การงัดศิลาฤกษ์
นิวยอร์ก
ต่างจากวอชิงตันที่เต็มไปด้วยเกมการเมืองอันซับซ้อนและความหรูหราของชนชั้นสูง... สนามรบของจ่ามิลเลอร์กลับเป็นสถานที่ที่ติดดินกว่านั้นมาก
มันคือโลกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเหล้า และความคับแค้นใจของเหล่าทหาร
หลังจากได้รับคำสั่งจากอัลเลน มิลเลอร์ไม่ได้ผลีผลามบุกไปหาร้อยโทคาร์เตอร์ทันที
ปลาที่กำลังตื่นกลัว... ย่อมไม่ยอมงับเหยื่อที่จู่ๆ ก็โผล่มาตรงหน้า
เขาต้องการจังหวะที่ "เป็นธรรมชาติ" ที่สุด
จากการซุ่มสังเกตการณ์และพูดคุยกับเพื่อนในวงเหล้ามาหลายวัน มิลเลอร์จับทางกิจวัตรของเป้าหมายได้แล้ว
อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง... ร้อยโทคาร์เตอร์จะปลีกตัวออกจากค่ายทหารในช่วงพักเที่ยง เพื่อมาทานอาหารคนเดียวที่ร้านสเต็ก "โอลด์ เฮล์มส์แมน" (Old Helmsman) ใกล้ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะกอฟเวอร์เนอร์
ร้านนี้รสชาติพอใช้ได้ ไม่หรูหรา แต่สงบเงียบ
ลูกค้าส่วนใหญ่คือกัปตันเรือ พ่อค้า และนายทหารหัวขบถบางคนที่เบื่อหน่ายความวุ่นวายในโรงอาหารค่าย
ที่นี่แหละ... คือ "บ่อตกปลา" ที่มิลเลอร์เลือก
...
เที่ยงวันนั้น... มิลเลอร์สลัดคราบขี้เมาทิ้งไป เขาอยู่ในชุดสูทผ้าทวีดเนื้อดีสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าหวีเรียบแปล้ รอยแผลเป็นยาวบนใบหน้าช่วยเสริมบุคลิกให้ดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขามสมชายชาติทหาร
เขาไปถึงร้านก่อนเวลา เลือกที่นั่งมุมอับสายตาใกล้ประตู
สั่งแค่กาแฟดำแก้วเดียว... แล้วหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเงียบๆ รอเวลา
12:30 น. ตรงเป๊ะ... ประตูร้านถูกผลักเปิดออก
นายทหารหนุ่มในเครื่องแบบสะอาดเรียบร้อย ท่าทางองอาจผ่าเผย เดินก้าวเข้ามา
ร้อยโทเอ็ดเวิร์ด คาร์เตอร์
ดูเหมือนเขาจะคุ้นเคยกับร้านนี้ดี เขาเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะเดี่ยวริมหน้าต่างประจำตัว
จังหวะที่เขาเดินผ่านโต๊ะของมิลเลอร์... หนังสือพิมพ์ในมือมิลเลอร์ก็ "บังเอิญ" หลุดมือร่วงลงพื้น ไปตกอยู่แทบเท้าคาร์เตอร์พอดี
"อุ๊ย... ขอโทษครับ"
มิลเลอร์ทำท่าจะก้มลงเก็บ
"ไม่เป็นไรครับ"
คาร์เตอร์ก้มลงหยิบหนังสือพิมพ์ส่งคืนให้อย่างสุภาพ
วินาทีที่สายตาทั้งคู่ประสานกัน... แววตาของคาร์เตอร์ก็เปลี่ยนไป
สัญชาตญาณทหารบอกเขาว่า ชายตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา... ออร่าความแข็งแกร่งและแววตาที่ผ่านความเป็นความตายมาแล้วแบบนั้น มีแต่ทหารผ่านศึกเท่านั้นที่จะมี
"คุณเป็น... ทหารเก่าใช่ไหมครับ?"
"ครับ... มิลเลอร์" มิลเลอร์ตอบสั้นๆ
"อดีตสังกัดกรมทหารม้าที่ 2"
เขารับหนังสือพิมพ์คืน แล้วพยักหน้าให้คาร์เตอร์ด้วยท่าทางแบบทหาร
"ร้อยโทเอ็ดเวิร์ด คาร์เตอร์ครับ... เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบวีรบุรุษสงครามเม็กซิกัน"
คาร์เตอร์ยืดตัวตรง ทำความเคารพทันทีด้วยความเลื่อมใส
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้ากร้านโลกของมิลเลอร์
"วีรบุรุษอะไรกันครับผู้หมวด... ผมก็แค่คนดวงแข็งที่คลานออกมาจากกองซากศพได้เท่านั้นเอง"
"ถ้าไม่รังเกียจ... ให้ผมเลี้ยงเครื่องดื่มสักแก้วได้ไหมครับ? นานๆ จะเจอคนหนุ่มที่มีความเป็นทหารเต็มเปี่ยมแบบคุณสักที"
คำพูดที่ยกย่องให้เกียรติและถ่อมตนในเวลาเดียวกัน ช่วยละลายกำแพงระหว่างทั้งคู่ลงได้อย่างรวดเร็ว
คาร์เตอร์ตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี และนั่งลงฝั่งตรงข้าม
"จ่าครับ... หลังปลดประจำการ คุณยังอยู่ในนิวยอร์กเหรอครับ?"
"ครับ... ก็ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ กับเพื่อนเก่า พอประทังชีวิตไปวันๆ"
มิลเลอร์ตอบความจริงครึ่งเดียว
"แต่ช่วงหลังมานี้... พวกตาแก่แบบผมนอนไม่ค่อยหลับกันเลย"
"อ้าว? ทำไมล่ะครับ?" คาร์เตอร์สงสัย
"เพราะสงครามน่ะสิครับ"
สีหน้าของมิลเลอร์เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
"ผู้หมวด... พวกเราไม่ใช่นักการเมืองที่เก่งแต่ตะโกนปลุกใจในหน้าหนังสือพิมพ์... เรารู้ดีว่าสงครามของจริงมันเป็นยังไง... เรารู้ว่าสิ่งที่ทหารต้องการที่สุดในสนามรบ ไม่ใช่คำขวัญสวยหรู แต่คือ 'อาหารร้อนๆ' ให้มีแรงสู้ และ 'เพื่อนร่วมรบ' ที่ไว้ใจได้"
คำพูดนี้กระแทกใจคาร์เตอร์เข้าอย่างจัง
สีหน้าของเขาหม่นลงทันที
"คุณพูดถูกครับจ่า..."
"ตอนนี้ศูนย์รับสมัครทหารเต็มไปด้วยเด็กหนุ่มที่มองโลกในแง่ดี... พวกเขาคิดว่าสงครามคือการผจญภัยอันรุ่งโรจน์ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ความหิวโหย ความหนาวเหน็บ และโรคระบาด... มันน่ากลัวกว่ากระสุนข้าศึกร้อยเท่า"
"พวกเราคนแก่ๆ เลยทนดูเฉยๆ ไม่ไหวน่ะครับ" มิลเลอร์พูดช้าๆ จ้องตาอีกฝ่าย
"เราไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ เรี่ยวแรงจะไปรบก็ไม่ไหว... แต่เราอยากใช้ประสบการณ์และเส้นสายเล็กๆ น้อยๆ ที่พอมี ทำอะไรที่เป็นประโยชน์จริงๆ ให้กับน้องๆ หลานๆ ที่แนวหน้าบ้าง"
"ทำอะไรที่เป็นรูปธรรมเหรอครับ?"
"ใช่ครับ"
มิลเลอร์หยิบกระป๋อง 2 ใบออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท วางลงบนโต๊ะเบาๆ
ใบหนึ่งเป็น 'Red Label' อีกใบเป็น 'Gold Label' ที่หรูหรากว่า
"ตัวอย่างเช่น... แก้ปัญหาปากท้องของพวกเขา"
คาร์เตอร์มองกระป๋องทั้งสองใบตาโต เขาจำโลโก้รูปโล่นั้นได้
"นี่มัน... อาหารกระป๋องวิลเลียมส์?" เขาแปลกใจ "ผมเคยได้ยินกิตติศัพท์มาบ้าง... เห็นว่ารสชาติดีมาก"
"ไม่ใช่แค่ดีครับผู้หมวด"
น้ำเสียงของมิลเลอร์เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"แต่มัน 'สะอาด ปลอดภัย' กินได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุง และเก็บได้นานกว่า 2 ปี... นี่มันคือ 'ยุทธปัจจัย' ชั้นเลิศครับ"
เขาดันกระป๋องสีทองไปตรงหน้าคาร์เตอร์
"นี่คือรุ่นพิเศษที่วิลเลียมส์... หนึ่งในพันธมิตรของเรา... พัฒนาขึ้นเพื่อกองทัพโดยเฉพาะ พวกเราทหารเก่าลองชิมกันแล้ว ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า... ถ้าสมัยสงครามเม็กซิโกเรามีของแบบนี้กิน ยอดทหารป่วยตายคงลดลงไปอย่างน้อย 30% แน่ๆ"
คาร์เตอร์หยิบกระป๋องขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
"จ่าครับ..." เขาเงยหน้าขึ้นมอง "ผมเกรงว่าวันนี้คุณคงไม่ได้แค่บังเอิญมาเจอผมเพื่อเลี้ยงเหล้าใช่ไหมครับ?"
เขาเป็นคนฉลาด... เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
"ดูเหมือนผมจะปิดบังอะไรคุณไม่ได้จริงๆ นะครับผู้หมวด" มิลเลอร์ยอมรับอย่างลูกผู้ชาย
"ผม... และกลุ่มนักธุรกิจทหารผ่านศึกผู้รักชาติที่อยู่เบื้องหลังผม... ต้องการความช่วยเหลือครับ"
"เรารู้ว่ามันยากแค่ไหนที่จะเอาของดีๆ แบบนี้เข้าสู่ระบบจัดซื้อของกองทัพ... และเรารู้ดีว่ามีคนบางกลุ่มใน 'กรมพลาธิการ' ที่ไม่สนว่าทหารจะกินอะไร สนแต่ว่าจะยัดเงินเข้ากระเป๋าตัวเองได้มากแค่ไหน"
คำพูดนี้จี้ใจดำคาร์เตอร์จนเจ็บแปลบ
"เราต้องการนายทหารที่ห่วงใยลูกน้องจริงๆ... คนที่มีความกล้าหาญ มีความรับผิดชอบ และไม่เกรงกลัวอำนาจมืด... มาเป็น 'คนนำทาง' ให้เรา"
สายตาของมิลเลอร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนายทหารหนุ่ม
"เราต้องการคนที่จะนำตัวอย่างนี้... และนำความห่วงใยที่มีต่อชีวิตทหารแนวหน้า... ไปวางต่อหน้าคนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดจริงๆ"
"และจากการสืบข่าวของเรา... ทั้งนิวยอร์กมีนายทหารฝ่ายพลาธิการเพียงคนเดียวที่มีคุณสมบัติครบถ้วน..."
"นั่นคือคุณครับ... ร้อยโทคาร์เตอร์"
หัวใจของคาร์เตอร์เต้นแรง
เขาซาบซึ้งกับคำพูดที่เปี่ยมด้วยความไว้วางใจและความคาดหวังนี้เหลือเกิน
เพราะนี่คือสิ่งที่เขาพยายามทำมาตลอด แต่ไม่เคยทำสำเร็จ
"แต่... ผมเป็นแค่ร้อยโทนะครับ" คาร์เตอร์เสียงอ่อย "รายงานของผมคงไปไม่ถึงโต๊ะ 'นายพลรีด' หรอก... คงโดน 'พันเอกฮัดสัน' ฉีกทิ้งกลางทางเหมือนเดิม"
"นั่นแหละครับ... เหตุผลที่คุณต้องการความช่วยเหลือจากเรา"
มิลเลอร์หยิบซองจดหมายหนาปึกออกมาจากอกเสื้อ... แล้วสอดไปใต้โต๊ะ วางแหมะลงบนตักของคาร์เตอร์อย่างแนบเนียน
"ผู้หมวดครับ... พวกเราทหารเก่าเข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งดี: 'บางครั้ง... การจะทำสิ่งที่ถูกต้อง ก็จำเป็นต้องใช้วิธีการที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก'"
"ในนี้มี 500 ดอลลาร์... ไม่ใช่สินบนนะครับ แต่เป็น 'งบสนับสนุนการดำเนินงาน' จากกลุ่มพันธมิตรผู้รักชาติของเรา"
"คุณจะเอาไปเลี้ยงข้าวเพื่อนฝูง... หรือเอาไป 'เปิดทาง' กับคนรอบข้างพันเอกฮัดสัน เพื่อให้รายงานของคุณหลุดรอดไปได้... ก็สุดแล้วแต่คุณจะพิจารณา"
"เป้าหมายของเรามีเพียงหนึ่งเดียว: ทำให้นายพลรีดได้เห็นและได้ชิมสิ่งนี้ด้วยตัวท่านเอง... นี่คือสิ่งที่อาจเปลี่ยนผลแพ้ชนะของสงครามได้เลยนะครับ"
ร่างของคาร์เตอร์แข็งทื่อ
เขาสัมผัสได้ถึงความหนาของซองจดหมายบนตัก... มันหนักอึ้งไปด้วยความเสี่ยงและสิ่งเย้ายวนใจ
"คุณ... คุณกำลังขอให้ผมเอาอนาคตมาเสี่ยงครั้งใหญ่นะครับ" เสียงของคาร์เตอร์แหบพร่า
"ใช่ครับ"
มิลเลอร์ตอบรับตรงๆ
"แต่มันคือการเสี่ยงเพื่อชีวิตของทหารนับหมื่น... และเพื่ออุดมการณ์ที่คุณยึดมั่นมาตลอดไม่ใช่เหรอครับ?... ผมเชื่อว่าบัณฑิตเกียรตินิยมจากเวสต์พอยต์ ไม่เคยขาดแคลนความกล้าที่จะเดิมพันเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง"
มิลเลอร์ลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วทำวันทยหัตถ์ให้คาร์เตอร์อย่างสง่าผ่าเผย
"ตัวอย่างและกระสุนดินดำ... ผมส่งมอบให้คุณแล้ว ที่เหลือขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ... โชคดีครับผู้หมวด"
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง หันหลังเดินออกจากร้านไปอย่างเด็ดขาด ทิ้งให้นายทหารหนุ่มนั่งจมอยู่กับความคิด
คาร์เตอร์นั่งนิ่งอยู่นาน...
ตรงหน้าเขา... คือกระป๋องทองคำที่เป็นตัวแทนของ 'อนาคต'
บนตักเขา... คือซองเงินที่เป็นตัวแทนของ 'ความเสี่ยง'
ในใจเขา... กำลังเกิดสงครามระหว่างความกลัวกับหน้าที่
ในที่สุด... มือที่สั่นเทาเล็กน้อยก็หยิบซองจดหมายสอดเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อด้านใน
จากนั้น... เขาคว้ากระป๋อง Gold Label ขึ้นมากำแน่น แววตาเปลี่ยนจากลังเลเป็นมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
"ตะปูตัวแรก" ของอัลเลน... ถูกตอกเข้าไปในกำแพงผุพังของกองทัพสำเร็จแล้ว