บทที่ 9 หวังเหล่ยเป็นผู้หญิง ชื่อจริงของเธอคือหวังเชี่ยน
บทที่ 9 หวังเหล่ยเป็นผู้หญิง ชื่อจริงของเธอคือหวังเชี่ยน
วินาทีที่ห่าวเฉียงจ้วงผลักประตูห้องน้ำเปิดออก หวังเหล่ยยกสองมือขึ้นมาปิดบังเรือนร่างด้านหน้า เธอยืนนิ่งอึ้งเหมือนคนเป็นใบ้ อยากจะกรีดร้อง แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงออกมา
นั่นก็เพราะสถานะของเธอ เธอเป็นประชากรแฝงที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ไม่ว่าโรงงานถูกกฎหมายที่ไหนก็ไม่กล้ารับเข้าทำงาน
ข้อที่สอง เธอใช้ข้อมูลยืนยันตัวตนของพี่ชาย พี่ชายของเธอต่างหากที่ชื่อหวังเหล่ย ส่วนเธอชื่อหวังเชี่ยน
เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของเธอ น้ำอุ่นจากฝักบัวไหลรดลงมาตามเรือนร่าง เธอหวาดกลัวลนลานทำอะไรไม่ถูกเพราะถูกห่าวเฉียงจ้วงจับได้เรื่องสถานะที่แท้จริง
พอเห็นหวังเชี่ยนที่อยู่ตรงหน้า เลือดในสมองของห่าวเฉียงจ้วงก็สูบฉีดจนขาวโพลนไปหมด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงขนาดนี้
รูปร่างของเธอช่างอรชรอ้อนแอ้น ราวกับนางฟ้าที่ลงมาจากสวรรค์ ประกอบกับไอน้ำที่ลอยคลุ้งออกมาจากห้องน้ำ แต่สิ่งที่รับไม่ได้ที่สุดก็คือทรงผมสกินเฮดของหวังเชี่ยน
ถ้าเกิดเธอมีผมยาวสลวยดุจน้ำตก รับกับใบหน้าจิ้มลิ้มและสัดส่วนโค้งเว้าได้รูปล่ะก็ คงจะงดงามราวกับเทพธิดาจริงๆ
ห่าวเฉียงจ้วงไม่สนอะไรอีกแล้ว เขาก้าวพรวดเข้าไปสวมกอดหวังเชี่ยน ปล่อยให้น้ำกระเซ็นเปียกเสื้อที่ชุ่มเหงื่ออยู่ก่อนแล้วของเขา
เวลานี้ หัวใจเขาเต้นรัวโครมคราม อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้น เขาประคองใบหน้าของหวังเชี่ยน แล้วจูบเธออย่างไม่ลืมหูลืมตา
"เธอชื่ออะไร?" หลังจากการจูบอันดูดดื่ม ห่าวเฉียงจ้วงหอบหายใจหนักหน่วงพลางจ้องมองหวังเชี่ยนที่อยู่ห่างออกไปแค่คืบ
ไม่รู้ว่าหวังเชี่ยนหายกลัวแล้ว หรือถูกดึงดูดเข้าไปในห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนั้นด้วย ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ เธอลดมือที่ปิดบังเรือนร่างลง แล้วสวมกอดเอวของห่าวเฉียงจ้วงไว้
หวังเชี่ยนกัดริมฝีปากล่างแน่น ขยับเข้าไปใกล้ข้างหูของห่าวเฉียงจ้วง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงกระชั้นชิดว่า "หวังเหล่ยคือชื่อพี่ชายของฉัน ฉันชื่อหวังเชี่ยน"
เธอรู้ตัวว่าห่าวเฉียงจ้วงกอดเธอไว้แล้ว และเธอก็ถูกเขาดึงดูดโดยสัญชาตญาณ ราวกับแม่เหล็กต่างขั้วที่ดูดเข้าหากันจนติดหนึบ
แต่บางเรื่องหวังเชี่ยนก็ต้องพูดให้เคลียร์ เพราะสำหรับเธอแล้ว เธอสามารถมอบครั้งแรกของเธอให้กับห่าวเฉียงจ้วงได้ แต่ห่าวเฉียงจ้วงต้องรับผิดชอบเธอด้วย
เพราะในยุคสมัยนั้น ลูกผู้หญิงบ้านที่รักนวลสงวนตัว มองว่าความบริสุทธิ์สำคัญยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก
หวังเชี่ยนตัวสั่นระริก รวบรวมความกล้าพูดออกไปว่า "พี่เฉียงจ้วง พี่เห็นตัวตนที่แท้จริงของฉันแล้ว ฉันรู้ว่าพี่แทบจะทนไม่ไหวแล้ว ถ้าพี่ต้องการฉัน ฉันก็ให้พี่ได้ แต่พี่ต้องสัญญานะว่าจะรับผิดชอบฉัน"
สำหรับห่าวเฉียงจ้วงที่ตอนนี้ท่อนล่างสั่งการแทนร่างกายไปแล้ว สมองของเขาถูกริบอำนาจการควบคุมไปตั้งนานแล้ว เวลานี้แค่หวังเชี่ยนยอมตกลง ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร ห่าวเฉียงจ้วงก็พร้อมจะตกลงโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
เมื่อเห็นหวังเชี่ยนยื่นเงื่อนไข ห่าวเฉียงจ้วงก็ตอบตกลงไปโดยไม่ได้ผ่านสมองเลย "ฉันยินดีรับผิดชอบเธอ วันหน้าฉันจะแต่งงานกับเธอ"
หวังเชี่ยนคือผู้หญิงคนแรกของห่าวเฉียงจ้วง และห่าวเฉียงจ้วงก็เป็นผู้ชายคนแรกของหวังเชี่ยนเช่นกัน
เมื่อประตูห้องน้ำถูกปิดลงเสียงดังปัง สิ่งที่เล็ดลอดออกมาก็มีเพียงเสียงน้ำไหลซู่ซ่า และเสียงกระแทกประตูห้องน้ำที่ดังขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ผ่านไปราวๆ ครึ่งชั่วโมง ห่าวเฉียงจ้วงก็เดินนุ่งผ้าเช็ดตัวของหวังเชี่ยนออกมา เขาเดินเข้าไปในห้องพัก เช็ดตัวจนแห้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเดินกลับไปส่งให้หวังเชี่ยนถึงมือในห้องน้ำ
ตอนที่หวังเชี่ยนเดินออกมา เธอไม่ได้มีท่าทีขัดเขินอีกต่อไปแล้ว เธอสวมกระโปรงที่ตัดเย็บจากเศษผ้าปะติดปะต่อกัน มีผ้าเช็ดตัวพาดไว้ที่คอ
เธอตากเสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้วเรียบร้อย ถึงได้เดินเข้ามาในห้องพัก ตรงไปที่เตียงนอนเพียงหลังเดียวในห้อง เธอไม่ได้ปีนขึ้นไปนอนเตียงชั้นบนอีกแล้ว แต่กลับนั่งลงบนเตียงชั้นล่างแทน
ห่าวเฉียงจ้วงซุกตัวอยู่ในผ้าห่มแล้ว พอเห็นหวังเชี่ยนยังนั่งอยู่ริมเตียง เขาก็รีบเลิกผ้าห่มขึ้น ดึงตัวหวังเชี่ยนพลางพูดว่า "ข้างนอกมันหนาว ฉันนอนห่มผ้าจนอุ่นแล้ว รีบเข้ามาสิ"
หวังเชี่ยนมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ซบลงในอ้อมกอดของห่าวเฉียงจ้วงราวกับลูกแมวน้อย พูดด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ ว่า "ฉันเจ็บอยู่นิดหน่อย คืนนี้พี่ห้ามรังแกฉันอีกนะ"
ห่าวเฉียงจ้วงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "ตกลง ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว รีบนอนเถอะ!"
เช้าวันรุ่งขึ้น พอฟ้าสาง หวังเชี่ยนก็ลุกจากเตียงแล้ว เธอถอดชุดกระโปรงออก เปลี่ยนไปใส่เสื้อกันหนาวของพี่ชาย ถือกระจกบานเท่าฝ่ามือส่องดูใบหน้าตัวเอง
ห่าวเฉียงจ้วงลืมตาตื่นขึ้นมา พอเหลือบมองนาฬิกาถึงเพิ่งรู้ว่าตอนนี้เพิ่งจะ 6 โมงครึ่ง ยังเหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงเวลาเข้างาน เลยอดถามไม่ได้ว่า "เธอตื่นเช้าขนาดนี้ทำไมเนี่ย?"
หวังเชี่ยนโผเข้าหาห่าวเฉียงจ้วง กระซิบเบาๆ ว่า "ตื่นเช้า ไปโรงอาหารจะได้กินปาท่องโก๋ พี่เฉียงจ้วงจะไปกับฉันไหม?"
พูดจบ หวังเชี่ยนก็ไม่รอให้ห่าวเฉียงจ้วงตอบ ประทับจุมพิตลงไปทันที คราวนี้เป็นการกระตุ้นไฟปรารถนาของห่าวเฉียงจ้วงอย่างเต็มที่ ทำเอาเขาหมดอารมณ์จะนอนต่อ
พอเห็นว่าได้ที่แล้ว หวังเชี่ยนก็ผลักห่าวเฉียงจ้วงออก เดินไปที่หน้าประตูแล้วพูดว่า "นี่เป็นบริการโทรปลุกพิเศษจากฉัน พี่เฉียงจ้วงพอใจไหมล่ะ?"
ห่าวเฉียงจ้วงจำใจต้องตื่นก่อนเวลาเพื่อไปกินข้าวเช้าที่โรงอาหารกับหวังเชี่ยน พนักงานที่ตื่นเช้าก็มีปาท่องโก๋ให้กินจริงๆ ด้วย
กินข้าวเช้าเสร็จ หวังเชี่ยนกับห่าวเฉียงจ้วงก็ต้องแยกย้ายกัน เพราะอยู่คนละแผนก ห่าวเฉียงจ้วงต้องไปรายงานตัวที่ทีมคลังสินค้า ส่วนหวังเชี่ยนต้องไปทำงานที่โรงงานผลิต
หวังเชี่ยนเดินไปได้สักพัก จู่ๆ ก็มีเพื่อนร่วมงานหญิงที่คุ้นเคยวิ่งตามมาถามว่า "หวังเหล่ย ทำไมนายเดินท่าทางแปลกๆ ล่ะ ก้นได้รับบาดเจ็บเหรอ?"
เจอคำถามนี้เข้าไป หน้าของหวังเชี่ยนก็แดงเถือกขึ้นมาทันที เล่นเอาเธอไปไม่เป็น ใจหล่นวูบ คิดเท่าไหร่ก็คิดหาข้ออ้างไม่ออก ขณะกำลังจะอ้าปากพูด
เพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งก็โผล่พรวดเข้ามา พูดต่อหน้าเพื่อนร่วมงานหญิงคนนั้นว่า "หวังเหล่ย นายคงไม่ได้เป็นเกย์หรอกนะ?"
เพื่อนร่วมงานหญิงหัวเราะร่วน "นายอย่ามาพูดซี้ซั้วนะ เกิดห่าวเฉียงจ้วงรู้เข้า รูปร่างใหญ่โตอย่างเขาน่ะ อัดนายสองคนหมอบได้ในไม่กี่นาทีเลยนะ"
หวังเชี่ยนไม่ได้อธิบายอะไร เพราะไม่ว่าจะอธิบายยังไง ก็ดูเหมือนจะยิ่งฟังไม่ขึ้นอยู่ดี
และตอนนั้นเอง หลี่เหมยก็เดินผ่านมาพอดี เห็นท่าเดินแปลกๆ ของหวังเชี่ยนเข้าให้
หลี่เหมยรู้สึกขัดใจอยู่นิดๆ นึกในใจ ‘วันแรกที่ห่าวเฉียงจ้วงย้ายเข้ามาอยู่หอพักพวกเรา เดิมทีตั้งใจจะวางแผนเล่นงานเขา แล้วค่อยบีบให้ออกจากเขตหอพักไป ที่แท้เขาก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงนี่เอง มิน่าล่ะ วันนั้นฉันถึงยั่วเขาไม่ขึ้นเลย’
เวลานี้ ห่าวเฉียงจ้วงก็มาถึงพื้นที่ทำงานของทีมคลังสินค้าแล้ว ทุกคนทยอยกันเข้าแถว รอฟังโอวาทประจำวันของหัวหน้ากลุ่มอย่างโหวเหวินที่ขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว
โหวเหวินเปิดฉากด้วยสโลแกนเดิมๆ ไม่เคยเปลี่ยน "สวัสดีทุกคน!"
ทุกคนเริ่มตอบรับ ตะเบ็งเสียงดังลั่น "ดี ดีมาก ดีเยี่ยมไปเลย"
เมื่อการประชุมเช้าที่น่าเบื่อหน่ายราวกับพระถังซัมจั๋งสวดมนต์จบลง ภารกิจหน้าที่การงานในแต่ละวันก็เริ่มต้นขึ้น ตู้คอนเทนเนอร์แต่ละตู้ที่คนขับรถบรรทุกพ่วงนำมาจอดไว้ ถูกจัดเรียงเข้าที่เข้าทางอย่างเป็นระเบียบ
วินาทีที่ประตูตู้คอนเทนเนอร์ถูกเปิดออก ชีวิตการทำงานเยี่ยงวัวเยี่ยงควายของวันนี้ก็เริ่มต้นขึ้น