โต๊ะโป๊กเกอร์แห่งอำนาจ
วอชิงตัน ดี.ซี.
เมืองหลวงที่เพิ่งตั้งไข่แห่งนี้กำลังเดือดพล่านไปด้วยกิจกรรมอันน่าเวียนหัว
ความตื่นตระหนกจากสงครามผสมปนเปไปกับความบ้าคลั่งของการเก็งกำไร ก่อให้เกิดบรรยากาศที่แปลกประหลาด
ใต้ซุ้มประตูโรงแรมหรูทุกแห่ง เต็มไปด้วยพ่อค้าอาวุธ นายหน้าค้าม้า และคนขายเครื่องแบบที่ยืนรอดักเหยื่อ... ส่วนหน้าสถานที่ราชการก็คลาคล่ำไปด้วยล็อบบี้ยิสต์ที่ถือสัญญาในมือ รอคอยโอกาสเข้าพบผู้มีอำนาจ
ในสังเวียนอำนาจที่อบอวลไปด้วยฮอร์โมนเพศชายและควันซิการ์ฉุนกึก... แคทเธอรีน โอไบรอัน ปรากฏตัวขึ้นอย่างโดดเด่นและสง่างาม
ห้องสวีทของเธอที่โรงแรมวิลลาร์ด กลายเป็นศูนย์กลางทางสังคมที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในดีซี
แม้ "งานชิมอาหาร" จะจบลงแล้ว แต่ตำนานของ "อาหารกระป๋องวิลเลียมส์... ปลอดสารตะกั่วเพื่อชาติ" เพิ่งจะเริ่มกระพือปีกบินว่อนไปทั่วโถงทางเดินของแคปิตอลฮิลล์
...
9:30 น. แคทเธอรีนนั่งรถม้าคันหรูมาถึงหน้าอาคารรัฐสภา พร้อมด้วย เดวิส ผู้ช่วยท้องถิ่นที่เธอจ้างมา
"คุณโอไบรอันครับ... คุณไม่ตื่นเต้นเลยเหรอครับ?"
เดวิสถามเสียงสั่น มือไม้สาละวนกับการจัดเนคไทที่เบี้ยวแล้วเบี้ยวอีก
"นั่นคือ 'วุฒิสมาชิกคลาร์ก' นะครับ! ใครๆ ก็บอกว่ากระทรวงกลาโหมซื้อกระสุนไม่ได้แม้แต่นัดเดียว ถ้าไม่ผ่านลายเซ็นเขา!"
"คุณเดวิสคะ..." แคทเธอรีนยิ้มบางๆ แววตาเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
"เมื่อคุณถือ 'ไพ่ตาย' ที่คู่ต่อสู้ไม่มีทางปฏิเสธได้อยู่ในมือ... คุณไม่ต้องตื่นเต้นหรอกค่ะ คุณแค่ต้องคิดว่าจะหงายไพ่ใบนั้นยังไงให้ดูสง่างามที่สุดเท่านั้นเอง"
"ไพ่ตายเหรอครับ?"
"แน่นอนค่ะ... อาหารกระป๋องของเราไงคะ"
...
ภายในห้องทำงานอันเคร่งขรึมของประธานคณะกรรมาธิการการทหารวุฒิสภา
แคทเธอรีนได้เผชิญหน้ากับ วุฒิสมาชิก โทมัส คลาร์ก ตัวจริงเสียงจริง
เขาดูแก่กว่าในรูปถ่าย แต่แววตาดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกลับดูเฉียบคมและน่าเกรงขามยิ่งกว่า... ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจคนได้
ผมสีเงินหวีเรียบแปล้สะท้อนแสงไฟ บ่งบอกถึงความเนี้ยบและเจ้าระเบียบ
"คุณโอไบรอัน... ยินดีต้อนรับสู่วอชิงตันครับ"
น้ำเสียงของคลาร์กราบเรียบ ไร้อารมณ์ เขาผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
"เชิญนั่งครับ... ผมมีเวลาไม่มาก ให้เวลาคุณ 15 นาที... ไหนลองบอกสิครับว่า อะไรดลใจให้ 'ฮีโร่อาหารกระป๋อง' จากนิวยอร์ก ส่งมือขวาคนเก่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนี่?"
"ท่านวุฒิสมาชิกคะ... ดิฉันมาที่นี่เพื่อช่วยท่านประหยัดเวลาอันมีค่าค่ะ"
แคทเธอรีนหยิบกระป๋อง Gold Label ที่บรรจุในกล่องกำมะหยี่ออกมาวางบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีอย่างเบามือ
"เจ้านายของดิฉัน... มิสเตอร์อัลเลน วิลเลียมส์... ส่งดิฉันมาเพื่อนำเสนอ 'ทางออก' ให้กับท่าน รัฐสภา และสหภาพทั้งหมดค่ะ"
"ทางออก?"
มุมปากของคลาร์กยกยิ้มหยัน
"รู้ไหมครับ... ทุกวันมีคนเป็นร้อยเดินเข้ามาในห้องนี้ แล้วบอกว่าพวกเขามี 'ทางออก' มาขาย... ตั้งแต่ปืนไรเฟิลที่ไม่วันขัดลำกล้อง ไปจนถึงรถถังไอน้ำที่วิ่งเร็วกว่าม้า... บอกผมซิว่า ไอ้กระป๋องใบจิ๋วนี่จะแก้อะไรได้?"
"มันแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดแต่ถูกมองข้ามมากที่สุดของกองทัพได้ค่ะ... 'การสูญเสียกำลังพลจากระบบโลจิสติกส์' และ 'สุขภาพของทหาร'"
แคทเธอรีนสบตาเขาอย่างไม่ลดละ
"จากรายงานทางการทหารที่เปิดเผยต่อสาธารณะ... ในสงครามเม็กซิโกครั้งล่าสุด จำนวนทหารที่เสียชีวิตจาก 'โรคภัยไข้เจ็บ' โดยเฉพาะโรคขาดสารอาหารและอาหารเป็นพิษ... มีมากกว่าทหารที่ตายเพราะลูกปืนข้าศึกถึง 2 เท่า นะคะท่าน"
"นั่นหมายความว่า... ทุกครั้งที่เราเสียทหาร 1 คนในสนามรบ เราต้องเสียทหารอีก 2 คนไปเปล่าๆ เพราะระบบเสบียงที่ล้มเหลวของเราเอง"
รอยยิ้มหยันบนหน้าคลาร์กหายไปทันที แทนที่ด้วยความเคร่งขรึม
"และเจ้ากระป๋องใบนี้..." แคทเธอรีนชี้ไปที่ Gold Label
"มันสามารถหยุดสถิติสยองขวัญนั้นได้ค่ะ... เพราะมันถูกปิดผนึกด้วยระบบสุญญากาศและฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำ เก็บได้นานกว่า 2 ปีโดยไม่เน่าเสีย... มีสารอาหารครบถ้วน ให้พลังงานสูง... และที่สำคัญที่สุด 'ไร้สารตะกั่ว 100%' ตัดปัญหาทหารป่วยเพราะพิษโลหะหนักทิ้งไปได้เลยค่ะ"
"นั่นมันก็แค่ข้อดีพื้นฐาน..." คลาร์กแย้ง แต่สายตาเริ่มจับจ้องที่กระป๋อง
"งั้นลองมองในมุมยุทธศาสตร์ดูสิคะ" แคทเธอรีนรุกฆาต
"ลองจินตนาการดู... ถ้านายพลของเราไม่ต้องพะวงเรื่องเส้นทางลำเลียงเสบียงที่ยืดเยื้อ... กองทัพที่พกพาอาหารกระป๋องคุณภาพสูงติดตัวไปได้ จะสามารถเดินทัพได้ไกลขึ้น รวดเร็วขึ้น และปฏิบัติการในพื้นที่ทุรกันดารได้นานขึ้นโดยไม่ต้องรอเสบียง... ท่านน่าจะเข้าใจดีกว่าดิฉันนะคะว่า สิ่งนี้มีความหมายแค่ไหนในสงครามยุคใหม่"
คลาร์กเงียบกริบ
นิ้วมือของเขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ สายตาจ้องมองกระป๋องเล็กๆ นั้นราวกับกำลังคำนวณหมากรุกในหัว
ในฐานะประธานกรรมาธิการการทหาร... เขารู้ดีว่าแคทเธอรีนพูดถูกทุกอย่าง
ยัยผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาขายของกิน... แต่หล่อนกำลังขาย "ความได้เปรียบทางยุทธวิธี"
"ฟังดูเข้าท่าดีครับคุณโอไบรอัน"
ในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก แต่น้ำเสียงยังคงไว้เชิง
"แต่ของดีมักจะแพง... ผมเดาว่าไอ้กระป๋องวิเศษนี่คงราคาไม่เบาใช่ไหม?"
"แน่นอนค่ะ... ราคามันสูงกว่าบิสกิตแข็งๆ กับเนื้อเค็มแห้งๆ แน่นอน" แคทเธอรีนยอมรับตรงๆ
"แต่ท่านวุฒิสมาชิกคะ... ในฐานะผู้คุมถุงเงินของกองทัพ ท่านไม่ควรมองแค่ 'ราคาต่อหน่วย' (Unit Price)... แต่ควรมอง 'ต้นทุนรวม' (Total Cost) ค่ะ"
เธอยื่นเอกสารปึกหนึ่งให้เขา
"นี่คือแบบจำลองการวิเคราะห์ต้นทุนที่เราทำขึ้น... เมื่อคำนวณรวมอัตราการเน่าเสียของเสบียงแบบเก่า, น้ำหนักในการขนส่ง, เชื้อเพลิงสำหรับโรงครัวสนาม, และค่ารักษาพยาบาลทหารที่ป่วย..."
"ผลสรุปคือ... การใช้อาหารกระป๋องของเรา จะช่วยลดงบประมาณด้านโลจิสติกส์สำหรับกองพลทหาร 10,000 นายลงได้อย่างน้อย 20% ค่ะ"
"เราไม่ได้มาทำให้ท่านจ่ายแพงขึ้น... แต่เรามาช่วยท่าน 'ประหยัดงบ' และ 'เพิ่มประสิทธิภาพ' ค่ะ"
ข้อมูลและตรรกะที่แน่นปึ้กนี้ ทำเอาวุฒิสมาชิกคลาร์กถึงกับพูดไม่ออก
ก๊อก... ก๊อก...
ประตูห้องทำงานเปิดออกเบาๆ หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดเดรสหรูหราเดินเข้ามา
"คุณพ่อคะ... ขอโทษที่รบกวนค่ะ หนูมาเอาบัตรเข้าชมโอเปร่าที่คุณพ่อลืมไว้ค่ะ"
"โอ้! แอนนา ลูกรัก"
สีหน้าเคร่งขรึมของคลาร์กเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มอ่อนโยนทันที
"เข้ามาสิลูก... พ่อจะแนะนำแขกให้รู้จัก นี่คุณโอไบรอัน จากนิวยอร์กจ้ะ"
"สวัสดีค่ะมิสคลาร์ก" แคทเธอรีนทักทาย
"สวัสดีค่ะ... ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" แอนนายิ้มตอบตามมารยาท
แต่พอมองเห็นกระป๋องสีทองบนโต๊ะ และนามบัตรของแคทเธอรีน... ดวงตาของเธอก็เป็นประกายวาววับ
"อุ๊ย! 'วิลเลียมส์ ฟู้ด' เหรอคะ!?" เธออุทานลั่น
"หนูรู้จักค่ะคุณพ่อ! นี่แบรนด์โปรดของคุณลุงทิลฟอร์ดเลยนะ! หนูเพิ่งไปต่อคิวซื้อรุ่น Gold Label ที่ร้านเขามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง... อร่อยมากกกก! อร่อยกว่าเชฟที่บ้านทำอีกค่ะคุณพ่อ!"
คำการันตีที่ใสซื่อและจริงใจจากลูกสาวสุดที่รัก... มีน้ำหนักมากกว่ากราฟและตัวเลขร้อยหน้ากระดาษของแคทเธอรีนรวมกันเสียอีก!
วุฒิสมาชิกคลาร์กมองลูกสาว สลับกับมองแคทเธอรีน... แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ! ดูเหมือนลูกสาวผมจะทำหน้าที่วิเคราะห์ตลาดแทนผมไปเรียบร้อยแล้วสินะ"
เขาลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาให้แคทเธอรีน
"คุณโอไบรอัน... คุณทำได้ยอดเยี่ยมมาก และเจ้านายของคุณ... มิสเตอร์วิลเลียมส์... ก็เป็นคนหนุ่มที่น่าสนใจจริงๆ"
"เอ่อ... ท่านวุฒิสมาชิกคะ แล้วเรื่องข้อเสนอของเรา..." แคทเธอรีนถามอย่างระมัดระวัง
"ผมรับปากอะไรไม่ได้หรอกนะ..."
คลาร์กตอบด้วยลีลานักการเมืองชั้นครู
"แต่ผมบอกได้แค่ว่า... บ่ายนี้ผมจะเขียนจดหมายส่วนตัวถึง 'รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม' (Secretary of War)..."
"ในจดหมาย... ผมจะ 'แนะนำอย่างยิ่ง' ให้กระทรวงกลาโหมเร่งพิจารณาระบบเสบียงแบบใหม่ของบริษัทคุณโดยด่วนที่สุด"
แม้จะไม่ใช่สัญญาจัดซื้อ... แต่คำว่า "แนะนำอย่างยิ่ง" จากปากประธานกรรมาธิการทหาร... มันทรงพลังยิ่งกว่าคำสั่งเสียอีก!
"ขอบพระคุณมากค่ะท่าน!" แคทเธอรีนแทบจะกระโดดตัวลอย
"ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก" คลาร์กหยิบกระป๋องทองคำขึ้นมาชั่งน้ำหนักในมือ
"ขอบคุณสินค้าคุณภาพเยี่ยม และวิสัยทัศน์ของเจ้านายคุณเถอะ... ฝากบอกเขาด้วยนะว่า ผมตั้งตารอที่จะได้เจอตัวจริงของเขาที่วอชิงตันเร็วๆ นี้"
...
เมื่อแคทเธอรีนเดินออกมาสัมผัสแสงแดดอุ่นๆ หน้าอาคารรัฐสภา... เธอยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ
เธอทำสำเร็จแล้ว...
เธอวาง 'ไพ่ตาย' ใบสำคัญลงบนโต๊ะอำนาจได้อย่างงดงามหมดจด... ตามที่อัลเลนต้องการทุกประการ!