บทที่ 6 หนุ่มหน้าสาวมาอยู่เตียงบนของห่าวเฉียงจ้วง
บทที่ 6 หนุ่มหน้าสาวมาอยู่เตียงบนของห่าวเฉียงจ้วง
รูมเมทคนใหม่ชื่อ หวังเหล่ย
แต่ห่าวเฉียงจ้วงรู้สึกว่าหมอนี่มันแปลกๆ ยุคปี 01 ผู้ชายเจาะหูมันดูเหมือนพวกนักเลงหัวไม้ยังไงก็ไม่รู้
ผิวของเขาขาวจั๊วะ ตัดผมสั้นเกรียน ตาชั้นเดียวแบบดอกซิ่ง คิ้วโก่งเรียว สูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร พอมายืนเทียบกับห่าวเฉียงจ้วงก็เตี้ยกว่าช่วงนึง แต่ถ้าเทียบในโรงงานนี้ก็ถือว่าค่อนข้างสูง
ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า เขาอาจจะเป็นผู้หญิง หรือไม่ก็เป็นคนอีกกลุ่มนึงที่เพิ่งเกิดใหม่ในสังคม
นั่นก็คือพวกรักร่วมเพศ!
ตอนที่เขาเข้ามาในห้องพัก เป็นเวลาสี่ทุ่มตรงพอดี ห่าวเฉียงจ้วงเลิกงาน เดินผ่านห้องดูแลหอพัก ป้าหลิวเดินออกมาเรียกเขาไว้ "เฉียงจ้วง เดี๋ยวก่อน"
ห่าวเฉียงจ้วงหยุดเดิน หันไปมองป้าหลิว ปั้นหน้ายิ้มอย่างสงสัย ถามว่า "ป้าหลิว มีอะไรเหรอครับ?"
ป้าหลิวไม่ได้รีบตอบห่าวเฉียงจ้วง แต่หันไปทางห้องดูแลหอพัก แล้วพูดขึ้นว่า "หวังเหล่ย รีบออกมาสิ ตามห่าวเฉียงจ้วงไป"
สิ้นเสียงป้าหลิว หวังเหล่ยก็เดินออกมาจากห้องดูแลหอพัก
วินาทีแรกที่ห่าวเฉียงจ้วงเห็นเขา ก็รู้สึกเลยว่าหมอนี่เป็นพวกหนุ่มหน้าขาวตีนลอย อย่างน้อยก็ดูเป็นแบบนั้น
ผู้ชายที่ไหนจะมีบุคลิกแบบเขา เป็นตุ๊ดชัดๆ
ตอนที่เขาเดินออกมา มือซ้ายหิ้วถุงปุ๋ยยูเรีย มือขวาหิ้วถุงปุ๋ยผสม บนหลังสะพายเป้ที่เย็บจากเศษผ้า
เขาดูตัวสูงโปร่ง แต่รูปร่างผอมบางมาก หิ้วของแค่นั้นก็ดูเหมือนจะหิ้วไม่ไหวแล้ว
ห่าวเฉียงจ้วงชะงักไปนิดนึง ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ถึงคำพูดที่ป้าหลิวบอกเขาเมื่อเช้า
ในเมื่อต้องมาเป็นรูมเมทกัน เขาก็อยากจะอยู่ร่วมกับคนอื่นดีๆ เลยเดินเข้าไปช่วย มือหนึ่งหิ้วถุงปุ๋ยยูเรีย อีกมือหิ้วถุงปุ๋ยผสม แล้วหันไปบอกป้าหลิวว่า "ป้าหลิว ผมพาหวังเหล่ยกลับห้องก่อนนะครับ"
จากนั้น ก็พาหวังเหล่ยเดินไปทางบันได หวังเหล่ยก้มหน้า หน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่ ท่าทางเหมือนลูกสะใภ้ตัวน้อยๆ เดินตามหลังห่าวเฉียงจ้วงต้อยๆ
กลับมาถึงห้องก็สี่ทุ่มครึ่ง ห่าวเฉียงจ้วงไปอาบน้ำก่อน พอซักผ้า ตากเสร็จ ก็เดินกลับเข้ามาในห้อง
เตียงชั้นบนถูกปูเรียบร้อยแล้ว เป็นระเบียบเรียบร้อย ผ้าห่มผืนนั้นยังมีกลิ่นหอมแปลกๆ ลอยมาเตะจมูก ทำเอาห่าวเฉียงจ้วงเคลิ้มไปนิดนึง เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก อธิบายไม่ได้จริงๆ
ตอนนั้นห่าวเฉียงจ้วงใส่แค่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว หูของหวังเหล่ยก็ยิ่งแดงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเป็นปฏิกิริยาตอบสนอง หันหน้าหนีด้วยความเขินอาย สองมือขยำชายเสื้อตัวเองแน่นอย่างทำตัวไม่ถูก
เขาสวมเสื้อคลุมผ้าโทเรสีเทา ตัวหลวมโคร่ง มองจากข้างหลัง รู้สึกว่าก้นแอบงอนนิดๆ
ห่าวเฉียงจ้วงอดไม่ได้ อยากจะแกล้งให้เขาขำ เลยตีไปที่ก้นเขาทีหนึ่ง "หวังเหล่ย เราก็ผู้ชายด้วยกัน นายจะมาเขินฉันทำไม?"
หัวใจของหวังเหล่ยเต้นแรงขึ้นมาทันที สมองแทบจะขาวโพลน พอโดนห่าวเฉียงจ้วงตีไปทีนึง ร่างกายก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา
ห่าวเฉียงจ้วงรู้สึกว่าหวังเหล่ยแปลกๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี
บรรยากาศเริ่มดูอึดอัดเกินไปหน่อย ผ่านไปพักใหญ่ ตอนที่หวังเหล่ยหันกลับมา ห่าวเฉียงจ้วงก็นอนห่มผ้าอยู่บนเตียงแล้ว
หวังเหล่ยเดินกระมิดกระเมี้ยนมาที่ข้างเตียง พูดด้วยความกระดากอายว่า "พี่เฉียงจ้วง ผมขอยืมถังน้ำพี่หน่อย...ได้ไหมครับ"
ตั้งแต่เจอกัน จนถึงตอนนี้ รู้จักกันมาเป็นชั่วโมงแล้ว นี่เป็นประโยคแรกที่หวังเหล่ยอ้าปากพูด
เสียงนี้ ฟังดูเหมือนเสียงนกร้องกังวานในหุบเขาอันว่างเปล่า
พอมองดูรอยเจาะหูที่ติ่งหู กับก้นงอนๆ นั่น ตอนแรกก็นึกสงสัยว่าหวังเหล่ยจะเป็น...?
แต่ห่าวเฉียงจ้วงยังไม่ทันคาดเดาจบ พอเห็นผมทรงสั้นเกรียนของเขา ก็ไม่ได้คิดอะไรต่ออีก
"พี่เฉียงจ้วง..."
หวังเหล่ยเห็นห่าวเฉียงจ้วงไม่ตอบรับ ก็อดไม่ได้ที่จะเรียกซ้ำอีกครั้ง
คราวนี้ เสียงเขาแหบพร่าลง ทำให้ฟังดูไม่ขัดหูเท่าตอนแรกแล้ว
ห่าวเฉียงจ้วงโบกมือไปมา นอนราบลง พูดว่า "เอาไปใช้สิ!"
"ขอบคุณครับ! พี่เฉียงจ้วง"
หวังเหล่ยขอบคุณคำหนึ่ง แล้วหันไปรื้อหาเสื้อผ้าจากถุงที่วางอยู่เตียงบน
ระหว่างที่รื้อ เหมือนจะทำพลาด หรือมือไม้ปั่นป่วนไปหมด ดันเผลอสลัดกางเกงในทรงสามเหลี่ยมสีชมพูตัวหนึ่งปลิวไปแหมะอยู่บนหน้าห่าวเฉียงจ้วงพอดี
"นาย..." ห่าวเฉียงจ้วงเองก็มีอารมณ์โมโหเป็นเหมือนกัน เพิ่งจะหลับตาลง ก็รู้สึกว่ามีกางเกงในสีชมพูแปะอยู่บนหน้า ด้วยความโมโหเลยคว้ากางเกงในสีชมพูตัวนั้นออกจากหน้า
ที่แท้มันเป็นกางเกงในลูกไม้แบบตาข่าย แถมยังเป็นของผู้หญิงอีกต่างหาก ความโกรธที่กำลังจะระเบิดออกมามลายหายไปในพริบตา
วินาทีนั้น หัวใจของห่าวเฉียงจ้วงเต้นรัวแรง กลืนน้ำลายเอื้อก ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นมาทันที
ถือถือกางเกงในตัวนั้นไว้ หันไปมองหวังเหล่ยที่ยืนอยู่ข้างเตียง
หวังเหล่ยในใจลนลานไปหมดแล้ว ตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง พูดอึกอักว่า "ผะ...ผม..."
ห่าวเฉียงจ้วงกวาดสายตามองหวังเหล่ยที่อยู่ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อคลุมตัวนอกทำให้รูปร่างเขาดูบอบบางยิ่งขึ้น แก้มแดงปลั่งราวกับลูกแอปเปิล
ในวินาทีนี้ ห่าวเฉียงจ้วงรู้สึกว่า ถ้าเขามีผมยาว เข้ากับรูปหน้าของเขาแล้วล่ะก็ ต้องเป็นสาวสวยระดับนางเอกแน่ๆ
หลี่เหมยสวยแต่กำเนิด มีกลิ่นอายของแม่หม้ายสาวทรงเสน่ห์ แต่ถ้าหวังเหล่ยเป็นผู้หญิง ก็คงมีเสน่ห์แบบเด็กสาววัยแรกรุ่นที่น่ารักสดใส
ห่าวเฉียงจ้วงพูดต่อจากประโยคที่หวังเหล่ยพูดอึกอักอยู่นานก็ยังไม่จบว่า "ของนายเหรอ?"
หวังเหล่ยยิ่งตัวสั่นแรงขึ้นไปอีก ราวกับว่าคำโกหกและการเปลื้องหน้ากากถูกเปิดโปงพร้อมกัน เขาพยักหน้าก่อน แล้วส่ายหัวพรืด "ขะ...ของ...ของน้องสาวผมน่ะ ถ้าพี่ชอบ ก็ยกให้พี่เลย"
หวังเหล่ยจู่ๆ ก็พูดขึ้นมาประโยคนี้ ทำเอาห่าวเฉียงจ้วงทำตัวไม่ถูก โยนกางเกงในกลับไปให้ แล้วพูดว่า "ฉันไม่ได้โรคจิตขนาดนั้น"
หวังเหล่ยรีบรับกางเกงใน ก้มหน้าวิ่งพรวดพราดไปที่ระเบียง กลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้อีกวินาทีเดียว ห่าวเฉียงจ้วงจะจับเขาแก้ผ้าจนล่อนจ้อน
รอจนหวังเหล่ยอาบน้ำเสร็จออกมา ก็ลนลานปีนบันไดข้างเตียงขึ้นไปข้างบน แต่ห่าวเฉียงจ้วงกลับจ้องมองไปที่เท้าเปล่าของเขาเป็นพิเศษ
เท้าคู่นั้นทั้งขาวทั้งเล็ก ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเท้าของผู้หญิงไม่มีผิด
พอคิดถึงจุดนี้ ห่าวเฉียงจ้วงก็รู้สึกว่ามีอะไรทะแม่งๆ อดไม่ได้ที่จะถามไปประโยคหนึ่งว่า "หวังเหล่ย กางเกงในของน้องสาวนายน่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วนายใส่หรือเปล่า?"
"อืม!" หวังเหล่ยดันตอบรับกลับมาอย่างลืมตัว หลังจากนั้นเขาก็รีบเปลี่ยนคำพูดอย่างลุกลน "มะ...ไม่ได้ใส่ๆ ผมเก็บใส่ถุงไปแล้ว สงสัยตอนที่น้องสาวช่วยจัดเสื้อผ้า คงจะหยิบผิดมา หยิบผิดมาแน่ๆ"
คำพูดของเขาดูไร้น้ำหนักเอามากๆ ตอนนี้ก็เที่ยงคืนแล้ว กลางวันโหลดตู้คอนเทนเนอร์ไปตั้งสิบหกตู้ เขาเหนื่อยล้าเต็มที เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
แต่หวังเหล่ยกลับเหมือนกุมความลับที่บอกใครไม่ได้เอาไว้ ในใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ อดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าจากขอบเตียง แอบมองห่าวเฉียงจ้วงที่อยู่เตียงล่าง
พอเห็นว่าห่าวเฉียงจ้วงหลับไปแล้ว หวังเหล่ยถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อคลุมออก แล้วมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มอย่างระมัดระวัง