตรวจสอบตามถนนหลวงได้มิทันถึงหนึ่งเค่อ ก็รีบกลับมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย



"นายท่าน เรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" คนสนิทคุกเข่ารายงาน "สายของเราในเมืองนู่เจียงเพิ่งส่งพิราบสื่อสารมาแจ้งว่า ยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูลจู้ได้เดินทางถึงเมืองนู่เจียงเมื่อคืนนี้แล้ว และเป้าหมายคือจวนป๋อเสวียนอู่ของเราขอรับ!"



"อะไรนะ?" ท่านป๋ออุทาน



"อะไรนะ?" เสิ่นหลางนึกอุทานในใจเช่นกัน



แย่แล้วสิ!



เขาก้าวแรกสำเร็จแล้วคือการพำนักในจวนป๋อ



ก้าวที่สองคือการแสดงความสามารถในช่วงเวลาหลายวันหลังจากนี้



และก้าวที่สามคือการหาทางแต่งเข้าจวนป๋อ



ใช่แล้ว เข้าเป็นเขยแต่งเข้านั่นแหละ



เพราะความเป็นจริงมันชัดเจน จินมู่หลานไม่มีทางแต่งออกไปแน่นอน



ทว่ายามนี้คนระดับสูงของตระกูลจู้กลับเดินทางถึงเมืองนู่เจียง และคืนนี้เขาจะมาถึงจวนป๋อเพื่อสู่ขอจินมู่หลาน ซึ่งหมายความว่าไม่มีเวลาเหลืออีกแล้ว



แผนการค่อยๆ แสดงความสามารถ ค่อยๆ สร้างตัวตน เวลาไม่เพียงพอเสียแล้วสิ!



บัดซบ! ครึ่งเดือนก็ไม่ให้ สามวันก็ไม่มี แม้แต่วันเดียวก็ยังไม่เหลือ!



นั่นหมายความว่า จินมู่หลานจำต้องแต่งงานในวันนี้ และเสิ่นหลางมีเวลาเหลืออย่างมากที่สุดเพียงสองถึงสามชั่วยามเท่านั้น!



มิเช่นนั้น เทพธิดาของเขาก็จะกลายเป็นของผู้อื่น และความลาภยศสรรเสริญของเขาก็จะหลุดลอยไป



ไม่! เทพธิดาต้องเป็นของข้า!



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 17 แผนการใหญ่เข้าเป็นเขยแต่งเข้า

ตอนถัดไป