ชื่อเสียง

ข่าวการคว้าสัญญาจัดซื้อจากกองทัพมูลค่ามหาศาลของ บริษัท วิลเลียมส์ ฟู้ด แพร่สะพัดไปทั่ววงการธุรกิจของนิวยอร์กเพียงชั่วข้ามคืน ชื่อของอัลเลน วิลเลียมส์ ไม่ใช่แค่ชื่อพ่อค้าหน้าใหม่อีกต่อไป แต่คนในละแวกนั้นเริ่มขนานนามเขาว่า "ราชาแห่งอาหารกระป๋อง"

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงอรุณแรกจับขอบฟ้า ฝูงชนจำนวนมหาศาลก็มารวมตัวกันแน่นขนัดหน้าประตูเหล็กของโรงงาน มีทั้งคนงานท่าเรือร่างยักษ์ ชาวนาที่ทิ้งถิ่นฐานหนีภัยแล้ง และผู้อพยพจากทางใต้ที่หนีความวุ่นวายของสงคราม

ทุกคนมาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวคือ "งาน"

พวกเขารู้ดีว่าที่นี่จ่ายค่าจ้างสูงกว่าที่อื่น 10% และที่สำคัญที่สุดคือ "มีสวัสดิการอาหาร" ซึ่งเป็นเนื้อวัวตุ๋นรสเลิศ ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและสงครามจ่อหัวบันไดบ้าน งานที่อิ่มท้องและเงินดีแบบนี้เปรียบเสมือนสวรรค์บนดิน

การคัดกรองที่เข้มงวด

ภายในโรงงาน โจนส์ และ มิลเลอร์ นั่งประจำการอยู่ที่โต๊ะรับสมัครงานชั่วคราว อัลเลนยกอำนาจการตัดสินใจเลือกคนงานด่านหน้าให้พวกเขาทั้งหมด เพราะเขารู้ดีว่าสายตาของอดีตทหารผ่านศึกจะมองคนได้ทะลุปรุโปร่งกว่าใคร

"คนต่อไป!" โจนส์ตะโกนเสียงดัง

ชายร่างกำยำคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางอวดดี "ผมทำได้ทุกอย่าง ทั้งงานท่าเรือหรืองานก่อสร้าง ผมคนเดียวทำงานได้เท่ากับคนของคุณสองคนรวมกันเสียอีก"

มิลเลอร์ที่นั่งเงียบมาตลอดจ้องมองชายคนนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย "ทำไมคุณถึงออกจากงานที่เก่า?"

"หัวหน้าเก่ามันงี่เง่า ผมเลยซัดหน้ามันไปทีนึงแล้วเดินออกมา" ชายร่างใหญ่ตอบอย่างภาคภูมิใจ

มิลเลอร์ขีดกากบาทลงในรายชื่อทันที "โอเค กลับไปรอฟังข่าวที่บ้านนะ"

"อะไรนะ? แค่นี้เหรอ? พวกคุณไม่ต้องการคนงานหรือไง!"

"เราต้องการคนงาน ไม่ใช่คนสร้างปัญหา" มิลเลอร์ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจนชายคนนั้นต้องสะบัดหน้าเดินออกไปอย่างหัวเสีย

ผู้สมัครรายต่อมาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมโซ ใบหน้าซูบตอบแต่แววตามุ่งมั่น "ท่านครับ... ผมเคยขับรถม้า ผมอดทนได้ทุกอย่าง ผมมีลูกสองคนและเมียที่ป่วยรออยู่ที่บ้าน โปรดเมตตาให้งานผมเถอะครับ"

มิลเลอร์จ้องเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณดื่มเหล้าไหม? หรือเคยมีคดีความอะไรหรือเปล่า?"

"ไม่ครับ! ผมไม่แตะเหล้าเลย เงินทุกบาทต้องเอาไปซื้อขนมปังและยาให้เมีย ผมสาบานได้!"

มิลเลอร์พยักหน้าให้โจนส์ "รับเขาเข้าทำงาน"

ชายคนนั้นตัวสั่นด้วยความดีใจน้ำตาคลอเบ้า "ขอบคุณครับ! ขอบคุณท่านมากครับ!"

ตลอดทั้งวัน มิลเลอร์และโจนส์ทำงานสอดประสานกันอย่างยอดเยี่ยม คนหนึ่งคัด "พละกำลัง" อีกคนคัด "ทัศนคติ" เพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งที่สุด

บททดสอบของแคทเธอรีน

ในขณะเดียวกัน ภายในออฟฟิศที่เงียบสงบ แคทเธอรีน กำลังเผชิญกับโจทย์ที่ยากกว่าการใช้แรงงาน เธอต้องการ "มันสมอง" มาช่วยบริหารจัดการตัวเลขที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน

"สวัสดีค่ะ คุณสมิธ" แคทเธอรีนยิ้มให้เด็กสาวคนหนึ่ง "คุณเคยเป็นเสมียนมา 2 ปีใช่ไหม? ไหนลองแก้โจทย์นี้ให้ฉันดูหน่อย"

แคทเธอรีนยื่นกระดาษที่มีโจทย์ต้นทุน Red Label ให้ เด็กสาวคำนวณอย่างตั้งใจแต่ใช้เวลานานเกินไปจนแคทเธอรีนต้องบอกคำตอบให้เองและปฏิเสธไปในที่สุด

รายต่อมาเป็นชายหนุ่มท่าทางฉลาด เขาสามารถตอบโจทย์ต้นทุนได้อย่างรวดเร็ว

"คำถามข้อที่สอง" แคทเธอรีนรุกต่อ "ถ้า 'Gold Label' มีต้นทุนสูงกว่า 'Red Label' 40% แต่ราคาขายสูงกว่าถึง 2 เท่า ในฐานะคนบริหาร คุณคิดว่าเราควรเน้นผลิตตัวไหน?"

"แน่นอนครับ ต้องเป็นฉลากทอง! เพราะมันทำกำไรได้มากกว่ามหาศาล!" ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจ

แคทเธอรีนเพียงแต่พยักหน้าส่งๆ แต่ในใจเธอกลับขีดฆ่าชื่อเขาไปแล้ว เธอไม่ได้ต้องการแค่คนที่มองเห็นแต่ตัวเลขกำไร แต่ต้องการคนที่เข้าใจ "วิสัยทัศน์" ของอัลเลน คนที่รู้ว่าบางครั้งปริมาณและความจงรักภักดีของตลาดล่าง (Red Label) ก็สำคัญไม่แพ้กำไรต่อหน่วยของตลาดบน

จิตวิญญาณของวิลเลียมส์ ฟู้ด

เมื่อถึงช่วงเย็น โจนส์และมิลเลอร์คัดเลือกคนงานได้ 50 คน พร้อมพนักงานสำรองอีก 10 คน พวกเขารายงานอัลเลนด้วยความภาคภูมิใจ "เจ้านายครับ! อีก 3 วันเราจะเดินเครื่องกะที่สามได้เต็มตัว ยอดผลิต 5,000 กระป๋องต่อวันอยู่แค่เอื้อม!"

ในขณะที่แคทเธอรีนถอนหายใจ "ฉันยังหาคนมาช่วยแบ่งเบาภาระในออฟฟิศที่ถูกใจไม่ได้เลยค่ะ ทุกคนมองแค่พื้นผิวเท่านั้น"

อัลเลนปลอบโยนเธออย่างใจเย็น "คนเก่งหาได้ยากยิ่งกว่าทองคำ แคทเธอรีน ใจเย็นๆ ไว้ก่อน"

ทันใดนั้น เสียงเฮลั่นอย่างมีความสุขก็ดังมาจากห้องอาหารของโรงงาน พนักงานใหม่เพิ่งได้รับอาหารมื้อแรก... เนื้อวัวตุ๋นชามโตควันฉุยพร้อมขนมปังขาวนุ่มๆ

"นี่... นี่มันของจริงเหรอ?" พนักงานใหม่คนหนึ่งถามอย่างไม่อยากเชื่อ

"กินเข้าไปเถอะไอ้หนู!" ซัลลิแวน คนงานเก่าแก่ตบไหล่เขา "ที่นี่วิลเลียมส์ปฏิบัติกับเราเหมือนคน ไม่ใช่สัตว์ กินให้อิ่มแล้วพรุ่งนี้จะได้มีแรงทำอาหารกระป๋องที่ดีที่สุดส่งไปให้ทหารแนวหน้า!"

อัลเลนและแคทเธอรีนเฝ้ามองภาพนั้นจากหน้าต่างชั้นบน

"คุณวิลเลียมส์คะ..." แคทเธอรีนเอ่ยเบาๆ "ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงจงรักภักดีต่อคุณนัก... เพราะคุณไม่ได้ให้แค่เงิน แต่คุณมอบ 'ศักดิ์ศรี' ในการมีชีวิตอยู่ให้พวกเขาด้วย"

อัลเลนยิ้มจางๆ สายตามองไปยังผู้คนเบื้องล่าง "ไม่ใช่เพราะฉันทำได้ดีหรอก แคทเธอรีน... แต่มันเป็นเพราะยุคสมัยนี้มันเน่าเฟะเกินไปต่างหาก"

ตอนก่อน

จบบทที่ ชื่อเสียง

ตอนถัดไป