บทที่ 5 ย้ายออกจากห้องพักคู่รักก่อนกำหนด!
บทที่ 5 ย้ายออกจากห้องพักคู่รักก่อนกำหนด!
คืนนั้น ป้าหลิวอยู่เป็นเพื่อนหลี่เหมยทั้งคืน
วันรุ่งขึ้น ห่าวเฉียงจ้วงล้มตัวลงนอนก็หลับไป ตื่นมาก็ไปทำงานเลย
ตั้งแต่จางชุนเหลียงบุกหอพักกลางดึก ถึงห่าวเฉียงจ้วงจะยังไม่ได้ย้ายออก แต่พอเลิกงานกลับมา ในใจก็รู้สึกแปลกๆ ตลอดเวลา
เตียงฝั่งตรงข้ามปิดผ้าม่านมิดชิด ไม่รู้ว่าตอนนี้หลี่เหมยกำลังทำอะไรอยู่?
ห่าวเฉียงจ้วงมองเตียงฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่ง แล้วหันไปหาเสื้อผ้า เตรียมตัวไปอาบน้ำในห้องน้ำ
เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เช็ดผมจนแห้ง กำลังเตรียมจะซักผ้า
ก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก ห่าวเฉียงจ้วงยังไม่ทันเดินไปเปิด หลี่เหมยที่อยู่เตียงตรงข้ามก็รู้สึกรำคาญนิดๆ พูดขึ้นมาว่า "มาแล้ว!" จากนั้นก็ดึงผ้าม่านออกอย่างแรง
พอเห็นว่าเป็นป้าหลิว ผู้ดูแลหอพัก หลี่เหมยก็เปลี่ยนสีหน้าและท่าทีทันที ก้มหน้าลง พูดด้วยความรู้สึกผิดว่า "ป้าหลิว ฉันไม่รู้ว่าเป็นป้าค่ะ"
ป้าหลิวกลับยิ้มบางๆ พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า "ไม่เป็นไรหรอก ยังไงฉันก็ไม่ได้มาหาเธออยู่แล้ว"
ป้าหลิวหันไปตะโกนบอกห่าวเฉียงจ้วงที่กำลังก้มหน้าก้มตาซักผ้าอยู่ที่ระเบียงห้อง 301 ว่า "เฉียงจ้วง ป้าหาห้องพักดีๆ ให้นายได้แล้วนะ ข้างในมีเตียงเดียว นายย้ายไปอยู่ที่นั่นเถอะ!"
พอได้ยินว่าห่าวเฉียงจ้วงจะย้ายห้อง หลี่เหมยก็เริ่มนั่งไม่ติด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ในใจเธอเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา เป็นความรู้สึกผิดที่ผิดทางอย่างบอกไม่ถูก
หลี่เหมยอยากจะรั้งห่าวเฉียงจ้วงไว้ แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป เธอรู้สึกกลัว แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองกลัวอะไรกันแน่?
ข้าวของของห่าวเฉียงจ้วง มีแค่ห่อเดียว ม้วนๆ ยัดใส่ถุง ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็เสร็จ
ห่าวเฉียงจ้วงหิ้วถุง เดินตามป้าหลิวออกจากห้องไป หลี่เหมยมองตามหลังพวกเขา รวบรวมความกล้าอยู่หลายครั้ง อยากหาเหตุผลรั้งให้เขาอยู่ต่อ!
แต่จะให้พูดว่าอะไรดีล่ะ?
ตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีสามีแล้ว จะบอกว่าฉันขาดนายไม่ได้ ก็ไม่ได้ ถ้ายอมทำแบบนั้น ก็กลายเป็นหญิงคบชู้ชายเล่นชู้สิ
พอคิดถึงตรงนี้ หลี่เหมยก็อดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สองมือกุมหน้าอกไว้ รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ
พอเธอได้สติกลับมา ห่าวเฉียงจ้วง ผู้ชายที่เธอเคยรวบรวมความกล้าเรียกเขาว่าพี่เฉียงจ้วง ก็แบกสัมภาระจากห้องนี้ไปเสียแล้ว
ป้าหลิวพาห่าวเฉียงจ้วงมาที่ห้อง 201 ที่นี่มีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่ง วางเตียงสองชั้นไว้เตียงหนึ่ง พื้นที่น่าจะประมาณหกตารางเมตรได้!
มีระเบียงและห้องน้ำในตัว ห้องเล็กกว่า 301 ด้วยซ้ำ แต่ระเบียงกว้างมาก ห้องน้ำก็ใหญ่ ตอนอาบน้ำยังมีที่ว่างให้ยืนสบายๆ
ไม่เหมือนห้อง 301 อาบน้ำทีแทบไม่มีที่ให้ยืน
ป้าหลิวถือพวงกุญแจ เอามือเท้าคาง มองไปที่ห่าวเฉียงจ้วงที่ยืนอยู่ตรงระเบียง อดไม่ได้ที่จะกระแอมไอออกมาสองสามที
ห่าวเฉียงจ้วงถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเหมือนจะทิ้งป้าหลิวไว้ข้างหลัง รีบปั้นหน้ายิ้มแล้วพูดว่า "ขอบคุณป้าหลิวมากครับ"
ป้าหลิวยิ้มแล้วพูดว่า "ห้องนี้น่ะ ป้าอุตส่าห์ลำบากหามาให้นายเลยนะ ห้องพักคนโสดแบบนี้ มองไปทั้งบริษัท คนที่ระดับต่ำกว่าหัวหน้าแผนกลงมา มีนายได้อยู่แค่คนเดียวแหละ"
เห็นป้าหลิวพูดแบบนี้ ห่าวเฉียงจ้วงก็รู้ตัวว่าถ้าตัวเองไม่แสดงน้ำใจบ้าง คงไม่ได้แน่
จึงพูดไปว่า "ป้าหลิว ป้าพอจะมีเวลาว่างตอนไหนบ้างครับ ผมอยากจะเลี้ยงข้าวป้าสักมื้อ?"
ป้าหลิวยิ้มแซวกลับมา "ช่วงนี้ป้าไม่ว่างหรอก วันที่ห้าเดือนหน้าเงินเดือนออก ป้าถึงจะมีเวลาว่างจ้ะ! แถมยังมีสาวสวยแนะนำให้นายรู้จักด้วยนะ"
ห่าวเฉียงจ้วงฟังออกว่าคำพูดของป้าหลิวมีความหมายแฝง เลยตอบไปว่า "ขอบคุณครับคุณป้า ถ้าป้าแนะนำผู้หญิงให้ผมแล้วสำเร็จ ผมจะใส่ซองแดงซองใหญ่ให้ป้าเลยครับ"
ป้าหลิวหัวเราะร่วน "พูดเรื่องเงินมันดูหน้าเงินไป งั้นเราตกลงกันตามนี้นะ วันที่ห้าเดือนหน้า นายอย่าลืมเลี้ยงข้าวป้าล่ะ"
"แน่นอนครับ ป้าหลิว ถึงตอนนั้นป้าก็อย่าเบี้ยว ไม่มาตามนัดแล้วปล่อยผมเก้อล่ะครับ"
หลังนัดแนะกันเสร็จ ป้าหลิวก็ยื่นพวงกุญแจให้ แล้วหันหลังเดินออกจากห้อง 201 ไป
รอจนป้าหลิวเดินจากไปพักใหญ่ ห่าวเฉียงจ้วงถึงได้ปิดประตูห้อง ลงกลอน หันหลังกลับเตรียมจะจัดเตียงนอน
ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้วหิ้วลงมาจากห้อง 301 ยังไม่ได้ตากเลย
เขารีบลุกลนหิ้วถังน้ำ เดินไประเบียงเพื่อตากผ้า
พอห่าวเฉียงจ้วงตากผ้าเสร็จ ก็ค้นพบเรื่องยิ่งใหญ่เข้าเรื่องหนึ่ง
ตรงที่เขายืนอยู่ มีมุมมองที่ยอดเยี่ยมมาก สามารถมองเห็นเข้าไปในห้องอาบน้ำรวมหญิงของโรงงานฝั่งตรงข้ามได้พอดิบพอดี
ภาพนั้น มันช่างเกินบรรยายจริงๆ ไอน้ำอุ่นๆ ลอยคละคลุ้ง ย้อมให้ฝั่งนั้นกลายเป็นสีขาวโพลนไปหมด
ราวกับเป็นสรวงสวรรค์บนดิน และพวกเธอก็คือเหล่านางฟ้าที่กำลังอาบน้ำอยู่ในสระทิพย์
แต่ละคนช่างงดงามเกินบรรยาย แต่ละคู่ช่างน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ละแผ่นหลังราวกับเรือลำน้อย
เทียบกันแล้ว สระเหล้าดงเนื้อของพระเจ้าซางโจ้วก็คงมีแค่นี้ สระฮว๋าชิงก็คงไม่มีที่ว่างให้หยางอวี้หวนลงไปแช่แล้วล่ะ
ตอนที่ห่าวเฉียงจ้วงได้สติกลับมา เขาสะบัดหัวไปมา พยายามทำให้ตัวเองตื่นตัว ถึงได้ตากผ้าต่อ
ไม่รู้เลยว่าผู้หญิงฝั่งตรงข้าม ที่นุ่งกระโจมอก สองมือท้าวเอว ทำท่าทางเอาเรื่อง กำลังจ้องเขม็งมาทางนี้ พวกเธอเห็นห่าวเฉียงจ้วงที่อยู่บนระเบียงเข้าแล้ว
ห่าวเฉียงจ้วงไม่กล้าอยู่นาน รีบออกจากระเบียง เดินกลับเข้าห้อง แล้วรีบปิดประตูทันที
เวลาเพียงชั่วครู่นี้ ทำให้เลือดลมของเขาพลุ่งพล่าน นึกย้อนไปถึงตอนที่เพิ่งไปถึงห้อง 301 ใหม่ๆ
พอนึกขึ้นมา ในใจก็เริ่มกระสับกระส่าย สะบัดหัวแรงๆ เพื่อให้ตื่นตัวขึ้นมาหน่อย แล้วเปิดผ้าห่มล้มตัวลงนอนบนเตียง หลับตาพยายามบังคับตัวเองให้หลับ
แต่ในหัวกลับมีแต่ภาพเงาเย้ายวนร่ายรำไปมา นางฟ้าองค์ที่เจ็ด องค์ที่แปด ดาวโรงงานฝั่งตรงข้าม แล้วก็หลี่เหมย แถมยังรู้สึกเหมือนป้าหลิวกำลังยิ้มกวักมือเรียกเขาอยู่ "พี่เฉียงจ้วง มาหาฉันสิ!"
แค่แวบเดียว ห่าวเฉียงจ้วงก็ตกใจสะดุ้งลืมตาขึ้นมา เอามือขยี้ตาแรงๆ
รอจนจิตใจสงบลง เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงตีสามครึ่งแล้ว
คนเรานะ! พอเป็นโสดนานๆ บางทีเห็นแม่หมูแก่ๆ ยังคิดว่าสวยหยาดเยิ้มเลย นับประสาอะไรกับป้าหลิว ผู้ดูแลหอพักที่ยังมีเสน่ห์แพรวพราวล่ะ?
ยังไงซะเธอก็เป็นน้องสาววัยสี่สิบกว่าๆ นะ!
คิดมาถึงตรงนี้ ห่าวเฉียงจ้วงก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน คิดในใจว่า ‘แม่งเอ๊ย ถ้าฉันมีแฟนสักคน คงไม่ต้องมาทนทรมานทุกวัน นอนไม่หลับทุกคืนแบบนี้หรอก’
หนังตาจะปิดอยู่แล้ว แต่ไฟราคะในใจมันปะทุขึ้นมา ทำให้นอนไม่หลับ ทรมานจริงๆ
คนโสดนี่มันทำผิดกฎสวรรค์หรือไงวะ?
นึกว่าย้ายมาอยู่ห้องเดี่ยวเล็กๆ นี่จะเป็นเรื่องดี ซะที่ไหน แม่งไม่ใช่ห้องที่คนจะอยู่ได้เลย
คิดไปคิดมา สู้ย้ายกลับไปอยู่ห้องพักคู่รักกับพวกหลี่เหมยยังจะดีกว่าอีก
ใกล้จะสว่างแล้ว ห่าวเฉียงจ้วงถึงได้งีบหลับไปพักหนึ่ง ล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้า ล็อกห้องให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไป
พอเดินลงมาถึงชั้นล่าง ผ่านห้องดูแลหอพัก ป้าหลิวใส่ชุดเดรสสีฟ้า ดูมีเสน่ห์ยั่วยวนเป็นพิเศษ พอเห็นห่าวเฉียงจ้วง ก็รีบเรียกเขาไว้ "เฉียงจ้วง ป้ามีเรื่องจะบอก"
ห่าวเฉียงจ้วงหยุดเดิน หันกลับไปมองป้าหลิว ในใจเกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง ‘แรดจังเลยว่ะ!’ แต่กลับปั้นหน้าขรึมถามไปว่า "ป้าหลิว มีอะไรเหรอครับ?"
ป้าหลิวทำท่าครุ่นคิดนิดหนึ่ง ค่อยเปิดปากพูด "นายก็รู้นะ ว่าหอพักมันเต็มหมดแล้ว มีพนักงานใหม่มาคนนึง พอดีเตียงบนของนายไม่มีคนนอน ก็หยวนๆ ให้เขาไปนอนเตียงนายแล้วกันนะ!"