ระลอกคลื่น
นิวยอร์ก, สำนักงานโรงงานวิลเลียมส์ ฟู้ด
“โทรเลขจากคุณอัลเลนค่ะ!” พนักงานส่งสารยื่นแผ่นกระดาษที่แปลรหัสแล้วให้แคทเธอรีน
แคทเธอรีนกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว ความตึงเครียดที่สะสมบนใบหน้าเธอมาหลายวันมลายหายไปทันที เธอรีบเรียกโจนส์และบิลเข้ามาพบในห้องทำงานด่วน
“ข่าวดีจากนายอัลเลนค่ะ” น้ำเสียงของแคทเธอรีนเปี่ยมไปด้วยความยินดี “เขาทำสำเร็จแล้ว! วัวมีชีวิตชุดแรก 500 ตัวเดินทางออกจากแคนซัสแล้ว โดยเช่าเหมาขบวนรถไฟสายพิเศษ คาดว่าจะถึงนิวยอร์กภายใน 10 วันนี้ค่ะ!”
“เยี่ยมที่สุด!” โจนส์ทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือด้วยความสะใจ “วัว 500 ตัว! นั่นหมายความว่าเราจะมีวัตถุดิบผลิตได้ต่อเนื่องไปอีกครึ่งเดือนเป็นอย่างน้อย คนงานจะได้เลิกกังวลเรื่องโรงงานหยุดเดินเครื่องสักที!”
“มันไม่ใช่แค่ครึ่งเดือนหรอกโจนส์!” บิลยิ้มกว้างจนเห็นฟันที่เหลืออยู่ไม่กี่ซี่ “ไอ้หนุ่มอัลเลนนี่มันร้ายจริงๆ ผมกำลังโดนไอ้พวกสมาคมค้าส่งในเมืองล้อมกรอบแทบกระดิกตัวไม่ได้ แต่มันดันส่งกำลังเสริมลงมาจากฟ้าซะงั้น!”
“แล้วคุณอัลเลนสั่งอะไรเพิ่มเติมไหมครับ?” โจนส์ถามต่อ
“สั่งค่ะ” สีหน้าของแคทเธอรีนกลับมาเคร่งขรึมและจริงจังอีกครั้ง “คำสั่งชัดเจนมาก... บิล งานจัดซื้อในนิวยอร์กของคุณต้องดำเนินต่อไป แต่อย่าได้ถลำตัวไปสู้สงครามราคากับพวกยี่ปั๊วนั่นอีก ถ้าพวกมันโก่งราคา เราจะซื้อแค่ปริมาณน้อยๆ พอเป็นพิธี เพื่อรักษาภาพลวงตาว่าเรา 'ถังแตก' และกำลังจะหมดหนทางสู้”
“เข้าใจแล้ว” บิลพยักหน้าหงึกหงัก “ก็แค่การแสดงตบตา... งานถนัดผมเลยล่ะ”
“โจนส์... ทางฝั่งโรงงานต้องเร่งสะสมสินค้าสำเร็จรูปไว้ในโกดังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” แคทเธอรีนย้ำ “คุณอัลเลนสำทับมาว่า เมื่อ 'กองทัพ' (ฝูงวัว) ของเรามาถึงนิวยอร์ก เราต้องมี 'กระสุน' (สินค้า) มากพอที่จะเปิดฉากรุกฆาตเพื่อชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่พวกมันจะไม่มีวันลืม”
ชิคาโก, โรงแรมเทรมนต์เฮาส์
ในห้องสวีทสุดหรู อัลเลนกำลังนั่งรินวิสกี้ให้ ชาร์ลส์ รีฟส์ เจ้าของบริษัทรถไฟผู้ดื้อรั้น
“คุณวิลเลียมส์...” ใบหน้าของรีฟส์ดูเปล่งปลั่งและมีชีวิตชีวาขึ้นมาก “ผมต้องขอบคุณจริงๆ ค่าขนส่งล่วงหน้าของคุณมันคือสายฝนในหน้าแล้ง พนักงานผมได้รับเงินเดือนที่ค้างมา 2 เดือนแล้ว และหัวรถจักร ‘ไพโอเนียร์’ ลูกรักของผมก็ได้เข้าอู่ซ่อมบำรุงซะที”
“ผมยินดีที่ได้ช่วยครับคุณรีฟส์” อัลเลนชูแก้วขึ้น “แต่นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของความร่วมมือระยะยาวของเราเท่านั้น”
“ระยะยาวงั้นเหรอ?” รีฟส์ชะงัก แววตาฉายความโหยหาลึกๆ
“ใช่ครับ” อัลเลนกล่าวเสียงหนักแน่น “วัวชุดแรกแค่การทดสอบ โรงงานผมต้องการวัวอย่างน้อย 2,000 ตัวทุกเดือน และผมหวังว่าทางรถไฟของคุณจะกลายเป็นเส้นทางลำเลียงหลักจากชิคาโกสู่นิวยอร์ก”
หัวใจของรีฟส์เต้นแรงด้วยความหวัง แต่แล้วเขาก็ส่ายหน้าอย่างขมขื่น
“คุณวิลเลียมส์ ผมซาบซึ้งใจเหลือเกิน... แต่มันยาก... ยากมากจริงๆ”
“ทำไมล่ะครับ?”
“เพราะพวกมันเริ่มขยับตัวแล้ว” น้ำเสียงของรีฟส์เข้มขึ้น “วันเดียวหลังจากรถไฟของคุณออกวิ่ง ตัวแทนจาก 'กลุ่มพันธมิตรรถไฟตะวันออก' ก็มาหาผม พวกมันเสนอราคาซื้อบริษัทผมในราคาสูงลิ่วเพื่อหวังจะกำจัดเสี้ยนหนามอย่างผมทิ้ง”
“ผมเดาว่าคุณคงปฏิเสธพวกมันไปแล้ว” อัลเลนยิ้มอย่างรู้ทัน
“แน่นอน!” รีฟส์เชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจตามสไตล์วิศวกร “ผมบอกพวกมันว่าทางรถไฟนี้ไม่ใช่ของเก็งกำไร แต่มันคือผลงานทั้งชีวิตของผม!”
“แล้วพวกมันว่าไงต่อ?”
“พวกมันก็เผยเขี้ยวเล็บออกมาน่ะสิ!” รีฟส์ทุบโต๊ะด้วยความโกรธ “พวกมันขู่ว่าถ้าผมยังเป็นพันธมิตรกับคุณ พวกมันจะใช้อิทธิพลปิดกั้นรางรถไฟของผมไม่ให้วิ่งเข้าเขตแดนของพวกมัน จะสั่งซัพพลายเออร์ให้หยุดส่งถ่านหินให้ผม พวกมันกะจะทำให้ระบบรถไฟของผมเป็นอัมพาตทั้งระบบ!”
อัลเลนฟังอย่างสงบนิ่ง ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้
“คุณรีฟส์... ถามจริงๆ เถอะ ทำไมคุณถึงดื้อรั้นบริหารบริษัทที่ขาดทุนยับเยินขนาดนี้มาตลอดล่ะ? ด้วยฝีมือระดับคุณ ไปเป็นวิศวกรใหญ่ในบริษัทรถไฟยักษ์ใหญ่ กินเงินเดือนสูงๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?”
คำถามนี้จี้ลึกเข้าไปในใจของรีฟส์ เขานิ่งเงียบไปนานก่อนจะตอบช้าๆ “เพราะผม 'เกลียด' พวกมันครับคุณวิลเลียมส์”
“ผมเกลียดพวกนายทุนหน้าเงินและนักเก็งกำไรที่ไม่เคยจับประแจ ไม่เคยรู้ว่าต้องวางไม้หมอนกี่ชิ้นรางถึงจะมั่นคง พวกมันรู้แค่เรื่องเดียวคือการ 'ผูกขาด'... ผมเคยเห็นชาวนาจากแคนซัสคนหนึ่ง ยืนมองข้าวสาลีที่เขาปลูกมาทั้งปีเน่าเสียอยู่ในโกดังสถานี เพียงเพราะเขาไม่มีเงินจ่ายค่าระวางขนส่งที่พวกมันโก่งราคาขึ้นตามอำเภอใจ”
น้ำตาคลอเบ้าตาของชายชรา “วันนั้นผมสาบาน... ว่าจะสร้างทางรถไฟที่ยุติธรรมและเสรีเพื่อประชาชนที่ทำงานหนักจริงๆ”
อัลเลนมองชายตรงหน้าด้วยความชื่นชม เขาได้พบพันธมิตรที่เงินซื้อไม่ได้ แต่ซื้อได้ด้วย 'อุดมการณ์'
“คุณรีฟส์... วางใจเถอะครับ พวกมันทำให้เรากลัวไม่ได้ เพราะสงครามครั้งนี้ไม่ได้สู้กันแค่บนรางเหล็กเท่านั้น”
หลังจากส่งรีฟส์กลับ อัลเลนเรียก แบล็กวูด โบรกเกอร์หุ้นคู่ใจมาพบทันที
“ยอดเงินในบัญชีคุณลดลงฮวบฮาบเลยนะคุณวิลเลียมส์” แบล็กวูดกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามสไตล์นักการเงิน
“ความคืบหน้าล่ะ?”
“ราบรื่นครับ” แบล็กวูดส่งรายงานให้ “ตลาดยังไม่ไหวติง ผมแอบเก็บหุ้นของ 'Mississippi & Eastern' มาได้ 6% แล้วโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว”
“ดีมาก” อัลเลนพยักหน้า “แต่ตอนนี้ผมมีงานอื่นให้คุณทำ... งานที่ไม่เกี่ยวกับตลาดหุ้น”
“หืม?”
“ผมต้องการให้คุณหา 'นักข่าว' ให้ผมสักคน”
“นักข่าวเหรอ?” แบล็กวูดประหลาดใจ “คุณจะประกาศเรื่องการฮุบกิจการเหรอ? นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีนะ”
“เปล่า... ผมต้องการนักข่าวที่พร้อมจะขายจิตวิญญาณเพื่อเงิน คนที่ทำงานในหนังสือพิมพ์ใกล้เจ๊ง คนที่คับแค้นใจต่อสังคม และที่สำคัญที่สุด... ต้องเกลียดพวกเจ้าพ่อรถไฟผูกขาดเข้ากระดูกดำ”
แบล็กวูดจ้องหน้าอัลเลนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มยิ้มที่มุมปากเมื่อเข้าใจเจตนาที่แท้จริง
“คุณไม่ได้จะสู้กับพวกมันแค่ในกระดานการเงิน... แต่คุณจะสู้ในกระดาน 'ความคิดเห็นสาธารณะ' สินะ”
“ถูกต้อง” อัลเลนแสยะยิ้ม “พวกพันธมิตรรถไฟจะบีบคุณรีฟส์ด้วยอำนาจการค้า... ส่วนผม จะใช้สื่อมวลชนเปลี่ยนการบีบคั้นนั้น ให้กลายเป็นเรื่องราวของ 'ยักษ์ใหญ่จอมละโมบที่รังแกวีรบุรุษผู้ซื่อสัตย์ของประชาชน'... เรื่องราวที่จะทำให้ชาวชิคาโกทั้งเมืองลุกเป็นไฟด้วยความโกรธแค้น”
แบล็กวูดขยับแว่นสายตา “คุณวิลเลียมส์... ผมเริ่มสนุกกับการทำงานให้คุณซะแล้วสิ... มีคนนึงที่ชื่อ 'ฟาวเลอร์' จาก 'ชิคาโก โครนิเคิล' พ่อเขาโดนพวกมาเฟียรถไฟบีบจนล้มละลายจนตรอมใจตาย ตัวเขาเองก็กำลังจมกองเหล้าเพราะหมดหวังในชีวิต... ผมว่าเขาคือคนที่คุณกำลังตามหา”
“เยี่ยมมาก” ดวงตาของอัลเลนวาวโรจน์ “ไปตามตัวเขามาพบผมด่วนที่สุด”