อาหารกลางวันที่แตกต่างออกไป

วันศุกร์ ณ เกาะกอฟเวอร์เนอร์ส

วันนี้คือวันตัดสินตามแผนการทั้งหมดของอัลลัน แต่ภายในสำนักงานบริษัท วิลเลียมส์ ฟู้ด เขายังคงนั่งจัดการเอกสารประจำวันอย่างสงบนิ่ง ราวกับวันนี้เป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง

แคทเธอรีนเดินเข้ามาวางรายงานฉบับล่าสุดลงบนโต๊ะ "เจ้านายคะ บริษัทของมิสเตอร์ทิลฟอร์ดเพิ่งสั่งซื้อ 'ฉลากทอง' เพิ่มอีก 500 ลังค่ะ เขาบอกว่าโฆษณาของคุณทำเอาคุณนายทั้งนิวยอร์กขวัญผวาจนไม่กล้ากินยี่ห้ออื่น ตอนนี้พวกเธอถามหาแต่โลโก้รูปโล่ของเราเท่านั้นค่ะ"

"ข่าวดีนี่" อัลลันตรวจทานสัญญาครู่หนึ่งก่อนจะเซ็นอนุมัติ "บอกให้เขามารับของได้เลย บ่ายนี้ยิ่งเรามีกระแสเงินสดมากเท่าไหร่ รากฐานเราก็ยิ่งปึกแผ่นเท่านั้น"

แคทเธอรีนมองเจ้านายด้วยแววตากังวล "แล้วทางนั้น... บนเกาะกอฟเวอร์เนอร์ส จะไม่มีอะไรผิดพลาดจริงๆ ใช่ไหมคะ? ร้อยโทคาร์เตอร์..."

"เพลงเริ่มบรรเลงแล้ว แคทเธอรีน" อัลลันเงยหน้าขึ้นสบตาสีฟ้าของเธอด้วยความมั่นใจ "ตอนนี้เราไม่ใช่คนคุมเกมอีกต่อไปแล้ว เราแค่ต้องรออย่างอดทนเพื่อดูคู่ต่อสู้เดินเข้าไปในกรงที่เราสร้างไว้"

ณ ห้องอ่านหนังสือสโมสรนายทหาร เกาะกอฟเวอร์เนอร์ส

พลเอกรีดเพิ่งปลีกตัวมาจากการประชุมเรื่องเสบียงกองทัพที่แสนจะงี่เง่าและน่าปวดหัว เขาพา ร้อยโทคาร์เตอร์ นายทหารหนุ่มที่เขาเริ่มจะให้ความไว้วางใจมุ่งหน้าไปยังมุมโปรดของเขา โดยหวังจะใช้เวลาช่วงบ่ายอันสั้นนี้ซึมซับจิตวิญญาณแห่งจูเลียส ซีซาร์ เพื่อคลายความหงุดหงิด

"ท่านครับ" บรรณารักษ์ทหารผ่านศึกทำความเคารพอย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยตามบทที่คาร์เตอร์แอบเตี๊ยมไว้ "เมื่อวันก่อนมีบริษัทอาหารจากนิวยอร์กบริจาคชุดหนังสือ 'Commentarii de Bello Gallico' ฉบับพิมพ์พิเศษมาให้ครับ ผมเลยนำไปวางไว้ที่โต๊ะประจำของท่านแล้ว"

"อ้อ? จริงเรอะ?" พลเอกรีดเลิกคิ้วด้วยความสนใจ

ที่โต๊ะประจำริมหน้าต่าง หนังสือปกหนังหรูหราชุดใหม่วางสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น กลิ่นหนังและหมึกพิมพ์โชยมาจางๆ แต่สิ่งที่สะดุดตากว่าคือกล่องไม้แกะสลักที่มีโลโก้ "รูปโล่" ของวิลเลียมส์ ฟู้ด วางเคียงข้างกัน

มีการ์ดใบเล็กแนบไว้: “คำยกย่องจากนักธุรกิจนิวยอร์กผู้รักชาติ มอบแด่นายทหารผู้เสียสละ เพื่อเติมพลังระหว่างการค้นคว้าตำราสงคราม”

"วิลเลียมส์..." พลเอกรีดพึมพำ เขาจำชื่อนี้ได้จากจดหมายแนะนำของวุฒิสมาชิกคลาร์กเมื่อไม่กี่วันก่อน

ความหิวที่เริ่มก่อตัวก่อนเวลาอาหารกลางวันทำให้เขาเปิดกล่องไม้ดู ภายในบรรจุเนื้อตุ๋น "Premium Gold Label" หลายกระป๋องที่บรรจุภัณฑ์ประณีตราวกับเครื่องประดับ เขาจึงเรียกพนักงานให้นำจานและที่เปิดกระป๋องมาให้

ทันทีที่ฝากระป๋องถูกงัดเปิด กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อตุ๋นคุณภาพดีที่อบอวลด้วยไอของไวน์และสมุนไพรก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องอ่านหนังสืออันเงียบสงัด

นายพลรีดตักชิมไปคำหนึ่ง... และวินาทีต่อมา ใบหน้าที่กร้านโลกและแข็งกระด้างราวกับหินผาก็เปลี่ยนเป็นความตกตะลึง

ถึงแม้จะเป็นสตูว์แบบเย็นที่ไม่ได้อุ่น แต่รสชาตินั้นกลับยอดเยี่ยมจนไร้ที่ติ ตลอด 40 ปีในกองทัพ จากป่าทางตะวันตกจนถึงทะเลทรายเม็กซิโก เขาไม่เคยสัมผัสเสบียงกระป๋องที่วิเศษขนาดนี้มาก่อน

ในสายตาของนักรบเฒ่า นี่ไม่ใช่แค่ของกิน แต่มันคืออาวุธที่ใช้ชุบชีวิตขวัญกำลังใจทหาร!

เขากินจนเกลี้ยงกระป๋องก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตานั้นกลับแฝงด้วยโทสะที่รอวันปะทุเหมือนภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด

"ใครก็ได้!" เสียงของนายพลทรงพลังจนทุกคนในห้องสะดุ้ง

นายทหารเวรรีบวิ่งเข้ามา "ครับท่าน!"

"ไปตามตัวพันเอกฮัดสันจากฝ่ายพลาธิการมาพบฉันเดี๋ยวนี้! และให้คนไปที่ออฟฟิศของมัน ค้นหาตัวอย่างและเอกสารทั้งหมดของบริษัท 'วิลเลียมส์ ฟู้ด' มาให้ฉัน! อย่าให้ขาดแม้แต่แผ่นเดียว! ฉันจะรออยู่ที่นี่!"

เขากวาดสายตามาที่คาร์เตอร์ "คาร์เตอร์... ไปเชิญผู้รับผิดชอบของบริษัทวิลเลียมส์มาพบฉันที่นี่ด้วย!"

15 นาทีต่อมา

พันเอกฮัดสันเดินเข้ามาในห้องอ่านหนังสือด้วยท่าทางอืดอาด เสียงเรอและกลิ่นวิสกี้จางๆ โชยออกมาจากตัวเขา "ท่านนายพล มีธุระด่วนอะไรกับผมหรือครับ?" เขาถามพร้อมรอยยิ้มประจบ

พลเอกรีดไม่ตอบ แต่ชี้ไปที่กระป๋องทองว่างเปล่าบนโต๊ะ "ฮัดสัน ตอบฉันมา... นี่คืออะไร?"

"กระป๋องอาหารครับท่าน" ฮัดสันตอบด้วยสีหน้ามึนตึ้บ

"ฉันรู้ว่ามันคือกระป๋อง!" นายพลรีดคำรามจนหน้าต่างสั่นสะเทือน "แต่ที่ฉันถามคือ ทำไมของพรรค์นี้ถึงต้องมาถึงมือฉันผ่านกล่องบริจาคในห้องสมุด แทนที่จะเป็นรายงานการจัดซื้อเร่งด่วนที่ต้องมีลายเซ็นของแกวางอยู่บนโต๊ะทำงานฉัน!?"

"เอ่อ... คือ..." เหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผากของฮัดสัน "บริษัทนี้ส่งตัวอย่างมาจริงครับท่าน แต่กระบวนการตรวจสอบมัน... มันต้องใช้เวลาครับ..."

"เวลาเรอะ? แกคิดว่าสงครามจะรอให้แกตรวจสอบจนเสร็จหรือไง!"

จังหวะนั้น นายทหารเวรเดินเข้ามาพร้อมกล่องตัวอย่าง "ฉลากแดงรุ่นมาตรฐาน" ที่ยึดมาจากโต๊ะของฮัดสัน

"เปิดมันออกเดี๋ยวนี้!" นายพลสั่งเสียงเฉียบ

เมื่อกระป๋องฉลากแดงถูกเปิดออก กลิ่นและลักษณะของมันแตกต่างจาก "ฉลากทอง" ที่นายพลเพิ่งกินไปอย่างชัดเจน (เพราะอัลลันจงใจส่งตัวอย่างเกรดต่ำที่สุดให้ฮัดสันเพื่อวางกับดัก)

"ฮัดสัน... ชิมมันซะ" พลเอกรีดสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ชิมแล้วบอกฉันว่า ไอ้น้ำล้างจานที่แกเก็บไว้ในห้องทำงานเนี่ย มันเหมือนกับสิ่งที่ฉันเพิ่งกินไปเมื่อกี้ไหม?"

ฮัดสันมือสั่นขณะตักอาหารเข้าปาก วินาทีที่รสชาติแตะลิ้น หน้าของเขาก็ซีดเผือด "นี่มัน... ผม... คือ..."

"พูดไม่ออกงั้นเรอะ?" แววตาของนายพลรีดเหลือเพียงความผิดหวังและชิงชัง "แกอธิบายมาสิ ว่าทำไมสินค้าจากบริษัทเดียวกัน ผ่านคนละช่องทาง ถึงได้มีคุณภาพต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้!?"

"ผมไม่รู้ครับท่าน! ผมสาบาน! ของที่ผมได้รับมามันรสชาติแบบนี้จริงๆ!" ฮัดสันโวยวายด้วยความสัตย์จริง (ที่ดูเหมือนคำโกหกที่สุด)

"แกไม่รู้ เพราะแกไม่เคยใส่ใจ!" นายพลรีดระเบิดอารมณ์ "เพราะในหัวแกมีแต่เรื่องเงินทอน แกไม่เคยสนเลยว่าทหารแนวหน้าของเราจะต้องทนกินขยะพวกนี้หรือเปล่า!"

"ไม่ครับท่าน ผม..."

"พอ! ฉันไม่อยากฟังคำลวงโลกของแกอีก!" พลเอกรีดประกาศกร้าว "ทหาร! ปลดพันเอกฮัดสันจากทุกตำแหน่งหน้าที่ จับกุมตัวมันไปรอขึ้นศาลทหารเดี๋ยวนี้! และฉันขอแต่งตั้งให้ร้อยโทคาร์เตอร์รักษาการหัวหน้าฝ่ายพลาธิการแทน!"

ฮัดสันทรุดฮวบลงกับพื้นก่อนจะถูกหิ้วปีกออกไปอย่างหมดสภาพ

ความเงียบกลับคืนสู่ห้องอ่านหนังสือ พลเอกรีดหันมามองอัลลันที่ยืนรออยู่หน้าประตูด้วยท่าที "พลเมืองดีผู้บริสุทธิ์"

"คุณวิลเลียมส์" นายพลสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ "ดูเหมือนว่าจะมีหนอนบ่อนไส้ตัวใหญ่ในกองทัพของฉัน และคุณก็ได้ช่วยเปิดโปงมันด้วยวิธีที่... ค่อนข้างจะพิเศษทีเดียว"

เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของอัลลัน ชายหนุ่มที่ดูเหมือนเหยื่อถูกรังแกมาตลอด "ฉันไม่สนหรอกว่าแผนการของคุณกับฮัดสันจะมีเบื้องลึกยังไง... แต่ตอนนี้ เรามาคุยเรื่อง 'ธุรกิจ' กันจริงๆ เสียที"

ตอนก่อน

จบบทที่ อาหารกลางวันที่แตกต่างออกไป

ตอนถัดไป