ราตรีแห่งการประหาร

หลังเที่ยงคืนเพียงเล็กน้อย เสียงโครมครามกึกก้องคล้ายกระป๋องเหล็กกองมหึมาหล่นลงมาจากที่สูงดังมาจากห้องใต้ดินของอัลเลน ทำเอา คุณนายฮัดสัน ที่กำลังหลับสนิทสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ

เธอรีบคว้าเสื้อโค้ทสวมทับชุดนอนแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่หัวบันได เสียงสั่นเครือด้วยความกังวล

“คุณวิลเลียมส์! ตายจริง คุณยังทำงานอยู่อีกเหรอ? เกิดอะไรขึ้นน่ะ!”

เสียงของอัลเลนตอบกลับมาทันควันจากเบื้องล่าง น้ำเสียงเหนื่อยล้าติดจะรำคาญตัวเองเล็กน้อย

“ขอโทษครับคุณผู้หญิง! ผมทำกล่องกระป๋องหลุดมือเพราะความเพลียเองครับ เดี๋ยวผมจะรีบเก็บกวาดให้เสร็จ ขอโทษที่ทำให้ตื่นนะครับ!”

“โอ้ เจ้าหนูเอ๊ย...” คุณนายฮัดสันถอนหายใจด้วยความสงสารและโล่งใจที่เขาไม่ได้เป็นอะไร “อย่าหักโหมนักเลย เงินทองมันหาได้ไม่จบไม่สิ้นหรอก”

เธอพึมพำขณะเดินกลับเข้าห้องนอนไป โดยหารู้ไม่ว่า เสียงโครมครามนั้นคือการจัดฉากครั้งสุดท้าย เพื่อสร้างพยานบุคคลที่ยืนยันว่าเขา ‘ยังอยู่ในห้อง’ ในช่วงเวลาสำคัญ

การแทรกซึมผ่านเงามืด

เมื่อมั่นใจว่าคุณนายฮัดสันกลับไปนอนแล้ว อัลเลนสลัดความเหนื่อยล้าปลอมๆ ทิ้งไป เขารีบเปลี่ยนเป็นชุดผ้าเนื้อหยาบสีเข้มที่รัดกุม ตรวจสอบถุงผ้าใบบรรจุดินปืน 5 ชุด เหล็กงัด และ ผ้าพันคอไหมสีแดง ที่พับไว้อย่างดีลงในกระสอบที่ไม่สะดุดตา

เขาเลื้อยออกจากหน้าต่างบานแคบด้านหลังห้องใต้ดินอย่างเงียบเชียบราวกับแมวที่ออกล่าเหยื่อ และหายตัวไปในความมืดมิดของนิวยอร์ก

อัลเลนใช้เส้นทางที่ซับซ้อนผ่านตรอกซอยที่เต็มไปด้วยขยะและกลิ่นเหม็นอับ ทุกย่างก้าวแฝงตัวอยู่ในเงามืด หลบเลี่ยงแสงตะเกียงและเสียงรองเท้าบูทของตำรวจที่ลาดตระเวนอยู่ไกลๆ จนกระทั่งถึงจุดนัดพบห่างจาก โกดังหมายเลข 4 ไปสองถนน

ทิมมี่ รออยู่ที่นั่นแล้ว ดวงตาของเด็กน้อยเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนครับ!” ทิมมี่กระซิบ “โอมาลลีย์เพิ่งเดินโอนเอนออกไปหาโสเภณี ส่วนแจ็คดื่มเหล้าเข้าไปเยอะแล้ว ตอนนี้คงเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่ในความฝัน เพื่อนๆ ผมพร้อมส่งเสียงแล้วครับ!”

“ดีมาก” อัลเลนยื่นถุงเงินงวดสุดท้ายให้ “จำไว้ เมื่อเห็นเปลวไฟวาบขึ้น ให้พาเพื่อนหนีไปทันที และลืมไปซะว่าเคยเห็นฉันในคืนนี้”

ทิมมี่กำถุงเงินแน่น พยักหน้าอย่างแรงก่อนจะหายไปในเงามืด

การทำลายล้างที่แม่นยำ

โกดังอิฐแดงสองชั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า อัลเลนสังเกตเห็นแจ็ค ยามรักษาการณ์ พิงเก้าอี้และยกขวดบรั่นดีจิบเป็นระยะ ทันใดนั้น เสียงโวยวายของกลุ่มเด็กๆ ก็ดังมาจากอีกฟากของถนน ดึงความสนใจของยามและชาวบ้านแถวนั้นไปจนสิ้น

ได้เวลาแล้ว

อัลเลนพุ่งตัวออกจากเงามืด อ้อมไปยังด้านหลังโกดัง สอดเหล็กงัดเข้าที่แผ่นไม้หน้าต่างระบายอากาศที่ผุพัง แรงงัดเพียงเล็กน้อยก็เปิดทางให้เขาลอดเข้าไปข้างในได้อย่างไร้เสียง

ภายในโกดังอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้าราคาถูก ยาสูบ และกระสอบป่าน อัลเลนจัดวางชุดจุดไฟ 4 ชุดไว้ที่มุมทั้งสี่ของอาคาร โดยเน้นจุดที่มีโครงสร้างไม้และวัสดุไวไฟสูง

ส่วนชุดที่ 5 ซึ่งใหญ่ที่สุด เขาซ่อนไว้ใจกลางโกดัง... ท่ามกลางลังบรั่นดีจากฝรั่งเศส 12 ลัง

บรั่นดีที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นจะทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นยอดที่จะเปลี่ยนกองไฟธรรมดาให้กลายเป็นการระเบิดครั้งใหญ่

สุดท้าย เขาหยิบ ผ้าพันคอไหมสีแดงสด ออกมา แขวนมันไว้กับตะปูที่ลังไม้ที่แตกหักอย่างจงใจ ให้ดูเหมือนร่องรอยการหลบหนีที่รีบร้อนของ "ใครบางคน"

ปฐมบทแห่งเปลวเพลิง

อัลเลนจุดไม้ขีดไฟ เปลวไฟสีเหลืองสลัวสะท้อนใบหน้าอันเย็นชาของเขา เขาจุดชนวนสายยาวที่คำนวณไว้ว่าให้เวลาเขา 180 วินาที ประกายไฟส่งเสียงฉ่าในความมืด

เขาปีนออกทางเดิม ดันแผ่นไม้กลับเข้าที่อย่างลวกๆ แล้วออกวิ่งสุดฝีเท้าไปยังดาดฟ้าของอาคารอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ห่างออกไป เพื่อดู “ผลงาน”

3... 2... 1...

ตูม—!!!

เสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วท่าเรือ! แอลกอฮอล์ที่ระเหยกลายเป็นไอภายใต้อุณหภูมิสูงระเบิดตัวออกด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล หลังคาโกดังปลิวว่อน เศษอิฐและไม้กระจัดกระจาย เปลวไฟสีส้มแดงพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าเปลี่ยนราตรีที่มืดมิดให้สว่างไสวราวกับกลางวัน

แจ็ค ยามหน้าประตู ถูกแรงอัดและไฟลุกลามจนต้องกลิ้งตัวหนีตายออกมาอย่างอนาถ ส่วนโอมาลลีย์ที่เพิ่งเดินกลับมาถึงกับทำขวดไวน์หลุดมือแตกกระจาย ยืนมองอาณาจักรของเจ้านายที่กลายเป็นคบเพลิงยักษ์ด้วยความสิ้นหวัง

อัลเลนยืนมองภาพนั้นจากดาดฟ้า ลมหนาวพัดผ่านเสื้อผ้า แต่ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น เขาไม่ได้แค่แก้แค้น แต่เขาได้ ถอนรากถอนโคนต้นทุนทางเศรษฐกิจ ของแก๊งไวเปอร์ลงอย่างถาวร

เขาหันหลังกลับ ไถลลงจากดาดฟ้าและกลมกลืนไปกับความมืดอีกครั้ง เพื่อกลับไปยังห้องใต้ดินที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นสตูว์เนื้อ... ก่อนที่แสงแรกของวันจะมาถึง พร้อมกับข่าวร้ายที่จะช็อกไปทั่วเมืองนิวยอร์ก

ตอนก่อน

จบบทที่ ราตรีแห่งการประหาร

ตอนถัดไป