บริษัท

สิบวันหลังจากที่อัลเลนได้รับโฉนดที่ดินโรงงานเหล็กโนแลนอย่างเป็นทางการ ป้ายชื่อใหม่เอี่ยมก็ถูกนำขึ้นไปแขวนแทนที่เหนือประตูเหล็กบานยักษ์

“บริษัท วิลเลียมส์ ฟู้ด” (Williams Food Company)

ตัวอักษรสีดำขลับที่เขียนขึ้นโดยช่างฝีมือดีที่สุดในเมือง ดูสง่างามและทรงพลังเมื่อต้องแสงแดดยามเช้า

ภายในรั้วโรงงาน... พนักงานใหม่จำนวน 20 คน ยืนเข้าแถวกันอย่างเก้ๆ กังๆ ท่ามกลางพื้นที่โรงงานอันกว้างใหญ่ไพศาล สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังเจ้านายคนใหม่ด้วยความสงสัยระคนยำเกรง... ชายหนุ่มผู้ถูกหนังสือพิมพ์ขนานนามว่า ‘วีรบุรุษกระป๋อง’

อัลเลนยืนสง่าผ่าเผยอยู่ที่หัวแถว หันหน้าเผชิญกับเหล่าคนงาน

ขนาบข้างซ้ายขวาคือ จ่ามิลเลอร์ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศยืนนิ่งขรึม และแคทเธอรีนที่ยืนถือสมุดบัญชีเล่มหนาด้วยสีหน้าสงบเยือกเย็น

“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ บริษัท วิลเลียมส์ ฟู้ด ครับ”

อัลเลนไม่เสียเวลาอ้อมค้อม เขาเข้าประเด็นทันที

“พวกคุณคือพนักงานรุ่นบุกเบิกของบริษัทนี้... แม้วันนี้ที่นี่จะเป็นเพียงโรงงานโล่งๆ แต่ผมเชื่อมั่นว่าในอนาคตอันใกล้ ที่นี่จะกลายเป็นบริษัทผลิตอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในอเมริกา”

เมื่อได้ยินคำประกาศอันทระนง สีหน้าของคนงานปรากฏแววทั้งเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“กฎของผมเรียบง่ายมาก”

อัลเลนกวาดสายตาคมกริบมองสบตาคนงานทุกคน ไม่สนว่าใครจะเชื่อหรือไม่

“ข้อแรก... ความขยัน เงินเดือนที่ผมจ้างพวกคุณ สูงกว่าค่าแรงหัวหน้าคนงานที่ท่าเรือเสียอีก ดังนั้นหยาดเหงื่อแรงงานที่คุณทุ่มเทต้องคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ได้รับ”

“ข้อสอง... การเชื่อฟัง ปฏิบัติตามคำสั่งและระเบียบของบริษัทอย่างเคร่งครัด”

“ข้อสาม... และสำคัญที่สุด ความสะอาด”

น้ำเสียงของเขาเข้มงวดขึ้น “ในทุกขั้นตอนการผลิตอาหาร... มือของคุณ เครื่องมือของคุณ และพื้นที่ทำงานของคุณ ต้องสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุด ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน ผมจะไล่ออกทันทีโดยไม่มีการเจรจา”

คำขาดที่เด็ดขาดทำให้เหล่าคนงานที่เคยยืนตามสบายต้องยืดตัวตรงขึ้นโดยอัตโนมัติ

ไม่มีใครอยากเสียงานนี้ไป เพราะค่าตอบแทนที่นี่มันหอมหวนเกินกว่าจะปล่อยให้หลุดมือ

“แน่นอนว่า... มีบทลงโทษก็ย่อมมีรางวัล”

น้ำเสียงของอัลเลนผ่อนคลายลงเล็กน้อย

“ที่นี่ คุณจะได้ทานอาหารกลางวันสดใหม่ทุกวัน เป็นสตูว์เนื้อที่เราปรุงเอง และพนักงานที่มีผลงานดีเด่นจะได้รับโบนัสพิเศษทุกเดือน... ผมจะไม่ละเลยคนที่ตั้งใจทำงานแน่นอน”

เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนจะสรุปปิดท้าย

“เอาล่ะ... ตอนนี้คุณแคทเธอรีน ผู้จัดการสำนักงานของผม จะทำการลงทะเบียนและแจกบัตรประจำตัวพนักงาน พร้อมมอบหมายงานวันแรกให้พวกคุณ... จำไว้ว่าตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในประตูนี้ พวกคุณไม่ใช่คนจรจัดหรือกุลีท่าเรืออีกต่อไป แต่คุณคือพนักงานทรงเกียรติของ 'วิลเลียมส์ ฟู้ด' หวังว่าพวกคุณจะภูมิใจในฐานะนี้นะครับ... แยกย้ายได้!”

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในสำนักงาน ปล่อยให้แคทเธอรีนและทีมรักษาความปลอดภัยรับช่วงต่อ

ทันทีที่ลับหลังเจ้านายใหญ่ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นในหมู่คนงาน พวกเขาคาดไม่ถึงว่าคนที่จะมาคุมกฎระเบียบจะเป็นหญิงสาวอายุน้อยหน้าตาสะสวยเช่นนี้

รูปลักษณ์ภายนอกของเธอดูบอบบางและน่าจะเคี้ยวง่าย...

รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกคนงานเจ้าเล่ห์บางคน

“เฮ้... แม่สาวน้อยคนสวย คุณจะเป็นคนจัดการพวกเรางั้นเหรอจ๊ะ?”

ชายร่างยักษ์กล้ามโตคนหนึ่งเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงแทะโลมอย่างจงใจ

แคทเธอรีนไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน เธอเพียงแค่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยดวงตาสีฟ้าใสกระจ่างที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำ

“ถูกต้องค่ะ... ดิฉันมีหน้าที่ลงทะเบียนข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องของเงินเดือนพวกคุณทุกบาททุกสตางค์”

น้ำเสียงของเธอเรียบเย็น แต่ชัดถ้อยชัดคำ

“หากคุณมีข้อสงสัยในการทำงานของดิฉัน หรือถ้ารู้สึกว่าการให้ดิฉันเป็นคนคำนวณเงินเดือนให้นั้น มันเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของคุณ... คุณสามารถเดินไปยื่นใบลาออกกับคุณวิลเลียมส์ได้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

คำพูดที่สุภาพ มีเหตุผล แต่เชือดเฉือนด้วยความเย็นชา ทำเอาชายร่างยักษ์ถึงกับหุบปากฉับ ไปต่อไม่ถูก

หน้าของเขาแดงก่ำด้วยความอับอาย ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเพื่อนร่วมงาน เขาทำได้เพียงก้มหน้าเงียบกริบ

เพียงประโยคเดียว... อำนาจของแคทเธอรีนก็ถูกสถาปนาขึ้นอย่างสมบูรณ์ ด้วยความสง่างามและความเป็นมืออาชีพที่ใครก็ไม่อาจดูแคลน

เธอเปิดสมุดบัญชี เริ่มเรียกชื่อคนงานทีละคน แจกป้ายทองแดงตอกหมายเลขประจำตัว และแจ้งหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละคนอย่างฉะฉาน

ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างเป็นระบบระเบียบ ไร้ซึ่งความวุ่นวาย

อัลเลนยืนมองเหตุการณ์ผ่านหน้าต่างห้องทำงาน พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

เมื่อคนงานถูกแบ่งกลุ่มแยกย้ายกันไปทำความสะอาดและติดตั้งอุปกรณ์ภายใต้การคุมงานของโจนส์... อัลเลนก็พาแคทเธอรีนเดินเข้าไปในโถงโรงงานหลัก ซึ่งเขาหมายมั่นปั้นมือให้เป็น ‘หัวใจ’ ของอาณาจักร

“แคทเธอรีน... ที่นี่คือที่ที่เราจะสร้างปาฏิหาริย์กัน”

อัลเลนเริ่มอธิบายแนวคิด 'สายการผลิต' ของเขาอย่างละเอียด

เขาไม่ได้พูดถึงเทคโนโลยีล้ำยุคที่ยังไม่มีจริง แต่เขาเน้นไปที่การ 'ปรับปรุงกระบวนการ' (Process Optimization)

“...อย่างที่คุณเห็นครับ วัตถุดิบจะถูกส่งเข้าทางประตูทิศตะวันออก เข้าสู่กระบวนการล้างและตัดแต่ง... ผมจะสั่งทำเขียงพิเศษที่มีสเกลวัดขนาด เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อวัวทุกชิ้นจะมีขนาดเท่ากันเป๊ะ นี่เรียกว่า 'การสร้างมาตรฐาน' (Standardization) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการลดของเสียและคุมคุณภาพ”

“ชิ้นเนื้อที่หั่นแล้วจะถูกลำเลียงด้วยรถเข็นรางเลื่อน ไปยังโซนปรุงสุก... ตรงนั้นผมได้จ้างช่างตีเหล็กฝีมือดีที่สุดในเมืองมาหล่อหม้อทองแดงยักษ์ 10 ใบ เชื่อมต่อกับท่อไอน้ำจากเตาหลอม... การใช้ไอน้ำจะให้ความร้อนสม่ำเสมอกว่าฟืน และก้นหม้อจะไม่ไหม้”

“เมื่อปรุงเสร็จ สตูว์จะถูกส่งต่อไปยังโซนบรรจุ แล้วก็เข้าสู่โซนปิดผนึก...”

แคทเธอรีนเดินฟังไปพลางจดบันทึกยิกๆ ลงในสมุดคู่ใจ ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นเรื่อยๆ

แม้เธอจะไม่เข้าใจกลศาสตร์วิศวกรรมลึกซึ้ง แต่สัญชาตญาณความละเอียดรอบคอบของเธอบอกได้ทันทีว่า นี่คือการออกแบบที่อัจฉริยะ... มันคือประสิทธิภาพ ความเป็นมืออาชีพ และการควบคุมเบ็ดเสร็จ

“เจ้านายคะ... นี่มัน... นี่มันเป็นการออกแบบที่สุดยอดมากค่ะ!”

เธออดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

“การซอยงานที่ซับซ้อนให้กลายเป็นขั้นตอนย่อยๆ ที่เรียบง่าย ไม่เพียงแต่จะทำให้คนงานเรียนรู้งานเร็วขึ้น แต่ยังเพิ่มความเร็วในการผลิตได้มหาศาล! ถ้าทำได้จริง... กำลังการผลิตของเราจะเร็วกว่าโรงงานทั่วไปเป็นสิบๆ เท่าเลยนะคะ!”

“นั่นแหละครับคือเป้าหมายของผม”

อัลเลนยิ้มรับคำชม

“แต่อย่างไรก็ตาม... ทฤษฎีกับปฏิบัติมักมีช่องว่างเสมอ เราจำเป็นต้องทดสอบระบบจริงกันก่อน”

บ่ายวันนั้น ทั้งโรงงานถูกขัดล้างจนสะอาดเอี่ยมอ่อง... อัลเลนวางแผนที่จะเริ่มเดินเครื่องจักรแห่งความฝันนี้อย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้

ตอนก่อน

จบบทที่ บริษัท

ตอนถัดไป