รากฐาน
“มิลเลอร์... นายหน้าขายที่ดินบอกราคาโรงงานเหล็กโนแลนมาเท่าไหร่?”
สายตาของอัลเลนจับจ้องไปที่แบบร่างโรงงานที่เขาวาดขึ้นเองอย่างคร่าวๆ บนกระดาษ
“ราคาเปิดอยู่ที่ 3,500 ดอลลาร์ครับเจ้านาย” มิลเลอร์รายงาน
“แต่พอผมเปรยๆ ว่าเราพร้อมจ่ายเงินสด เขาก็เริ่มมีท่าทีอ่อนลง แล้วบอกว่าถ้าเราสนใจจริงๆ ราคา 3,000 ดอลลาร์ก็น่าจะคุยกันได้”
“สามพันดอลลาร์...”
นิ้วเรียวยาวของอัลเลนลากไลไปตามแนวกำแพงสูงในแบบร่าง
เขาเริ่มคำนวณทรัพย์สินที่มีอยู่ในมืออย่างรวดเร็ว
เงินมัดจำล่วงหน้าจากมิสเตอร์เกเบิลและพ่อค้าคนอื่นๆ รวมกับกำไรสะสมทั้งหมดที่เขาหามาได้ กองรวมกันอยู่บนโต๊ะทำงานจนกลายเป็นภูเขาเงินขนาดย่อม
ยอดรวมทั้งสิ้น... 2,462 ดอลลาร์
ในปี ค.ศ. 1860 เงินจำนวนนี้มากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวชนชั้นกลางให้อยู่ดีกินดีไปได้ถึง 10 ปี
แต่สำหรับความทะเยอทะยานที่ไร้ก้นบึ้งของอัลเลนแล้ว... นี่เป็นเพียงเศษเงินก้อนเล็กๆ เท่านั้น
“โอ้โห... แพงหูฉี่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” โจนส์อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมา
“เจ้านายครับ... บางทีเราน่าจะลองเช่าโกดังใหญ่ๆ สักแห่งดูก่อนดีไหมครับ? น่าจะประหยัดงบไปได้เยอะ”
“ไม่” อัลเลนปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
“การเช่าที่ก็เหมือนกับการเอาเส้นเลือดใหญ่ของเราไปฝากไว้ในมือคนอื่น เจ้าของที่ดินจะขึ้นค่าเช่าเมื่อไหร่ก็ได้ จะไล่เราออกตอนไหนก็ได้... ธุรกิจของฉันจะไม่มีวันสร้างอยู่บนพื้นทรายที่ร่วนซุย ฉันต้องเป็นเจ้าของโรงงานนั่นอย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น”
น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดและทรงพลังจนไม่อาจโต้แย้งได้
มิลเลอร์และโจนส์หันมาสบตากัน แววตาของทั้งคู่ฉายแววทึ่งระคนนับถือ
ชายหนุ่มตรงหน้าพวกเขา แม้จะอายุยังน้อย แต่กลับมีจิตวิญญาณที่แน่วแน่และดุดันราวกับจักรพรรดินโปเลียน
“มิลเลอร์... ไปแจ้งนายหน้าว่า ข้าพเจ้า อัลเลน วิลเลียมส์ ประสงค์จะขอเข้าพบคุณโนแลนและทนายความของเขาอย่างเป็นทางการ เพื่อเจรจาธุรกิจในวันพรุ่งนี้ เวลาสิบโมงตรง ที่สำนักงานของเขา”
“รับทราบครับเจ้านาย!”
...
เช้าวันรุ่งขึ้น อัลเลนเดินทางมาถึงสำนักงานนายหน้าค้าที่ดินตรงเวลานัดหมาย... เพียงลำพัง
เขาไม่ได้พาจ่ามิลเลอร์หรือสิบโทโจนส์มาด้วย เพราะสนามรบในวันนี้ไม่ได้อยู่บนท้องถนน แต่อยู่บนโต๊ะเจรจา
บทบาทที่เขาต้องแสดงในวันนี้ ไม่ใช่วีรบุรุษปราบจลาจลที่มีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกัน แต่เป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้สุขุมและเปี่ยมด้วยเหตุผล
ภายในห้องรับรอง นอกจากตัวแทนนายหน้าแล้ว ยังมีชายชราวัยห้าสิบกว่าคนหนึ่งนั่งรออยู่
ผมของเขาขาวโพลน ใบหน้าซูบตอบอิดโรย สวมชุดสูทเนื้อดีที่เริ่มเก่าซีด ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและแฝงแววอาลัยอาวรณ์
เขาคือ 'โนแลนผู้เฒ่า' เจ้าของโรงงานเหล็กโนแลนที่เคยรุ่งเรือง
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณโนแลน” อัลเลนโค้งคำนับเล็กน้อยด้วยความเคารพ
“ฮึ...” โนแลนผู้เฒ่าทำเสียงขึ้นจมูก หันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์
เห็นได้ชัดว่าเขาเจ็บปวดที่ต้องมานั่งเจรจาขายผลงานชิ้นเอกในชีวิตของตัวเองให้กับไอ้หนุ่มเมื่อวานซืน
“สรุปว่า... แกสินะที่อยากได้โรงงานของฉัน? พ่อค้าอาหารกระป๋องหน้าใหม่ไฟแรง?”
“คุณโนแลนครับ ผมชื่นชมในสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาด้วยใจจริง”
น้ำเสียงของอัลเลนจริงใจและนุ่มนวล ไม่มีแววเยาะเย้ยถากถางแม้แต่น้อย
“โรงงานเหล็กโนแลนเคยเป็นดั่งอัญมณีเม็ดงามที่สุดริมแม่น้ำสายนี้ โครงสร้างและการออกแบบทุกตารางนิ้ว สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้สร้าง”
คำยกย่อนั้นเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ โนแลนผู้เฒ่ามีสีหน้าอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่มีใครรักโรงงานแห่งนั้นมากไปกว่าเขา และคำพูดของอัลเลนก็ช่างรู้ใจเขาเหลือเกิน
เมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มดีขึ้น นายหน้าจึงรีบฉวยโอกาสแทรกเข้ามา
“เห็นไหมครับคุณโนแลน คุณวิลเลียมส์ชื่นชมผลงานของคุณมากจริงๆ... งั้นเรามาเข้าเรื่องราคากันดีกว่าครับ ที่ราคา 3,000 ดอลลาร์ ผมว่าสมเหตุสมผลมากสำหรับทั้งสองฝ่าย”
“สามพันเหรอครับ?” อัลเลนยิ้มบางๆ แล้วส่ายหน้าช้าๆ
“อะไรนะครับ? คุณวิลเลียมส์คิดว่ามันไม่คุ้มค่างั้นเหรอ?” สีหน้าของนายหน้าเริ่มบึ้งตึง
“ไม่เลยครับ มันคุ้มค่าแน่นอน”
อัลเลนจ้องตาโนแลนผู้เฒ่าเขม็ง สายตาของเขาฉายแววเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ
“มันมีค่าคู่ควรไม่ว่าจะ 5,000 หรือ 10,000 ดอลลาร์ เพราะมันถูกสร้างขึ้นด้วยหัวใจและความฝันทั้งชีวิตของลูกผู้ชายคนหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้”
ร่างของโนแลนผู้เฒ่าสั่นสะท้านเล็กน้อย เขามองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอย
“แต่ทว่า...”
น้ำเสียงของอัลเลนเปลี่ยนไปฉับพลัน กลายเป็นเคร่งขรึมและเย็นชาแบบนักธุรกิจ
“ตอนนี้เราไม่ได้กำลังคุยเรื่องความฝันครับ... เรากำลังคุยเรื่อง 'ธุรกิจ'”
“คุณโนแลนครับ ขออภัยที่ผมต้องพูดตรงๆ ตอนนี้คุณกำลังเผชิญกับกองจดหมายทวงหนี้จากธนาคาร ค่าจ้างคนงานที่ค้างจ่าย และค่ำคืนที่ต้องนอนสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย... สิ่งที่คุณต้องการตอนนี้ไม่ใช่ตัวเลขสวยหรูในสัญญา แต่เป็น 'ทางรอด' ที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างให้จบสิ้นไปในคราวเดียว”
เขาหยิบถุงผ้าใบหนาหนักอึ้งออกมาจากกระเป๋าเอกสาร แล้ววางกระแทกลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดเงา
ตุ้บ!
ปากถุงเปิดออก เผยให้เห็นกองธนบัตรปึกใหญ่และเหรียญทองคำที่ส่องประกายวับวาว
“นี่คือเงินสด 1,500 ดอลลาร์ ครับ” อัลเลนประกาศเสียงดังฟังชัด
“เงินสดล้วนๆ... ไม่ใช่ตั๋วสัญญาใช้เงิน ไม่ใช่เช็คที่ต้องรอขึ้นเงิน ทันทีที่คุณเซ็นชื่อ เงินกองนี้เป็นของคุณทันที”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
สายตาของโนแลนผู้เฒ่าและนายหน้าจับจ้องไปที่กองเงินบนโต๊ะตาไม่กะพริบ
“หนึ่งพันห้าร้อย!?” นายหน้าอุทานเสียงหลงด้วยความไม่เชื่อหู
“คุณวิลเลียมส์! นี่คุณกำลังดูถูกพวกเราชัดๆ! เงินแค่นี้ซื้อที่ดินเปล่ายังไม่ได้เลยนะครับ!”
“ใจเย็นๆ ก่อนครับ” อัลเลนไม่ละสายตาไปจากชายชรา “ผมยังพูดไม่จบ”
เขาเลื่อนถุงเงินเข้าไปใกล้ตัวโนแลนอีกนิด
“ผมยอมรับครับว่า 1,500 ดอลลาร์มันน้อยไป... แต่คุณโนแลน ลองคิดดูดีๆ สิครับ ถ้าคุณปฏิเสธข้อเสนอของผมวันนี้ จะเกิดอะไรขึ้น? คุณจะต้องรอผู้ซื้อรายต่อไป... อาจจะอีกหนึ่งเดือน? หรือครึ่งปี?”
“ในระหว่างนั้น ดอกเบี้ยธนาคารก็จะงอกเงยขึ้นทุกวินาที ทนายความก็จะเรียกเก็บค่าปรึกษาไม่หยุดหย่อน เจ้าหนี้จะหมดความอดทนและรุมทึ้งคุณ สุดท้ายโรงงานของคุณก็จะถูกยึดขายทอดตลาด”
ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจของโนแลนผู้เฒ่า
“การประมูลขายทอดตลาดฟังดูดีใช่ไหมครับ? บางทีอาจจะขายได้สัก 3,000 หรือ 4,000... แต่หักค่านายหน้า หักค่าธรรมเนียมศาล หักค่าทนายความ... สุดท้ายแล้ว เงินที่จะเหลือถึงมือคุณจริงๆ จะมีสักเท่าไหร่? จะถึง 1,500 ดอลลาร์ที่กองอยู่ตรงหน้าตอนนี้หรือเปล่า?”
ใบหน้าของโนแลนผู้เฒ่าซีดเผือดจนกลายเป็นสีเทา
เขาเป็นนักธุรกิจ เขาบวกลบคูณหารเลขเป็น... และเขารู้ดีว่าสิ่งที่อัลเลนพูดมาคือความจริงอันโหดร้าย
“สิ่งที่ผมมอบให้คุณ มันมีค่ามากกว่าเงิน 1,500 ดอลลาร์ครับ”
อัลเลนลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับมีพลังโน้มน้าวใจอย่างน่าประหลาด
“ผมกำลังมอบ 'อิสรภาพ' ให้คุณ... เซ็นสัญญานี้ รับเงินก้อนนี้ไป เดินออกจากห้องนี้แล้วไปปิดหนี้ซะ เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีฝันร้ายตอนเที่ยงคืน ไม่ต้องทนสายตาดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าหนี้อีกต่อไป”
ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง
นายหน้าทำท่าจะเอ่ยปากแย้ง แต่โนแลนผู้เฒ่ายกมือห้ามไว้
สิงโตเฒ่าผู้เคยยิ่งใหญ่ จ้องมองกองเงินบนโต๊ะสลับกับมองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาเต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจ
อัลเลนรู้ว่า... ได้เวลาเผด็จศึกแล้ว
เขาตัดสินใจวางไพ่ใบสุดท้าย... ฟางเส้นสุดท้ายที่จะหักหลังอูฐ
“คุณโนแลนครับ” อัลเลนลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับชายชราอีกครั้ง
“ผมรู้ว่าโรงงานแห่งนั้นเปรียบเสมือนลูกในไส้ของคุณ ผมเองก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของคุณต้องเลือนหายไป... ผมขอสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายว่า หลังจากผมรับช่วงต่อแล้ว ผมจะติดตั้งป้ายจารึกถาวรไว้ที่ประตูใหญ่”
“ป้ายจารึก?” โนแลนผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้นถามเสียงแหบพร่า
“'โนแลน ฮอลล์' (Nolan Hall) ครับ”
อัลเลนเน้นเสียงหนักแน่น “คนงานทุกคนในโรงงานของผมจะต้องรู้ว่า ผู้ก่อตั้งที่ยิ่งใหญ่ของสถานที่แห่งนี้คือคุณ... ชื่อของคุณจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งพร้อมกับการฟื้นคืนชีพของโรงงาน ผลงานชั่วชีวิตของคุณจะกลายเป็นรากฐานสำคัญของอาณาจักรใหม่”
ประโยคนั้นทำลายกำแพงในใจของโนแลนผู้เฒ่าจนพังทลายลงอย่างราบคาบ
เงินน้อยกว่านี้เขาพอรับได้...
แต่ 'ศักดิ์ศรี' และ 'เกียรติยศ' คือลมหายใจสุดท้ายของลูกผู้ชาย
อัลเลนไม่ได้เสนอแค่เงิน... แต่เขาเสนอโอกาสที่จะรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้
“เอาล่ะ...”
โนแลนผู้เฒ่าหลับตาลง ถอนหายใจยาวเหยียด ราวกับปลดเปลื้องภาระหนักอึ้งที่แบกมาค่อนชีวิตทิ้งไป
“คุณวิลเลียมส์... 2,000 ดอลลาร์... ถ้าได้เท่านี้ โรงงานเป็นของคุณ”
เขาลืมตาขึ้นจ้องมองอัลเลน ยื่นข้อเสนอสุดท้าย... การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อศักดิ์ศรีของอดีตเจ้าพ่อ
“ตกลงครับ!”
โดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว อัลเลนหยิบถุงผ้าใบเล็กอีกใบออกมาจากกระเป๋า แล้ววางสมทบลงไปบนกองเงิน
“นี่คือเงินเพิ่มอีก 500 ดอลลาร์... ผมเตรียมมาให้คุณล่วงหน้าแล้วครับ”
นายหน้าถึงกับอ้าปากค้าง มองอัลเลนราวกับเห็นปีศาจ
ไอ้เด็กนี่... ไม่เพียงแต่คำนวณราคาได้แม่นยำ แต่มันยังอ่านใจคนได้ทะลุปรุโปร่ง คาดเดาแม้กระทั่งจุดแตกหักทางจิตวิทยาและข้อเสนอสุดท้ายของคู่เจรจาได้ล่วงหน้า!
นี่ไม่ใช่การเจรจาต่อรอง... แต่มันคือการ 'รุกฆาต' ทางจิตวิทยาอย่างสมบูรณ์แบบ
...
สัญญาซื้อขายถูกลงนามในเวลาต่อมาไม่นาน
เมื่อโนแลนผู้เฒ่าเดินห่อไหล่ออกจากสำนักงานไปพร้อมกับเงินสด 2,000 ดอลลาร์ แผ่นหลังของเขาดูโค้งงอและหมดอาลัยตายอยาก
อัลเลนถือโฉนดที่ดินในมือ... เขากลายเป็นเจ้าของโรงงานโดยสมบูรณ์แล้ว
แต่เขากลับไม่รู้สึกปิติยินดีกับชัยชนะครั้งนี้มากนัก
เขารู้ดีว่าเขาเพิ่งใช้เล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจที่โหดร้ายที่สุด เพื่อ 'เขี่ย' คนรุ่นเก่าให้พ้นทาง
แต่นั่นแหละ... คือโฉมหน้าที่แท้จริงของระบบทุนนิยม
อัลเลนเดินออกมาที่ถนน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีหม่นของนิวยอร์ก
รากฐานถูกวางลงแล้ว...
จากนี้ไป บนผืนแผ่นดินแห่งนี้ เขาจะสร้างพระราชวังแห่งแรกของเขาขึ้นมา... ด้วยเหล็กกล้า เครื่องจักรไอน้ำ และหยาดเหงื่อของคนนับพัน!