ไหวพริบในชีวิตจริง
กระเป๋าเงินของอัลเลนตุงแน่นไปด้วยเงินมัดจำล่วงหน้าจากมิสเตอร์เกเบิล
ความสำเร็จหอมหวานเหมือนไวน์รสเลิศ ทำให้เขารู้สึกคึกคักและมีพลัง
แต่ทว่า... ขณะที่เดินกลับบ้านไปตามถนนสายเปลี่ยว ความรู้สึกเย็นยะเยือกแปลกประหลาดก็แล่นพล่านขึ้นมาจากไขสันหลัง
สัญชาตญาณเตือนภัยทำงานทันที
เขาชะลอฝีเท้าลง แสร้งทำเป็นหยุดดูของในตู้โชว์ร้านข้างทาง แต่สายตาลอบมองภาพสะท้อนในกระจก
ชายร่างท้วมสวมหมวกสักหลาดใบเก่า เดินตามเขามาห่างๆ ประมาณยี่สิบก้าว ทำทีเป็นเดินทอดน่องมองนกมองไม้เหมือนคนเร่ร่อนทั่วไป
แต่สัญชาตญาณนักธุรกิจ (และอดีตผู้ผ่านสมรภูมิชีวิต) ของอัลเลนบอกว่า... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เขาเดินต่อไปจนถึงทางแยก แล้วหักเลี้ยวขวากะทันหันเข้าสู่ตรอกแคบๆ
จากนั้นเขาก็รีบแนบแผ่นหลังพิงกำแพง กลั้นหายใจรอ...
ไม่กี่อึดใจต่อมา ร่างในหมวกสักหลาดก็โผล่หน้าเข้ามาที่ปากตรอก เมื่อเห็นทางว่างเปล่า สีหน้าของมันก็ดูงุนงงสับสน ก่อนจะรีบก้าวเท้าตามเข้ามา
ชัดเจน!
มันคือคนสะกดรอยตาม
เงินในกระเป๋าทำให้อัลเลนกลายเป็นเป้านิ่งเคลื่อนที่เสียแล้ว
ทำยังไงดี? สู้เหรอ?
ในตรอกแคบๆ แบบนี้ ร่างกายที่เพิ่งฟื้นไข้ของเขาคงไม่อาจต้านทานชายฉกรรจ์ได้
ตะโกนให้คนช่วย?
ในย่านเสื่อมโทรมแบบนี้ เสียงร้องขอความช่วยเหลือรังแต่จะเรียกฝูงหมาป่าตัวอื่นให้เข้ามารุมทึ้งเร็วขึ้น
สมองของอัลเลนประมวลผลอย่างรวดเร็ว...
เขาเลือกที่จะไม่หนี แต่ก้าวเดินออกจากมุมมืด ตรงดิ่งเข้าไปหาชายคนนั้น!
นักสะกดรอยตามถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ เหยื่อก็โผล่มาตรงหน้า มันชะงักกึก มือขวาขยับไปที่เอวโดยสัญชาตญาณ
“ไม่ต้องตกใจเพื่อน”
อัลเลนหยุดยืนห่างออกไปห้าก้าว ยกมือสองข้างขึ้นเสมอไหล่แสดงเจตนาบริสุทธิ์
“ฉันแค่หลงทาง อยากจะถามทางหน่อย”
“ถามทาง?” ชายคนนั้นทำหน้าเหวอ ปรับอารมณ์ไม่ถูก
“ใช่” อัลเลนปั้นหน้าซื่อตาใส “ฉันกำลังตามหาร้านเหล้าที่ชื่อ ‘คริปเปิล ด็อก’ (Cripple Dog - หมาขาเป๋) เห็นเขาว่าวิสกี้ที่นั่นแรงสะใจ แถมวงไพ่ก็ยุติธรรมดี นายพอจะรู้ไหมว่ามันอยู่ตรงไหน?”
'คริปเปิล ด็อก' คือซ่องโจรและฐานบัญชาการของ 'แก๊งไวเปอร์' (Viper Gang) แก๊งมาเฟียไอริชขาใหญ่ในย่านนี้ อัลเลนเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูมาบ้างตอนหาข่าว
ทันทีที่ได้ยินชื่อถิ่นของตัวเอง สีหน้าของชายคนนั้นก็เปลี่ยนไป แววตาระแวดระวังลดลงกึ่งหนึ่ง
คนที่รู้จักชื่อนี้และกล้าถามหา... ย่อมไม่ใช่ไก่อ่อนธรรมดาแน่
“เดินตรงไป เลี้ยวซ้ายตรงแยกที่สาม”
มันชี้มือบอกทางอย่างงงๆ
“ขอบใจมาก”
อัลเลนยิ้มกว้าง ผงกหัวขอบคุณ แล้วเดินสวนผ่านหน้ามันไปอย่างใจเย็นโดยไม่หันกลับไปมอง
นักสะกดรอยยืนเกาหัวมองตามหลังอัลเลนไปอย่างลังเล... สุดท้ายมันก็ตัดสินใจไม่ตามต่อ
งานของมันวันนี้แค่มาสืบประวัติ 'ไอ้เด็กขายกระป๋อง' ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงปะทะกับคนของแก๊งตัวเอง (หรือคนที่รู้จักกับแก๊ง)
เมื่อพ้นสายตา อัลเลนรีบเร่งฝีเท้า เหงื่อกาฬแตกพลั่กชุ่มแผ่นหลัง
เขาไม่ได้ไปร้านเหล้านั่น แต่เดินอ้อมโลกเป็นวงกลมเพื่อสลัดหลุด แล้วรีบมุดกลับเข้าห้องใต้ดินทันที
เมื่อลงกลอนประตูแน่นหนาแล้ว เขาก็ทรุดตัวลงพิงประตู หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
เหตุการณ์นี้เหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดโครมใส่หน้าเขา
เขามัวแต่ตื่นเต้นกับความสำเร็จทางธุรกิจ จนลืมคำนึงถึง 'ความเสี่ยง' ที่มาพร้อมกับความมั่งคั่ง
ในยุคบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไร้ขื่อแปนี้... แกะที่อ้วนพีโดยไม่มีเขี้ยวเล็บ ย่อมตกเป็นอาหารอันโอชะของหมาป่า
“แก๊งไวเปอร์...” อัลเลนพึมพำชื่อศัตรู
วันนี้พวกมันแค่ส่งคนมาดูลาดเลา แต่ครั้งหน้า... พวกมันจะมา 'เก็บส่วย' แน่นอน
ยอมจ่ายค่าคุ้มครองเหรอ?
ฝันไปเถอะ! การยอมก้มหัวให้พวกมันครั้งหนึ่ง เท่ากับต้องเป็นทาสพวกมันไปตลอดชีวิต ความโลภของพวกมาเฟียไม่มีที่สิ้นสุด
“แผนความปลอดภัยต้องมาก่อนการผลิตแล้ว”
อัลเลนนอนแผ่หลาบนเตียง จ้องมองเพดานมืดมิด สมองเริ่มวางแผนการรบ
หนึ่ง... เขาต้องการอาวุธไว้ป้องกันตัว
สอง... เขาต้องการกำลังคน ทหารผ่านศึกที่ต้องการเงินคือตัวเลือกที่ดีที่สุด
สาม... เขาต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ต้องทำให้ไอ้งูพิษพวกนี้รู้ว่า 'เนื้อ' ก้อนนี้มีพิษร้ายแรง ใครกล้ามากัด... ต้องตาย!
แววตาของอัลเลนเปลี่ยนจากพ่อค้าผู้ใจดี กลายเป็นนักล่าผู้เหี้ยมเกรียม
เงินในกระเป๋าตอนนี้ ไม่ใช่แค่เงินทุนหมุนเวียน... แต่มันคือ 'งบการทหาร'
ภายนอกห้อง ลมนิวยอร์กพัดกรรโชกแรง... แต่ภายในใจของอัลเลน สงบนิ่งราวกับผิวน้ำก่อนพายุใหญ่
สงครามกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
และเขาก็พร้อมที่จะวางสมุดบัญชีลงชั่วคราว เพื่อหยิบอาวุธขึ้นมาสู้!