การปฏิวัติแห่งประสิทธิภาพ

วันรุ่งขึ้น... โรงงานของ บริษัท วิลเลียมส์ ฟู้ด เริ่มเดินเครื่องผลิตเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

พนักงานใหม่ 20 ชีวิต ประจำการตามสถานีงานต่างๆ อย่างกระตือรือร้น พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของอัลเลนอย่างเคร่งครัด

ทว่า... ทฤษฎีกับปฏิบัติมักเป็นคนละเรื่องกัน

เนื่องจากขาดความคุ้นเคยและความชำนาญ ความโกลาหลจึงเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย

“เจ้านายครับ! แผนกหั่นผักทำไม่ทันแล้วครับ! หม้อต้มใบนู้นว่างเปล่ามาครึ่งชั่วโมงแล้ว ส่วนใบนู้นผักล้นทะลักจนต้มไม่สุก!”

โจนส์ ซึ่งรับหน้าที่หัวหน้าคุมงานผลิต วิ่งกระหืดกระหอบมารายงานอัลเลนด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ผมเห็นแล้ว”

อัลเลนขมวดคิ้วเครียด เขาเพิ่งเดินกลับมาจากโซนบรรจุกระป๋อง ที่ซึ่งคนงานมือใหม่เพิ่งทำสตูว์เนื้อหม้อใหญ่หกเรี่ยราดเต็มพื้นเพราะความลนลาน

ตลอดช่วงเช้า มีแต่รายงานปัญหาทำนองนี้เข้ามาไม่ขาดสาย

ขั้นตอนการผลิตต่างๆ เปรียบเสมือนลูกปัดที่ร้อยเรียงกันอย่างสะเปะสะปะ ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างรีบ จนชนกันมั่วไปหมด แทนที่จะเป็น "สายธาร" ที่ไหลลื่นอย่างที่อัลเลนวาดฝันไว้

...

พักเที่ยง... แคทเธอรีนเดินถือกองเอกสารรายงานการผลิตฉบับแรกเข้ามาวางบนโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เจ้านายคะ... นี่คือตัวเลขสถิติจาก 4 ชั่วโมงแรกของช่วงเช้าค่ะ”

นิ้วเรียวของเธอชี้ไปที่ตัวเลขในสมุดบัญชี

“เราผลิตสินค้าที่ผ่านมาตรฐานได้เพียง 192 กระป๋อง เท่านั้น... ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ทั้งวันเราคงได้ไม่ถึง 400 กระป๋องด้วยซ้ำ นี่มัน... แย่ยิ่งกว่าตอนเราทำกันเองในห้องใต้ดินอีกนะคะ”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน

มิลเลอร์และโจนส์ก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาเจ้านาย

ผลลัพธ์ที่ออกมามันสวนทางกับความเชื่อที่ว่า “โรงงานใหญ่ขึ้น ผลิตได้มากขึ้น” อย่างสิ้นเชิง

“ปัญหาอยู่ตรงไหน?”

น้ำเสียงของอัลเลนราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่เต็มไปด้วยความต้องการหาคำตอบ

“ดิฉันคิดว่าปัญหาอยู่ที่ 'การประสานงาน' ค่ะ”

แคทเธอรีนวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างเฉียบขาด

“แต่ละสถานีทำงานแยกส่วนกันเกินไป คนหั่นเนื้อก็หั่นตะบี้ตะบันไม่สนว่าคนต้มจะต้มทันไหม คนต้มก็ต้มไปเรื่อยไม่สนว่าคนบรรจุจะทำทันหรือเปล่า... ทุกคนขยันทำงานหนักมากค่ะ แต่แรงงานที่ทุ่มเทลงไปมันสูญเปล่าเพราะไม่สอดคล้องกัน กลายเป็นงานค้างคาวในบางจุด และงานขาดมือในบางจุด”

“วิเคราะห์ได้เยี่ยมมาก”

อัลเลนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง

แคทเธอรีนไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง เธอมองทะลุถึงแก่นปัญหาเสมอ

อัลเลนลุกเดินไปที่กระดานดำกลางห้อง หยิบชอล์กขึ้นมา

“ทุกคน... มาดูนี่”

เมื่อทีมงานหลักมารวมตัวกัน อัลเลนขีดเส้นตรงยาวเส้นหนึ่งลงบนกระดาน

“นี่คือสายการผลิตของเรา... มันไม่ใช่จุดอิสระ 20 จุดที่แยกจากกัน แต่มันคือ 'ร่างกายเดียวกัน'... ความเร็วของมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนที่ทำงานเร็วที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับ 'คนที่ทำงานช้าที่สุด' ต่างหาก”

เขาหันกลับมามองทีมงาน แล้วเริ่มถ่ายทอดแนวคิดที่จะปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมยุค 19

“เริ่มตั้งแต่บ่ายนี้... เราจะเปลี่ยนระบบใหม่ ผมเรียกมันว่า 'Takt Production' (ระบบการผลิตตามจังหวะ)”

“ทักต์?” มิลเลอร์ทวนคำงงๆ

"ใช่... 'จังหวะ'"

อัลเลนวาดจุดลงบนเส้นตรงโดยเว้นระยะห่างเท่าๆ กัน

“ผมจะให้คนเอาระฆังทองเหลืองไปแขวนไว้กลางโรงงาน... ต่อจากนี้ไป โจนส์... คุณมีหน้าที่ตีระฆังทุกๆ 15 นาที”

“เสียงระฆังคือคำสั่ง... คือ 'จังหวะหัวใจ' ของโรงงานเรา”

“เมื่อระฆังดังครั้งแรก... แผนกวัตถุดิบต้องส่งเนื้อที่ล้างแล้ว 50 ปอนด์ไปให้แผนกหั่น... ระฆังดังครั้งที่สอง แผนกหั่นต้องส่งเนื้อที่หั่นเสร็จแล้ว 50 ปอนด์ไปให้แผนกต้ม... ระฆังดังครั้งที่สาม แผนกต้มต้องส่งสตูว์ที่สุกแล้วไปให้แผนกบรรจุ... เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เป็นลูกโซ่”

“ห้ามใครทำงานเสร็จก่อนเวลา หรือช้ากว่าเวลาเด็ดขาด”

“หน้าที่ของคุณไม่ใช่การทำงานให้เร็วที่สุด... แต่คือการทำงานให้เสร็จ 'พอดี' กับเสียงระฆัง ไม่ขาดไม่เกิน”

“ทุกขั้นตอนจะเชื่อมโยงกัน... สายการผลิตทั้งสายจะหายใจและเคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกันเหมือนสิ่งมีชีวิตเดียว... เข้าใจไหม?”

มิลเลอร์กับโจนส์ยังดูมึนงงเล็กน้อย แต่ดวงตาของแคทเธอรีนกลับลุกวาว

เธอเข้าใจแก่นแท้ของมันทันที... นี่คือการควบคุม เวลา กระบวนการ และกำลังคน ให้อยู่ในกำมืออย่างเบ็ดเสร็จ!

...

ช่วงบ่าย... เมื่อเสียงระฆังดังกังวานขึ้นเป็นครั้งแรก ระบบการผลิตแบบใหม่ก็เริ่มเดินเครื่อง

ช่วงแรกยังคงทุลักทุเล

“เฮ้ย! ระฆังดังแล้ว! ฉันยังหั่นเนื้อไม่เสร็จเลย!”

“เร็วเข้า! ส่งหม้อมาสิวะ! จะไม่ทันแล้ว!”

คนงานตื่นตระหนกที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาที่ไม่คุ้นเคย

แต่อัลเลนไม่ได้ดุด่า เขาเดินตรวจตราไปตามสายการผลิตอย่างเข้มงวด คอยสั่งการปรับลดคนงานในจุดที่ล้น และเพิ่มคนงานในจุดที่ขาด เพื่อให้สมดุลกับเวลา 15 นาที

ชั่วโมงแรก... ผลิตได้เพียง 30 กระป๋อง... ต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งกว่าเมื่อเช้า

แต่พอเข้าชั่วโมงที่สอง... ปาฏิหาริย์ก็เริ่มก่อตัว

ความวุ่นวายเริ่มสงบลง คนงานเริ่มจับ "จังหวะ" ของตัวเองได้

พวกเขาเลิกก้มหน้าก้มตาทำงานคนเดียว แต่เริ่มหันมามองเพื่อนร่วมงานข้างๆ เริ่มส่งต่องานกันเป็นทอดๆ อย่างรู้ใจ

และในชั่วโมงที่สาม...

เป๊ง!

เสียงระฆังดังขึ้น... ทุกขั้นตอนส่งมอบงานเสร็จสมบูรณ์พร้อมกันอย่างน่าอัศจรรย์!

วัตถุดิบไหลลื่นผ่านสายพานการผลิตราวกับสายน้ำที่ไร้สิ่งกีดขวาง ไม่มีงานค้าง ไม่มีงานรอ

แคทเธอรีนยืนจดบันทึกอยู่ข้างสนาม มือไม้สั่นด้วยความตื่นเต้น

“เจ้านายคะ... ชั่วโมงนี้เราผลิตได้ 110 กระป๋อง ค่ะ!”

ตัวเลขนี้ทำให้ทุกคนโห่ร้องด้วยความดีใจ พวกเขาได้เห็นพลังของ "การจัดระเบียบ" ด้วยตาตัวเองแล้ว

เมื่อสิ้นสุดวัน... ยอดการผลิตรวมพุ่งไปแตะที่ 832 กระป๋อง!

เย็นวันนั้น อัลเลนสั่งจ่ายค่าแรงรายวันล่วงหน้าให้ทุกคน พร้อมอัดฉีดโบนัสพิเศษให้อีกคนละ 25 เซนต์

เสียงเฮของคนงานดังสนั่นหวั่นไหวจนหลังคาโรงงานแทบเปิด

...

ดึกสงัด... ในสำนักงานที่เงียบสงบ อัลเลนและแคทเธอรีนกำลังนั่งสรุปผลงาน

“เจ้านายคะ... ถ้าคำนวณจากอัตราการผลิตช่วงบ่าย เราจะผลิตได้มากกว่า 8,000 กระป๋องต่อสัปดาห์... ออเดอร์ของคุณเกเบิลและลูกค้าในย่านโบเวอรี่จะถูกเคลียร์หมดภายในไม่ถึงอาทิตย์แน่ๆ ค่ะ”

น้ำเสียงของแคทเธอรีนเต็มไปด้วยความหวัง

“แต่ปัญหาใหม่ก็คือ... โกดังเราจะเต็มเร็วมาก เราต้องรีบหาตลาดใหม่มารองรับสินค้าค่ะ”

“คุณพูดถูกแคทเธอรีน”

อัลเลนมองแผนที่นิวยอร์กบนผนัง สายตาจับจ้องไปที่ย่านโบเวอรี่เล็กๆ แล้วส่ายหน้า

“บ่อน้ำตรงนี้มันเล็กเกินไปสำหรับปลาอย่างพวกเราแล้ว... เป้าหมายต่อไปคือ 'แมนฮัตตันตอนบน' (Uptown Manhattan)”

“ย่านคนรวยเหรอคะ?” แคทเธอรีนขมวดคิ้วกังวล

“เจ้านายคะ... ตลาดที่นั่นไม่เหมือนที่นี่นะคะ ร้านชำหรูๆ แถวฟิฟธ์อเวนิวหรือเมดิสันสแควร์ ลูกค้าเขาไฮโซมาก พวกเขาเชื่อถือแต่สินค้านำเข้าจากยุโรป แบรนด์ท้องถิ่นโนเนมอย่างเรา เขาไม่ชายตามองหรอกค่ะ”

“เราจะไปเดินเคาะประตูขายเหมือนตอนอยู่โบเวอรี่ไม่ได้แน่ๆ”

“ถูกต้อง... เราจะไม่ไปของ้อขาย” อัลเลนยิ้มเจ้าเล่ห์

“แต่เราจะทำให้พวกเขา 'วิ่งมาหาเรา' เอง... เราต้องสร้างความต้องการ ไม่ใช่แค่ตอบสนองความต้องการ”

“ยังไงคะ?” แคทเธอรีนงงเป็นไก่ตาแตก

“ผมจะเช่าหน้าร้านที่ทำเลดีที่สุดติดกับ 'จัตุรัสยูเนียนสแควร์' (Union Square) เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์”

แผนการอันบ้าบิ่นถูกกางออก

“เราจะไม่ขายของแม้แต่ชิ้นเดียว... แต่เราจะ 'แจกฟรี'”

“แจกฟรี!?”

“ใช่... แจกให้ชิมฟรี” อัลเลนขยายความ

“เราจะจ้างเชฟระดับภัตตาคารมาใส่ชุดขาวสะอาดตา ใช้จานกระเบื้องเคลือบอย่างดี ช้อนเงินแท้... เสิร์ฟสตูว์เนื้อร้อนๆ ให้สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกคนที่เดินผ่านไปมาได้ชิมฟรี... ผมต้องการให้กลิ่นหอมของสตูว์เราอบอวลไปทั่วจัตุรัส และให้รสชาติคุณภาพเป็นตัวตัดสิน”

เขาหันไปสั่งมิลเลอร์

“ส่วนคุณ... จัดหาคนรูปร่างดีๆ สองคน ใส่เครื่องแบบที่ดูดีที่สุดไปยืนเฝ้าหน้าร้าน เหมือนทหารรักษาพระองค์หน้าวังบักกิงแฮม... พวกเขาไม่ใช่ยาม แต่เป็นสัญลักษณ์ของ 'คุณภาพ' และ 'ความพรีเมียม'”

“เจ้านายคะ...”

แคทเธอรีนอ้าปากค้าง ทึ่งในไอเดียสุดบรรเจิดนี้

“คุณ... คุณมันอัจฉริยะด้านการตลาดชัดๆ”

“ไม่หรอกแคทเธอรีน”

อัลเลนยิ้มบางๆ แววตาเป็นประกายลึกล้ำ

“ผมก็แค่... พ่อค้าขายอาหารกระป๋องคนหนึ่ง ที่บังเอิญ 'รู้' อะไรมากกว่าคนอื่นนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

ตอนก่อน

จบบทที่ การปฏิวัติแห่งประสิทธิภาพ

ตอนถัดไป