ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน
ใบหน้าของมิสเตอร์เกเบิลเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นยืนแล้วตบมือฉาดใหญ่
"เยี่ยมไปเลยอัลเลน! ฉลาดเป็นบ้า! พอได้ยินคุณพูดแบบนี้แล้ว ผมว่าไอ้ครอฟต์นั่นต้องซวยแน่!"
แผนการสร้างแบรนด์ของอัลเลนนั้นสมบูรณ์แบบเกินไปในสายตาของเขา
โจนส์ มิลเลอร์ และคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยสายตาชื่นชม
ทว่า... หลังจากแสดงความชื่นชมได้เพียงครู่เดียว แคทเธอรีนกลับเป็นคนแรกที่มองเห็น "รอยร้าว" ที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลยุทธ์อันสวยหรูนี้
เธอเดินไปที่กระดานดำ นิ้วเรียวชี้ไปที่บริเวณที่เขียนว่า 'ตลาดโบเวอรี่'
"เจ้านายคะ... กลยุทธ์การสร้างแบรนด์จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เราในตลาดระดับกลางถึงบนได้อย่างแน่นอน และยังช่วยดันยอดขายรุ่น 'Gold Label' ของคุณทิลฟอร์ดให้พุ่งกระฉูดด้วย... แต่..."
น้ำเสียงของเธอเริ่มจริงจังขึ้นเรื่อยๆ
"ดิฉันลองวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายร้านคุณเกเบิลในสัปดาห์ที่ผ่านมา... พบว่ายอดขายรุ่น 'Red Label' ลดลงไปถึง 15% จริงๆ ค่ะ"
"และลูกค้าที่หายไปเกือบทั้งหมด... หันไปซื้อของถูกของครอฟต์แทน นั่นหมายความว่า ในย่านโบเวอรี่ ยังมีลูกค้าอย่างน้อย 15% ที่ให้ความสำคัญกับ 'ราคา' มากกว่า 'คุณภาพ' หรือ 'แบรนด์' ค่ะ"
"โฆษณาหรูหราของเรา... เรื่องราวแบรนด์ของเรา... อาจจะโน้มน้าวใจคนกลุ่มนี้ไม่ได้"
เธอหันมาสบตาอัลเลน เพื่อชี้ให้เห็นถึงจุดตายของแผนการ
"ถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้... เท่ากับเรายื่นส่วนแบ่งตลาดกลุ่มนี้ใส่พานถวายให้ครอฟต์ไปฟรีๆ เลยนะคะ"
"จริงอยู่ที่ตลาดล่างกำไรน้อย... แต่ยอดขายจำนวนมหาศาลก็ดีพอที่จะเลี้ยงให้ครอฟต์อยู่รอดได้... เผลอๆ อาจจะโตวันโตคืนด้วยซ้ำ"
"เรากำลังปักธงชัยบนยอดเขา... แต่กลับปล่อยให้ศัตรูขุดเจาะทำลายรากฐานเราอยู่ที่ตีนเขา... ดิฉันว่ามันไม่ถูกต้องค่ะ"
คำทักท้วงของแคทเธอรีนเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดโครมลงกลางวง ทำให้บรรยากาศแห่งความหวังในห้องดับวูบลงทันที
มิสเตอร์เกเบิลขมวดคิ้วเครียด
"คุณแคทเธอรีนพูดถูก... ไอ้ครอฟต์มันเหมือนหนูท่อ ถึงมันจะขึ้นมาบนโต๊ะอาหารไม่ได้ แต่มันแพร่พันธุ์เร็วและตายยากชะมัด ตราบใดที่ยังมีเศษอาหารให้กิน มันก็ไม่ตาย... ปล่อยไว้นานๆ มันจะเป็นเสี้ยนหนามตำใจเราแน่"
ทุกสายตาหันกลับมาจับจ้องที่อัลเลนอีกครั้ง
แต่อัลเลนกลับยิ้ม... รอยยิ้มที่ไม่ได้จางหายไปไหน แถมยังดูพึงพอใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อมองไปที่แคทเธอรีน
"แคทเธอรีน... คุณนี่ยอดเยี่ยมกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก"
"คุณมองเห็นปัญหาชั้นที่สองที่ซ่อนอยู่ได้ทะลุปรุโปร่ง... ถูกต้องครับ เราปล่อยให้มันรอดไปไม่ได้เด็ดขาด"
"คู่แข่งที่รู้จักแต่สงครามราคา เปรียบเหมือนเชื้ออหิวาต์... เราต้องกำจัดมันให้สิ้นซากก่อนที่มันจะแพร่กระจาย"
เขาเดินไปที่อีกด้านของกระดานดำ แล้ววาดเส้นแบ่งแนวรบใหม่ขึ้นมา
"3 ข้อแรกที่ผมเพิ่งพูดไป คือ 'กลยุทธ์บนดิน'... เป็นสนามรบหลักเพื่อสร้างป้อมปราการแบรนด์และขยายฐานลูกค้าไประดับบน"
อัลเลนหยุดเว้นจังหวะ นัยน์ตาฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง
"และตอนนี้... ผมจะสอนวิธีทำ 'สงครามใต้ดิน' ให้ดู"
"เราลดราคา Red Label ไม่ได้... เพราะนั่นคือภาพลักษณ์และรากฐานของเรา"
"แต่ใครบอกล่ะครับ... ว่าเราต้องมีแค่แบรนด์เดียว?"
เมื่อได้ยินคำใบ้นี้ ทุกคนในห้องถึงกับหูผึ่ง เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันที
"ใช่ครับ... อย่างที่ทุกคนคิด ผมจะจดทะเบียนแบรนด์ใหม่ทันที"
อัลเลนพยักหน้า เขียนตัวอักษรตัวใหญ่ๆ ลงบนกระดาน
"แบรนด์นี้จะเป็นแบรนด์ใหม่แกะกล่อง... ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับชื่อ 'วิลเลียมส์' แม้แต่นิดเดียว"
"ชื่อของมันต้องเรียบง่าย ดิบเถื่อน และเข้าถึงคนใช้แรงงาน... เอาชื่อนี้ละกัน... 'ไอรอนแมน' (Ironman)"
"ฉลาก... ใช้กระดาษและหมึกเกรดห่วยที่สุด ไม่ต้องมีลวดลายสวยงาม ขอแค่รูปเงาดำของคนงานถือค้อนปอนด์ก็พอ"
มุมปากของอัลเลนยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"รสชาติ... ไม่ต้องเลิศเลอ ไม่ต้องใช้เนื้อวัวล้วนด้วยซ้ำ... บิล! คุณมีเศษเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือเครื่องในเหลือทิ้งเยอะไม่ใช่เหรอ? เอามาปั่นรวมกันให้หมด! อัดมันฝรั่งกับหัวหอมเข้าไปเยอะๆ ขอแค่กินแล้วอิ่มท้องก็พอ!"
เขากวาดตามองทีมงาน แล้วปล่อยหมัดเด็ดที่โหดเหี้ยมที่สุดออกมา
"และราคา... สตูว์ไอรอนแมนของเรา จะวางขายปลีกที่ราคา... 24 เซนต์!"
24 เซนต์!
ถูกกว่าของครอฟต์ (25 เซนต์) แค่ 1 เซนต์ เท่านั้น!
วินาทีนั้น แม้แต่แคทเธอรีนยังอึ้งจนพูดไม่ออก
เธอเข้าใจตรรกะเบื้องหลังตัวเลขนี้ทันที... และมันช่างน่าสะพรึงกลัว
"เจ้านายคะ... นี่ท่าน... ท่านหมายความว่า..."
"ใช่... อย่างที่คุณคิดนั่นแหละ"
"โรงงานของครอฟต์เล็ก ประสิทธิภาพต่ำ แถมต้นทุนวัตถุดิบก็แพงกว่าเรา... ผมคำนวณดูแล้ว ถ้าขาย 25 เซนต์ กำไรสุทธิของเขาเต็มที่ไม่เกิน 2 เซนต์ต่อกระป๋อง... เขาต้องใช้เงินก้อนน้อยนิดนั่นเพื่อต่อลมหายใจ"
"แต่เราล่ะ? ด้วยสายการผลิต Takt Production ที่ทรงประสิทธิภาพ และวัตถุดิบต้นทุนต่ำเตี้ยเรี่ยดินจากบริษัทร่วมทุนของเรา..."
"ต่อให้ขาย 24 เซนต์... เราก็ยังฟันกำไรได้ 2-3 เซนต์สบายๆ... ถึงจะดูน้อย แต่เราก็ไม่ขาดทุน จริงไหม?"
"ทีนี้... ลองจินตนาการดูสิ"
"เมื่อครอฟต์เห็นคู่แข่งหน้าใหม่ วางขายข้างๆ กัน ในราคาถูกกว่า 1 เซนต์ แถมรสชาติพอกินได้... เขาจะทำยังไง?"
"เขาก็ต้อง... ลดราคาลงสู้!" มิสเตอร์เกเบิลอุทาน
"บิงโก! เขาจะลดเหลือ 23 เซนต์... หรืออาจจะต่ำกว่านั้น!" อัลเลนหัวเราะร่า "และ 'ไอรอนแมน' ของเราก็จะลดตาม... เขาลด 1 เซนต์ เราก็ลด 1 เซนต์... ไม่ว่าเขาจะลดไปเท่าไหร่ เราก็จะตามไปหลอกหลอนเขาไม่เลิก"
"และผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ..." อัลเลนสรุปเสียงเย็น
"ทุกกระป๋องที่เขาขายได้... เขาจะขาดทุน! ยิ่งขายยิ่งเจ๊ง! ส่วนเรา... อย่างแย่ที่สุดก็แค่เท่าทุน"
"เขาต้องเอาเลือดเนื้อตัวเองมาสู้กับเครื่องพิมพ์เงินของเรา... คิดว่าเขาจะทนได้สักกี่น้ำ?"
ความเงียบสงัดปกคลุมห้องทำงาน
ทุกคนมองอัลเลนด้วยสายตาหวาดหวั่นระคนยำเกรง... นี่ไม่ใช่แค่นักธุรกิจแล้ว แต่นี่คือปีศาจร้ายชัดๆ!
นี่คือ "การโจมตีลดมิติ" (Dimensionality Reduction Attack)... สงครามล้างผลาญที่ไม่เท่าเทียมกันตั้งแต่เริ่ม โดยมีเป้าหมายเดียวคือ... บดขยี้คู่แข่งให้แหลกคามือ!
"กลยุทธ์บนดิน: ใช้แบรนด์ 'วิลเลียมส์' สร้างกำไรและภาพลักษณ์"
"กลยุทธ์ใต้ดิน: ใช้เงาของ 'ไอรอนแมน' เข้าคลุกวงใน ดูดเลือดศัตรูให้หมดตัว"
อัลเลนมองดูกระดานดำที่เต็มไปด้วยแผนการรบ... บนดินหนึ่ง ใต้ดินหนึ่ง... รุกหนึ่ง รับหนึ่ง... เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"แคทเธอรีน... คุณรับผิดชอบโปรเจกต์ 'ไอรอนแมน' แบบลับสุดยอด... นอกจากพวกเราในห้องนี้ ห้ามให้พนักงานคนอื่นรู้เด็ดขาดว่าแบรนด์นี้เป็นของเรา"
"โจนส์... แบ่งสายการผลิตออกมา 1 สาย... เดินเครื่องผลิตไอรอนแมนเต็มกำลัง"
และสุดท้าย... เขาหันไปหาเพื่อนเก่า
"คุณเกเบิลครับ... ละครฉากใหญ่นี้ยังขาด 'นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม' อยู่นะครับ"
"ผมอยากให้คุณช่วยไป 'กระซิบ' บอกข่าวดีกับมิสเตอร์ครอฟต์หน่อย"
"ข่าวอะไร?"
"ก็แค่ไปบ่นให้เขาฟังว่า... มีไอ้บ้าหน้าใหม่เข้ามาในเมือง ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ตัดราคาจนตลาดปั่นป่วน... บ่นไปเลยว่าร้านคุณก็ยอดตกเพราะไอ้หมอนี่เหมือนกัน"
"ทำให้เขารู้สึกว่า... คุณกับเขาคือ 'หัวอกเดียวกัน' ที่ตกเป็นเหยื่อ... แล้วปล่อยให้เขาเทความโกรธแค้นทั้งหมดไปที่ 'ไอรอนแมน' ที่เราสร้างขึ้นมา"
อัลเลนวางกับดักไว้อย่างแนบเนียน
ช่างบัดกรีผู้น่าสงสาร... ที่กำลังภูมิใจกับการแย่งชิงตลาดล่าง
เขาหารู้ไม่ว่า... มัจจุราชกำลังยืนรอเปิดประตูต้อนรับเขาอยู่แล้ว