ราคาที่ต้องจ่าย
กำหนดเส้นตายห้าวันพุ่งผ่านไปรวดเร็วราวกับสายฟ้า ดาบแห่งดาโมคลีส (Sword of Damocles) ที่แขวนอยู่เหนือศีรษะของอัลเลนดูจะสั่นไหวและพร้อมจะร่วงหล่นลงมาทลายทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นได้ทุกเมื่อ
ทว่าอัลเลนไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวไปกับความตื่นตระหนก ในช่วงกลางวัน เขาขังตัวเองอยู่ในห้องใต้ดินและเร่งผลิตอาหารกระป๋องอย่างขะมักเขม้น กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อสตูว์ที่โชยขึ้นไปด้านบนนั้นเข้มข้นกว่าปกติ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คุณนายฮัดสันรู้สึกเบาใจว่าผู้เช่าของเธอไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่มันยังทำให้เพื่อนบ้านคนอื่นๆ เชื่อสนิทใจว่าชายหนุ่มผู้ขยันขันแข็งคนนี้กำลังทำงานหนักจนสายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินมาจ่าย "ค่าคุ้มครอง"
ความขยันหมั่นเพียรกลายเป็นเครื่องพรางตัวที่สมบูรณ์แบบที่สุดของเขา
แต่เมื่อราตรีมาเยือนและชาวนิวยอร์กจมดิ่งสู่การหลับใหล กลิ่นเนื้อสตูว์ในห้องใต้ดินก็ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนกึกของสารเคมี ภายใต้แสงวับแวมของตะเกียงน้ำมัน อัลเลนค่อยๆ ปรับแต่ง "สิ่งประดิษฐ์" ของเขาอย่างใจเย็นราวกับนักเล่นแร่แปรธาตุ เขาทำการทดสอบระยะเวลาการเผาไหม้ของสายชนวนในกระป๋องเหล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า วัดเวลาอย่างแม่นยำทุกวินาที เขาต้องการจังหวะหน่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบ เพื่อรับประกันว่าทันทีที่ "ความร้อน" เริ่มทำงาน เขาจะอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุพอที่จะไร้ข้อกังขา
สายลับในเงามืด
ในเย็นวันที่สาม ร่างเล็กๆ ปรากฏขึ้นราวกับวิญญาณที่หน้าต่างด้านหลังของห้องใต้ดิน
“คุณวิลเลียมส์ครับ…” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้น
อัลเลนแง้มบานหน้าต่างไม้ของห้องใต้ดินออกเล็กน้อย “เข้ามาเร็ว ทิมมี่”
เด็กน้อยปีนเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้ามอมแมมนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นผสมความกังวล “ท่านครับ ผมมีข้อมูลสำคัญจากท่าเรือ!”
อัลเลนไม่ได้เร่งรัด เขายื่นแก้วน้ำและขนมปังแผ่นหนาให้เด็กชาย อัลเลนรู้ดีว่าการจะใช้คนให้ได้ใจและได้งานที่แม่นยำ เขาต้องไม่ตระหนี่ ทิมมี่กินอาหารอย่างหิวโหยก่อนจะเริ่มรายงาน
“ผมเฝ้าดูที่โกดังหมายเลข 4 มาสองคืนแล้วครับ ยามที่เฝ้าชื่อแจ็คกับโอมาลลีย์ ไอ้โอมาลลีย์มันพวกตัณหากลับครับ ทุกคืนช่วงตีหนึ่งมันจะแอบออกไปหาโสเภณีแถวท่าเรือประมาณครึ่งชั่วโมง ทิ้งให้แจ็คเฝ้าโกดังอยู่คนเดียว!”
“แล้วแจ็คล่ะ? เขาตื่นตัวแค่ไหน?” อัลเลนถามพลางหรี่ตา
“รายนั้นเหรอครับ?” ทิมมี่แค่นหัวเราะ “ขี้เกียจยิ่งกว่าหมู! พอโอมาลลีย์ลับสายตาไป เขาก็จะควักบรั่นดีออกมาดื่ม และไม่เกินสิบนาทีเขาก็จะงีบหลับบนเก้าอี้ข้างประตู หน้าที่ของเขาคือการกรนให้ดังพอๆ กับเสียงคลื่นเลยครับ!”
ช่วงเวลาทองคำครึ่งชั่วโมง... หัวใจของอัลเลนเต้นแรงด้วยความพึงพอใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย
“เยี่ยมมากทิมมี่ ข้อมูลนี้คุ้มค่ากับราคาที่ฉันจะจ่าย” อัลเลนหยิบเงิน 10 ดอลลาร์ยื่นให้เด็กชาย ดวงตาของทิมมี่เบิกกว้างราวกับเห็นปาฏิหาริย์ เงินจำนวนนี้มากพอจะเลี้ยงชีพเขาไปได้อีกหลายเดือน
“ท่านครับ... มันมากเกินไป...”
“นายสมควรได้รับมัน ทิมมี่” อัลเลนโน้มตัวลงไปกระซิบ “ฉันเชื่อว่านายคงเดาออกว่าฉันกำลังจะทำอะไร นายจะอยู่ข้างฉันไหม?”
“แน่นอนครับท่าน! ผมเกลียดแก๊งไวเปอร์เข้ากระดูกดำ พวกมันกดขี่พวกเราเหมือนไม่ใช่คน ท่านวางใจผมได้เลย!”
หมากลวงและผ้าพันคอสีแดง
อัลเลนเริ่มมอบหมายงานสุดท้าย “ในคืนปฏิบัติการ ฉันต้องการให้นายก่อความวุ่นวายที่ปลายถนนอีกด้านของโกดัง ชวนเด็กๆ มาเล่นเกมส่งเสียงดัง หรือแกล้งทะเลาะกับใครสักคนก็ได้ เป้าหมายคือดึงสายตาทุกคู่บนถนนให้ไปอยู่ที่นายในช่วงเวลาสิบนาทีที่สำคัญที่สุด”
“เรื่องถนัดของผมเลยครับ!” ทิมมี่รับคำอย่างกระตือรือร้น
“และอีกเรื่อง...” อัลเลนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กชาย “นายรู้จักพวกมาเฟียอิตาลีที่อยู่บล็อกถัดไปไหม?”
“รู้จักครับ พวกเขาเป็นอริกับแก๊งไวเปอร์ เพิ่งจะเปิดศึกแย่งชิงพื้นที่ขายแอปเปิ้ลไฟกันไปเมื่อเดือนก่อน”
“พวกเขามีสัญลักษณ์อะไรเด่นๆ ไหม?”
ทิมมี่นิ่งคิด “อ้อ! พวกหัวโจกบางคนชอบสวมผ้าพันคอไหมสีแดงครับ มันดูหรูและเด่นมากในย่านนี้”
อัลเลนยกยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม “ไปหาผ้าพันคอแบบนั้นมาให้ฉันผืนหนึ่ง อย่าขโมยมา แต่ให้ซื้อด้วยเงินนี้ และห้ามให้ใครรู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับนายหรือฉัน ถ้าทำสำเร็จ ฉันจะให้เงินนายอีก 10 ดอลลาร์”
พยานที่ซื่อสัตย์
บ่ายวันที่สี่ หนึ่งวันก่อนปฏิบัติการ อัลเลนเดินทางไปที่ร้านขายของชำของมิสเตอร์เกเบิลด้วยท่าทางที่ดูอิดโรยและสิ้นหวังกว่าปกติ
“คุณวิลเลียมส์! คุณดูแย่มากนะ” เกเบิลเอ่ยด้วยความสงสาร “ไอ้สารเลวเมอร์ฟี่มันกดดันคุณอีกแล้วเหรอ?”
“พรุ่งนี้คือวันสุดท้ายแล้วครับคุณเกเบิล...” อัลเลนเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ “ผมต้องทำงานทั้งคืนเพื่อให้สินค้าของคุณเสร็จทันเวลา อย่างน้อยถ้าผมหาเงินให้พวกมันไม่พอ ผมก็อยากมั่นใจว่าผมจะไม่ผิดนัดส่งของกับคุณ...”
นี่คือการสร้างพยานบุคคลชั้นยอด อัลเลนต้องการให้มีคนยืนยันว่าเขา ‘ขังตัวเองอยู่ในห้องใต้ดินเพื่อทำงาน’ ตลอดทั้งคืนที่เกิดเหตุ
“โธ่เจ้าหนู... นายดื้อรั้นจริงๆ ถ้ามันไม่ไหว ผมให้คุณยืมก่อนก็ได้นะ”
“ขอบคุณในความกรุณาครับ แต่ผมต้องแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง” อัลเลนปฏิเสธอย่างสุภาพ ทิ้งความประทับใจในความเป็นคนซื่อสัตย์และสู้ชีวิตไว้ในใจของเกเบิล
ความเงียบก่อนพายุ
กลางคืนมาเยือนอีกครั้ง... เข้าสู่ช่วงเช้ามืดของวันที่ห้า ซึ่งเป็น ‘วันเก็บส่วย’ ที่เมอร์ฟี่ตั้งตารอ
ในห้องใต้ดินที่เงียบสงัด อัลเลนยืนอยู่ท่ามกลางผลงานสองด้าน ด้านหนึ่งคือกระป๋องสตูว์เนื้อที่จัดเรียงอย่างเรียบร้อยเพื่อส่งให้มิสเตอร์เกเบิล อีกด้านหนึ่งภายใต้ผ้าใบกันน้ำ คือถุงผ้าใบห้าใบที่บรรจุดินปืนและสารไวไฟที่เขาสกัดขึ้นเอง พร้อมชนวนที่คำนวณความยาวมาอย่างแม่นยำ
และบนโต๊ะนั้น มีผ้าพันคอไหมสีแดงวางเด่นอยู่
อัลเลนถอดชุดทำงานออกและสวมชุดสีเข้มที่รัดกุมเหมาะแก่การเคลื่อนไหวในเงามืด เขาสัมผัสที่ด้ามปืนพกโคลท์ เนวี (Colt Navy Revolver) ที่เหน็บอยู่ด้านหลังเพื่อความมั่นใจ
กำหนดเส้นตายห้าวันมาถึงแล้ว... และคนที่จะต้อง ‘จ่าย’ ราคาที่แพงที่สุดในค่ำคืนนี้ ไม่ใช่อัลเลน แต่น่าจะเป็นนายเมอร์ฟี่และอาณาจักรโสมมของเขา