ความนิยมและแนวคิด
การล่มสลายของแก๊งไวเปอร์ เปรียบเสมือนการโยนหินก้อนใหญ่ลงไปในบ่อน้ำนิ่งของย่านโบเวอรี่ แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นไม่ได้จางหายไปง่ายๆ
ในชั่วข้ามคืน ชื่อของ ‘อัลเลน วิลเลียมส์’ และ ‘อาหารกระป๋องตราวิลเลียมส์’ ก็กลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันปากต่อปากไปทั่วทุกหัวระแหง
ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน ชื่อเสียงนั้นไม่เพียงแต่นำมาซึ่งยอดสั่งซื้อถล่มทลายจนน่าตกใจ แต่ยังนำมาซึ่ง ‘วิกฤตการณ์’ รูปแบบใหม่ที่ทำให้อัลเลนต้องกุมขมับ
ณ ห้องใต้ดินอันคับแคบ... มิสเตอร์เกเบิลกำลังโบกกระดาษแผ่นยาวเหยียดไปมาด้วยความตื่นเต้น มือไม้สั่นเทาจนแทบจะคุมไม่อยู่
“วิลเลียมส์! ดูนี่สิ! เร็วเข้า มาดูนี่!”
เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความปิติยินดี
“คนทั้งย่านโบเวอรี่... ไม่สิ! แม้แต่พ่อค้าจากย่านอื่นก็แห่กันมาขอซื้ออาหารกระป๋องของคุณ! คุณรวยแล้วไอ้หนู! คราวนี้คุณรวยเละเทะแน่!”
อัลเลนรับกระดาษรายการสั่งซื้อมาดู สายตากวาดมองตัวเลขจำนวนมหาศาลที่เรียงรายอยู่บนนั้น
เบื้องหลังตัวเลขทุกตัว คือเม็ดเงินกำไรมหาศาลที่รอให้เขาไปกอบโกย... แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มองเห็น ‘หายนะ’ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
อัลเลนพับกระดาษเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออย่างใจเย็น
“ขอบคุณมากครับคุณเกเบิล... แต่คุณก็น่าจะรู้ดีกว่าผมนะครับว่า ด้วยกำลังการผลิตเท่าหางอึ่งของผมตอนนี้ ต่อให้ผมทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่ได้หลับได้นอน ผมก็คงผลิตให้ได้ไม่ถึง 1 ใน 10 ของยอดสั่งซื้อนี้ด้วยซ้ำ”
เขาผายมือไปรอบๆ ห้องใต้ดินที่มืดทึบและอึดอัด
“ที่นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ แต่มันเป็น 'โรงงาน' ไม่ได้... มันเล็กเกินไป ไม่ปลอดภัย และไม่มีประสิทธิภาพเอาซะเลย แค่ฝนตกหนักน้ำท่วม หรือโดนทางการสั่งปิดเพราะสุขอนามัย ธุรกิจของผมก็จบเห่ทันที”
ความตื่นเต้นของมิสเตอร์เกเบิลค่อยๆ มอดลง เขาเป็นพ่อค้าที่ฉลาด และเข้าใจนัยสำคัญในคำพูดของอัลเลนได้ทันที
“หมายความว่า... คุณอยากจะย้ายที่ใหม่งั้นรึ?”
“ไม่ใช่แค่ย้ายครับ” อัลเลนแก้ไขด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แต่ผมต้องการ 'สร้างโรงงาน'... ผมต้องหาบ้านที่แท้จริงให้กับ 'วิลเลียมส์' สถานที่ที่แข็งแรง กว้างขวาง และยิ่งใหญ่พอที่จะรองรับความทะเยอทะยานทั้งหมดของผมได้”
คำประกาศนั้นทำเอามิสเตอร์เกเบิลถึงกับอึ้ง
เดิมทีเขาคิดว่าอัลเลนคงจะพอใจกับการเช่าตึกแถวใหญ่ๆ สักห้องเพื่อขยายกิจการไปทีละก้าว
แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า... เป้าหมายของเด็กหนุ่มคนนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม คือการสร้างอาณาจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่!
...
บ่ายวันนั้น อัลเลนมอบหมายหน้าที่คุมการผลิตให้ มิลเลอร์ และ โจนส์ ดูแลแทนชั่วคราว
เขาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นเสื้อโค้ทขนสัตว์ตัวใหม่ที่ดูภูมิฐานแต่ไม่ฉูดฉาดจนเกินงาม แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ย่านดาวน์ทาวน์ของนิวยอร์ก เดินตรงเข้าไปยังบริษัทนายหน้าค้าที่ดินที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่ง
“สวัสดีตอนบ่ายครับคุณลูกค้า มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?”
เจ้าหน้าที่ร่างท้วมสวมแว่นตากรอบทองรีบเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
“สวัสดีครับ”
อัลเลนยื่นนามบัตรใบเรียบง่ายให้ บนนั้นพิมพ์ไว้เพียงชื่อของเขาและข้อความสั้นๆ ว่า 'Williams Food Company' (บริษัทอาหารวิลเลียมส์)
“ผมต้องการซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงานแปรรูปอาหารครับ”
ทันทีที่เห็นชื่อบนนามบัตร สีหน้าของนายหน้าก็เปลี่ยนไปฉับพลัน แววตาฉายแววตื่นเต้นระคนนับถือ
“โอ้! คุณคือคุณวิลเลียมส์! วีรบุรุษจากหน้าหนังสือพิมพ์คนนั้นนี่เอง! เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับที่ได้ต้อนรับคุณ... ไม่ทราบว่าคุณกำลังมองหาที่ดินเปล่า หรือโรงงานเก่าที่พร้อมใช้งานครับ?”
“ขอเป็นโรงงานที่มีโครงสร้างเดิมอยู่แล้วจะดีกว่าครับ” อัลเลนระบุความต้องการอย่างชัดเจน
“ข้อแรก... ต้องเป็นอาคารก่ออิฐที่แข็งแรง มีกำแพงสูง ข้อสอง... พื้นที่ต้องกว้างขวางพอที่จะรองรับคนงานอย่างน้อย 50 คนให้ทำงานพร้อมกันได้ และต้องมีโกดังเก็บของแยกเป็นสัดส่วน ข้อสาม... การคมนาคมต้องสะดวก ควรอยู่ใกล้ท่าเรือแม่น้ำอีสต์ริเวอร์ เพื่อความสะดวกในการขนส่งวัตถุดิบและสินค้า”
นายหน้าจดบันทึกยิกๆ ลงในสมุดพก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มการค้า
“คุณวิลเลียมส์ครับ ความต้องการของคุณชัดเจนมาก แต่โรงงานสเปกสูงขนาดนี้ ราคาย่อมไม่เบานะครับ”
“ผมทราบครับ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา... ตราบใดที่มันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป”
น้ำเสียงของอัลเลนราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจการเงินที่ไม่อาจดูแคลนได้ (ก็นะ... ช่วงนี้เขาก็โกยเงินมาได้ไม่น้อยทีเดียว)
“เข้าใจแล้วครับ”
นายหน้าพยักหน้ารับทราบ พลิกดูแฟ้มเอกสารในมืออย่างรวดเร็ว
“ผมมีอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งที่น่าจะตรงสเปกคุณ แต่มีอยู่แห่งหนึ่งที่ผมคิดว่าคุณน่าจะสนใจเป็นพิเศษ...”
“ลองว่ามาสิครับ”
“ริมแม่น้ำอีสต์ริเวอร์... มีโรงงานตีเหล็กเก่าแห่งหนึ่งชื่อว่า 'โนแลน สตีล' (Nolan Steel) ครับ”
นายหน้าดึงเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาวางตรงหน้า
“อย่างที่คุณทราบ ปีที่แล้วเศรษฐกิจผันผวนหนัก ธุรกิจหลายแห่งไปไม่รอด รวมถึงคุณโนแลนเจ้าของที่นี่ด้วย ตอนนี้เขาต้องการรีบขายโรงงานเพื่อใช้หนี้ ราคาเลยถูกกดลงมาต่ำมากจนน่าตกใจ”
“น่าสนใจ... แล้วทำไมถึงยังไม่มีคนซื้อล่ะครับ?”
“เพราะมัน... ใหญ่และแข็งแรงเกินความจำเป็นน่ะสิครับ” นายหน้าอธิบาย
“สำหรับพ่อค้าทั่วไป พวกเขาไม่ต้องการกำแพงหนาเตอะหรือพื้นที่มโหฬารขนาดนั้น แถมค่ารื้อถอนเตาหลอมเหล็กยักษ์ก็แพงหูฉี่ มันเลยกลายเป็นเผือกร้อนที่ไม่มีใครกล้าแตะ... แต่สำหรับคุณที่เน้นเรื่องความปลอดภัยและพื้นที่ใช้สอย ผมว่าที่นี่แหละครับคือเนื้อคู่ของคุณ!”
หัวใจของอัลเลนเต้นแรงขึ้นมาทันที
ฟังดูเหมือนสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
“พาผมไปดูหน่อยครับ” เขาตัดสินใจทันที
...
เมื่ออัลเลนมายืนอยู่หน้าโรงงานตีเหล็กร้างเป็นครั้งแรก โดยมีนายหน้านำทาง... ภาพตรงหน้าทำเอาเขาแทบหยุดหายใจ
เพราะสิ่งที่เห็น... มันไม่ใช่แค่โรงงาน แต่มันคือ ‘ป้อมปราการ’ ชัดๆ!
อาคารโรงงานอิฐแดงขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลา แม้จะดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่ก็ยังแผ่รังสีแห่งพลังอุตสาหกรรมอันดุดันออกมา
กำแพงอิฐสูงสามชั้นล้อมรอบพื้นที่โรงงานทั้งหมดอย่างมิดชิด ด้านบนกำแพงยังโรยด้วยเศษแก้วคมกริบเพื่อป้องกันผู้บุกรุก
ประตูทางเข้าทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก เป็นประตูเหล็กกล้าสองชั้นขนาดมหึมา ที่แข็งแกร่งพอจะต้านทานแรงกระแทกจากรถศึกได้สบายๆ
“เชิญทางนี้ครับคุณวิลเลียมส์” นายหน้าไขกุญแจเปิดประตูเล็กด้านข้างให้
อัลเลนก้าวเท้าเข้าไปข้างใน...
ความกว้างขวางของพื้นที่ภายในทำให้เขาต้องตะลึง เพดานโรงงานที่ยกสูงโปร่งและเสาเหล็กขนาดใหญ่ บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในอดีตของสถานที่แห่งนี้
แสงแดดส่องลอดผ่านช่องแสงบนหลังคาที่เต็มไปด้วยฝุ่น ก่อให้เกิดลำแสงสีทองพาดผ่านความมืดสลัว
“ตรงนี้คือโถงตีเหล็กหลักครับ” นายหน้าผายมือแนะนำ “เตาหลอมยักษ์นั่นแม้จะดับไฟไปนานแล้ว แต่ปล่องไฟและระบบระบายอากาศยังสมบูรณ์ดีเยี่ยม”
อัลเลนพยักหน้า เดินสำรวจลึกเข้าไปอีกด้าน ซึ่งมีห้องก่ออิฐแยกเป็นสัดส่วนหลายห้อง
“ส่วนตรงนี้เคยเป็นสำนักงาน โกดังเก็บของ และหอพักคนงานมาก่อนครับ”
สำนักงานแยกส่วนสำหรับฝ่ายบริหาร... โกดังขนาดใหญ่ที่เก็บสินค้าได้เป็นภูเขาเลากา... และหอพักที่เหมาะเหม็งสำหรับใช้เป็นค่ายทหารส่วนตัวของหน่วยรปภ.!
สมบูรณ์แบบ!
นี่แหละคือรากฐานแรกของอาณาจักรในฝันของเขา!
ขณะยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของโรงงานร้าง ที่ยังคงอบอวลด้วยกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ... อัลเลนหลับตาลง
ในจินตนาการ... เขาได้ยินเสียงเครื่องจักรคำรามกึกก้อง... ได้กลิ่นหอมของอาหารกระป๋องลอยฟุ้ง... และเห็นภาพคนงานนับร้อยชีวิตกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น
“คุณวิลเลียมส์ครับ... พอใจไหมครับ?”
เสียงเรียกของนายหน้าดึงเขากลับสู่โลกความเป็นจริง
อัลเลนปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ซ่อนความตื่นเต้นไว้อย่างมิดชิด หันไปบอกนายหน้าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “ก็... พอใช้ได้ครับ งั้นเราไปดูที่อื่นกันต่อเถอะ”
(เทคนิคการต่อรองราคาเริ่มทำงาน!)