บทนำ

คำสั่งของอัลเลนถูกส่งต่อไปยังทีมงานหลักที่เปี่ยมประสิทธิภาพ พวกเขาวิเคราะห์และดำเนินการอย่างรวดเร็วราวกับฟันเฟืองเครื่องจักรที่สอดประสานกันอย่างลงตัว

สงครามการค้าได้ปะทุขึ้นพร้อมกันในสองสมรภูมิที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง... แต่กลับเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างน่าประหลาด

แนวรบแรก: สมรภูมิไฮโซ

สามวันต่อมา... ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ทิลฟอร์ด เทรดดิ้ง บนถนนฟิฟธ์อเวนิว

ชาร์ลส์ ทิลฟอร์ด กำลังจิบกาแฟยามเช้าพลางกางหนังสือพิมพ์ 'นิวยอร์ก ทริบูน' (New York Tribune) ฉบับล่าสุด... สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับบทความขนาดครึ่งหน้าที่พาดหัวตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม

"ฆาตกรเงียบในครัว: พิษตะกั่วกับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวของอาหารกระป๋อง"

บทความนี้เขียนโดยนามปากกานิรนามที่อ้างตัวว่าเป็น 'ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ' เนื้อหาภายในอัดแน่นไปด้วยข้อมูลวิชาการและกรณีศึกษาที่อธิบายอย่างละเอียดว่า... เทคนิคการบัดกรีด้วยตะกั่วแบบโบราณ ทำให้สารพิษค่อยๆ ซึมเข้าสู่อาหารได้อย่างไร

และที่น่ากลัวที่สุด... มันบรรยายถึงผลกระทบต่อพัฒนาการสมองของเด็กๆ ที่กินอาหารปนเปื้อนเข้าไปได้อย่างเห็นภาพจนน่าขนลุก

บทความเขียนด้วยตรรกะที่แน่นหนา มีหลักฐานอ้างอิงน่าเชื่อถือ และเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยในเพื่อนมนุษย์

จนกระทั่งย่อหน้าสุดท้าย... มีการกล่าวถึงทางออกเพียงสั้นๆ อย่างแนบเนียน:

"...นับเป็นโชคดีของชาวนิวยอร์ก ที่บริษัทท้องถิ่นวิสัยทัศน์ไกลอย่าง 'วิลเลียมส์ ฟู้ด' ได้บุกเบิกนำเทคโนโลยีการปิดผนึกเชิงกลไร้สารตะกั่วมาใช้เป็นเจ้าแรก ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารครั้งสำคัญของเมืองเรา..."

ทิลฟอร์ดอ่านจบแล้วถึงกับตบโต๊ะฉาด

เขาคว้าหนังสือพิมพ์แล้วบึ่งรถไปหาอัลเลนที่โรงงานทันที

"วิลเลียมส์!"

ทันทีที่เจอหน้า น้ำเสียงของเจ้าสัวใหญ่ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

"ผมเห็นหนังสือพิมพ์แล้ว! ต้องขอยอมรับเลยว่านี่คือโฆษณาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบ 30 ปีที่ผมทำธุรกิจมา! คุณไม่ได้โอ้อวดสินค้าตัวเองเลยสักคำ... คุณแค่สร้าง 'ความกลัว' แล้วสถาปนาตัวเองเป็น 'ยาถอนพิษ' เพียงหนึ่งเดียว!"

"ผมแค่พูดความจริงครับคุณทิลฟอร์ด"

อัลเลนยิ้มรับอย่างถ่อมตัว แต่น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย

"ผมเชื่อว่าลูกค้าของคุณเป็นคนฉลาดครับ"

"ฉลาดงั้นรึ? ตอนนี้พวกนั้นกลัวจนหัวหดแล้วต่างหาก!" ทิลฟอร์ดหัวเราะร่า

"เช้านี้ผมได้รับจดหมายเกือบ 20 ฉบับจากลูกค้าวีไอพี... ทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกันว่าของกระป๋องนำเข้าจากยุโรปที่เคยซื้อไปมัน 'ไร้สารตะกั่ว' หรือเปล่า! บทความของคุณชิ้นเดียว เล่นเอาแบรนด์เก่าแก่ตายเรียบ!"

"แล้วสินค้า Gold Label ของเรา..."

"ไม่ต้องห่วง!" ทิลฟอร์ดตอบอย่างมั่นใจ

"ผมสั่งให้ลูกน้องเอาบทความของคุณ ไปขยายใส่กรอบตั้งโชว์คู่กับกระป๋อง Gold Label ที่มีโลโก้ 'โล่กันภัย' ของคุณแล้ว! ผมกล้าฟันธงเลยว่าของจะเกลี้ยงสต็อกภายใน 3 วัน... เตรียมผลิตล็อตใหม่รอได้เลยเจ้าหนุ่ม!"

...

แนวรบที่สอง: สมรภูมิรากหญ้า

ในขณะเดียวกันที่หลังโรงงาน... โจนส์กำลังคุมคนงานขนลังสินค้าชุดใหม่ขึ้นรถบรรทุก

สินค้าล็อตนี้หน้าตาแปลกประหลาด... ไม่มีฉลากสีแดงขอบทองอันวิจิตรของ 'วิลเลียมส์'

แต่ใช้กระดาษเกรดต่ำพิมพ์ด้วยหมึกสีดำหยาบๆ... รูปวาดเป็นเงาดำของคนงานถือค้อนปอนด์ พร้อมตัวอักษรหนาเตอะเขียนว่า "ไอรอนแมน" (Ironman)

"เจ้านายครับ"

โจนส์เดินเข้ามารายงานเสียงเบา

"สตูว์ไอรอนแมนล็อตแรก 2,000 กระป๋องพร้อมส่งแล้วครับ... แต่พูดตรงๆ นะครับ รสชาติมัน... ห่วยกว่า 'Red Label' ของเราเยอะเลย"

"หน้าที่ของมันไม่ใช่ความอร่อยหรอกโจนส์"

อัลเลนหยิบกระป๋องไอรอนแมนขึ้นมาพิจารณา

"ภารกิจของมันคือการต่อสู้ หลั่งเลือด และตายตกไปตามกัน... มันคือ 'สุนัขล่าเนื้อ' ที่เราปล่อยลงไปกัดกับหมาข้างถนนในบ่อโคลน... เพื่อให้ 'วิลเลียมส์' นั่งจิบชาดูอยู่บนอัฒจันทร์อย่างสง่างาม"

"เข้าใจแล้วครับ" โจนส์พยักหน้า แม้จะยังงงๆ อยู่บ้าง

"ไปได้... ส่งของทั้งหมดไปให้คุณเกเบิล บอกเขาว่า... การแสดงเริ่มได้แล้ว"

...

ณ ร้านขายของชำมิสเตอร์เกเบิล ในย่านโบเวอรี่

ทันทีที่ "สตูว์ไอรอนแมน" ถูกวางเรียงบนชั้นวาง ป้ายราคาที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็ดึงดูดความสนใจของลูกค้าทันที

"24 เซนต์!?" ลูกค้าประจำคนหนึ่งอุทานลั่น "คุณเกเบิล! ติดป้ายผิดหรือเปล่าเนี่ย?"

"ไม่ผิดหรอก... เป็นแบรนด์น้องใหม่น่ะ โรงงานเขาเพิ่งเปิดตัวเลยยอมขายขาดทุนเพื่อสร้างชื่อ"

มิสเตอร์เกเบิลตอบด้วยสีหน้า 'จริงใจ' ตามบทที่ซ้อมมาเป๊ะๆ

จังหวะนั้นเอง... ไซลาส ครอฟต์ คู่แข่งตัวฉกาจก็เดินวางก้ามเข้ามาในร้าน

เขาตั้งใจมาเยาะเย้ยเกเบิลและเช็คยอดขายของวิลเลียมส์

"สวัสดีคุณเกเบิล!" ครอฟต์ทักทายเสียงดัง "ได้ข่าวว่าช่วงนี้ของวิลเลียมส์ขายไม่ออกเหรอ? น่าสงสารจังนะ"

"ก็... เศรษฐกิจมันไม่ค่อยดีน่ะครับ" เกเบิลแสร้งทำหน้าเศร้า

สายตาของครอฟต์เหลือบไปเห็นกระป๋องหน้าตาประหลาดบนชั้นวาง...

เมื่อเห็นป้ายราคา "24 เซนต์" รอยยิ้มเยาะเย้ยก็หุบลงทันที

"นี่... นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย!?" เขาตะโกนลั่น "24 เซนต์เรอะ!? ใครมันทำออกมา!? มันอยากเจ๊งหรือไง!?"

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับคุณครอฟต์"

เกเบิลกางมือออกทำท่าจนปัญญา

"ได้ยินว่าเป็นพวกหน้าใหม่เพิ่งเข้ามาในเมือง ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ กะจะทุ่มตลาดด้วยการยอมขาดทุน... เฮ้อ... น่าเบื่อพวกเด็กใหม่จริงๆ ทำเอาธุรกิจพวกเราปั่นป่วนไปหมด"

การแสดงอันแนบเนียนของเกเบิลได้ผลชะงัด... ครอฟต์เชื่อสนิทใจ

เขามองกระป๋อง "ไอรอนแมน" สลับกับ "สตูว์ครอฟต์" ราคา 25 เซนต์ของตัวเอง... ความโกรธแล่นพล่านไปทั่วร่าง

เขาอุตส่าห์ก๊อปปี้เทคโนโลยี ลดต้นทุนสารพัดจนขายได้ 25 เซนต์ โดยเหลือกำไรแค่ 2-3 เซนต์...

แล้วจู่ๆ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาขายตัดหน้า!

"ไอ้สารเลว! มาจากนรกขุมไหนวะ!"

ครอฟต์ตัวสั่นเทิ้มด้วยความแค้น

"คิดว่ามีปัญญาเล่นสงครามราคาคนเดียวรึไง!? ได้... เดี๋ยวเจอกัน!"

เขากระแทกเท้าเดินออกจากร้านไป พร้อมทิ้งคำประกาศสงครามไว้

"คอยดูพรุ่งนี้เถอะ! ของฉันจะลดเหลือ 23 เซนต์! อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้หน้าโง่นั่นจะทนขาดทุนได้นานแค่ไหน!"

เกเบิลมองตามหลังครอฟต์ไป ก่อนจะหันมายิ้มกริ่มให้กับเงามืดหลังร้าน

อัลเลนเดินออกมาจากหลังม่าน... ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาอำมหิต

"มันติดกับแล้วครับคุณเกเบิล... ปลาตะกละที่โง่เขลา งับเหยื่อพิษของเราเข้าไปเต็มคำแล้ว"

...

เย็นวันนั้น... บนโต๊ะทำงานของแคทเธอรีนมีรายงาน 2 ฉบับวางคู่กัน

ฉบับแรกคือยอดสั่งซื้อถล่มทลายของ Gold Label และ Red Label จากทิลฟอร์ดและร้านค้าในเมือง พร้อมเช็คมัดจำก้อนโต

ฉบับที่สองคือรายงานยอดขาย ไอรอนแมน และความเคลื่อนไหวล่าสุดของครอฟต์

"เจ้านายคะ..."

น้ำเสียงของแคทเธอรีนเต็มไปด้วยความทึ่ง

"ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเป๊ะเลยค่ะ... กระแส 'ตื่นกลัวตะกั่ว' ทำให้ยอดขายรุ่น Gold Label พุ่งทะลุเป้าไปกว่า 30%"

"ส่วนที่โบเวอรี่... ครอฟต์ประกาศลดราคาเหลือ 23 เซนต์แล้วค่ะ... วันนี้วันเดียว 'ไอรอนแมน' ของเรา (ที่ขาย 24 เซนต์) ก็ขายไปได้กว่า 500 กระป๋อง... ถึงเราจะแทบไม่ได้กำไรจากตัวนี้ แต่เราก็ลากครอฟต์ลงมาในเกมของเราสำเร็จแล้ว"

"ดีมาก..." อัลเลนสั่งการต่อเสียงเรียบ

"อัดโฆษณาแบรนด์ 'วิลเลียมส์' ต่อไป... ผมอยากให้แม่บ้านทุกคนในนิวยอร์กผวากับคำว่าสารตะกั่ว"

"ส่วนทางนี้... แจ้งคุณเกเบิล ปรับราคา 'ไอรอนแมน' ลงอีก..."

เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของมหานครนิวยอร์ก

"พรุ่งนี้... ไอรอนแมนเหลือ 22 เซนต์"

"ผมจะไม่ให้เวลามันหายใจ... ผมให้เวลาแค่ 1 เดือน"

"หลังจากเดือนนี้... ผมต้องการให้ชื่อ 'ครอฟต์' และไอ้รูปเชฟหน้าโง่นั่น... สาบสูญไปจากเชลฟ์สินค้าในนิวยอร์กตลอดกาล!"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทนำ

ตอนถัดไป