บทที่ 8 หวังเหล่ยผู้มีความเป็นหญิงสูงลิ่ว

บทที่ 8 หวังเหล่ยผู้มีความเป็นหญิงสูงลิ่ว
เวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแป๊บเดียว ห่าวเฉียงจ้วงกับหวังเหล่ยก็อยู่ร่วมห้องกันมาเกือบจะครบเดือนแล้ว
ช่วงแรกๆ ห่าวเฉียงจ้วงก็ยังไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติหรอก แต่พักหลังมานี้ เขากลับยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ ขึ้นทุกวัน
เขารู้สึกตลอดเวลาเลยว่าหวังเหล่ยไม่มีราศีความเป็นลูกผู้ชายเอาซะเลย เวลาพูดจาแต่ละที มันให้ความรู้สึกพิลึกกึกกือยังไงชอบกล เหมือนคนบีบเสียงพูดอยู่ในคอจงใจดัดเสียงยังไงยังงั้น
เมื่อเดือนก่อน หมอนั่นตัดผมเกรียนแท้ๆ แต่ดันชอบเอายางรัดผมมาใส่ไว้ที่ข้อมือ
ยิ่งบั้นท้ายงอนๆ นั่นนะ มองจากข้างหลังทีไร ทำเอาคิดอกุศลเตลิดเปิดเปิงไปไกลทุกที
เลิกงานเสร็จ ห่าวเฉียงจ้วงก็เข้าไปอาบน้ำอุ่นในห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ซักชุดเก่าเสร็จสรรพแล้วก็เอาออกไปตาก
หวังเหล่ยเพิ่งจะเลิกงาน ผลักประตูห้องพักเข้ามา จังหวะที่เดินสวนกัน ห่าวเฉียงจ้วงอดใจไม่ไหว ยื่นมือไปขยำก้นหมอนั่นเข้าให้หมับหนึ่ง
กะจะหยอกเล่นขำๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าหวังเหล่ยจะร้องเสียงหลง "อ๊าย..." ออกมาซะงั้น เสียงร้องนั่นทำเอาห่าวเฉียงจ้วงขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ก็แหงล่ะ ถ้าผู้หญิงเป็นคนร้อง ผู้ชายได้ยินก็คงคึกคักน่าดู แต่นี่มันเสียงผู้ชายร้องวี๊ดว๊ายออกมาเนี่ยสิ
พอนึกย้อนไปถึงท่าทีแปลกๆ ของหวังเหล่ยช่วงนี้ โดยเฉพาะคนในบริษัทที่คุ้นเคยกันหลายคน แอบมากระซิบถามห่าวเฉียงจ้วงเป็นการส่วนตัวว่า "เฉียงจ้วง รูมเมทนายที่ชื่อหวังเหล่ยเนี่ย เป็นเกย์หรือเปล่าวะ?"
"หา?" ห่าวเฉียงจ้วงทำหน้าตาตื่น จ้องคนถามกลับไปว่า "ทำไมนายถึงถามแบบนั้นล่ะ?"
เพื่อนร่วมงานคนนั้นบอกต่อว่า "รู้หรือเปล่า เวลาหวังเหล่ยเข้าห้องน้ำ ไม่เคยมีใครเห็นหมอนั่นยืนฉี่เลยนะเว้ย"
ห่าวเฉียงจ้วงหัวเราะก๊าก "พูดก็พูดเถอะ ฉี่โถส้วมรวมน่ะ ถ้าคนเยอะๆ ฉันก็ยืนฉี่ไม่ออกเหมือนกันแหละ มันแปลกตรงไหนวะ?"
เรื่องพวกนี้มันอาจจะไม่ได้สลักสำคัญอะไรนักหนา แต่ห่าวเฉียงจ้วงก็สังเกตเห็นว่าหวังเหล่ยมีพฤติกรรมพิลึกขึ้นทุกวัน
ยิ่งเมื่อกี้ตอนที่บีบก้นหมอนั่นไปทีนึง ห่าวเฉียงจ้วงถึงกับแอบคิดไปว่าบีบก้นผู้หญิงเข้าให้แล้วซะอีก ผู้ชายที่ไหนจะมีก้นนุ่มนิ่มขนาดนั้นกันเล่า
ตอนแรกห่าวเฉียงจ้วงก็นึกว่าตัวเองคิดมากไปเอง แต่จังหวะนั้นเอง หวังเหล่ยที่หน้าเขียวปัดก็ถอยหลังกรูดไปหลายก้าว แล้วพูดขึ้นว่า "พี่เฉียงจ้วง พี่ชอบผู้ชายเหรอ? หรือว่าเรามาคบกันเองเลยดีไหม?"
เล่นเอาชายอกสามศอกอย่างห่าวเฉียงจ้วงถึงกับตัวสั่นงันงก ไม่กล้าล้อเล่นพิเรนทร์ๆ แบบนี้กับหวังเหล่ยอีก รีบเอ่ยปากขอโทษหวังเหล่ยทันที "ขอโทษทีๆ เมื่อกี้ฉันแค่หยอกล้อเล่นเฉยๆ น่ะ"
หวังเหล่ยก้มหน้า ดึงถุงลายดอกไม้ออกมาจากใต้เตียง ค่อยๆ หยิบชุดนอนออกมาอย่างระมัดระวัง คว้าผ้าเช็ดตัว แล้วเดินจ้ำอ้าวไปทางระเบียง
พอหมอนั่นเดินเข้าห้องน้ำไป ห่าวเฉียงจ้วงก็ก้มหน้าลงไปมองบ้าง ก่อนจะชะงักค้างไปทั้งตัว เพราะในถุงใบนั้น ดันมีกางเกงในกับเสื้อชั้นในของผู้หญิงกองอยู่เบ้อเริ่ม
"หรือว่าหวังเหล่ยจะเป็นผู้หญิง?" ห่าวเฉียงจ้วงส่ายหัว สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง ถ้าอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายวันขนาดนี้ มีหรือที่เขาจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน?
เสื้อผ้าการแต่งตัวของหมอนั่น ไม่เห็นมีเค้าโครงความเป็นผู้หญิงเลยสักนิด ดูยังไงก็สาวทอมบอยชัดๆ!
"เดี๋ยวก่อนนะ หรือว่าไอ้หมอนั่นจะเป็นเกย์จริงๆ วะ?"
ห่าวเฉียงจ้วงนึกย้อนไปถึงคำถามชวนขนลุกที่หวังเหล่ยเพิ่งถามเขาว่าอยากจะคบกันเองไหม ในใจก็ยิ่งฟันธงว่าหวังเหล่ยต้องเป็นเกย์แน่ๆ พอคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็เผลอขมิบก้นโดยอัตโนมัติ รูทวารหดเกร็ง ไม่กล้าจินตนาการอะไรต่อไปอีก
"แล้วหมอนั่นจะเอาชั้นในผู้หญิงตั้งมากมายไปซุกไว้ในถุงทำไมวะเนี่ย?"
เรื่องนี้ ห่าวเฉียงจ้วงขบคิดยังไงก็คิดไม่ตก เลยต้องเก็บงำความสงสัยไว้เป็นปริศนาในใจต่อไป
เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังแว่วมาพอดี ห่าวเฉียงจ้วงเลยรีบกระโจนขึ้นเตียง มุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ม้วนตัวซะกลมดิก
คืนนั้น แค่เรื่องไม่เป็นเรื่องแค่นี้ ก็ทำเอาห่าวเฉียงจ้วงหลอนจนนอนไม่หลับกระสับกระส่ายไปทั้งคืน
วันรุ่งขึ้นตอนไปทำงาน เวลาต้องโหลดของขึ้นตู้คอนเทนเนอร์ เรี่ยวแรงก็หดหายไปดื้อๆ เห็นชัดเลยว่าทำงานช้ากว่าคนอื่นไปจังหวะนึงเต็มๆ
พอโหลดของเสร็จ โหวเหวินก็ยื่นเครื่องดื่มชูกำลังขวดหนึ่งมาให้ห่าวเฉียงจ้วง พร้อมกับยิ้มแฉ่งถามว่า "เฉียงจ้วง วันนี้นายไม่ค่อยสบายหรือเปล่าเนี่ย"
ห่าวเฉียงจ้วงกระดกเครื่องดื่มชูกำลังรวดเดียวหมดขวด ส่ายหน้าปฏิเสธ ในหัวพลันมีภาพชวนขนลุกแวบเข้ามาจนต้องห่อไหล่สะท้าน "เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับน่ะ"
โหวเหวินตบไหล่ห่าวเฉียงจ้วงปุบๆ หัวเราะร่วน "คิดถึงสาวๆ อยู่ล่ะสิ?"
ห่าวเฉียงจ้วงได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่ตอบโต้อะไร โตๆ กันแล้ว ยิ่งเห็นของใช้ส่วนตัวผู้หญิงไปซ่อนอยู่ใต้เตียงตัวเองแบบนั้น ใครมันจะอดคิดลึกไปทางนั้นได้ล่ะ
โหวเหวินยังคงคะยั้นคะยอต่อ "ฉันมีลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงอยู่คนนึง อายุมากกว่านายสามปี สนใจให้ฉันแนะนำให้รู้จักไหมล่ะ?"
ห่าวเฉียงจ้วงยิ้มเจื่อนๆ แต่ก็พยายามรักษามารยาท "ช่างมันเถอะพี่! ตอนนี้ผมยังไม่อยากมีแฟนน่ะ"
แต่ในใจโหวเหวินกลับรู้สึกเสียหน้า สีหน้าเจื่อนลงทันตา เขาฝืนยิ้มก่อนจะพูดทิ้งท้าย "ถ้าพลาดโอกาสงามๆ แบบนี้ไป ระวังจะหาที่ไหนไม่ได้อีกนะน้องชาย!"
ห่าวเฉียงจ้วงตอบกลับ "ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณหัวหน้ากลุ่มโหวมากครับ ไว้ค่อยว่ากันวันหลังก็แล้วกัน!"
โหวเหวินเห็นห่าวเฉียงจ้วงไม่หลงกล ในใจก็รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน นึกค่อนขอดอยู่ในใจ ‘ไอ้หมอนี่ดูซื่อๆ บื้อๆ ทำไมมันหลอกยากหลอกเย็นจังวะ? อุตส่าห์หวังดีจะแนะนำเมียให้ ก็หาข้ออ้างปฏิเสธลูกเดียว ทีนี้เรื่องฉาวของยัยลูกพี่ลูกน้องฉันจะให้ใครมารับช่วงต่อล่ะเนี่ย?’
พอคิดมาถึงตรงนี้ โหวเหวินก็เลยอดไม่ได้ที่จะสั่งออกไป "คืนนี้ไม่มีงานอะไรแล้ว นายไม่ต้องอยู่ทำโอทีหรอก"
ห่าวเฉียงจ้วงพยักหน้ารับ "เข้าใจแล้วครับ"
เลิกงานตอนเย็น ห่าวเฉียงจ้วงก็ไปตักข้าวที่โรงอาหาร แล้วไปนั่งกินอยู่มุมหนึ่งเงียบๆ
สักพัก หวังเหล่ยก็ยกถาดข้าวเดินเข้ามา นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับห่าวเฉียงจ้วงพอดี
ห่าวเฉียงจ้วงเหลือบมองหวังเหล่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถาม "ทำงานที่นี่ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?"
หวังเหล่ยก้มหน้าก้มตาจ้วงข้าวเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อยู่พักใหญ่ ถึงยอมตอบ "ก็ดีแหละ! แล้วพี่เฉียงจ้วงล่ะ?"
ห่าวเฉียงจ้วงพยักหน้าตอบ "ก็เหมือนกันนั่นแหละ"
กินข้าวเสร็จ ด้วยความที่วันนี้ไม่ต้องทำโอที ห่าวเฉียงจ้วงเลยตั้งใจจะออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวสักหน่อย พอดีสบู่หมดเกลี้ยง ยาสระผมก็ต้องซื้อมาตุนไว้อีกสักขวด
เขาเดินไปที่ป้อมยาม รปภ. ที่เข้าเวรอยู่ซักถามนิดหน่อย ก็ยอมเปิดประตูให้ผ่านออกไป
ห่าวเฉียงจ้วงเดินออกจากเขตโรงงาน มุ่งหน้าไปยังร้านค้าในเขตนิคมอุตสาหกรรม
ตลาดในเขตนิคมฯ ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ก็มีของใช้ในชีวิตประจำวันขายครบครัน
ห่าวเฉียงจ้วงเดินเข้าไป เลือกหยิบของที่ต้องการ แล้วก็เดินไปคิดเงินที่เคาน์เตอร์
จ่ายเงินเสร็จสรรพ หิ้วถุงเดินออกมา ก็บังเอิญไปเจอโหวเหวินกำลังยื้อยุดฉุดกระชากอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าพอดี
ห่าวเฉียงจ้วงได้แต่มองอยู่ห่างๆ ไม่ได้เดินเข้าไปขัดจังหวะ จังหวะนั้นเอง เจียงเหล่าชี คนแผนกเดียวกันก็เดินเข้ามาทัก
เจียงเหล่าชีเป็นคนงานยกของวัย 40 กว่าๆ มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า ว่ากันว่าเป็นคนที่มีภูมิหลังไม่ธรรมดา
เจียงเหล่าชีเดินเข้ามาทักทายห่าวเฉียงจ้วง "เฉียงจ้วง ออกมาซื้อของเหรอ?"
ห่าวเฉียงจ้วงพยักหน้ารับ "สบู่กับยาสระผมหมดน่ะครับ เลยออกมาซื้อตุนไว้ใช้ตอนกลางคืน พี่ชี พี่ก็จะมาซื้อของใช้เหมือนกันเหรอ?"
เจียงเหล่าชีส่ายหน้า ยิ้มร่า "เปล่าหรอก ฉันเห็นนายพอดี เลยอยากจะมาบอกอะไรนายสักหน่อย"
ห่าวเฉียงจ้วงชะงักไปนิด "เรื่องอะไรเหรอครับ?"
เจียงเหล่าชีชี้ไปทางโหวเหวินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล "เห็นนั่นไหม นั่นน่ะเมียน้อยของโหวเหวิน ได้ยินมาว่า หมอนั่นตั้งใจจะเซ้งเมียน้อยให้นายนี่หว่า"
ห่าวเฉียงจ้วงเหมือนจะตาสว่างขึ้นมาทันที ในใจพลันหนักอึ้ง
เจียงเหล่าชีพูดต่อ "แต่นายอย่าไปบอกใครนะว่าฉันเป็นคนบอก ฉันก็แค่บังเอิญไปแอบได้ยินหมอนั่นพูดเรื่องนี้พอดี"
เรื่องบางเรื่องแค่สะกิดนิดเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้ว ห่าวเฉียงจ้วงก็ไม่ได้โง่ขนาดต้องซักไซ้ไล่เลียงให้ได้ความจริงหรอก ขืนทำแบบนั้นรังแต่จะทำให้ตัวเองต้องอับอายขายหน้าเปล่าๆ
โชคดีนะที่เขาปฏิเสธไปได้ทันท่วงที ไม่อย่างนั้นคงได้สวมเขา กลายเป็นไอ้หน้าโง่ให้คนหัวเราะเยาะไปแล้ว
พอคิดได้ดังนั้น ห่าวเฉียงจ้วงก็จงใจเดินเลี่ยงไปอีกทาง เพื่อกลับเข้าประตูโรงงาน
พอเดินเข้าโรงงาน มาถึงทางขึ้นตึกหอพัก ก็ดันแจ็กพอตไปเจอผู้ดูแลหอพักอย่างป้าหลิวเข้าอีกจนได้
ประตูห้องดูแลหอพักเปิดทิ้งไว้ ป้าหลิวในชุดนอนผ้าซาตินยืนอยู่ข้างใน พอเห็นห่าวเฉียงจ้วงแกก็รีบกวักมือเรียก "เฉียงจ้วง เข้ามานี่หน่อยสิ"
ห่าวเฉียงจ้วงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมเดินเข้าไป ป้าหลิวหมุนตัวโชว์ชุดอยู่ตรงหน้าเขาหนึ่งรอบ พร้อมกับยิ้มหวานถาม "เฉียงจ้วง ลองดูสิว่า ชุดนอนตัวนี้ของป้าเป็นยังไงบ้าง?"
ห่าวเฉียงจ้วงถึงกับไปไม่เป็น หน้าแดงเถือกด้วยความเขินอาย วินาทีต่อมาก็ก้มหน้าก้มตา อยากจะวิ่งหนีหายไปจากตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด ไม่กล้าสู้สายตาป้าหลิวเลยสักนิด แต่ก็ไม่รู้จะหนีไปไหน อยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ ซะเดี๋ยวนี้เลย
ป้าหลิวเห็นห่าวเฉียงจ้วงเอาแต่เงียบ ก็เลยสำรวจมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ดันไปเห็นสายตากระอักกระอ่วนของเขาเข้าพอดี แกเลยออกอาการเก้อเขินนิดๆ ฝืนยิ้มกลบเกลื่อนแล้วบอกว่า "เฉียงจ้วง ป้ามีธุระต้องทำต่อแล้วล่ะ เธอไปก่อนเถอะ!"
ห่าวเฉียงจ้วงพยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่านที่สุมแน่นอยู่ในอก ก้มหน้าก้มตาตอบรับสั้นๆ "ครับ" แล้วรีบจ้ำพรวดออกจากห้องดูแลหอพัก เดินตรงไปที่บันไดทางขึ้นทันที
ตลอดทางเดินขึ้นไป ในหัวของเขามีแต่ภาพป้าหลิวในชุดนอนผ้าซาตินลอยวนเวียนไปมา หัวใจเต้นรัวแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น
พอมาถึงหน้าห้อง 201 ล้วงกุญแจออกมาไขประตู เดินเข้าไปเปิดไฟ พอทำท่าจะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงตัวเอง ก็ดันไปเจอเข้ากับกางเกงในลูกไม้สีแดงแจ๊ดของผู้หญิงตัวหนึ่งวางแหมะอยู่
วินาทีนั้น สติสัมปชัญญะของห่าวเฉียงจ้วงกระเจิดกระเจิงไปหมด เขาลุกลี้ลุกลนลุกขึ้นยืน เปิดประตูห้องเดินออกไปข้างนอก หวังจะสูดอากาศเรียกสติกลับคืนมาสักหน่อย
บังเอิญเป็นจังหวะเดียวกับที่หลี่เหมยเดินผ่านบันไดชั้นสองพอดี พอเห็นห่าวเฉียงจ้วง เธอก็หยุดทักทายเขาทันที "พี่เฉียงจ้วง ทำไมไม่เข้าห้องล่ะ มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้?"
เสียงเรียกนั้นทำเอาห่าวเฉียงจ้วงสะดุ้งโหยง เขาเงยหน้าขวับขึ้นมามอง ก็เห็นว่าเป็นหลี่เหมยนั่นเอง
ส่วนหลี่เหมยก็อาศัยแสงไฟสลัวๆ มองเห็นใบหน้าของห่าวเฉียงจ้วงที่แดงเถือกเป็นตูดลิง สายตาของทั้งคู่ประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ราวกับมีประกายไฟช็อตเปรี๊ยะปะทุขึ้นกลางอากาศ
แก้มของหลี่เหมยแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไรต่อ รีบหันหลังวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นสามอย่างรวดเร็ว
ห่าวเฉียงจ้วงมองตามแผ่นหลังของหลี่เหมยที่วิ่งห่างออกไป รูปร่างโค้งเว้าได้สัดส่วน ผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาเคลียแผ่นหลังราวกับน้ำตก ภาพนั้นทำเอาเขาจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกลสุดกู่
คราวนี้ยิ่งแย่หนักกว่าเก่า เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เดินกลับไปที่หน้าห้อง 201 อีกครั้ง ผลักประตูเข้าไป ปิดประตูดังเดิม เดินไปที่หน้าเตียง จ้องมองกางเกงในตัวปัญหาพลางนึกในใจ ‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หรือว่าหวังเหล่ยจงใจเล่นพิเรนทร์แกล้งเรา? หรือว่าหมอนั่นจะมีความคิดวิตถารอะไรแอบแฝงอยู่กันแน่?’
พอคิดมาถึงตรงนี้ ก็ประจวบเหมาะกับตอนที่เขาเข้ามาในห้องแล้วไม่ได้เปิดไฟ เลยหลงนึกไปว่าหวังเหล่ยยังไม่กลับ เขานั่งลงบนเตียง พลางคิดหาวิธีจัดการกับเรื่องบ้าๆ นี่
แต่จู่ๆ ก็มีเสียงน้ำไหลซู่ดังแว่วมาจากทางห้องน้ำ เล่นเอาห่าวเฉียงจ้วงสะดุ้งสุดตัว เด้งพรวดลุกขึ้นยืนทันที
หัวใจเขาเต้นระรัวขึ้นมาอีกระลอก ความรู้สึกพลุ่งพล่านแปลกๆ ปะปนกับความอยากรู้อยากเห็นตีรวนขึ้นมาในอก
ด้วยเหตุนี้เอง เขาถึงได้ค่อยๆ ย่องเบาไปทางระเบียง จนไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องน้ำ
ประตูห้องน้ำเปิดแง้มอยู่ แสงไฟลอดออกมาจากข้างใน มีคนกำลังอาบน้ำอุ่นอยู่ ไอน้ำร้อนระเหยเป็นสายลอยคลุ้งลอดผ่านช่องประตูออกมา
ในหัวของห่าวเฉียงจ้วงมีภาพต่างๆ ตัดสลับไปมาไม่หยุด มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทำเอาเขากระสับกระส่ายจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
เขาอยากจะเอื้อมมือไปผลักบานประตูตรงหน้าออก เพื่อขอดูสภาพของหวังเหล่ยให้เห็นกับตา
แต่ก็กลัวเหลือเกินว่า เปิดเข้าไปแล้วจะเจอไอ้หมอนั่นยืนเปลือยกายล่อนจ้อนโชว์ความเป็นชายอยู่
พอคิดได้ดังนั้น ความอยากรู้อยากเห็นในใจก็มลายหายวับไปในพริบตา เขากำลังจะหมุนตัวเดินกลับ
แต่ลึกๆ ในใจดันมีอีกความคิดหนึ่งที่น่ากลัวกว่าผุดขึ้นมาหลอกหลอน ทำเอาเขาเหงื่อตก ‘แล้วถ้าเกิด... หวังเหล่ยเป็นผู้หญิงขึ้นมาจริงๆ ล่ะ?’
คิดได้แบบนั้น ห่าวเฉียงจ้วงก็ย่องออกจากระเบียง เดินไปที่ประตูห้อง จัดการลงกลอนล็อคประตูจากด้านในอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะย่องเบากลับไปยืนเกาะขอบประตูห้องน้ำที่ระเบียงเหมือนเดิม
บางทีหวังเหล่ยคงจะกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำอยู่ เลยไม่ทันสังเกตเห็นเสียงฝีเท้าเบาหวิวจากข้างนอก!
ห่าวเฉียงจ้วงยืนละล้าละลังอยู่หน้าประตูห้องน้ำอยู่นานสองนาน ราวกับเวลาผ่านไปเป็นศตวรรษ และในวินาทีนั้นเอง เสียงน้ำก็หยุดชะงักลง
ห่าวเฉียงจ้วงไม่มัวลังเลอีกต่อไป เขาตัดสินใจผลักประตูห้องน้ำเปิดผางออกไปทันที วันนี้ไม่ว่ายังไง เขาก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นกับตาให้ได้ ว่าตกลงหวังเหล่ยมันเป็นแค่ตุ๊ดแต๋ว หรือเป็นผู้หญิงที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายมากันแน่!

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 8 หวังเหล่ยผู้มีความเป็นหญิงสูงลิ่ว

ตอนถัดไป